เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 55

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 55

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 55


เซียวอวี๋ตื่นเต้นอย่างมากขณะที่จ้องมองไปยังฮีโร่ทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า

"ในที่สุดเจ้าก็มาแล้วทอร์ล" เซียวอวี๋คว้าจับมือของทอร์ล "เจ้าเหน็ดเหนื่อยหรือไม่?"

"อา อูเธอร์เจ้าช่างสง่างามเหลือเกิน ข้าตื่นเต้นที่ได้พบเจ้า" เซียวอวี๋แสดงความสุภาพเรียบร้อยออกมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาใส่ใจต่อทั้งสองมากเพียงใด

อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ก็พบว่าทั้งสองคนต่างทำตัวไม่ถูก ดังนั้นเขาจึงหันไปตรวจสอบทักษะของพวกเขา

ทักษะที่ทอร์ลสามารถเรียนรู้ได้:

สายฟ้าฟาด(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ทอร์ลสามารถส่งสายฟ้าออกไปโจมตีศัตรู

อานุภาพแห่งรูปสลักปฐพี(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ทอร์ลสามารถอัญเชิญรูปสลักที่จะเพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้กับเผ่าออร์คที่อยุ่ภายในระยะขึ้น 20% 40% 60%

รูปสลักกายาปฐพี(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ทอร์ลสามารถอัญเชิญรูปสลักที่สามารถปกป้องเผ่าออร์คที่อยู่ในระยะด้วยเกราะปฐพี่ที่จะเพิ่มพลังป้องกันขึ้น 20% 40% 60%

อัญเชิญจิตวิญญาณปฐพี(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ทอร์ลสามารถอัญเชิญจิตวิญญาณปฐพีออกมาช่วยต่อสู้ได้

ทักษะที่อูเธอร์สามารถเรียนรู้ได้:

แสงศักดิ์สิทธิ์(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): อูเธอร์จะสามารถเยียวยาเหล่านักรบที่บาดเจ็บจากการรบได้ ประสิทธิภาพของการรักษาจะเพิ่มขึ้น 30% ในแต่ละระดับ

พรแห่งพละกำลัง(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): อูเธอร์สามารถมอบพรแห่งความแข็งแกร่งให้กับนักรบเผ่ามนุษย์ ที่ระดับ 1 เพิ่มความแข็งแกร่ง 20% ที่ระดับ 2 เพิ่มความแข็งแกร่ง 40% ที่ระดับ 3 เพิ่มความแข็งแกร่ง 60%

รัศมีแห่งศรัทธา(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): รัศมีแห่งพาลาดินสามารถมอบเกราะให้กับนักรบเผ่ามนุษย์ที่อยู่ในระยะ ที่ระดับ 1 พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 20% ที่ระดับ 2 พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 40% ที่ระดับ 3 พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 60%

คำพิพากษา(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): พาลาดินสามารถใช้ลำแสงศักดิ์สิทธิ์โจมตีเข้าใส่ศัตรู ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อโจมตีใส่อันเดด

ใบหน้าของเซียวอวี๋ประดับไว้ด้วยรอยยิ้มขณะที่เขาตรวจสอบทักษะของฮีโร่ทั้งสอง

"อย่างที่คาด รูปสลักและพรจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ทั้งกองทัพ นี่ดียิ่งกว่าเลือกฮีโร่ที่ทรงพลังมา 1 คนเสียอีก น่าเสียดายที่ทักษะของทอร์ลสามารถเพิ่มให้ได้เพียงออร์ค ขณะที่พรของพาลาดินใช้ได้กับมนุษย์เท่านั้น"

เซียวอวี๋คิดว่านี่เป็นเรื่องธรรมดาที่ทักษะของทั้งสองจะสามารถใช้ได้เพียงกับเผ่าพันธุ์ของตนเองเท่านั้น นี่อาจจะเนื่องจากความสมดุลของระบบ

เซียวอวี๋ได้เลือกทักษะให้แก่ทอร์ลและอูเธอร์โดยไม่คิดมากมายอะไร เขาเลือกทักษะอานุภาพแห่งรูปสลักปฐพีให้กับทอร์ล ส่วนของอูเธอร์เขาเลือกพรแห่งพละกำลัง

ในตอนนี้เขาต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกองทัพ นอกจากนี้ทั้งทอร์ลและอูเธอร์ยังเป็นนักรบที่ไม่เลว ดังนั้นเขาจึงยังไม่เลือกทักษะจู่โจมให้กับทั้งสอง

ค่าผลงานและเหรียญทองของเซียวอวี๋ได้ใช้ไปกับการอัญเชิญฮีโร่ทั้งสองและการอัพเกรดโรงตีเหล็กกับร้านค้าของทั้งสี่เผ่า

เขาวางแผนที่จะผลิตทหารม้าเกราะหนักของเผ่ามนุษย์ ทว่าตอนนี้เขาไม่มีเงินเหลือแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับทหารม้าเกราะหนักนั้นสูงมาก แต่ละนายต้องใช้ถึง 400 เหรียญ และสำหรับจำนวน 500 นายเขาจะต้องจ่ายออกไปถึง 200,000 เหรียญ นี่ยังไม่รวมถึงการเปลี่ยนอาวุธและชุดเกราะให้กับพวกเขาอีก แน่นอนว่าอุปกรณ์ของพวกเขาจะต้องย่ำแย่อย่างยิ่งยามเรียกออกมา ในตอนนี้เขาได้อัพเกรดโรงตีเหล็กขึ้นเป็นระดับที่ 2 เรียบร้อยแล้ว อุปกรณ์ที่ดีกว่าเดิมย่อมมีวางขายที่นี่ อาวุธและชุดเกราะที่ดีกว่าเดิมหมายความว่าเขาจะต้องจ่ายเงินออกไปมากกว่าเดิม

โชคดีที่กองทัพของแคร์รี่ทิ้งของเอาไว้ให้ไม่น้อย เขาวางแผนที่จะยัดพวกมันทั้งหมดเข้าไปในโรงตีเหล็กเพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

................................

................................

เซียวอวี๋ทราบจากหัวหน้าทหารฮุ่ยว่าสถานการณ์ของแคร์รี่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก หลังจากที่กลับไป ทหารชั้นยอดเกือบ 20,000 นายต้องทิ้งชีวิตไว้ที่เมืองไลอ้อนดังนั้นดินแดนของพวกเขาย่อมไม่สามารถยกกำลังมารุกรานเมืองไลอ้อนไปอีกพักใหญ่ แม้ว่าดินแดนของพวกเขาจะแข็งแกร่งกว่าเมืองไลอ้อนมาก แต่พวกเขาก็มีกองทัพอยู่ราว 40,000 - 50,000 นายเท่านั้น และพวกเขาได้สูญเสียครึ่งหนึ่งไปในสงครามที่ผ่านมา แล้วคิดว่าพวกเขาจะส่งกองทัพที่เหลือออกมาอีกหรือ?

บิดาของแคร์รี่ย่อมไม่เขลา แม้ว่าเขาจะลงโทษแคร์รี่อย่างหนัก แต่เขาเองก็ทราบดีว่านี่ไม่ใช่ความผิดแคร์รี่ไปเสียทั้งหมด ต่อให้คนโง่ก็ยังสามารถทราบได้ว่าการใช้กำลังคนเพียง 2,000 เอาชนะกองทัพ 20,000 นายได้หมายความว่าอย่างไร นั่นหมายความว่ามันจะต้องมีสถานการณ์พิเศษที่จะนำแคร์รี่ไปสู่ความพ่ายแพ้เกิดขึ้น อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ได้ว่ากองทัพนักรบออร์คของเซียวอวี๋นั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าทหารที่กลับมาต่างกล่าวเป้นเสียงเดียวกันว่าเซียวอวี๋มีอาวุธโบราณ เช่น เครื่องจู่โจมและเครื่องยิงหินที่สามารถยิงหินออกมาได้คราวละหลายร้อยก้อน

เซียวอวี๋ทราบว่าบิดาของแคร์รี่ย่อมไม่มาแก้แค้นในเวลาอันใกล้นี้ เขาเป็นคนฉลาด เขาจะรอคอยให้กองทัพได้ฟื้นฟูและสืบทราบข้อมูลของฝั่งเซียวอวี๋ให้ดีเสียก่อน ในเวลาเดียวกันเขาอาจจะรับสมัครไพร่พลในแต่ละกองกำลังเพื่อเตรียมตัวจัดการเซียวอวี๋

เซียวอวี๋สามารถมีชัยในศึกป้องกันได้ ทว่าเขากลับไม่อาจออกไปโจมตีดินแดนต่างๆได้เนื่องจากขาดแคลนกำลังทหาร เขายังขาดปัจจัยหลายๆอย่างสำหรับการล้อมตีเมืองขนาดใหญ่

แม้กระนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้ฝ่ายศัตรูเคลื่อนไหวตามใจชอบ แม้ว่าเซียวอวี๋จะไม่อาจส่งกองทัพสามัญไปโจมตีหรือก่อกวนพวกเขาได้ แต่ไม่ใช่สำหรับเวลานี้ เวลาที่เขาได้รับกองทัพอันเดด เขาต้องการที่จะมอบบทเรียนแก่ผู้คนในอาณาจักรอีกฝ่าย สอนให้พวกเขารู้จักกับความกลัวที่แท้จริง

นี่เป็นกลยุทธ์จากในเกม หลังจากที่ก่อสร้างสุสานซากศพแล้ว เขาก็ได้สั่งสร้างกูล 100 ตัว เขาต้องการที่จะส่งพวกมันไปรุกรานดินแดนบิดาของแคร์รี่

.................................

.................................

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เขาได้มุ่งเน้นไปที่การเก็บส่วยจากเหล่าโจร เขาไม่อาจปล่อยพวกมันไปโจมตีได้โดยลำพังเพราะอาจเกิดปัญหาตามมาได้ นอกจากนี้การคงอยู่ของกองทัพอันเดดต้องเก็บเป็นความลับ เขาต้องใช้งานพวกมันด้วยความรอบคอบ

เซียวอวี๋เริ่มต้นทำลายค่ายโจรและนำเงินทองที่ได้มาจับจ่ายไปกับการอัพเกรดกองทัพและฮีโร่

ประสิทธิภาพของเหล่านักรบได้เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วยการช่วยเหลือจากอูเธอร์และทอร์ล เพียงชั่วเวลาสั้นๆ พวกเขาก็สามารถปราบพิชิตกลุ่มโจรส่วนใหญ่ลงได้

เขาได้เผชิญกับโจรบางกลุ่มที่ยากต่อการปราบปรามดังเช่นกลุ่มของมาร์คัส ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่มีกลุ่มสามารถหนีรอดความเจ้าเล่ห์ของเซียวอวี๋ไปได้

หลังผ่านการต่อสู้ตลอดหนึ่งเดือน ระดับของเซียวอวี๋ก็มาถึง 10 ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้สามารถเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว กรอม ทิรันด้า แอนโทนีดาส ทั้งสามได้อยู่ที่ระดับ 13

เซียวอวี๋ให้กรอมเรียนรู้ทักษะตีฝ่าและพุ่งทะยาน พวกมันต่างเป็นทักษะสนับสนุน ถึงกระนั้นพวกมันก็ยังเพิ่มขีดความสามารถให้กับกรอมไม่น้อย

เซียวอวี๋ตัดสินใจเพิ่มแต้มทักษะ 2 แต้มของทิรันด้าไปที่รัศมีจ้าวธนู เขาไม่ได้คาดหวังให้นางออกไปต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งอยู่แล้ว นี่ทำให้ทักษะรัศจ้าวธนูมาถึงระดับที่ 4 ซึ่งหมายความว่ากองทัพพลธนูเอลฟ์จะแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

เซียวอวี๋จัดแต้มทักษะให้กับแอนโทนีดาสตามลำดับดังนี้ เพิ่มความแข็งแกร่งจิตวิญญาณน้ำ เทเลพอร์ตและขอบเขตเยือกแข็ง

เซียวอวี๋มีแต้มทักษะอยู่ 8 แต้ม เขาได้ลงแต้มทักษะไปที่ตีฝ่าจนเต็ม ขณะเพิ่มแต้มไปที่พุ่งทะยานจนถึงระดับที่ 2 ส่วนอีก 3 แต้มเขาได้จัดสรรไปที่เทเลพอร์ต

ด้วยทักษะตีฝ่าแล้ว เขาจะสามารถกระโดดได้สูงถึง 10 เมตร นี่ทำให้เขาเลียนแบบสไปเดอร์แมนได้ในชีวิตจริง ทักษะเทเลพอร์ตสามารถเคลื่อนย้ายเขาไปยังอีกที่หนึ่งได้ในทันทีทันใด เมื่อรวมเข้ากับทักษะวินด์วอร์คที่มีอยู่ก่อนแล้ว การผสมผสานที่ลงตัวนี้จะทำให้เขากลายเป็นนักฆ่าไร้เงา

เซียวอวี๋รู้สึกตื่นเต้นอย่างมากหลังจากที่ทดลองใช้ทักษะตีฝ่าอยู่หลายครั้ง เขารู้สึกเลือดลมพุ่งพล่านขณะที่จินตนการว่าตัวเองดังค์บาสลงห่วงด้วยความสูงระดับ 10 เมตร

มนุษย์มีความปรารถนาที่จะกำจัดแรงโน้มถ่วงออกไปอยู่เสมอ เซียวอวี๋รู้สึกเป็นอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนยามเมื่อเขาสามารถกระทำมันได้แล้ว

ทอร์ลและอูเธอร์ได้มาถึงระดับที่ 8 หลังจากที่ผ่านการต่อสู้มาตลอดทั้งเดือน

ทักษะปัจจุบันของทอร์ลมีดังนี้

อานุภาพแห่งรูปสลักปฐพี ระดับที่ 3

รูปสลักกายาปฐพี ระดับที่ 3

อัญเชิญจิตวิญญาณปฐพี ระดับที่ 2

เซียวอวี๋ยังไม่ได้ให้เขาเรียนรู้ทักษะสายฟ้าฟาดเนื่องจากเขากำลังรอทักษะโซ่ตรวนสายฟ้าที่ทรงอานุภาพยิ่งกว่า

ทักษะปัจจุบันของอูเธอร์มีดังนี้

พรแห่งพละกำลัง ระดับที่ 3

รัศมีแห่งศรัทธา ระดับที่ 3

แสงศักดิ์สิทธิ์ ระดับที่ 2

ด้วยทักษะแสงศักดิ์สิทธิ์นี้ จะทำให้เขาสามารถเยียวยาพวกพ้องที่บาดเจ็บได้ทันที แม้ว่าเขาจะมีน้ำยาฟื้นพลังอยู่แล้วก็ตาม ทว่าบางครายังมีบาดแผลที่รุนแรงซึ่งไม่สามารถรักษาด้วยน้ำยาที่มีได้ปรากฏออกมา ทว่าทักษะนี้เมื่อใช้ควบคู่ไปกับน้ำยาฟื้นพลังแล้วบาดแผลก็สามารถหายไปโดยง่าย น่าเสียดายที่ ทักษะแสงศักดิ์สิทธิ์ใช้ได้กับมนุษย์เท่านั้น เซียวอวี๋รู้สึกหดหู่ เขาไม่ทราบว่าทอร์ลจะมีทักษะเช่นนี้ในอนาคตหรือไม่ แต่เซียวอวี๋ทราบว่ายังมี ชาโดว์ฮันเตอร์จากเผ่าออร์คที่สามารถอัญเชิญมาในฐานะฮีโร่ได้ เขาคงจำเป็นต้องอัญเชิญชาโดว์ฮันเตอร์ออกมาหากว่าทอร์ลไม่มีทักษะเยียวยา

นอกจากนี้ยังมี วิชดอกเตอร์ ที่จะปรากฏออกมาหลังจากฐานทัพมีระดับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามการยกระดับฐานทัพนั้นยังไกลเกินเอื้อมเนื่องจากมันต้องการค่าผลงานที่มากมายมหาศาล

เซียวอวี๋ได้เงินและทรัพยากรมามากจากการปล้นพวกโจรในช่วงเดือนที่ผ่านมา

พ่อบ้านหงส์ร่าเริงเป็นอย่างมากจากการมองดูเมืองไลอ้อนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เขามีความสุขขณะที่ตรวจสอบรายการสินค้าภายในคลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีสินค้ามามากถูกขนย้ายมาไม่ได้หยุดหย่อน

เขาต้องย้ายไปตรวจสอบสินค้าชนิดอื่นทันทีที่เสร็จเนื่องจากปริมาณที่มากมายของพวกมัน แม้ว่าเขาจะยุ่งวุ่นวายแต่มันก็ทำให้เขามีความสุขกับมันมาก เซียวอวี๋กลัวว่าพ่อบ้านหงส์จะทำงานหนักเกินไปและร่างกายของเขาจะรับไม่ไหว ดังนั้นเขาจึงได้ขอให้เหล่าพี่สะใภ้มาช่วยจัดการสิ่งต่างๆ

พี่สะใภ้คนรองของเขาเสวี่ยหานมีความชำนาญในด้านนี้อย่างยิ่ง นางเป็นนักคณิตกรซึ่งสามารถแบ่งเบาภาระของพ่อบ้านหงส์ไปได้โข ในที่สุดเฒ่าหงส์ก็ไม่ต้องนอนอยุ่ในคลังสินค้าอีกต่อไป

เซียวอวี๋ได้จัดเตรียมเสื้อผ้าหลายสิบชุดไว้ให้พ่อบ้านหงส์เพื่อที่เขาจะไม่ต้องทนใส่เสื้อผ้าเก่าขาดอีกต่อไป

เหล่าสะใภ้ของตระกูลต่างมีความสุขเป็นอย่างมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นในอนาคตของดินแดนได้เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน

ทัศนคติที่พวกนางมีต่อเซียวอวี๋ได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกนางได้ลืมตาข้างหลับตาข้างกับพฤติกรรมที่ยังคงเส้นคงวาของเซียวอวี๋ในเวลาที่เขาแอบถ้ำมองหรือพยายามจะเอารัดเอาเปรียบพวกนาง

คิลมิลล่านั้นเป็นผู้ที่ผ่อนปรนที่สุด ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เซียวอวี๋ได้ใจขึ้นไปอีก พ่อบ้านหงส์ก็ปฏิบัติตนราวกับคนตาบอด เขาไม่ไได้พยายามลงมือขัดขวางใดๆ

เป็นเรื่องปกติของเหล่าขุนนางที่จะมีภรรยาเล็กภรรยาน้อย นอกจากนี้่อบ้านหงส์ยังพยายามจะปฏิบัติตนราวกับพ่อสื่อ เขาวางแผนที่จะหาภรรยาที่มาจากตระกูลสูงศักดิ์มาตบแต่งให้กับเซียวอวี๋เพื่อเพิ่มพูนอิทธิพลให้กับลอร์ดของเขา

ยิ่งไปกว่านั้นหญิงสาวเหล่านี้ล้วนไม่ใช่คนนอก ตามเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์แล้ว เคยมีกษัตริย์ที่สืบทอดราชบัลลังก์และอภิเษกกับราชินีและนางสนมของราชาองค์ก่อนอยู่ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ล้วนมีอยู่ทั่วไป ดังนั้นพ่อบ้านหงส์จึงเปิดกว้างในเรื่องนี้

เซียวอวี๋ไม่ได้ล่วงรู้ความคิดของพ่อบ้านหงส์ หาไม่แล้วเขาคงรุกรานเหล่าพี่สะใภ้เต็มกำลังยิ่งกว่านี้และจะไม่พยายามอดกลั้นไม่ให้ถ้ำมองอีกต่อไป

แผนการที่จะยกระดับกองทัพของเขาด้วยเงินตราได้ประสบความสำเร็จแล้ว เขามีกองทัพอยู่ 1,900 นาย แบ่งเป็น ออร์ค 600 ตน ทัพม้าเกราะหนัก 500 นาย พลเดินเท้า 200 นาย พลธนูเอลฟ์ 300 นาย พลปืน 200 นาย และนักล่าอีก 100 นาย

เขายังมีเครื่องจู่โจมและเครื่องยิงทำลายอีกอย่างละ 10 แต่ตอนนี้เขายังไม่สามารถสร้างรถยิงกระสุนได้ เขากำลังรอคอยที่จะสร้างพวกมันออกมา

รถยิงกระสุนนั้นแตกต่างจากเครื่องจักรอื่นๆโดยสิ้นเชิง พวกมันสามารถเข้าสู่สนามรบและรุกรานไปข้างหน้า

แม้ว่าเขาจะมีนักรบใหม่ทว่าเขาก็ยังไม่มีเงินเพียงพอที่จะมอบอุปกรณ์ชั้นยอดให้กับพวกเขา เซียวอวี๋เข้าใจดีว่ามันยากที่จะเลี้ยงดูทั้งกองทัพ

.................................

.................................

เซียวอวี๋เพิ่งเดินทางกลับจากการออกเยี่ยมค่ายโจรและพบว่ามีแขกมารออยู่ภายในเมือง พ่อบ้านหงส์ หัวหน้าทหารฮุ่ย และบรรดาพี่สะใภ้ของเซียวอวี๋ต่างอยู่ในโถงรับรองพร้อมกับแขก เซียวอวี๋ได้รับแจ้งจากทุกคนว่าเขาจำต้องหารือเรื่องสำคัญ ซึ่งเขาไม่ทราบหัวข้อของมันแม้แต่น้อย เขาเข้าไปในห้องโถงและด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้ง

เซียวอวี๋เหลือบมองไปยังผู้คนที่อยู่ภายในห้องรับแขก เสื้อผ้าของคนเหล่านั้นมีตราประดับอยู่ เขาทราบในทันทีว่ามันเป็นตราตระกูลของพี่สะใภ้ที่ห้า

"คนจากตระกูลของพี่สะใภ้ห้ามาที่นี่....เกิดอะไรขึ้น?" เซียวอวี๋ครุ่นคิดขณะที่ไม่ได้เอ่ยทักทายพวกเขา เขามุ่งตรงไปยังบัลลังก์และนั่งลง.......

จบบทที่ WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 55

คัดลอกลิงก์แล้ว