เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 34

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 34

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 34


ขณะที่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป มาร์คัสพบว่าเขาไม่ได้ประเมินความแข็งแกร่งของพวกออร์คผิดไป หากแต่เป็นเอลฟ์และพลปืน

ในความจริงแล้ว นักรบออร์ค 300 นายไม่สามารถจะทำอะไรได้มากนักหากปราศจากพลธนูเอลฟ์และพลปืน พวกมันอาจจะเกิดการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

ทางด้านของมาร์คัสกำลังเกิดการสูญเสียอย่างหนัก ซึ่งมันไม่ใช่เกิดจากพวกออร์ค หากแต่เป็นคมศรและห่ากระสุน

แม้ว่าพวกออร์คจะแข็งแกร่งไม่น้อย ทว่าพวกมันก็สามารถรับมือผู้คนได้อย่างจำกัด มาร์คัสต้องการให้ผู้ใช้มนตราทำลายรูปขบวนของพวกออร์ค จากนั้นพวกเขาก็บุกทะลวงไปด้านหน้าและกวาดล้างพวกออร์คทั้งหมด ทว่าทิรันด้าและพลปืนได้ยิงสังหารผู้ใช้มนตราก่อนที่มันจะมีโอกาศทันได้ใช้เวทย์เสียอีก

นอกจากนี้แล้ว พวกพลธนูเอลฟ์ยังใช้ทักษะซ่อนเงาที่ทำให้พวกเขายากต่อการถูกพบอีก ด้วยเหตุนี้มาร์คัสจึงไม่ทราบจำนวนที่แท้จริงของพลธนูฝ่ายเซียวอวี๋ นอกจากนี้การคงอยู่ของ "ศาสตราเวท" ที่ใช้โดยพลปืนยังทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ฝ่ายเขาเสียเปรียบอย่างมาก

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังใช้ประโยชน์จากที่สูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ มือธนูชั้นยอดเหล่านี้เป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อกองโจรของมาร์คัส เขาตระหนักอย่างชัดเจนแล้วว่า เขาจะต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้อย่างแน่นอนหากรูปการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป

โลกนี้ยังคงอยู่ในยุคของอาวุธเย็น ดังนั้นมาร์คัสจึงไม่คุ้นเคยกับอำนาจทำลายล้างที่มาจากอาวุธระยะไกล ซึ่งในฐานะคนจากยุคปัจจุบันแล้ว เซียวอวี๋รู้วิธีใช้มันให้เกิดประโยชน์เป็นอย่างดี

นโปเลียนยังเคยเป็นผู้สนับสนุนให้มีการใช้อาวุธหนักแบบรวมศูนย์ในการโจมตีระยะไกลเพื่อปราบปรามศัตรูของเขา ตราบใดที่ฝ่ายหนึ่งสามารถปราบปรามฝ่ายอื่นได้แล้วชัยชนะก็อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

ซึ่งนั่นเป็นผลให้ เหล่านักรบออร์คและพลเดินเท้าไม่ได้มีส่วนร่วมกับการรบในครั้งนี้สักเท่าใด กองกำลังที่เป็นกุญแจสำคัญย่อมต้องเป็นพลธนูและพลปืน

พลปืนนั้นไม่มีความแม่นยำและความว่องไวเฉกเช่นพลธนู ในเวลาที่เท่ากันพลปืนสามารถยิงกระสุนออกไปได้หนึ่งนัด ในขณะที่พลธนูสามารถยิงศรออกไปได้ถึง 5 ดอก ทว่ามีเพียงกระสุนปืนเท่านั้นที่สามารถเป็นภัยคุกคามและพรากชีวิตเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ได้ ดังนั้นทั้งสองกองกำลังจึงต่างมีบทบาทสำคัญ

เซียวอวี๋คิดว่าตราบเท่าที่เขามีผู้ใช้มนตรา พลเดินเท้า ทัพม้า และผู้ฝึกยุทธ์แล้ว เขาก็จะสามารถเผชิญหน้ากับกองกำลังนับแสนคนได้ หรือว่าอาจจะกระทั่งหนึ่งล้านคน!

น่าเสียดายที่กองทัพของเขาสามารถครอบครองได้อย่างจำกัด ในตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาที่ทำให้เขาสามารถยืนหยัดอยู่ได้ก็เพราะ กองกำลังที่หลากหลายของเขา มิฉะนั้นเขาคงจะได้รับความพ่ายแพ้ไปเนิ่นนานแล้ว

"ถอยทัพ! ถอยทัพ!" มาร์คัสฉลาดพอที่จะเข้าใจได้ว่าไม่อาจปล่อยให้สงครามดำเนินต่อไปเช่นนี้ได้อีก ค่ายโจรของเขาจะล่มสลายหากยังดื้อดึงบุกต่อไป

เขารีบออกคำสั่งให้พวกโจรถอยทัพทันที มือธนูชั้นยอกของอีกฝ่ายนั้นเป็นภัยคุกคามเกินไป

ในใจของมาร์คัสผสมปนเปไปด้วยโทสะและความหดหู่ ที่แห่งนี้คือค่ายของเขา และฝ่ายศัตรูก็กำลังใช้กำแพงของเขาเพื่อจัดการฝ่ายเขา ถ้าหากว่ากำแพงไม่ได้ตกไปอยู่ในมือของฝ่ายศัตรูตั้งแต่แรกเริ่ม เช่นนั้นผลลัพธ์ก็คงไม่ออกมารูปแบบนี้

เซียวอวี๋นั้นสามารถกุมจุดยุทธศาสตร์ของสงครามในครั้งนี้ไว้ได้

เซียวอวี๋ตระหนักดีว่าอีกฝ่ายนั้นมีกองทหารม้าที่จะสามารถตีฝ่านักรบออร์คทั้ง 300 นายของเขาได้อยู่ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เซียวอวี๋เลือกที่จะยึดครองกำแพงก่อน จากนั้นจึงค่อยเปิดฉากสงครามขึ้น

หากว่ากองทัพของเขาเข้าปะทะกับพวกโจรโดยตรง และล้อมค่ายเอาไว้ ชะตากรรมของฝ่ายเขาก็คงไม่ต่างไปจากพวกโจรในตอนนี้ พลธนูและคนแคระไม่สามารถจัดการกับพลลาดตระเวนทั้งหมดได้ในทันที และโอกาศที่เขาจะปืนขึ้นไปด้านบนกำแพงได้ก็มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

เซียวอวี๋ศึกษาข้อดีข้อด้อยของกองทัพฝ่ายเขามาแล้ว จะอย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงผู้ชนะเลิศในการแข่งขัน Warcraft งานที่ซึ่งมีแต่ผู้เล่นระดับพระกาฬเข้าร่วม กลยุทธ์ที่เขาใช้ออกนี้เขายังเคยใช้มันในการแข่งขันอีกด้วย แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันมากระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับเกมก็ตาม ความสามารถในการเข้าใจสถาการณ์ของเขาก็ไม่ได้ด้อยลงเลย อีกทั้งในโลกนี้ยังคงใช้เพียงอาวุธเย็นเสียเป็นส่วนใหญ่

เซียวอวี๋ไม่ได้ไล่ตามไปเมื่อมาร์คัสสั่งถอนกำลังพล เซียวอวี๋เข้าใจเป็นอย่างดีว่าหากเขาละทิ้งกำแพงและไล่ตามผลลัพธ์จะลงเอยเช่นไร

อย่างไรก็ตามกองกำลังของเซียวอวี๋สามารถสังหารพวกโจรไปได้ประมาณ 600 คนในช่วงเริ่มต้นขณะที่ความโกลาหลโหมกระหน่ำ หลังจากนั้นมาร์คัสยังสูญเสียกองโจรอีกกว่า 1,000 นายโดยรวมแล้วมาร์คัสได้สูญเสียพวกโจรกว่า 2,000 คนเข้าไปแล้ว ซึ่งนั่นรวมถึงผู้ใช้มนตราและผู้ฝึกยุทธ์อีก 5 คนด้วยเช่นกัน

ผู้ฝึกยุทธ์ล้วนถูกกระทำอยู่เพียงฝ่ายเดียวจากการร่วมมือกันของทิรันด้าและพลปืน

แม้ว่าผู้ฝึกยุทธ์จะสามารถจะสามารถใช้พลังปราณต้านทานลูกธนูทั่วไปได้ หากแต่เมื่อต้องเผชิญกับศรเวทย์และห่ากระสุนและร่างกายของพวกมันก็อ่อนแอราวกับราวฟองน้ำ

"เซียวอวี๋! ข้าจะจดจำนามของเจ้าไปตลอดกาล! ข้าจะสังหารผู้คนในเมืองไลอ้อนให้สิ้น หลังจากตัดหัวเจ้าที่นี่!" มาร์คัสคำรามขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว ตั้งแต่เริ่มเป็นโจรมา เขาไม่เคยพบความเพลี่ยงพลั้งถึงขั้นนี้มาก่อน ในช่วงเวลาไม่ถึงชั่วโมงนี้ เขากลับต้องสูญเสียบริวารไปเกือบ 2,000 คน ซึ่งโจรภายในค่ายแห่งนี้ยังมีไม่ถึง 5,000 เสียด้วยซ้ำ ด้วยตัวเลขนี้แล้วนั่นหมายความว่าเขาได้สูญเสียกำลังไปถึงครึ่งหนึ่งในการปะทะครั้งนี้

เซียวอวี๋ตะโกนขึ้นมาเมื่อเห็นว่าพวกโจรต่างหลบหนีออกนอกระยะที่พลธนูของเขาจะสามารถยิงไปถึงได้แล้ว "เฮ้! เจ้าครึ่งคนครึ่งอสูร! เจ้าคิดว่าจะสามารถสังหารข้าและผู้คนภายในเมืองไลอ้อนได้หรือ? ผายลมอันใดกัน! ข้าคือผู้ถูกเลือกจากเทพแห่งเอลฟ์ เทพแห่งออร์ค และเทพแห่งคนแคระในฐานะราชันย์เหนือราชันย์! ข้าจะปกครองโลกใบนี้ ดังนั้นจงเลือกคุกเข่าหรือตกตาย! เจ้ายังคงต้องการจะต่อสู้กับข้าอีกหรือ?"

ไม่แปลกที่เซียวอวี๋จะชอบใช้การยั่วยุ จะอย่างไรเขาก็เป็นผู้เล่นระดับโปร เขาย่อมต้องเคยใช้ถ้อยคำขยะเหล่านี้ในการปลุกปั่นและทำลายสมาธิของผู้เล่นคนอื่นๆมาก่อน อีกทั้งเขายังเคยเผชิญกับนักเลงคีย์บอร์ดมาก็มาก อีกทั้งในตอนนี้เขายังเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างยิ่ง แล้วมีเหตุผลใดที่เขาจะไม่กล่าวยั่วยุมาร์คัส?

"ราชันย์เหนือราชันย์? เพียงถ้อยวาจาของสุนัข! วันนี้ข้าจะเลาะหนังของเจ้าออกมา! จัดเตรียมทัพม้าเกราะหนัก!" การแสดงออกของมาร์คัสเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขณะออกคำสั่งต่อบริวาร

ยุทธภัณฑ์ที่ทัพม้าเกราะหนักสวมใส่และม้านั้นต้องใช้เวลาจักเตรียมอยู่บ้าง การโจมตีในคืนนี้เป็นการซุ่มโจมตี ดังนั้นทัพม้าจึงไม่สามารถจัดเตรียมได้ทันเวลา ทว่าในตอนนี้พวกมันพร้อมแล้ว เพียงรอคอยคำสั่งจากผู้นำของพวกมัน

ในยุคของอาวุธเย็นนี้ ทหารม้าเกราะหนักเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของกองทัพ กองทัพนี้สามารถเจาะทะลวงและบดขยี้กองทัพได้แทบทุกรูปแบบ จากนั้นทหารราบจะติดตามหลังและเข่นฆ่าผู้คนที่หลงเหลือจากทัพม้า ด้วยวิธีมันก็ไม่ยากที่จะคว้าชัยชนะไว้ในกำมือ

ในสงครามขนาดใหญ่ ทั้งสองฝ่ายต่างใช้ทัพม้าเกราะหนักเข้าห้ำหั่นกัน ทัพม้าฝ่ายใดมีอำนาจมากกว่าฝ่ายนั้นย่อมสามารถบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามได้ไม่ยาก

กลุ่มโจรโดยทั่วไปย่อมไม่มีเงินมากพอที่จะจัดตั้งทัพม้าเกราะหนัก แม้ว่ามันจะทรงพลังอย่างมาก หากแต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาล อีกทั้งทัพม้านี้ยังต้องฝึกปรือขึ้นมา โดยเฉพาะการคัดสรรม้า อุปกรณ์สวมใส่ และอื่นๆอีก

โดยเฉลี่ยแล้วทหารม้าเกราะหนักหนึ่งนายจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ราว 1,000 เหรียญทอง มาร์คัสซึ่งสะสมทรัพย์สินมามากกว่าทศวรรษก็ยังมีทหารม้าเกราะหนักเพียง 300 นาย ทว่าในเวลานี้ความหวังเดียวในการเอาชนะสงครามนี้ล้วนต้องฝากไว้กับพวกมันทั้ง 300 แล้ว

ทัพม้าเริ่มออกวิ่งไปข้างหน้า การคงอยู่ของทัพม้าเกราะหนักเป็นสัญลักษณ์ของแสดงความเข้มแข็งของโจรกลุ่มนี้

ในเวลาเดียวกันที่ด้านหลังของค่ายก็ยังคงมีเปลวเพลิงลุกไหม้อยู่ตลอด แม้ว่ามาร์คัสจะจัดส่งคนไปช่วยทางด้านนั้นเพิ่มแล้วก็ตาม การรับมือกลับมิใช่เรื่องง่ายเลย มาร์คัสต้องการจบสงครามครั้งนี้และสังหารเซียวอวี๋โดยเร็วที่สุดจกานั้นเขาก็จะสามารถแบ่งคนไปดับเพลิงได้มากขึ้น มิฉะนั้นค่ายที่เขาใช้เวลาก่อสร้างนานนับสิบปีจะหลงเหลือเพียงเถ้าถ่าน

ฮี้~~

กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~

ทัพม้าเกราะหนักที่ประกอบไปด้วยผู้คนกว่า 300 คนควบม้าไปข้างหน้าก่อให้เกิดฝุ่นผงคละคลุ้งและพื้นดินสั่นสะเทือน

กองทัพม้าทั่วไปย่อมไร้ความหมายสำหรับทัพม้าเกราะหนัก มาร์คัสจำต้องเดินทางนับพันลี้เพื่ออกค้นหาม้าชั้นยอด ใช้เวลานับเดือนเพียงเพื่อจัดสร้างชุดเกราะหนักขึ้น

นี่เป็นผลให้มาร์คัสตั้งความหวังเอาไว้กับพวกมันอย่างมาก

ผู้บัญชาการทหารม้าเกราะหนักนำกองกำลังของเขาไปหยุดนิ่งอยู่ห่างจากกำแพงราว 300 ก้าว พวกเขาหยุดและจัดตั้งรูปขบวน

"บุกทะลวงและเหยียบพวกออร์คให้พินาศ!" ใบหน้าของมาร์คัสกลายเป็นโหดเหี้ยมขณะออกคำสั่งโจมตี เขาต้องการใช้ความตายของเซียวอวี๋เพื่อบรรเทาความรู้สึกสูยเสียในครั้งนี้ ในมุมมองของมาร์คัส เซียวอวี๋เป็นตัวน่ารังเกียจที่เกือบจะทำให้ค่ายของเขาต้องย่อยยับ

......................................

......................................

เซียวอวี๋หรี่ตาลงขณะจ้องมองทัพม้าเกราะหนักที่พุ่งเข้ามา แววตาที่ดูชั่วร้ายปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง

"ดีที่ฉันเอารถจู่โจมและพลปืนมาด้วย มิฉะนั้นคงยากเกินไปที่จะใช้เพียงนักรบออร์คและพลธนูในการเอาชนะพวกมัน"

เซียวอวี๋โบกมือ ทันใดนั้นออร์คสี่ตนก็แบกเอารถจู่โจมออกมาตั้ง

"โจมตี!" มาร์คัสออกคำสั่งอย่างดุดัน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบบทที่ WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 34

คัดลอกลิงก์แล้ว