เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 31

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 31

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 31


แคร์รี่กำลังฝึกซ้อมทหารเพื่อเตรียมรับมือกับพวกนักรบออร์ค หากทว่าเขาไม่ได้ตระหนักเลยว่านี่กลับเป็นการหยิบยื่นเวลาให้ฝ่ายเซียวอวี๋ได้เตรียมตัวให้พร้อมมากยิ่งขึ้น

การสร้างพลเดินเท้าและพลปืนของเซียวอวี๋นั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ อีกทั้งเขายังมีรถจู่โจมอยู่เพียง 2 คัน หากแคร์รี่เลือกบุกโจมตีในทันที เช่นนั้นโอกาศที่แคร์รี่จะได้รับชัยชนะก็มีค่อนข้างสูง

เซียวอวี๋มั่นใจอย่างยิ่งว่าแคร์รี่จะกรีธาทัพมาภายในหนึ่งเดือน จากข้อมูลที่สายลับส่งกลับมา ซึ่งนั่นหมายความว่าเขายังสามารถกระทำได้อีกหลายสิ่งกว่าจะถึงช่วงเวลานั้น

แคร์รี่เองก็ได้ส่งสายลับออกมาเช่นกัน ทว่าพวกสายลับที่ถูกส่งมาย่อมเปรียบไม่ได้กับพวกนักล่าของเซียวอวี๋ พวกนักล่านั้นใช้เสือดาวเป็นพาหนะ ซึ่งนั่นทำให้พวกเขามีความคล่องตัวและว่องไว ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังสามารถซ่อนตัวได้อย่างดีเยี่ยมจากทักษะติดตัวของพวกเขาเอง นอกเหนือจากนั้นแล้ว พวกเขายังมีความสามารถมองเห็นในยามกลางคืน ด้วยเหตุนั้นเหล่าสายลับที่อีกฝ่ายส่งมาล้วนทอดกลายเป็นศพตั้งแต่ระยะสิบไมล์นอกตัวเมือง

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังส่งนักล่า 10 นายไปคอยตรวจสอบและลาดตระเวนรอบเมืองไลอ้อนอยู่ไม่ขาด

"รถจู่โจมก็สร้างเสร็จแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะไปเยี่ยมเยือนพวกโจรเพื่อทดสอบประสิทธิภาพแล้ว หึหึ" เซียวอวี๋มองไปยังออร์ค 2 ตนที่กำลังแบกรถจู่โจมไว้บนบ่า หากเป็นกองทัพอื่น พวกเขาจำต้องใช้ม้าเพื่อลากจูงอาวุธหนัก ทว่านี่กลับไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกออร์คเลย เพียงสองตนก็เพียงพอที่จะขนย้ายพวกมันได้แล้ว

เซียวอวี๋เลือกใช้ค่ายโจรขนาดกลางในการทดสอบครั้งนี้ จากคำบอกเล่าของฟ็อกซ์แล้ว ค่ายโจรแห่งนี้มีพวกโจรอยู่ราวๆสามถึงสี่พันคน ทว่าโจรกลุ่มนี้นั้นต่างจากพวกโจรกลุ่มที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง พวกมันไม่มีคนแก่ ผู้หญิงหรือเด็กอยู่ภายในค่ายเลย พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นโจรร้าย

กองโจรกลุ่มนี้นั้นขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต พวกมันวางเพลิง ปล้น ข่มขืน และฆ่า พวกมันจะไม่ปล่อยให้มีผู้รอดชีวิตใดๆหลุดรอดไปได้ นอกจากนี้พวกมันยังคอยรวบรวมรับสมัครโจรหน้าใหม่อยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่แข็งแกร่ง พวกมันจะไม่รับตัวถ่วงเข้าร่วมกับพวกมัน

ตามคำบอกเล่าของฟ็อกซ์ ผู้นำของโจรกลุ่มนี้นั้นมีชื่อเสียงอย่างมาก มันกระทั่งยังมากเสียยิ่งกว่าเซียวอวี๋

นอกจากนี้ฟ็อกซ์ยังประเมินไว้ว่า พวกมันสมควรที่จะมีเหรียญทองเก็บเอาไว้อย่างน้อยที่สุดก็หนึ่งแสนเหรียญ ซึ่งนั่นยังไม่รวมถึงทรัพย์สมบัติมีค่าต่างๆภายในค่ายอีก

เซียวอวี๋เลียริมฝีปาก เขาต้องการที่รับดูแลสมบัติของพวกมัน ในตอนนี้เขาต้องการเงินทองยิ่งกว่าสิ่งใด จากการที่เขาประกาศยกเลิกการจัดเก็บภาษีถึงสามปี ดังนั้นเขาจึงต้องมาจัดเก็บภาษีจากพวกโจรร้ายแทน จะอย่างไรพวกมันก็พักอาศัยอยู่ภายในดินแดนของเขา พวกมันสมควรที่จะตอบแทนลอร์ดแห่งดินแดนเสียบ้าง นอกจากนั้นแล้วนี่ยังเป็นการฝึกฝนกองทัพและความสามารถในการบัญชาการรบของเขาไปพร้อมกัน

สนามรบจริงเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวที่เขาจะสามารถทดสอบประสิทธิภาพของกองทัพผสมได้ แน่นอนว่ากองทัพของเขาล้วนอุดมไปด้วยนักรบชั้นยอด หากแต่ทว่านี่เป็นการรบร่วมกันของหลายเผ่าพันธุ์ มันเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพ หากว่าเขาไม่สามารถควบคุมจัดการได้ดี กองทัพของเขาย่อมกระจัดกระจายและแตกพ่ายในที่สุด

.....................................

.....................................

เซียวอวี๋นำนักรบออร์ค 300 นาย พลเดินเท้า 50 นาย พลธนูเอลฟ์ 200 นาย พลปืน 50 นาย นักล่า 50 นายและรถจู่โจมไปพร้อมกับเขาสำหรับการโจมตีค่ายโจรในครั้งนี้ ส่วนที่เหลือจะอยู่เฝ้าฐานทัพ ปัญหาตอนนี้ก็คือ การผลิตนักรบนั้นยังไม่เสร็จสิ้นทั้งหมด

ตามปกติแล้ว เซียวอวี๋และกรอมจะเข้าไปสำรวจสถานที่ก่อนล่วงหน้า เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการวางแผนและชักนำพวกมันออกจากค่าย ทว่าในครั้งนี้เขาพบว่าลูกเล่นง่ายๆที่เขาได้ใช้ไปกับกลุ่มโจรก่อนหน้านั้นใช้ไม่ได้กับค่ายโจรแห่งนี้

ฟ็อกซ์นั้นไม่ได้คุ้นเคยกับโจรกลุ่มนี้ ดังนั้นแผนการที่จะตีเนียนเข้าไปพบผู้นำค่ายย่อมไม่ได้ผล นอกจากนี้แล้วการที่กลุ่มโจรของหม่าตงได้ล่มสลายลมไปทำให้โจรกลุ่มต่างๆเริ่มตื่นตัวขึ้นมา

ข่าวลือเรื่องการเข้าโจมตีโดยพวกออร์คเริ่มแพร่ระบาดไปยังโจรกลุ่มต่างๆอย่างรวดเร็ว

ค่ายโจรแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นภายในเทือกเขา มันมีกำแพงหินที่สูงราว 4 เมตรล้อมอยู่โดยล้อมค่าย ซึ่งแตกต่างไปจากรั้วไม้ที่เขาเคยเผชิญไปอย่างสิ้นเชิง นี่ทำให้ค่ายแห่งนี้เปรียบได้กับเมืองเล็กแห่งหนึ่งทีเดียว

เซียวอวี๋นั้นไม่มีประสบการณ์ในการตีเมืองหรือหมู่บ้าน เขาทราบว่ากำแพงหนาที่อยู่เบื้องหน้านี้ไม่แข็งแกร่งเท่ากับกำแพงของเมืองไลอ้อน แต่ทว่ามันก็ยังยากต่อการตีหักอยู่ดี เขาเริ่มกังวลขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นี่ทำให้เขาต้องเริ่มไตร่ตรองกลยุทธ์อีกครั้ง

เขาไม่ต้องการหลับหูหลับตาโจมตีเปะปะเฉกเช่นแคร์รี่ หากว่าเขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของฝ่ายศัตรูกองทัพของเขาอาจจะย่อยยับลงอย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นกองทัพที่เขานำมาวันนี้ยังมีไม่ถึง 1000 นาย นี่ทำให้เขาเริ่มกังวลว่าทางฝั่งเขาอาจจะต้องสูญเสียอย่างหนัก

รถจู่โจมนับได้ว่าเป็นอุปกรณ์ตีเมืองของทางฝั่งเขา เขาคิดว่าใบพัดจันทร์เสี้ยวอาจจะทลายกำแพงจนเป็นชิ้นๆได้หากว่ายิงเข้าใส่ในระยะ 50 เมตร ทว่าหากเขาจะทำเช่นนั้นได้ เขาก็ต้องส่งทัพหน้าเข้าตรึงศัตรูไว้ให้ได้ก่อน และนั่นอาจทำให้เกิดการสูญเสียอย่างหนัก

ยิ่งไปกว่านั้นพวกโจรลาดตระเวนที่อยู่บนกำแพงยังทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง จนยากที่จะหาช่องโหว่

.............................

.............................

หลังจากขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง เซียวอวี๋ก็ตัดสินใจจะลงมือในยามค่ำคืน ซึ่งนั่นจะทำให้กองทัพของเขามีเปรียบเล็กน้อยในด้านทัศนวิสัย

พวกเอลฟ์จะยิ่งมีบทบาทสำคัญในการสู้รบยามค่ำคืน ประการแรกพวกเขาสามารถหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืด

ประการที่สองพวกเขามีความสามารถในการมองเห็นกลางคืนซึ่งจะช่วยให้พวกเขามองเห็นระยะไกลได้อย่างชัดเจน ซึ่งนั่นหมายความว่าความแม่นยำของลูกธนูจะถูกยกประสิทธิภาพขึ้นอีก

ในส่วนของคนแคระนั้น ไม่ได้เปรียบเฉกเช่นพวกเอลฟ์ ตรงกันข้ามพวกเขาจะถูกลดทอนระยะการมองเห็นลง แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะใช้ชีวิตอยู่ภายในถ้ำหรือเหมืองที่มืดมิดก็ตาม เซียวอวี๋คิดว่าพลปืน 50 นายนี้จะยังไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก

เฉกเช่นเดียวกับพวกนักรบออร์คที่ไม่ได้มีสายตาดีนักในยามกลางคืน ทว่ามันก็ยังดีกว่าของพวกคนแคระอยู่ นอกนั้นแล้วเขาไม่ได้กังวลใดๆกับพลเดินเท้า เนื่องจากพวกเขานั้นเป็นนักรบชั้นยอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขาย่อมสามารถรับมือกับสงครามในยามค่ำคืนได้

ด้วยเหตุนี้กองทัพของเขาจึงตั้งทัพอยู่ภายในป่า และรอเวลาที่ท้องฟ้ามืดลง

จันทราในคืนนี้มีลักษณะเป็นจันทร์เสี้ยว แสงจันทร์สาดส่องมาและมันก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการโจมตีแล้ว

มนุษย์ธรรมดานั้นไม่สามารถมองเห็นในความมืดได้ไกลเกินว่า 50 เมตร หากทว่าเอลฟ์กลับสามารถมองได้ไกลถึง 100 เมตร

เซียวอวี๋นำกรอม ทิรันด้า และพลธนู 200 นายค่อยๆเคลื่อนกายเข้าใกล้กำแพงอย่างระมัดระวัง มีเอลฟ์ราว 10 นายที่อยู่ในระดับที่ 3 แล้ว และนั่นทำให้พวกเขามีทักษะยิงอย่างแม่นยำ ทักษะซ่อนเงาสิ่งที่เอลฟ์ทุกตนสามารถใช้ได้ ยั่ยทำให้หน่วยลาดตระเวนบนกำแพงไม่สิ่งผิดสังเกตุใดๆ แม้ว่าเซียวอวี๋จะนำคนของเขาเข้าประชิดกำแพงแล้วก็ตาม

เซียวอวี๋และกรอมค่อยๆไต่ขึ้นไปที่มุมหนึ่งของกำแพง กำแพงที่มีความสูงเพียง 4 เมตรย่อมไม่เป็นปัญหาสำหรับกรอม กรอมนั้นมีความสูงอยู่ราว 2.5 ถึง 2.6 เมตร เขาสามารถขึ้นไปด้านบนกำแพงได้โดยการกระโดดเพียงครั้งเดียว แต่สำหรับเซียวอวี๋นั้นไม่ใช่ กำแพงที่สูงถึง 4 เมตรนี้เปรียบได้กับชั้นสองของอาคารในโลกของเขา และนั่นทำให้การปีนขึ้นไปของเขาเป็นไปอย่างยากลำบาก สุดท้ายเขาก็ต้องคว้าจับเท้าของกรอมให้ดึงเขาขึ้นไป

เซียวอวี๋เกือบจะสิ้นใจอยู่ที่กำแพงจากกลิ่นที่ปล่อยออกมา เท้าที่เหม็นเน่านี้ไม่ได้ชะล้างมาแล้วกี่ปีกัน? นี่ทำให้เขาสาบานกับตนเองว่ากลับไปแล้วต้องออกคำสั่งให้พวกออร์คชำระร่างกายให้จงได้

พวกเขาเปิดใช้ทักษะวินด์วอร์ค ซึ่งนั่นทำให้พวกหน่วยลาดตระเวนไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

ทั้งเซียวอวี๋และกรอมไม่เลือกที่จะใช้ดาบจัดการกับพวกหน่วยลาดตระเวน นั่นเป็นเพราะแสงจันทร์จะสะท้อนดาบของพวกเขาและทำให้พวกมันรู้ตัว ด้วยเหตุนี้กรอมจึงใช้เพียงพละกำลังจากสองมือจัดการพวกหน่วยลาดตระเวนไปทีละคน เขาใช้มือจับศีรษะและปากก่อนของยามก่อนที่จะออกแรงบิดลำคอของพวกมัน พวกมันไม่อาจส่งเสียงใดๆออกมาได้แม้แต่คำเดียวก่อนที่จะสิ้นใจไป

ทิรันด้าและพวกเอลฟ์ที่มีระดับอยู่ที่ 3 เริ่มพาดลูกศรและยิงไปยังคอหอยของหน่วยลาดตระเวนอย่างเงียบเชียบ ในเวลาเพียงไม่นานพวกโจที่ลาดตระเวนอยู่ก็ตกตายไปหลายสิบคน โดยปกติแล้วพวกโจรจะถือคบเพลิงขณะที่ลาดตระเวนไปโดยรอบ แต่ในคืนนี้พวกที่ถือคบเพลิงกลับมีไม่มากเท่าใด

แม้ว่าจะมีหน่วยลาดตระเวนพบกับคบเพลิงที่ตกอยู่บนพื้นอย่างผิดสังเกตุแต่พวกมันก็ไม่มีโอกาศจะทราบว่าเกิดอะไรขึ้นขณะที่ลูกศรปักเข้าที่คอหอยของพวกมัน มีโจรลาดตระเวนสองคนที่ยังเหลืออยู่และพบเห็นสิ่งผิดปกติ แต่วินาทีที่พวกมันกำลังจะวิ่งไปส่งสัญญาณก็มีมือขนาดใหญ่คว้าจับเข้าที่ลำคอของพวกมันก่อนที่จะมีเสียงกระดูกลั่นออกมา.....

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบบทที่ WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่ 31

คัดลอกลิงก์แล้ว