เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่  24

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่  24

WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่  24


เซียวอวี๋ได้จัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่หลังจากที่เขากลับมาถึงฐานของออร์คและเอลฟ์ เขาโยนอาวุธและชุดเกราะที่ได้มาจากกองทัพของแคร์รี่เข้าไปในโรงตีเหล็ก นี่จะทำให้เขาสามารถสร้างชุดเกราะใหม่ได้บางส่วน

เขาเผาศพของนักรบออร์คและส่งร่างของพวกมันเข้าแท่นบูชาแห่งวายุเพื่อให้พวกมันได้รับการสวดส่งดวงวิญญาณโดยออร์คหมอผี

ส่วนศพของพวกเอลฟ์ได้ถูกฝังที่ใต้ต้นไม้แห่งชีวิต ร่างของพวกเขาได้กลับสู่อ้อมกอดของธรรมชาติ พวกเอลฟ์นั้นรักธรรมชาติและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความสมดุลของมัน นั่นเป็นผลให้พวกเขาหวังที่จะกลับคืนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว

เซียวอวี๋รู้สึกเศร้า ขณะมองดูศพของพวกเอลฟ์ถูกฝังลงในดิน แม้เซียวอวี๋จะไม่ชอบความหยิ่งยโสของพวกเขา หากแต่พวกเอลฟ์เหล่านี้ล้วนตายเพื่อเขา

เซียวอวี๋อาจจะเป็นคนที่มีข้อบกพร่องอยู่มากมาย หากแต่ว่าเขาก็ยังเคารพชีวิต ความตายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของโลกที่ใช้อาวุธเย็นเข้าห้ำหั่นกันใบนี้ ทว่าเขาก็ยังคงรู้สึกเศร้าทุกคราที่เห็นชีวิตของพวกพ้องต้องมอดดับไป

เขาไม่ได้แสดงใบหน้าที่โศกเศร้าออกมาเจตนาก็เพื่อเอาชนะความอวดดีของพวกเอลฟ์ มันจะดูหลอกลวงหากว่าเขาร้องไห้ฟูมฟาย ไม่มีผู้ใครยินยอมเชื่อว่าเขาจะเสียน้ำตาให้กับพวกเอลฟ์ที่เขาไม่ชอบหน้าหรอก

เซียวอวี๋ลองตรวจสอบระดับความภักดีของทิรันด้าและพบว่ามันลดลงมาอยู่ที่ติดลบห้าแล้ว เขาถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาวาดฝันถึงวันที่ความจงรักภักดีของนางจะอยู่ที่ 100 และเมื่อเวลานั้นมาถึง........

เซียวอวี๋อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองทิรันด้า มองดูต้นขาที่เรียวยาวขณะที่น้ำลายไหลย้อยออกมาจากมุมปาก เขาพบว่าค่าความภักดีของทิรันด้าเปลี่ยนจาก -5 เป็น -6 ในทันที....

"บัดซบ! เพียงแค่การชำเลืองมองค่าความภักดีก็ลดลงด้วยหรือ! ฮ่วย!" เซียวอวี๋รีบออกจากที่แห่งนี้ทันที เขาอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองทิรันด้ายามเมื่อเขาอยู่ที่นี่ เขาคาดว่าค่าความภักดีของนางคงลดลงไปอยู่ที่ -50 แน่ หากว่าเขายังคงอยู่ที่นี่ต่อไป

เขาไปยังพื้นที่อีกแห่งที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อที่จะสร้างฐานทัพแห่งที่สาม

ครืนน~

มีปราสาทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของเขา แม้ว่าปราสาทหลังนี้จะไม่ใหญ่โตเท่ากับปราสาทของเขาที่อยู่ในเมืองไลอ้อน หากแต่รูปแบบสถาปัตยกรรมของมันกลับวิจิตรตระการตาและงดงามยิ่งกว่า

"เป็นปราสาทที่สวยงามอะไรเช่นนี้! มันเป็นปราสาทของมนุษย์จริงงั้นหรอ? ฉันจะต้องสร้างมันบ้างแล้วทันทีที่ฉันมีเงิน"

เซียวอวี๋ออกคำสั่งแก่ระบบให้ก่อสร้างแท่นบูชาแห่งบรมกษัตริย์ เขาต้องการที่จะอัญเชิญฮีโร่ออกมาโดยเร็วที่สุด เซียวอวี๋ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาตัดสินใจใดๆ เขาได้ตัดสินใจไว้ก่อนแล้วว่าจะเรียกใครออกมา นั่นคือ จ้าวแห่งมนตรา

ในระหว่างสงครามที่ผ่านมา เขาได้เห็นภัยคุกคามของผู้ใช้มนตรามาแล้ว เขาจะสามารถต่อกรกับอีกฝ่ายได้ หากว่าเขานั้นมีผู้ใช้มนตราอยู่ข้างกายสักคน

เซียวอวี๋สามารถอัญเชิญและควบคุมกองทัพ 1000 นายได้เมื่อเขาเลื่อนยศขึ้นเป็นหัวหน้าหมู่ทหาร ทว่าเงินของเขากลับไม่อำนวย ดังนั้นเขาจึงยังไม่สามารถสร้างนักรบได้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งที่คนดังในโลกของเขาได้กล่าวเอาไว้ว่า สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิต ก็คือการมีชีวิตอยู่แต่กลับไม่มีเงินทองให้ใช้สอย

เซียวอวี๋นั่งสัปหงกจนกระทั่งฮีโร่ถูกอัญเชิญออกมา เขาคิดว่าจะเป็นท่านหญิงไจน่า พราวด์มัวร์ที่จะออกมา แต่น่าเสียดายที่ปรากฏออกมากลับเป็นจ้าวแห่งมนตรารุ่นแรก แอนโทนีดาส

"แอนโทนีดาสคำนับนายท่าน" จ้าวมนตราลอยตัวลงมาพร้อมกับอาชาคู่ใจของเขา

เซียวอวี๋จ้องมองไปยังรูปลักษณ์ของจ้าวมนตรา เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวและถือไม้เท้ายาว เส้นผมของเขาขาวโพลนไปทั้งศีรษะและเคราสีขาวที่ประดับอยู่บนใบหน้า

ผู้คนทั่วไปที่ได้พบกับแอนโทนีดาสย่อมจะคิดว่าเขาคือผู้ทรงปัญญาที่เชี่ยวชาญในบทกวีและวรรณกรรม

เซียวอวี๋เสียใจที่ผู้ที่ออกมากลับไม่ใช่ไจน่า พราวด์มัวร์ เขาเดินสำรวจรอบกายแอนโทนีดาสอยู่สองรอบก่อนเอ่ยขึ้น "เจ้าเป็นผู้ใช้มนตราแต่อาชาตัวนี้นั้นกลับไม่เข้ากันกับเจ้าเลย ผู้ใช้มนตราไม่ได้ใช้การลอยตัวเอาหรือ?"

แอนโทนีดาสอมยิ้มน้อยๆ เขาดูราวกับปู่ชราที่มองดูหลานชาย "ข้าเป็นเพียงผู้ชราและขาก็ไม่ค่อยจะดีนัก ดังนั้นข้าจึงต้องใช้พาหนะ นอกจากนี้อาชาตัวนี้ยังอยู่กับข้ามาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ดังนั้นสำหรับข้ามันจึงไม่ใช่เพียงแค่อาชา หากแต่เป็นสหาย"

เซียวอวี๋เกือบจะสำลัก เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและเริ่มตรวจสอบทักษะที่จ้าวมนตราสามารถเรียนรู้ได้

จ้าวมนตราสามารถเรียนรู้ทักษะได้เพียง 4 ทักษะจนกระทั่งถึงระดับ 10 พวกมันคือ ศรน้ำแข็ง(สามารถเพิ่มได้ถึงระดับ 3), บาเรียน้ำแข็ง(สามารถเพิ่มได้ถึงระดับ 3), คลื่นน้ำแข็ง(สามารถเพิ่มได้ถึงระดับ 3) และอัญเชิญจิตวิญญาณน้ำ(สามารถเพิ่มได้ถึงระดับ 3)

เซียวอวี๋รู้สึกผิดหวังเล็กๆเนื่องจากจ้าวมนตรานั้นไม่สามารถเรียกพายุหิมะได้หรือทอร์นาโดได้ มันจะเป็นทักษะที่ทรงอำนาจอย่างที่สุดหากใช้กวาดผ่านสนารบ ทว่านั่นก็เป็นเรื่องปกติ เขาสันนิษฐานว่าทักษะนั้นจะสามารถใช้งานได้หลังจากที่จ้าวมนตราไปถึงระดับสูง ดังเช่น พยุหะดาบของเบรดมาสเตอร์และฝนดาวตกของทิรันด้าที่ยังไม่ปรากฏออกมา

แม้ว่าจะไม่มีทักษะในการเรียกพายุหิมะ จ้าวมนตราก็ยังสามารถใช้แท่งน้ำแข็ง ได้ มันเป็นทักษะที่มีระยะโจมตีไกลและยังมีช่วงความเสียหายที่ไม่เบาแต่อย่างใด ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่อาจนำไปเทียบกับพายุหิมะได้

เซียวอวี๋รู้สึกพอใจกับจำนวนทักษะโจมตีที่จ้าวมนตราสามารถเรียนรู้ได้

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะให้จ้าวมนตราเรียนรู้ทักษะแท่งน้ำแข็ง

เซียวอวี๋ต้องการจะทดสอบความรุนแรงของทักษะนี้ จ้าวมนตราจึงร่ายเวทย์และส่งแท่งน้ำแข็งพุ่งทะลุต้นไม้ที่มีลำต้นหนาให้ดู

เซียวอวี๋สะดุ้งขึ้นมา ไม่ว่าที่ใดก็ตาม เวทย์มนต์ก็คือเวทย์มนต์! ทักษะแท่งน้ำแข็งนี้ยังรุนแรงเสียยิ่งกว่าอมนิแสลชเกือบ 2 เท่า!

จ้าวมนตรานั้นมีอำนาจในการโจมตีที่สูงอย่างยิ่ง หากแต่ในขณะเดียวกันพลังป้องกันของพวกเขากลับต่ำเป็นอย่างมาก

ดังนั้นเซียวอวี๋จึงวางแผนที่จะเพิ่มระดับให้กับจ้าวมนตรา เขาต้องไปเยือนพวกโจรเพื่อเพิ่มระดับและกวาดเอาของมีค่ามา

เขาทราบดีว่าอีกไม่นานแคร์รี่จะต้องกลับมาอย่างแน่นอน ในครั้งนี้เขาพาผู้คนมาด้วย 5000 คน หากแต่ในครั้งต่อไปผู้คนที่เขาจะพามาสมควรจะไม่ต่ำกว่า 10000 คน

ยิ่งไปกว่านั้นแคร์รี่จะต้องนำอาวุธทรงพลังมาด้วย เซียวอวี๋ไม่สามารถรับมือกับกองทัพขนาดนั้นได้ด้วยนักรบเพียง 400 - 500 นาย เขาจำเป็นจะต้องปรับปรุงกองทัพก่อนที่แคร์รี่จะกลับมา

เขาไปที่โพรงของออร์คเพื่อตามตัวฟ็อกซ์

ฟ็อกซ์โค้งคำนับทันทีที่เห็นเซียวอวี๋ ชีวิตที่ต้องอยู่แต่ภายในโพรงพร้อมกับพวกออร์คนั้นทำให้เขาขมขื่น เซียวอวี๋หรี่ตาลง "ฟ็อกซ์ ชีวิตของเจ้าที่นี่เป็นอย่างไรบ้าง?"

ฟ็อกศ์กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงขมขื่น "นายท่าน กล่าวด้วยความสัตย์จริง การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กับพวกออร์คนั้นไม่ดีเลย ข้าสาบานได้ว่าจะจงรักภักดีต่อท่านตราบจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แต่ได้โปรดให้ข้าได้พักอยู่ที่อื่นเถิด"

ฟ็อกซ์เห็นว่าพวกออร์คนั้นเรียกเซียวอวี๋ว่านายท่าน ดังนั้นเขาจึงเลียนแบบตาม

เซียวอวี๋จ้องมองดูเขา "นั่นไม่เป็นปัญหา ข้าจะจัดที่พักแห่งอื่นให้ตราบที่เจ้าทำงานให้กับข้า ทว่าหากข้ารู้สึกว่าความภักดีของเจ้านั้นเชื่อถือไม่ได้ ข้าจะให้เจ้าอยู่ที่นี่กับพวกออร์คไปตลอดกาล"

"ได้ขอรับ! นี่ไม่เป็นปัญหา! ข้าจะทุ่มเทความความภักดีต่อนายท่านเพียงผู้เดียว" ฟ็อกซ์กล่าวคำสาบานขณะที่โค้งคำนับ

เซียวอวี๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ อันที่จริงเขาวางแผนจะย้ายที่อยู่ให้กับฟ็อกซ์อยู่แล้ว เขารู้ว่าผู้ที่ต้องทนอยู่กับออร์คพวกนี้จะต้องเสียสติในสักวันหนึ่ง


จบบทที่ WOW : ราชันย์ต่างภพ ตอนที่  24

คัดลอกลิงก์แล้ว