- หน้าแรก
- ระบบย้อนเวลาเปลี่ยนชะตาตัวประกอบ
- บทที่ 28 - เป่ยเตี้ยน ประกาศผล!
บทที่ 28 - เป่ยเตี้ยน ประกาศผล!
บทที่ 28 - เป่ยเตี้ยน ประกาศผล!
บทที่ 28 - เป่ยเตี้ยน ประกาศผล!
★★★★★
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปี 2010 เวลา 10.00 น. ช่วงเช้า
ณ ตึกคณะการแสดง ตึก B เป่ยเตี้ยน
วันนี้เป็นวันประกาศผลสอบรอบแรกของการสอบสายการแสดง คณะการแสดง เป่ยเตี้ยน ประจำปี 2010
"ประกาศผลหรือยัง"
ซูหว่านอวี๋หอบแฮ่กๆ พลางมองไปที่บอร์ดประกาศผลใต้ตึกคณะการแสดง เฉินจิ่นถือว่าเป็นการออกกำลังกาย เขาพากันวิ่งมาจากหน้าประตูโรงเรียน
"ยังแน่นอนครับ!"
เฉินจิ่นชี้ให้ดูผู้เข้าสอบและผู้ปกครองที่จับกลุ่มกันอยู่รอบๆ ใต้ตึก B คณะการแสดงเต็มไปด้วยผู้คน
มองไปไกลๆ อย่างน้อยก็ต้องมีคนสักสองสามพันคนแน่ๆ
ยุคนี้การประกาศผลผ่านอินเทอร์เน็ตหรือข้อความ SMS ยังไม่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นการสอบรอบแรกหรือรอบสอง ก็ต้องมารอดูผลการสอบที่โรงเรียนตามเวลาที่กำหนด
หากสอบผ่าน ก็ต้องจ่ายค่าสมัครสอบรอบต่อไปตรงนั้นเลย หลังจากสอบรอบสามเสร็จ ถึงจะได้ใบแจ้งผลคะแนนสอบที่ผ่านเกณฑ์
จากนั้นบอร์ดประกาศผลตรงหน้า ก็จะแสดงผลการสอบรอบสามของคณะการแสดง
นั่นแหละถึงจะเป็นอันดับการสอบสายการแสดงที่แท้จริง จะมีทั้งคะแนนและอันดับ ซึ่งเป็นผลคะแนนที่ผู้เข้าสอบสายการแสดงให้ความสำคัญมากที่สุด
มันจะติดตัวนักแสดงไปตลอดชีวิต ทั้งในประวัติส่วนตัวและแฟ้มประวัติการทำงาน
ปีนั้นปีนี้ จบจากโรงเรียนอะไร สอบเข้าสายการแสดงได้ที่หนึ่ง ที่สาม... เรื่องพวกนี้จะถูกพูดถึงในประวัติของนักแสดงหลายคนในอนาคต ไม่ใช่แค่คนนอกวงการเท่านั้นที่สนใจ แต่บริษัทเอเจนซี่และทีมงานแคสติ้งในวงการก็ให้การยอมรับเช่นกัน
การสอบได้ที่หนึ่ง ถึงแม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับการเป็นที่หนึ่งในการสอบเกาเข่า แต่ก็ถือเป็นอันดับหนึ่งของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะ ซึ่งในอนาคตจะถูกนำมาพูดถึงครั้งแล้วครั้งเล่า
สำหรับชื่อเสียงและการแสดงแล้ว ผลคะแนนนี้ถือว่ามีน้ำหนักมากทีเดียว
นักเรียนจำนวนมากที่สอบเข้าสายการแสดงได้เป็นอันดับต้นๆ ส่วนใหญ่แล้วในอนาคตมักจะไปได้สวย ตัวอย่างเช่น อันดับหนึ่งของการสอบสายการแสดงจงซี่ปี 2005 คือเฉินเสี่ยว เป่ยเตี้ยนคือหยางมี่ ปี 2006 จงซี่คือเฉินเสี่ยวอวิ๋น เป่ยเตี้ยนคือจูอี้หลง... นอกจากนี้ยังมีหลิวฮ่าวหราน อี้หยางเชียนซี และคนอื่นๆ อีกมากมาย
บริษัทเอเจนซี่หลายแห่งก็จะรีบเซ็นสัญญาล่วงหน้ากับนักเรียนที่สอบเข้าสายการแสดงได้ในอันดับต้นๆ ตอนแรกๆ ในช่วงปี 2000 ก็จะเซ็นกับพวกที่ติดสามอันดับแรก ต่อมาช่วงปี 2005 ก็ขยายเป็นสิบอันดับแรก... จนกระทั่งหลังปี 2015 ก็ถึงขั้นที่ว่าในหนึ่งห้องเรียนอาจจะมีเด็กที่มีผู้จัดการส่วนตัวอยู่แล้วเต็มไปหมด ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
แน่นอนว่าตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นไป นักเรียนที่สอบเข้าสายการแสดงได้อันดับหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นดาราเด็ก
นั่นก็คือพวกที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน มีประสบการณ์ด้านการแสดงมาอย่างโชกโชน และผ่านการถ่ายทำภาพยนตร์หรือซีรีส์มาแล้วมากมาย ดังนั้นสำหรับผู้เข้าสอบสายการแสดงทั่วไป การต้องมาแข่งกับคนพวกนี้ จึงถือเป็นการต่อสู้ที่เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขามีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะสอบได้ที่หนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ตอนนี้คู่แข่งที่เฉินจิ่นต้องเผชิญ ก็คือคนพวกนี้นี่แหละ ตัวอย่างเช่น คนที่ดังที่สุดในการสอบสายการแสดงเป่ยเตี้ยนปีนี้ ก็คือหยางจื่อและจางอี้ซาน ที่รับบทเป็นเซี่ยเสวี่ยและหลิวซิงในเรื่อง ครอบครัวป่วนก๊วนเด็กแสบ
ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้ปกครองและผู้เข้าสอบมากมาย แน่นอนว่าเฉินจิ่นมองไม่เห็น เพราะพวกเขาโดนบังมิดไปหมด
แต่กลับเป็นหลี่เซี่ยนที่อยู่ห้องสอบเดียวกันในรอบแรก ยืนอยู่กับแม่ของเขาอย่างโดดเดี่ยว พอเห็นเฉินจิ่นเดินมาก็ส่งยิ้มให้
"นายน่าจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ!"
จู่ๆ หลี่เซี่ยนก็พูดกับเฉินจิ่น ทั้งสองคนเดินมาหลบมุมอยู่ด้านข้าง เฉินจิ่นแนะนำซูหว่านอวี๋ให้รู้จัก ส่วนหลี่เซี่ยนก็เล่าเรื่องที่เฉินจิ่นทำได้ดีในห้องสอบให้แม่ของเขาฟัง
แม่ของทั้งสองคนเลยเริ่มคุยทักทายกัน
ฐานะทางบ้านของหลี่เซี่ยนอาจจะแย่กว่าเฉินจิ่นนิดหน่อย เป็นครอบครัวมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน ดูจากการแต่งตัวของแม่เขาก็พอจะเดาออก
แต่งตัวธรรมดามากๆ อย่างน้อยซูหว่านอวี๋ก็ยังแต่งหน้าทาลิปสติกบ้าง
แม่ของหลี่เซี่ยนใส่แว่นตา ดูมีบุคลิกภาพที่ดีทีเดียว
แต่ทั้งสองคนนี้ เมื่อเทียบกับบรรดาผู้ปกครองที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ถือว่าเป็นพวกที่แต่งตัวไม่ค่อยเป็นเลยทีเดียว แม่ของผู้เข้าสอบบางคนแต่งตัวแฟชั่นจ๋าอย่างกับเป็นดาราสาว มองแวบเดียวก็รู้ว่าต้องทำงานเกี่ยวกับศิลปะหรือเป็นพวกมีความรู้สูง
ส่วนบางคนก็ใส่ทองหยองเต็มตัว ถือกระเป๋ากุชชี่ หลุยส์วิตตอง... แถบยังให้ลูกใส่เสื้อผ้าดู แพง หรูหราไปด้วย
ส่วนเฉินจิ่นกับหลี่เซี่ยนแต่งตัวธรรมดามาก คนหนึ่งใส่เสื้อแบรนด์ Metersbonwe ไม่เดินตามรอยใคร อีกคนใส่แบรนด์แจ็คแอนด์โจนส์ ส่วนรองเท้าก็เป็นยี่ห้ออาดิดาสกับไนกี้
การแต่งตัวแบบนี้ถ้าอยู่ในโรงเรียนมัธยมปลายก็ถือว่าดูดีมากแล้ว แต่น่าเสียดายที่พวกเด็กสอบสายการแสดงไม่มีคนจนเลยน่ะสิ
"มาแล้ว!"
"ประกาศผลแล้ว!"
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตะโกนขึ้นมา เฉินจิ่นกับหลี่เซี่ยนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ซูหว่านอวี๋กับแม่ของหลี่เซี่ยนก็หยุดคุย แล้วหันไปมองที่ประตูตึกคณะ
อาจารย์หลายคนถือกระดาษม้วนสีแดงซึ่งเป็นรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบสองของคณะการแสดง เดินมาที่บอร์ดประกาศผล
ในปี 2010 มีนักเรียนเข้าสอบตรงสายการแสดงของเป่ยเตี้ยนทั้งหมด 4,210 คน และรับเข้าศึกษาเพียง 120 คนเท่านั้น อัตราการรับเข้าเรียนไม่ถึง 3%
แต่การสอบรอบแรกก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น อัตราการสอบผ่านอยู่ที่มากกว่า 10% ซึ่งจะมีคนผ่านเข้ารอบประมาณ 500 คน
จากนั้นรอบสองก็จะคัดออกอีกครึ่งหนึ่ง จนเหลือผู้ผ่านเข้ารอบสามประมาณ 150 คน
ในจำนวนนี้ มีทั้งพวกที่สอบเกาเข่าไม่ติด และพวกที่คะแนนสอบเกาเข่าพอจะเข้าเรียนระดับปวส.สายการแสดงของเป่ยเตี้ยนได้ ส่วนระดับปริญญาตรีก็จะรับประมาณ 50 คน ซึ่งต้องแบ่งออกเป็นสองห้องเรียน
ปีนี้เป่ยเตี้ยนได้เพิ่มห้องเรียนการแสดงงิ้วและตลกขึ้นมาเป็นพิเศษ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มจำนวนนักศึกษาที่รับเข้าเรียน
ก่อนหน้านี้ ความจริงแล้วจะรับแค่ 100 คนเท่านั้น
"ขอทางหน่อยครับ!"
"เดี๋ยวก็ได้เห็นกันหมดแล้วครับ!"
อาจารย์ตะโกนบอกบรรดาผู้ปกครองและผู้เข้าสอบที่แห่กันเข้ามา ทุกคนจึงรีบเปิดทางให้พื้นที่ว่างอย่างรู้หน้าที่
พรึ่บ พรับ!
ม้วนกระดาษสีแดงถูกกางออกอย่างช้าๆ นักเรียนตาไวเห็นรายชื่อแล้ว
"จ้าวเยี่ยนตง!"
ชื่อที่อยู่บนสุดถูกตะโกนออกมา ผู้เข้าสอบคนหนึ่งก็ร้องตะโกนอย่างตื่นเต้น "ผม ผมเอง!"
"ฮ่าๆๆ อย่าเพิ่งดีใจไป!"
"ยังมีกระดาษอีกสี่แผ่นนะ..."
โควตา 500 คน กระดาษแผ่นเดียวเขียนไม่พอหรอก ดังนั้นจึงต้องแบ่งออกเป็น 5 แผ่น ตอนนี้ที่แปะอยู่คือแผ่นสุดท้าย มีผู้ปกครองเข้าไปถามอาจารย์แล้ว
"โธ่เอ๊ย ดีใจเก้อเลย!"
"ฮ่าๆๆ!"
เสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน ช่วยคลายความตึงเครียดของผู้ปกครองและนักเรียนไปได้บ้าง
ความจริงแล้ว ในช่วงเวลานี้ผู้เข้าสอบหลายคนยังคงรู้สึกกังวลกระวนกระวายใจ ไม่เหมือนหยางจื่อหรือจางอี้ซานที่ดูผ่อนคลายเอามากๆ
นักเรียนที่มีความมั่นใจจะไม่ค่อยเห็นการสอบรอบแรกอยู่ในสายตาหรอก สิ่งที่พวกเขาสนใจก็คืออันดับการสอบต่างหาก
กระดาษสีแดงรายชื่อผู้สอบผ่านถูกแปะขึ้นไปทีละแผ่น จนในที่สุดก็มาถึงแผ่นสุดท้าย ซึ่งก็คือรายชื่อผู้เข้าสอบที่ทำคะแนนได้ 100 อันดับแรก ในการสอบสายการแสดงเป่ยเตี้ยนรอบแรกของปีนี้
บรรดาผู้ปกครองและนักเรียนต่างก็ชะเง้อคอรอคอย พากันยืดคอเบียดเสียดกันเข้าไป
ตอนนี้คนที่มุงดูบอร์ดประกาศผลมีเยอะมาก จนบริเวณนั้นเบียดเสียดแออัด เฉินจิ่นกับหลี่เซี่ยนก็เบียดเข้าไปไม่ไหว แม่ของทั้งสองคนถึงจะใจร้อนแค่ไหน แต่เมื่อเจอกับกำแพงมนุษย์ที่หนาแน่นจนลมแทบไม่กระดิก สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้
พรึ่บ——
อาจารย์ที่กำลังแปะประกาศก็จงใจเล่นตัว เอาปลายกระดาษม้วนทาบลงไปที่บอร์ด แล้วค่อยๆ ม้วนจากล่างขึ้นบน
สายตาของผู้ปกครองและนักเรียนก็ไล่ตามรายชื่อขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้สนใจสามคอลัมน์ด้านข้างเลย สายตาของทุกคนจดจ่ออยู่แค่ 25 รายชื่อในคอลัมน์แรกเท่านั้น
เพราะทุกคนรู้ดีว่า นี่คือรายชื่อท็อป 25 ของการสอบรอบแรก
"โหยวจิ้งหรู!"
"กวนเสวี่ยอิ๋ง!"
"อวี๋เยว่!"
...
บรรดาผู้ปกครองพากันตะโกนเรียกชื่อทีละชื่อ และมีเสียงโห่ร้องยินดีดังขึ้นเป็นระยะๆ
"หลี่เซี่ยน!"
"อ๊ากกก ลูกแม่!"
แม่ของหลี่เซี่ยนโผเข้ากอดลูกชายอย่างตื่นเต้น ร้องตะโกนโหวกเหวกด้วยความดีใจ
ซูหว่านอวี๋กลับเริ่มรู้สึกกังวลใจขึ้นมา แต่ก็ยังแสดงความยินดีกับแม่ของหลี่เซี่ยน "ยินดีด้วยนะคะ ยินดีด้วย!"
"พวกคุณก็ต้องสอบผ่านเหมือนกันแน่ๆ ค่ะ เมื่อกี้เซี่ยนเซี่ยนยังบอกเลยว่าลูกชายคุณทำผลงานได้ดีกว่าเขาอีก!"
"เรื่องนี้... มันก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอาจารย์น่ะค่ะ!"
ซูหว่านอวี๋รู้สึกอึดอัดใจ ถ้าเกิดสอบไม่ผ่านขึ้นมา คงได้ขายหน้าแย่
บางทีเด็กหลี่เซี่ยนคนนี้อาจจะแค่มีอีคิวสูง เลยแกล้งพูดชมเฉินจิ่นไปอย่างนั้นเอง
เหตุผลหลักก็คือ ซูหว่านอวี๋ในฐานะที่เป็นครู มักจะเจอนักเรียนแบบนี้บ่อยๆ คือตัวเองสอบได้คะแนนดีแท้ๆ แต่กลับชอบทำตัวถ่อมตน ซึ่งคุณจะไปว่าอะไรเขาก็ไม่ได้ด้วย
"จางอี้ซาน!"
ในตอนนั้นเอง ก็มีคนตะโกนชื่อนี้ขึ้นมาเสียงดังลั่น
"เอ๊ะ จางอี้ซานเหรอ"
"จางอี้ซานได้ที่เท่าไหร่เนี่ย"
"ยังอ่านไม่จบใช่ไหม"
"จางอี้ซานไม่ได้ที่หนึ่งเหรอเนี่ย"
"คนก่อนหน้านี้น่าจะเป็นหยางจื่อนะ!"
"เปล่า ออกมาแล้ว!"
"ออกมาหมดแล้ว!"
ทันใดนั้นฝูงชนก็แตกฮือส่งเสียงดังเซ็งแซ่ ชื่อสองสามอันดับแรกปรากฏขึ้นต่อสายตาของทุกคนทันที ที่อาจารย์ใช้มือรูดเปิดมุมกระดาษสีแดงลงมาจนสุด
ตัวอักษรของชื่ออันดับหนึ่งช่างดูโดดเด่นสะดุดตาเหลือเกิน
แม้ว่าเฉินจิ่นและซูหว่านอวี๋จะยืนอยู่ไกล แต่ความจริงแล้วก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะรายชื่ออันดับหนึ่งนั้นอยู่บนสุดนั่นเอง
เฉินจิ่น!
ฝูงชนก็เริ่มตะโกนเรียกชื่อนี้เสียงดัง
"เฉินจิ่น!"
"ที่หนึ่งชื่อเฉินจิ่น!"
"หยางจื่อได้แค่ที่สามเองเหรอเนี่ย!!"
[จบแล้ว]