เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 43

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 43

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 43


แคร์รี่ไม่ต้องการที่จะต่อปากต่อคำกับเซียวอวี๋ดังเช่นครั้งก่อนอีก ดังนั้นเขาจึงโบกมือให้ผู้บัญชาการจัดกระบวนทัพหน้าตามที่ได้ฝึกซ้อมมา

ครั้งสุดท้ายนั้น เซียวอวี๋ได้มอบนิ้วกลางเป็นคำทักทายและทำให้แคร์รี่มีโทสะขึ้นมา ดังนั้นครานี้แคร์รี่จึงไม่ต้องการที่จะสิ้นเปลืองเวลาไปกับวาจาไร้สาระอีก เขาต้องการยึดเมืองโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หลังจากนั้นก็ถึงเวลาที่เขาจะสามารถระบายความแค้นใส่เซียวอวี๋ได้อย่างเต็มที่

กองทัพ 20,000 นายของเขาถูกแบ่งออกเป็น 10 กอง แคร์รี่ได้รับบทเรียนจากความล้มเหลวครั้งก่อนมาแล้ว เขาตระหนักดีว่าดินแดนของเขาไม่ได้ทำสงครามมาเนิ่นนานแล้ว ดังนั้นประสิทธิภาพของกองทัพฝ่ายเขาจึงค่อนข้างต่ำ ทว่าหลังจากฝึกฝนมาตลอดหนึ่งเดือน กองทัพของเขาก็ได้ซึมซับกลยุทธ์และรูปแบบกระบวนทัพมามากมาย

ปูนนนนน!

ไพร่พลทหารราบเริ่มเคลื่อนไหวและจัดตั้งรูปขบวนขึ้น เสียงย่ำเท้าของพวกมันเป็นเหมือนท่วงทำนองที่คอยกดดันศัตรูและเพิ่มขวัญกำลังของฝ่ายตน

ไพร่พลของหัวหน้าทหารฮุ่ยคงจะแข้งขาอ่อนไปแล้ว หากไม่ใช่เพราะว่าเซียวอวี๋ยังคงมีทีท่าที่ผ่อนคลายแม้ว่ากองทัพของแคร์รี่กำลังจ่อประชิดเมืองแล้วก็ตามท่าทีที่ไม่แยแสต่อศัตรูของเซียวอวี๋ได้ปลุกปลอบกำลังขวัญกองทัพฝ่ายเมืองไลอ้อนขึ้นมา มันทำให้พวกเขาเชื่อว่าโอกาศชนะของพวกเขายังคงมีอยู่

กองทัพของศัตรูนั้นอยู่ห่างจากกำแพงเมืองราว 400 เมตร เหล่าทหารที่กำลังแบกบันไดเทียมเมฆอยู่ฃได้เร่งความเร็วขึ้นและวิ่งตรงมายังกำแพงเมือง แคร์รี่ได้เลือกใช้กลยุทธ์ที่เรียบง่ายเปิดฉากสงครามขึ้นมา

ประตูเมืองจะถูกโจมตีจากทัพทหารราบเกราะหนักที่ใช้เครื่องพังประตู ประตูเมืองจะถูกทะลวงและไพร่พลที่ติดตามอยู่ด้านหลังก็จะเข่นฆ่าเข้าเมืองไป มีเครื่องพังประตูอีกเครื่องกำลังถูกผลักดันติดตามมาจากทางด้านหลัง นี่เป็นการเผื่อไว้ในกรณีที่เครื่องแรกถูกทำลายลง นอกจากนั้นแล้ว ยังมีผู้ใช้มนตราปะปนมากับหน่วยทหารราบนี้ด้วย เพื่อช่วยในการเจาะทะลวงประตูเมือง

มีทัพม้าเกราะเบาขนาบอยู่สองฟากข้างของทัพทหารราบ พวกมันติดตั้งโล่ไว้ที่แขนเพื่อคอยป้องกันลูกธนู นอกจากนั้นแล้ว โล่พวกนี้ยังสามารถใช้ปกป้องขณะที่ปืนกำแพง

ถัดมาเป็นทัพทหารเกราะเบาที่แบกบันได 10 อันอยู่ทั้งซ้ายและขวา พวกมันได้ผ่านการฝึกซ้อมอยู่นานเพื่อให้แน่ใจว่าบันไดจะไม่ตกเมื่อต้องใช้ในการต่อสู้จริง

นอกเหนือจากนั้นแล้ว ยังมีเครื่องยิงหินราว 20 เครื่องซึ่งถูกผลักดันอยู่ด้านหลังทัพหน้า เครื่องยิงหินแต่ละเครื่องสามารถยิงได้ไกลถึง 400 เมตร เครื่องมือเหล่านี้จะถูกใช้ในการกวาดล้างเหล่าพลธนูของเมืองไลอ้อน

[

ทัพหน้า: ทหารราบ + เครื่องพังประตู + ผู้ใช้มนตรา + เครื่องพังประตู เครื่องยิงหิน

ปีกซ้าย: ทัพม้าเกราะเบาถือโล่ หน่วยเคลื่อนที่เร็วแบกบันได

ปีกขวา: ทัพม้าเกราะเบาถือโล่ หน่วยเคลื่อนที่เร็วแบกบันได

]

แคร์รี่นั้นใส่ใจกับการศึกครั้งนี้อย่างเต็มที่ เดิมทีเขามีเครื่องยิงหินอยู่เพียง 10 เครื่องเท่านั้น แต่เพื่อการศึกครั้งนี้แล้วเขาจึงไปหยิบยืมมันมาจากดินแดนข้างเคียงอีก 10 เครื่อง

ไพร่พลทั่วไปนั้นไม่สามารถยิงธนูขึ้นไปที่ด้านบนของกำแพงได้ แต่เครื่องยิงหินนั้นสามารถ นอกจากนี้ ในครั้งล่าสุดพลธนูของฝ่ายศัตรูยังสะกดข่มพลธนูของแคร์รี่จนหมดท่า ดังนั้นในครานี้เขาจึงตั้งใจจะใช้เครื่องยิงหินบดขยี้ทัพธนูพวกนั้นให้ย่อยยับ!

ในทัพส่วนที่สองนั้น ขนาบข้างไปด้วยทหารราบเกราะเบาเช่นกัน แต่กองทัพที่อยู่ตรงกลางนั้นเป็นทหารราบเกราะหนักที่ถือหน้าไม้ ทหารกองนี้จะสามารถกดดันพลธนูที่อยู่บนกำแพงได้ขณะที่ไพร่พลทั่วไปกำลังปีนบันได

เซียวอวี๋กล่าวชมเชยกองทัพที่หรูหรานี้ในใจ ไม่ต้องกล่าวถึงเมืองไลอ้อน เซียวอวี๋คิดว่าต่อให้เป็นนครหลวงของอาณาจักรเว่ยก็ยังยากที่จะต้านทานกองทัพนี้

แต่น่าเสียดาย ผู้ที่แคร์รี่กำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นคือ เซียวอวี๋!

เซียวอวี๋หลับตาลงดื่มด่ำไปกับรสชาติของไวน์ที่อยู่ในมือ

"เปิดประตูเมือง" เซียวอวี๋ออกคำสั่ง

เหล่าออร์คเริ่มผลักดันประตูให้เปิดออกโดยทันที หัวหน้าทหารฮุ่ยกลายเป็นตกตะลึง "นายท่าน ท่านกำลังทำสิ่งใด? พวกเราจะยอมแพ้งั้นหรือขอรับ? เหตุใดจึงเปิดประตูเมืองในยามนี้?"

เซียวอวี๋เอ่ยอย่างราบเรียบ "วันนี้เป็นวันดี แล้วเหตุใดพวกเราจึงต้องยอมแพ้? .....ไม่นานท่านลุงฮุ่ยก็จะได้ประจักษ์ด้วยตาตนเอง"

เหล่าออร์คได้เปิดประตูออกตามคำสั่งของเซียวอวี๋ ประตูถูกดันออกไปทั้งสองข้าง นี่ทำให้ดูราวกับว่าเมืองไลอ้อนนั้นไม่ได้เตรียมการป้องกันใดๆเอาไว้ กองทัพของแคร์รี่นั้นอยู่ห่างจากตัวเมืองราว 300 เมตรยามประตูเมืองถูกเปิดออก ทั้งผู้บัญชาการและไพร่พลกลายเป็นโง่งมเมื่อมองเห็นฉากที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เกิดอะไรขึ้นกับฝ่ายศัตรู? พวกมันต้องการยอมแพ้งั้นหรือ?

ความเร็วของไพร่พลค่อยๆลดลงจนหยุดเท้า ผู้บัญชาการไม่ทราบต้องทำสิ่งใดต่อ ดังนั้นมันจึงสั่งให้ไพร่พลรักษาขบวนทัพเอาไว้ จากนั้นจึงรอคอยคำสั่งจากแคร์รี่

สภาวะบุกโจมตีของฝ่ายแคร์รี่ถูกลดทอนลงจากการกระทำของเซียวอวี๋ ไพร่พลทั้งหมดนั้นหยุดอยู่ห่างจากตัวเมืองราว 300 เมตรเพื่อรอคอยคำสั่งของแคร์รี่

แคร์รี่เริ่มหัวเราะเสียงดังเมื่อมองเห็นฉากที่ปรากฏขึ้น เขาคิดว่าเซียวอวี๋ต้องการยอมแพ้ และนั่นทำให้เขามีความสุขอย่างมาก

"เซียวอวี๋ เจ้าต้องการยอมจำนนงั้นหรือ? หากเจ้ายอมเสียตั้งแต่ตอนนี้ ข้าจะละเว้นชีวิตสุนัขเจ้าและกลายมาเป็นทาสของข้า ข้าจะให้เจ้าได้มองดูข้าเล่นสนุกกับเหล่าพี่สะใภ้ของเจ้า.....ฮ่าฮ่าฮ่า!"

แคร์รี่ลุกยืนขึ้น เขารู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบนั้นยอมศิโรราบภายใต้ฝ่าเท้าของเขาแล้ว

เซียวอวี๋จิบไวน์แดงในแก้ว เขาส่งสัญญาณให้กรอม กรอมยกไม้ที่ถูกแกะสลักขึ้นมา ไม้แกะสลักนั้นมีลักษณะคล้ายกับกำปั้น.....เพียงแต่ว่ามีอยู่หนึ่งนิ้วที่โดดเด่นออกมา มันคือนิ้วกลาง

เซียวอวี๋สั่งให้กรอมชูมันไปยังแคร์รี่

"ไอ้บัดซบ!" แคร์รี่เขวี้ยงแก้วในมือลงพื้นด้วยโทสะ

"บุกเข้าไป! ข้าต้องการตัวมันมาแบบเป็นๆ! ข้าต้องหารเห็นสีหน้ามันขณะที่ข้าย่ำยีผู้หญิงทุกคนในเมืองไลอ้อน! ผู้ใดก็ตามที่สามารถเข้าเมืองไลอ้อนได้เป็นคนแรกจะได้เล่นสนุกกับพี่สะใภ้ของเซียวอวี๋ได้หนึ่งนาง!" แคร์รี่กรีดร้องราวกับคลุ้มคลั่ง

เซียวอวี๋นั่งไขว้ขาอยู่บนเก้าอี้และแสดงท่าทางราวกับว่าเขานั้นเป็นชนชั้นสูง การแสดงออกนี้ย่อมไร้ที่ติ หากไม่นับรวมเข้ากับท่อนไม้ที่ถูกแกะสลักนั้น

"บุก!" ผู้บัญชาการของทัพหน้าตะโกนออกคำสั่ง กองทัพเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง หากแต่ทว่าพวกมันได้ล่วงเข้าสู่ระยะโจมตีของพลธนูเรียบร้อยแล้ว

คันศรของเหล่าเอลฟ์ถูกเหนี่ยวรั้งขึ้น พวกเขาสามารถได้ในระยะ 200 เมตร แต่นั่นวัดจากบนพื้นราบ ในตอนนี้พวกเขากำลังอยู่บนกำแพงสูง ดังนั้นระยะยิงจึงไกลมากกว่านั้น อีกทั้งยังมีทักษะรัศมีจ้าวธนูของทิรันด้าเข้าเสริมอีก นั่นทำให้พลังและระยะโจมตีเพิ่มขึ้นอีกส่วน

ลูกธนูเริ่มปลิวว่อนทั่วท้องนภาและพุ่งลงมาราวกับสายฝน เป้าหมายคือเหล่าไพร่พลที่ล่วงเข้ามาในระยะ 300 เมตร

ระยะยิงของพลปืนนั้นย่อมมากกว่า หากทว่าความแม่นยำกลับสู้ไม่ได้

โดยปกติแล้วอัตรายิงจะลดน้อยถอยลงยามเมื่อศัตรูเริ่มบุก เป้าหมายที่ไม่เคลื่อนไหวย่อมง่ายต่อการยิง นอกจากนี้ ศัตรูยังสามารถเข้าถึงกำแพงและลงมือพาดบันได้ได้ภายในหนึ่งนาที ทว่าสภาวะบุกของพวกมันกลับชะงักไป การบุกระลอกที่สองจึงแตกต่างจากระลอกแรกโดยสิ้นเชิง ทุกคนล้วนตระหนักดีถึงช่องว่างระหว่างความเร็วในตอนเริ่มกับความเร็วสูงสุด

ลูกธนูเริ่มเทลงมาจากท้องฟ้า ร่างของไพร่พลที่ถูกสังหารได้ล้มลงเป็นอุปสรรคขัดขวางผู้ที่ติดตามหลัง

เดิมที พวกมันสมควรจะเข้าประชิดกำแพงได้ในหนึ่งนาที ทว่าในตอนนี้แม้จะล่วงเลยหนึ่งนาทีไปแล้วพวกมันกลับยังไม่ถึง เพียงช่วงสั้นๆมีไพร่พลหลายสิบนายล้มตายไป

อานุภาพของธนูชุดนี้นั้นรุนแรงอย่างยิ่ง พลปืนเริ่มเปิดฉากยิงเช่นกัน ผู้ใดจะรอดผู้ใดจะถูกยิงคงต้องให้เป็นการตัดสินของพระเจ้าแล้ว

กว่าทัพหน้าจะรุดมาถึงกำแพง กองกำลังแถวหน้าก็ตกตายไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้นผู้บัญชาการจึงต้องส่งทัพที่สองเข้าโจมตี

ขวัญกำลังใจของกองทัพแคร์รี่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการที่ได้เห็นทัพทหารราบทอดร่างกลายเป็นศพก่อนจะถึงตัวเมืองเสียอีก

แผนก่อกวนประสาทของเซียวอวี๋ได้ประสบผลอย่างดงาม

"ไพร่พลที่โจมตีรัฐฉินในตอนนั้นยังมีมากกว่านี้เสีย แม้ยามนั้นพวกเขาจะเปิดประตูเมืองเอาไว้ หากแต่เหล่าศัตรูกลับไม่กล้า..."

เซียวอวี๋พึมพำขณะที่หวนนึกถึงทฤษฏีรัฐฉินของเจียหยี "ประสบการณ์และกลยุทธ์ของยุคโบราณนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ เราสั่งเปิดประตูออก แต่พวกมันกลับไม่กล้าเดินหน้าต่อ"

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบบทที่ WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 43

คัดลอกลิงก์แล้ว