เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 หลวงจีนน้อยถังเสวียนเย่

บทที่ 50 หลวงจีนน้อยถังเสวียนเย่

บทที่ 50 หลวงจีนน้อยถังเสวียนเย่


ถังเอินฉีและหลิวปิงซินยืนมองเหตุการณ์จากด้านหลังด้วยความตกตะลึงอ้าปากค้าง

พวกเธอไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นการตะลุมบอนแบบนี้ในรั้วมหาวิทยาลัย

ไม่นานนัก หลิวปิงซินก็ตั้งสติได้ เธอจ้องมองหลี่ฮ่าวหยางด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วเอ่ยขึ้น "ฮ่าวหยาง นายทำให้ฉันผิดหวังมากนะ"

การมีเรื่องชกต่อยในมหาวิทยาลัยอาจทำให้ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะหมดสิทธิ์รับรางวัล ทุนการศึกษา หรืออะไรก็ตามแต่ในอนาคต

ถ้าเกิดเขาพลั้งมือทำร้ายรุ่นพี่ซ่วยคุนจนบาดเจ็บสาหัส เผลอๆ อาจจะถึงขั้นติดคุกเลยด้วยซ้ำ

อย่างน้อยที่สุด ตำแหน่งหัวหน้าห้องของเขาก็ต้องถูกปลดอย่างแน่นอน

เหตุผลที่หลิวปิงซินคบกับเขาก็เพราะเขาเป็นหัวหน้าห้อง ประกอบกับความซื่อสัตย์และทะเยอทะยานของเขา ซึ่งอาจจะทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ในอนาคต

ยังไงซะ ตำแหน่งหัวหน้าห้องในมหาวิทยาลัยก็ไม่เหมือนกับตอน ม.ปลาย หรือ ม.ต้น หรอกนะ ตำแหน่งหัวหน้าห้องในมหาวิทยาลัยเป็นตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับอาจารย์ที่ปรึกษามากที่สุด

การได้ใกล้ชิดกับอาจารย์ที่ปรึกษาหมายความว่า โอกาสดีๆ อะไรก็ตามตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัยก็จะตกเป็นของเขาก่อนใครเพื่อน

แต่ในเวลานี้ หลี่ฮ่าวหยางสติแตกไปแล้ว

เมื่อได้ยินเสียงเรียก เขาก็หันขวับกลับมา ง้างหมัดเตรียมจะซัดหน้าคนเรียก

"โค้ช โค้ช ใจเย็นก่อน!"

"ลูกพี่ ดูดีๆ นั่นผู้หญิงนะเว้ย"

หลัวเย่และหวังต้าชุยรีบคว้าแขนซ้ายขวาของหลี่ฮ่าวหยางไว้แน่น ออกแรงยื้อยุดสุดฤทธิ์เพื่อรั้งตัวเขาไว้

หลี่ฮ่าวหยางเริ่มได้สติขึ้นมาบ้าง ถึงแม้เขาจะเป็นหนุ่มนักกล้ามบ้าพลัง แต่นี่ก็เป็นการชกต่อยครั้งแรกในชีวิตของเขา

"ปิงซิน ฉัน..."

เมื่อเผชิญหน้ากับหญิงสาวแสนสวย หลี่ฮ่าวหยางก็ก้มหน้างุดไปชั่วขณะ ราวกับเด็กที่ทำความผิด

"ไล่พวกมันออกไปให้หมด!"

รุ่นพี่ซ่วยคุนที่นอนกองอยู่บนพื้นด้านหลัง เนื้อตัวฟกช้ำดำเขียว ชี้หน้าด่าคนทั้งสี่ด้วยความเดือดดาล "พวกแกเตรียมตัวโดนลงโทษได้เลย! ฉันเป็นกรรมการสภานักศึกษานะเว้ย ฉันจะไปฟ้องอาจารย์เดี๋ยวนี้แหละ"

พูดจบ รุ่นพี่ซ่วยคุนก็ลุกขึ้นยืน ปาดน้ำตาป้อยๆ แล้ววิ่งกระหืดกระหอบออกจากห้องเรียนไป

หวังต้าชุยถ่มน้ำลายไล่หลัง พร้อมกับด่าทอด้วยความรังเกียจ "ไอ้ตุ๊ดเอ๊ย"

เสิ่นเฉียวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "โค้ช พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก"

"ใช่แล้ว" หลัวเย่สมทบ

เมื่อมีพี่น้องคอยซัพพอร์ตแบบนี้ หลี่ฮ่าวหยางก็เริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้

ถ้าเขามาถอดใจเอาตอนนี้ จะไม่เป็นการทรยศต่อความหวังดีของพี่น้องหรอกเหรอ?

คิดได้ดังนั้น หลี่ฮ่าวหยางก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองหลิวปิงซินด้วยสีหน้าจริงจัง

สายตานั้นทำเอาหลิวปิงซินถึงกับชะงักไป

ถึงแม้พวกเขาจะรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เธอไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนี้ของหลี่ฮ่าวหยางมาก่อนเลย

"หลิวปิงซิน เราเลิกกันเถอะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวปิงซินก็เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เธอจ้องมองใบหน้าจริงจังของหลี่ฮ่าวหยางอีกครั้ง แล้วถามขึ้น "นี่นายจะเลิกกับฉันแค่เพราะฉันไปสนิทกับรุ่นพี่เนี่ยนะ นายบ้าไปแล้วเหรอ"

"ฉันไม่ได้บ้า เราเลิกกันเถอะ"

พูดจบ หลี่ฮ่าวหยางก็ก้าวเท้ายาวๆ เดินออกจากห้องเรียนไปอย่างองอาจ

หลัวเย่ หวังต้าชุย และเสิ่นเฉียวก็เดินส่ายอาดๆ ตามเขาไป โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหลิวปิงซินและถังเอินฉีเลยสักนิด

หลังจากเดินพ้นตึกเรียนมาได้ หลี่ฮ่าวหยางก็เอ่ยขึ้น "ไปก๊งเหล้ากันไหมพวกเรา"

"เอาดิ จัดไป!" หลัวเย่สนับสนุนอย่างไม่ลังเล

"แต่มันมีเรียนชดเชยวิชา 'สถานการณ์และนโยบายปัจจุบัน' ไม่ใช่เหรอวะ" หลี่ฮ่าวหยางลังเลเล็กน้อย

ก็เขาเป็นหัวหน้าห้องนี่นา

"ชีวิตในมหา'ลัย ถ้าไม่เคยโดดเรียนเลย มันก็ไม่สมบูรณ์แบบหรอกนะ" เสิ่นเฉียวพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ

ประโยคนี้เหมือนเป็นการเบิกเนตรให้หลี่ฮ่าวหยาง เขาตบมือฉาดแล้วเห็นด้วยทันที "สมกับเป็นพ่อดาราหนุ่มจริงๆ พูดได้คมคายมาก! ไปกันเถอะ ก็แค่เรียนชดเชยเอง จะเป็นอะไรไปล่ะถ้าฉันในฐานะหัวหน้าห้องจะเป็นผู้นำเทรนด์โดดเรียนซะเอง"

ดูเหมือนหลี่ฮ่าวหยางจะกลับมาร่าเริงขึ้นแล้ว หลังจากที่ปลดแอกตัวเอง เขาก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกระดับ ถึงขั้นไฮเปอร์จนน่ากลัว เหมือนคนบ้าที่กำลังจะกลายร่างเป็นหวังต้าชุยเบอร์สอง

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เด็กผู้ชายเติบโตขึ้น และความรักก็เป็นหนึ่งในนั้น

ถึงแม้หลี่ฮ่าวหยางจะคบกับแฟนได้ไม่ถึงครึ่งเดือน แต่นี่ก็คือรักแรกของเขาเลยนะ

...

อีกด้านหนึ่ง รุ่นพี่ซ่วยคุนวิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปในห้องพักอาจารย์ฝ่ายธุรการ

แต่ในห้องนั้นมีแค่ซูไป๋โจวนั่งอยู่คนเดียว

รุ่นพี่ซ่วยคุนถามด้วยความงุนงง "อาจารย์ไปไหนล่ะเนี่ย"

"อาจารย์ไปกินข้าวค่ะ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ"

ซูไป๋โจวกำลังตรวจรายชื่อผู้สัมภาษณ์เข้าสภานักศึกษาอยู่ เธอจึงขอยืมใช้ห้องพักอาจารย์

เมื่อเห็นใบหน้าของรุ่นพี่ซ่วยคุนที่ถูกซ้อมจนบวมเป่งเป็นหัวหมู ซูไป๋โจวก็ขมวดคิ้วแล้วถาม "ไปโดนใครซ้อมมาล่ะคะเนี่ย"

ถึงแม้เธอจะไม่ชอบขี้หน้าหมอนี่ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องผิดกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย เธอก็พร้อมจะจัดการอย่างเด็ดขาด

"ใช่ครับ โดนพวกเด็กปีหนึ่งซ้อมมาครับ ไอ้เด็กพวกนี้มันเหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมายกันเลย ต้องไล่พวกมันออกให้หมดครับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของซูไป๋โจวก็ค่อยๆ เย็นชาลง

จากคำพูดของรุ่นพี่ซ่วยคุน ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้โดนเด็กปีหนึ่งแค่คนสองคนซ้อม แต่โดนรุมซ้อมเลยล่ะ

"ใครเป็นคนซ้อมคุณคะ เรื่องนี้ถือว่าร้ายแรงมาก ฉันจะจัดการขั้นเด็ดขาดให้เอง" ซูไป๋โจวกล่าว

"พวกเด็กปีหนึ่งคณะวิทย์คอมครับ หนึ่งในนั้นมีไอ้ดาราหนุ่มหน้าใหม่นั่นด้วย พวกมันมารุมซ้อมผมทั้งหอเลยครับ!" รุ่นพี่ซ่วยคุนฟ้องด้วยความเดือดดาล

ดาราหนุ่มหน้าใหม่เหรอ?

สีหน้าของซูไป๋โจวเริ่มดูแปลกๆ

เธอจำได้รางๆ ว่าฉินอวี่เหวินเคยเอารูปดาราหนุ่มหน้าใหม่นั่นให้เธอดู และในรูปนั้นก็มีหลัวเย่อยู่ด้วย

หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับหลัวเย่ด้วย?

ซูไป๋โจวมองหน้ารุ่นพี่ซ่วยคุนอีกครั้ง แล้วพูดว่า "เด็กปีหนึ่งเพิ่งจะเข้ามาเรียนได้แค่เดือนกว่าๆ เองนะคะ ในฐานะรุ่นพี่และกรรมการสภานักศึกษา คุณน่าจะใจกว้างกว่านี้นะคะ"

"ฉันว่าเรื่องนี้ก็ปล่อยผ่านไปเถอะค่ะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น รุ่นพี่ซ่วยคุนก็เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เมื่อกี้เขาหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย?

ประธานสภานักศึกษาผู้เด็ดขาดและตงฉินคนนี้เนี่ยนะ กำลังปกป้องเด็กปีหนึ่ง?

แล้วเมื่อกี้ใครกันล่ะที่เพิ่งบอกว่าจะจัดการขั้นเด็ดขาดให้น่ะ?

เขาก้าวไปข้างหน้า ชี้ไปที่รอยฟกช้ำบนใบหน้า แล้วฟ้องต่อ "ซูไป๋โจว ดูสิว่าผมโดนพวกมันซ้อมจนเละขนาดไหน"

ซูไป๋โจวไม่แม้แต่จะมอง เธอเบือนหน้าหนีแล้วพูดเสียงเรียบ "คุณเป็นผู้ชาย... บาดเจ็บแค่นี้ไม่น่าจะมีปัญหานะคะ"

"คุณไม่ได้โดนซ้อมเองนี่ คุณก็พูดได้สิ!" รุ่นพี่ซ่วยคุนเริ่มจะเหลืออดแล้ว

เมื่อได้ยินดังนั้น ซูไป๋โจวก็ขมวดคิ้วแล้วถามเสียงเย็น "คุณพูดว่าอะไรนะคะ"

เมื่อเห็นท่าทีของเธอ รุ่นพี่ซ่วยคุนก็หงอลงทันที เขาตอบตะกุกตะกัก "ป-เปล่าครับ ไม่มีอะไรครับ"

เขาไม่กล้ามีเรื่องกับซูไป๋โจวหรอก เธอเป็นถึงหญิงสาวมากความสามารถที่โด่งดังของมหาวิทยาลัยเจียง แถมยังพ่วงตำแหน่งดาวมหา'ลัยอีกต่างหาก ถ้าขืนไปทำให้เธอโกรธ เขาคงอยู่ที่มหาวิทยาลัยนี้ไม่ได้แน่ๆ

"ในเมื่อประธานซูพูดแบบนี้ ผมก็จะยอมถอยให้เพื่อเห็นแก่หน้าคุณก็แล้วกัน แต่ว่าอย่างน้อยๆ ก็ควรจะมีการประกาศหน้าเสาธงและตักเตือนพวกมันบ้างนะครับ"

ทันทีที่พูดจบ รุ่นพี่ซ่วยคุนก็พบว่าซูไป๋โจวกลับไปนั่งที่โต๊ะแล้ว และกำลังง่วนอยู่กับงานตรงหน้า ราวกับว่าสองประโยคเมื่อกี้เขาพูดกับกำแพงยังไงยังงั้น

รุ่นพี่ซ่วยคุนกัดฟันกรอด เมื่อเผชิญหน้ากับซูไป๋โจว เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินคอตกออกจากห้องพักอาจารย์ไปอย่างจำยอม

เมื่อเห็นเขาเดินออกไปแล้ว ซูไป๋โจวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความหาหลัวเย่

ซูไป๋โจว: ทำอะไรอยู่

ไม่นานนัก หลัวเย่ก็ตอบกลับมา

หลัวเย่: อาตมาคือหลวงจีนน้อยถังเสวียนเย่ ผู้เดินทางมาจากดินแดนต้าถังอันไกลโพ้นทางทิศตะวันออก กำลังเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังชมพูทวีปเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎก

หลัวเย่: ขอแนะนำให้รู้จักกับศิษย์เอกคนที่สองของอาตมา ตือโป๊ยก่าย

หลัวเย่: 【รูปภาพ】 (รูปหวังต้าชุยถือขวดเบียร์แทนคราดเก้าซี่)

เมื่อเห็นข้อความเหล่านี้ ใบหน้าอันเย็นชาของซูไป๋โจวก็ฉายแววเอือมระอาออกมาเล็กน้อย

ทำไมรุ่นน้องคนนี้ถึงไปก๊งเหล้าอีกแล้วล่ะเนี่ย...

แต่ว่า...

เขาก็น่ารักดีนะ...

จบบทที่ บทที่ 50 หลวงจีนน้อยถังเสวียนเย่

คัดลอกลิงก์แล้ว