เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งเสียใจเร็วขนาดนี้

บทที่ 5 เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งเสียใจเร็วขนาดนี้

บทที่ 5 เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งเสียใจเร็วขนาดนี้


บทที่ 5 เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งเสียใจเร็วขนาดนี้

คำชมที่เธอเอ่ยปากชมโกสต์ไปเพิ่งจะย้อนกลับมาแว้งกัดเธอเข้าให้แล้ว

แถมตอนนี้ซูเฉินยังต้องการจะดวลกับโกสต์กันตรงนี้เลยอีกต่างหาก

เธอเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องฝีมือของซูเฉินมาตั้งนานแล้ว

หากวันนี้ซูเฉินต้องพ่ายแพ้ ดูเหมือนว่าคำวิจารณ์ก่อนหน้านี้ของเขาก็คงจะกลายเป็นเรื่องน่าอับอายอย่างเลี่ยงไม่ได้

"ซูเฉิน การตัดสินใจนี้ไม่หุนหันพลันแล่นไปหน่อยเหรอ?"

เซวียเชียนกระซิบเตือนด้วยความหวังดีข้างหูซูเฉิน

แม้ว่าตอนนี้ชื่อเสียงของซูเฉินจะค่อนข้างย่ำแย่

ทว่าสิ่งที่เขาเพิ่งพูดตอกหน้าโกสต์ไปก็เป็นสิ่งที่เซวียเชียนอยากจะพูดเช่นเดียวกัน

ในสายตาของเขา เพลง "หิมะโปรยปราย" นั้นไม่ต่างอะไรกับขยะชิ้นหนึ่ง

ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเป็นนักร้องจอมก๊อปปี้ ซึ่งนั่นทำให้เซวียเชียน ผู้ยืนหยัดในจุดยืนของการทำเพลงต้นฉบับมาโดยตลอดรู้สึกขยะแขยงเป็นอย่างยิ่ง

"ไม่เป็นไรครับ ครูเซวีย"

ซูเฉินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

โกสต์เป็นตัวประหลาดอะไรกันล่ะ?

การตบหน้าหมอนั่นมันง่ายจะตายไป!

อีกด้านหนึ่ง เสิ่นเจี้ยนมองซูเฉินคล้ายกับอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไป

สุดท้ายเขาทำได้เพียงยิ้มอย่างเป็นมิตร "โชคดีนะ!"

เหอชิงกำไมโครโฟนในมือแน่น

ในหัวของเธอมีแต่คำว่า "วู่วามเกินไป" เต็มไปหมด

เดิมทีซูเฉินก็แค่มาร่วมรายการประกวดร้องเพลงเพื่อชุบตัว ปูทางสู่ความก้าวหน้าในวงการเพลงในอนาคตเท่านั้น

เส้นทางในวงการจอแก้วและจอเงินน่ะพังพินาศหมดหวังไปแล้ว หากวันนี้เขายังมาแพ้ให้ผู้เข้าแข่งขันอีก เส้นทางในวงการเพลงของเขาก็มีแต่จะตีบตันลง!

เขากำลังเอาอนาคตในวงการบันเทิงของตัวเองมาล้อเล่นชัดๆ!

กระทั่งเหอชิงที่ปกติแล้วมักจะใจดีกับทุกคนเสมอ เมื่อมองมาที่ซูเฉินในตอนนี้ เธอกลับรู้สึกว่าเขาเป็นเหมือนอาเต๊าที่เข็นไม่ขึ้นไปเสียแล้ว

หลังจากที่ผู้กำกับจูเต๋อหลงได้ยินว่าซูเฉินจะขึ้นเวที

เขาก็ถึงกับปาแก้วน้ำในมือทิ้งด้วยความโมโห!

เขาเหลืออดแล้วจริงๆ ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยเจอดาราคนไหนที่วู่วามเท่าซูเฉินมาก่อนเลย!

มีคนมายั่วยุแล้วยังไง ทีมงานก็ต้องหาทางออกให้อยู่แล้วสิ!

แกไม่รู้หรือไงว่าระดับฝีมือและเล่ห์เหลี่ยมของตัวเองมันอยู่ตรงไหน?

แทนที่จะอยู่เฉยๆ ดันไปตะโกนปาวๆ สั่งให้ทีมงานเปิดไมค์ให้ซะงั้น!

หากกรรมการคนอื่นถูกยั่วยุแบบนี้ เขาคงไม่ขัดข้องที่จะใช้โกสต์มาเป็นเครื่องมือสร้างกระแสและเรียกเรตติ้ง

ท้ายที่สุดแล้วฝีมือของกรรมการคนอื่นๆ ก็เป็นของจริง!

แต่พอมีข่าวหลุดออกไปว่าซูเฉินจะมาเป็นกรรมการ กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ก็ถาโถมเข้ามาแล้ว

หากเขาต้องมาพ่ายแพ้อีก รายการประกวดร้องเพลงซีซั่นนี้ได้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันแน่!

ดังนั้น ซูเฉินจะร้องเพลงนี้ไม่ได้เด็ดขาด!

เขาแพ้ได้ แต่ทีมงานรายการจะยอมเสียหน้าไม่ได้!

...ในขณะเดียวกัน

ภายในห้องทำงานซีอีโอของบริษัทซิงถูเอนเตอร์เทนเมนต์

หานตั๋ว บอสสาวพราวเสน่ห์ผู้มาพร้อมกับออร่าความทรงพลัง เอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารบุนวมนุ่ม

ไวน์แดงสีสดหมุนวนอยู่ในแก้วทรงสูงตามจังหวะการขยับข้อมือของเธอ ทันใดนั้น เสียงกริ่งโทรศัพท์ก็ดังแผดขึ้นมา

"ผู้กำกับจู มีเรื่องอะไรเหรอคะ?"

"อะไรนะ?!"

"ไอ้เด็กซูเฉินนั่นมันอยากจะร้องเพลงงั้นเหรอ!"

หานตั๋วเด้งตัวลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ตามสัญชาตญาณ

หลังจากได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด หน้าอกอวบอิ่มของเธอก็กระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงด้วยความโกรธ

"ซูเฉิน!"

"นายช่วยอยู่เฉยๆ ไม่หาเรื่องสักวันจะได้ไหม!"

"ฉันอุตส่าห์ยอมแลกสิทธิ์ออกอากาศซีรีส์ฟอร์มยักษ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อแย่งเก้าอี้กรรมการจากช่องกั๋วหมางทีวีมาให้ เพื่อให้นายได้มีที่ยืนในวงการบันเทิงต่อไป"

"แล้วทำไมนายถึงชอบรนหาที่ตายนักฮะ!"

เพล้ง! เสียงแก้วกระแทกโต๊ะดังสนั่น

ไวน์กระฉอกออกมารดเรียวขายาวเนียนนุ่มของเธอ กระทั่งกระโปรงทรงสอบสีขาวรัดรูปยังเปื้อนคราบไวน์จนกลายเป็นสีชมพูอ่อน

"นี่ฉันต้องมาซวยอะไรขนาดนี้เนี่ย!"

หานตั๋วทวีความเดือดดาลขึ้นไปอีก

เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ต่อให้ซูเฉินอยากจะเรียกกระแสหรือสร้างจุดสนใจให้ตัวเอง

เขาก็ไม่ควรใช้วิธีนี้!

เขาเป็นถึงอดีตสมาชิกบอยแบนด์ที่เดบิวต์ในฐานะนักร้อง

แถมตอนนี้ยังมานั่งแท่นเป็นกรรมการในรายการประกวดร้องเพลง

การลงไปดวลกับผู้เข้าแข่งขัน... เว้นเสียแต่ว่าจะชนะขาดลอย

ไม่อย่างนั้นก็ถือว่าซูเฉินแพ้!

แต่การที่ไม่มีเครื่องจูนเสียงระดับเทพคอยช่วย แล้วนายจะเอาอะไรไปชนะเขาล่ะพ่อคุณ!

ยิ่งคิดหานตั๋วก็ยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่าน ไม่นานเธอก็กดโทรออกหาซูเฉิน

"ขออภัยค่ะ หมายเลขที่คุณเรียกกำลังติดสายในขณะนี้"

"โอ๊ย!"

"ซูเฉิน!"

ฝั่งนี้ หานตั๋วถึงกับกระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความร้อนรน

หลังจากทบทวนถึงผลงานเพลงทุกอัลบั้มที่ซูเฉินเคยปล่อยออกมาในหัวอย่างรวดเร็ว หานตั๋วก็ตัดสินใจกดโทรหาผู้กำกับจูเต๋อหลงอีกครั้ง

"ผู้กำกับจู ซูเฉินไม่รับสายฉันเลย"

"ถ้าห้ามเขาไม่ได้จริงๆ งั้นเราลอง..."

ผู้กำกับจูเต๋อหลงที่อยู่ปลายสายถึงกับชะงัก ก่อนที่คิ้วของเขาจะขมวดเข้าหากันเป็นปมแน่น

"ให้ลิปซิงก์... มันจะไม่งามเอานะครับ?"

ในขณะที่ผู้กำกับจูเต๋อหลงยังคงลังเล ผู้ช่วยผู้กำกับก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมกับแล็ปท็อปในมือ

"ผู้กำกับจูครับ ยอดคนดูไลฟ์สดพุ่งทะลุเพดานแล้วครับ!"

ผู้กำกับจูเต๋อหลงลอบสบถด่าในใจ

ปกติแล้วเขาย่อมหวังให้รายการได้รับความนิยมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ในเวลายอดคนดูพุ่งปรี๊ดแบบนี้ เขากลับยิ้มไม่ออกเลยจริงๆ

"กี่คนแล้ว?"

"ถ้าไม่นับยอดคนดูผ่านทางโทรทัศน์ ตอนนี้ยอดผู้ชมไลฟ์สดทางออนไลน์ทะลุสองล้านคนไปแล้วครับ!"

ผู้กำกับจูเต๋อหลงถึงกับหน้ามืดตาลาย สมองดังอื้ออึงไปหมด

ให้ตายสิ สมัยนี้สิ่งที่ดึงดูดความสนใจได้ดีที่สุดก็คือดราม่าสินะ!

โดยเฉพาะดราม่าแบบเรียลไทม์!

"ผู้กำกับจูครับ คอมเมนต์ไหลเต็มหน้าจอไปหมดเลย ทุกคนเรียกร้องให้ซูเฉินขึ้นเวทีครับ!"

"เออๆ รู้แล้ว!"

ผู้กำกับจูเต๋อหลงนวดคลึงขมับตัวเอง นี่เขาจะต้องใช้วิธีที่หานตั๋วเสนอมาจริงๆ งั้นเหรอ?

แต่ถ้าให้กรรมการมาลิปซิงก์แล้วเกิดโป๊ะแตกขึ้นมา มันจะไม่ยิ่งวินาศสันตะโรหรือไง!

นี่มันเดินไต่ลวดสลิงชัดๆ!

ท่ามกลางความตึงเครียดถึงขีดสุด ผู้กำกับจูเต๋อหลงก็ตวัดสายตามองไปที่ซูเฉินซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะกรรมการ

"หมอนั่นกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?"

"ไม่ทราบเหมือนกันครับ เมื่อครู่นี้ซูเฉินขอกระดาษกับปากกาไป แล้วก็นั่งก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรบางอย่างมาตลอดเลย"

"กำลังเขียนอะไรอยู่? ทำไม หรือว่ากำลังร่างสคริปต์ข้อแก้ตัวตอนแพ้เตรียมไว้แล้วงั้นสิ?" ผู้กำกับจูเต๋อหลงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าอย่างระอา

แน่นอนว่าต่อให้ผู้กำกับจูเต๋อหลงจะมีจินตนาการล้ำเลิศแค่ไหน เขาก็คงไม่มีทางเดาออกเลยว่า ซูเฉินกำลังแต่งเพลง!

ใช่แล้ว

หลังจากที่ตัดสินใจจะขึ้นดวลบนเวที ซูเฉินก็รีบขอกระดาษกับปากกามาทันที

เนื่องจากเป็นการตัดสินใจอย่างกะทันหัน เพลง "ภาพวาดขุนเขาและสายน้ำ" จึงยังไม่มีดนตรีประกอบที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งาน

อีกอย่าง ในโลกคู่ขนานแห่งนี้ เนื้อเพลงหลายท่อนของเพลง "ภาพวาดขุนเขาและสายน้ำ" ก็มีชื่อสถานที่ที่ไม่สอดคล้องกับโลกใบนี้

ดังนั้นซูเฉินจึงต้องนำชื่อสถานที่ในโลกนี้ มาผสมผสานและปรับแต่งเนื้อร้องเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับเครื่องดนตรีที่ทางทีมงานรายการประกวดร้องเพลงมีอยู่

โชคดีที่เขาได้รับทักษะการแต่งเพลงระดับมืออาชีพซึ่งเป็นรางวัลจากระบบมา เรื่องแค่นี้จึงไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด

ทว่าในสายตาของโกสต์ที่ยืนอยู่บนเวที ภาพที่เห็นเป็นเพียงการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของซูเฉินก่อนจะตายอย่างน่าสมเพชเท่านั้น

"คิดจะถ่วงเวลา เพื่อรอให้ทีมงานหาทางลงให้นายล่ะสิ?"

"ฝันไปเถอะ!"

จบบทที่ บทที่ 5 เธอไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งเสียใจเร็วขนาดนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว