- หน้าแรก
- หล่อระดับนี้ จะมีข่าวฉาวสักหน่อยผิดตรงไหน
- บทที่ 5 เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งเสียใจเร็วขนาดนี้
บทที่ 5 เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งเสียใจเร็วขนาดนี้
บทที่ 5 เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งเสียใจเร็วขนาดนี้
บทที่ 5 เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งเสียใจเร็วขนาดนี้
คำชมที่เธอเอ่ยปากชมโกสต์ไปเพิ่งจะย้อนกลับมาแว้งกัดเธอเข้าให้แล้ว
แถมตอนนี้ซูเฉินยังต้องการจะดวลกับโกสต์กันตรงนี้เลยอีกต่างหาก
เธอเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องฝีมือของซูเฉินมาตั้งนานแล้ว
หากวันนี้ซูเฉินต้องพ่ายแพ้ ดูเหมือนว่าคำวิจารณ์ก่อนหน้านี้ของเขาก็คงจะกลายเป็นเรื่องน่าอับอายอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ซูเฉิน การตัดสินใจนี้ไม่หุนหันพลันแล่นไปหน่อยเหรอ?"
เซวียเชียนกระซิบเตือนด้วยความหวังดีข้างหูซูเฉิน
แม้ว่าตอนนี้ชื่อเสียงของซูเฉินจะค่อนข้างย่ำแย่
ทว่าสิ่งที่เขาเพิ่งพูดตอกหน้าโกสต์ไปก็เป็นสิ่งที่เซวียเชียนอยากจะพูดเช่นเดียวกัน
ในสายตาของเขา เพลง "หิมะโปรยปราย" นั้นไม่ต่างอะไรกับขยะชิ้นหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเป็นนักร้องจอมก๊อปปี้ ซึ่งนั่นทำให้เซวียเชียน ผู้ยืนหยัดในจุดยืนของการทำเพลงต้นฉบับมาโดยตลอดรู้สึกขยะแขยงเป็นอย่างยิ่ง
"ไม่เป็นไรครับ ครูเซวีย"
ซูเฉินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
โกสต์เป็นตัวประหลาดอะไรกันล่ะ?
การตบหน้าหมอนั่นมันง่ายจะตายไป!
อีกด้านหนึ่ง เสิ่นเจี้ยนมองซูเฉินคล้ายกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไป
สุดท้ายเขาทำได้เพียงยิ้มอย่างเป็นมิตร "โชคดีนะ!"
เหอชิงกำไมโครโฟนในมือแน่น
ในหัวของเธอมีแต่คำว่า "วู่วามเกินไป" เต็มไปหมด
เดิมทีซูเฉินก็แค่มาร่วมรายการประกวดร้องเพลงเพื่อชุบตัว ปูทางสู่ความก้าวหน้าในวงการเพลงในอนาคตเท่านั้น
เส้นทางในวงการจอแก้วและจอเงินน่ะพังพินาศหมดหวังไปแล้ว หากวันนี้เขายังมาแพ้ให้ผู้เข้าแข่งขันอีก เส้นทางในวงการเพลงของเขาก็มีแต่จะตีบตันลง!
เขากำลังเอาอนาคตในวงการบันเทิงของตัวเองมาล้อเล่นชัดๆ!
กระทั่งเหอชิงที่ปกติแล้วมักจะใจดีกับทุกคนเสมอ เมื่อมองมาที่ซูเฉินในตอนนี้ เธอกลับรู้สึกว่าเขาเป็นเหมือนอาเต๊าที่เข็นไม่ขึ้นไปเสียแล้ว
หลังจากที่ผู้กำกับจูเต๋อหลงได้ยินว่าซูเฉินจะขึ้นเวที
เขาก็ถึงกับปาแก้วน้ำในมือทิ้งด้วยความโมโห!
เขาเหลืออดแล้วจริงๆ ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยเจอดาราคนไหนที่วู่วามเท่าซูเฉินมาก่อนเลย!
มีคนมายั่วยุแล้วยังไง ทีมงานก็ต้องหาทางออกให้อยู่แล้วสิ!
แกไม่รู้หรือไงว่าระดับฝีมือและเล่ห์เหลี่ยมของตัวเองมันอยู่ตรงไหน?
แทนที่จะอยู่เฉยๆ ดันไปตะโกนปาวๆ สั่งให้ทีมงานเปิดไมค์ให้ซะงั้น!
หากกรรมการคนอื่นถูกยั่วยุแบบนี้ เขาคงไม่ขัดข้องที่จะใช้โกสต์มาเป็นเครื่องมือสร้างกระแสและเรียกเรตติ้ง
ท้ายที่สุดแล้วฝีมือของกรรมการคนอื่นๆ ก็เป็นของจริง!
แต่พอมีข่าวหลุดออกไปว่าซูเฉินจะมาเป็นกรรมการ กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ก็ถาโถมเข้ามาแล้ว
หากเขาต้องมาพ่ายแพ้อีก รายการประกวดร้องเพลงซีซั่นนี้ได้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันแน่!
ดังนั้น ซูเฉินจะร้องเพลงนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
เขาแพ้ได้ แต่ทีมงานรายการจะยอมเสียหน้าไม่ได้!
...ในขณะเดียวกัน
ภายในห้องทำงานซีอีโอของบริษัทซิงถูเอนเตอร์เทนเมนต์
หานตั๋ว บอสสาวพราวเสน่ห์ผู้มาพร้อมกับออร่าความทรงพลัง เอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารบุนวมนุ่ม
ไวน์แดงสีสดหมุนวนอยู่ในแก้วทรงสูงตามจังหวะการขยับข้อมือของเธอ ทันใดนั้น เสียงกริ่งโทรศัพท์ก็ดังแผดขึ้นมา
"ผู้กำกับจู มีเรื่องอะไรเหรอคะ?"
"อะไรนะ?!"
"ไอ้เด็กซูเฉินนั่นมันอยากจะร้องเพลงงั้นเหรอ!"
หานตั๋วเด้งตัวลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ตามสัญชาตญาณ
หลังจากได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด หน้าอกอวบอิ่มของเธอก็กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงด้วยความโกรธ
"ซูเฉิน!"
"นายช่วยอยู่เฉยๆ ไม่หาเรื่องสักวันจะได้ไหม!"
"ฉันอุตส่าห์ยอมแลกสิทธิ์ออกอากาศซีรีส์ฟอร์มยักษ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อแย่งเก้าอี้กรรมการจากช่องกั๋วหมางทีวีมาให้ เพื่อให้นายได้มีที่ยืนในวงการบันเทิงต่อไป"
"แล้วทำไมนายถึงชอบรนหาที่ตายนักฮะ!"
เพล้ง! เสียงแก้วกระแทกโต๊ะดังสนั่น
ไวน์กระฉอกออกมารดเรียวขายาวเนียนนุ่มของเธอ กระทั่งกระโปรงทรงสอบสีขาวรัดรูปยังเปื้อนคราบไวน์จนกลายเป็นสีชมพูอ่อน
"นี่ฉันต้องมาซวยอะไรขนาดนี้เนี่ย!"
หานตั๋วทวีความเดือดดาลขึ้นไปอีก
เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ต่อให้ซูเฉินอยากจะเรียกกระแสหรือสร้างจุดสนใจให้ตัวเอง
เขาก็ไม่ควรใช้วิธีนี้!
เขาเป็นถึงอดีตสมาชิกบอยแบนด์ที่เดบิวต์ในฐานะนักร้อง
แถมตอนนี้ยังมานั่งแท่นเป็นกรรมการในรายการประกวดร้องเพลง
การลงไปดวลกับผู้เข้าแข่งขัน... เว้นเสียแต่ว่าจะชนะขาดลอย
ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าซูเฉินแพ้!
แต่การที่ไม่มีเครื่องจูนเสียงระดับเทพคอยช่วย แล้วนายจะเอาอะไรไปชนะเขาล่ะพ่อคุณ!
ยิ่งคิดหานตั๋วก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่าน ไม่นานเธอก็กดโทรออกหาซูเฉิน
"ขออภัยค่ะ หมายเลขที่คุณเรียกกำลังติดสายในขณะนี้"
"โอ๊ย!"
"ซูเฉิน!"
ฝั่งนี้ หานตั๋วถึงกับกระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความร้อนรน
หลังจากทบทวนถึงผลงานเพลงทุกอัลบั้มที่ซูเฉินเคยปล่อยออกมาในหัวอย่างรวดเร็ว หานตั๋วก็ตัดสินใจกดโทรหาผู้กำกับจูเต๋อหลงอีกครั้ง
"ผู้กำกับจู ซูเฉินไม่รับสายฉันเลย"
"ถ้าห้ามเขาไม่ได้จริงๆ งั้นเราลอง..."
ผู้กำกับจูเต๋อหลงที่อยู่ปลายสายถึงกับชะงัก ก่อนที่คิ้วของเขาจะขมวดเข้าหากันเป็นปมแน่น
"ให้ลิปซิงก์... มันจะไม่งามเอานะครับ?"
ในขณะที่ผู้กำกับจูเต๋อหลงยังคงลังเล ผู้ช่วยผู้กำกับก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมกับแล็ปท็อปในมือ
"ผู้กำกับจูครับ ยอดคนดูไลฟ์สดพุ่งทะลุเพดานแล้วครับ!"
ผู้กำกับจูเต๋อหลงลอบสบถด่าในใจ
ปกติแล้วเขาย่อมหวังให้รายการได้รับความนิยมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ในเวลายอดคนดูพุ่งปรี๊ดแบบนี้ เขากลับยิ้มไม่ออกเลยจริงๆ
"กี่คนแล้ว?"
"ถ้าไม่นับยอดคนดูผ่านทางโทรทัศน์ ตอนนี้ยอดผู้ชมไลฟ์สดทางออนไลน์ทะลุสองล้านคนไปแล้วครับ!"
ผู้กำกับจูเต๋อหลงถึงกับหน้ามืดตาลาย สมองดังอื้ออึงไปหมด
ให้ตายสิ สมัยนี้สิ่งที่ดึงดูดความสนใจได้ดีที่สุดก็คือดราม่าสินะ!
โดยเฉพาะดราม่าแบบเรียลไทม์!
"ผู้กำกับจูครับ คอมเมนต์ไหลเต็มหน้าจอไปหมดเลย ทุกคนเรียกร้องให้ซูเฉินขึ้นเวทีครับ!"
"เออๆ รู้แล้ว!"
ผู้กำกับจูเต๋อหลงนวดคลึงขมับตัวเอง นี่เขาจะต้องใช้วิธีที่หานตั๋วเสนอมาจริงๆ งั้นเหรอ?
แต่ถ้าให้กรรมการมาลิปซิงก์แล้วเกิดโป๊ะแตกขึ้นมา มันจะไม่ยิ่งวินาศสันตะโรหรือไง!
นี่มันเดินไต่ลวดสลิงชัดๆ!
ท่ามกลางความตึงเครียดถึงขีดสุด ผู้กำกับจูเต๋อหลงก็ตวัดสายตามองไปที่ซูเฉินซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะกรรมการ
"หมอนั่นกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?"
"ไม่ทราบเหมือนกันครับ เมื่อครู่นี้ซูเฉินขอกระดาษกับปากกาไป แล้วก็นั่งก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างมาตลอดเลย"
"กำลังเขียนอะไรอยู่? ทำไม หรือว่ากำลังร่างสคริปต์ข้อแก้ตัวตอนแพ้เตรียมไว้แล้วงั้นสิ?" ผู้กำกับจูเต๋อหลงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าอย่างระอา
แน่นอนว่าต่อให้ผู้กำกับจูเต๋อหลงจะมีจินตนาการล้ำเลิศแค่ไหน เขาก็คงไม่มีทางเดาออกเลยว่า ซูเฉินกำลังแต่งเพลง!
ใช่แล้ว
หลังจากที่ตัดสินใจจะขึ้นดวลบนเวที ซูเฉินก็รีบขอกระดาษกับปากกามาทันที
เนื่องจากเป็นการตัดสินใจอย่างกะทันหัน เพลง "ภาพวาดขุนเขาและสายน้ำ" จึงยังไม่มีดนตรีประกอบที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งาน
อีกอย่าง ในโลกคู่ขนานแห่งนี้ เนื้อเพลงหลายท่อนของเพลง "ภาพวาดขุนเขาและสายน้ำ" ก็มีชื่อสถานที่ที่ไม่สอดคล้องกับโลกใบนี้
ดังนั้นซูเฉินจึงต้องนำชื่อสถานที่ในโลกนี้ มาผสมผสานและปรับแต่งเนื้อร้องเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับเครื่องดนตรีที่ทางทีมงานรายการประกวดร้องเพลงมีอยู่
โชคดีที่เขาได้รับทักษะการแต่งเพลงระดับมืออาชีพซึ่งเป็นรางวัลจากระบบมา เรื่องแค่นี้จึงไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด
ทว่าในสายตาของโกสต์ที่ยืนอยู่บนเวที ภาพที่เห็นเป็นเพียงการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของซูเฉินก่อนจะตายอย่างน่าสมเพชเท่านั้น
"คิดจะถ่วงเวลา เพื่อรอให้ทีมงานหาทางลงให้นายล่ะสิ?"
"ฝันไปเถอะ!"