เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 570 - เคล็ดวิชามหาอิสระขั้นที่หก ฟากฝั่งมรรคาเผยโฉม

บทที่ 570 - เคล็ดวิชามหาอิสระขั้นที่หก ฟากฝั่งมรรคาเผยโฉม

บทที่ 570 - เคล็ดวิชามหาอิสระขั้นที่หก ฟากฝั่งมรรคาเผยโฉม


บทที่ 570 - เคล็ดวิชามหาอิสระขั้นที่หก ฟากฝั่งมรรคาเผยโฉม

วินาทีที่แผ่นจานกลมซึ่งจำแลงมาจากประตูแห่งวัฏสงสารเริ่มหมุนวน ซูหมางสัมผัสได้ว่าทั่วทั้งยมโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

กฎเกณฑ์แต่ละสาย กระโดดโลดเต้นถือกำเนิดขึ้น

ท่ามกลางฟ้าดินที่เดิมทีเต็มไปด้วยความเงียบสงัดและเย็นเยียบ ราวกับได้จำแลงพลังชีวิตขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ฟุ่บ!

ในเวลานี้เอง แสงสีทองสายหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากความว่างเปล่า ตกกระทบลงบนร่างของซูหมางโดยตรง อาบไล้ร่างของเขาเอาไว้ แผ่ซ่านกลิ่นอายอันลึกลับออกมา

"แสงทองแห่งมรรคา!"

หญิงชราที่อยู่ด้านข้างเห็นภาพฉากนี้ ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้มยินดี

"ไอ้หนู รีบทะลวงระดับเถิด อาศัยช่วงเวลาที่มีแสงทองแห่งมรรคา ผนวกกับสภาพแวดล้อมในยามนี้ การทะลวงสู่เซียนโบราณ ย่อมมีประโยชน์ต่อเจ้าอย่างมหาศาล"

หญิงชรายิ้มแย้มไม่ขาดสาย

ซูหมางเองก็ไม่กล้าชักช้า แสงทองแห่งมรรคานี้คือรางวัลจากมหามรรคา เป็นหนึ่งในโชคชะตาแห่งมรรคา ไม่ว่าจะมองไปที่มิติใด ล้วนเป็นสิ่งที่เหล่ายอดฝีมือต่างแย่งชิงกันจนหัวร้างข้างแตก

อย่างเช่นปราชญ์บางคน เห็นอยู่ชัดๆ ว่าอยู่สูงส่งเหนือผู้คน ทว่าก็ยังคงต้องเปิดสำนักสั่งสอนสรรพสัตว์ สิ่งที่พวกเขากระทำไม่ใช่เพื่อเพิ่มพูนขุมกำลังใต้บังคับบัญชา ทว่าเพื่อโชคชะตาที่จะมาหนุนนำร่างนี้ต่างหาก!

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อไปถึงขอบเขตปราชญ์ ขุมกำลังใต้บังคับบัญชาสำหรับพวกเขาแล้ว ก็ไร้ประโยชน์ไปสิ้น พวกเขาเพียงคนเดียว ก็สามารถต้านทานได้ทั่วทั้งใต้หล้า!

และการสั่งสอนสรรพสัตว์ ก็จะทำให้ได้รับโชคชะตาแห่งมรรคา นั่นคือตัวตนที่กระทั่งปราชญ์ยังต้องวางแผนแย่งชิง มาบัดนี้กลับมาหนุนนำอยู่บนร่างของซูหมาง ลองจินตนาการดูเถิดว่าผลลัพธ์ของมันจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

ฟุ่บ!

ซูหมางกระโดดทะยานร่าง เหาะเหินออกไปไกล เขาไม่กล้าผ่านทัณฑ์สวรรค์อยู่บริเวณประตูแห่งวัฏสงสารนี้หรอก หากเกิดเหตุไม่คาดฝันอันใดขึ้นมา เขาคงทนรับไม่ไหวแน่

กลางความว่างเปล่า ทะเลเทพเทวะภายในร่างของซูหมาง ไม่อาจสะกดกลั้นการเดือดพล่านได้อีกต่อไป มันพวยพุ่งเดือดดาล ราวกับเกลียวคลื่นคลุ้มคลั่งที่กำลังแผดเสียงคำราม

"ทะลวง!"

ชั่วพริบตา นัยน์ตาของซูหมางเบิกโพลง ดึงพลังเคล็ดวิชามหาอิสระภายในร่างออกมาโดยตรง จากนั้นก็ฉีกทึ้งขอบเขตเซียนไท่อี้จนแหลกสลายอย่างโหดเหี้ยม ตามด้วยพลังแห่งเซียนโบราณที่พุ่งทะลักเข้าสู่แขนขาและกระดูกทั่วร่างอย่างรวดเร็ว

เปรี้ยง!!!

ท่ามกลางความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ สายฟ้าที่ราวกับมังกรแหวกว่ายฉีกฟ้าทลายดิน ฟาดฟันลงบนร่างของซูหมางโดยตรง น่าสะพรึงกลัวอย่างหาเปรียบมิได้ อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างฟ้าดิน!

ทว่า สายฟ้าเหล่านี้เมื่อฟาดลงบนร่างซูหมาง กลับไม่สามารถทำลายอาภรณ์จักรพรรดิทองคำดำบนร่างเขาให้แหลกสลายได้ กลับถูกซูหมางดูดซับไปจนหมดสิ้น

เขานั่งขัดสมาธิอยู่กลางความว่างเปล่า ปล่อยให้สายฟ้ากระหน่ำฟาดฟัน และเริ่มทะลวงระดับ

ณ ที่ห่างไกล นัยน์ตาของหญิงชราสาดประกายเจิดจ้า มองดูซูหมางที่กำลังผ่านทัณฑ์สวรรค์อยู่ไกลๆ พลางยิ้มบางและพยักหน้า

"อนาคตไร้ขีดจำกัด โชคชะตาแห่งยมโลก ภายใต้ผลแห่งกรรมของประตูแห่งวัฏสงสาร เขาครอบครองไปถึงหนึ่งส่วน"

"นี่คือโชคชะตาของทั้งมิติเชียวนะ อนาคตของเขา หากไม่ร่วงหล่นตกตายไปเสียก่อน การบรรลุเป็นกึ่งปราชญ์ย่อมถูกตอกตะปูปิดตายอย่างแน่นอนแล้ว กระทั่งสามารถพุ่งชนขอบเขตปราชญ์ได้เลยทีเดียว!"

หญิงชราพึมพำกับตัวเอง

"ต้องสานสัมพันธ์อันดีกับเขา หากมีความหวัง ก็ต้องดึงเขาขึ้นมาบนเรือรบแห่งแดนยมโลก มหาทัณฑ์ล้างโลกใกล้เข้ามาแล้ว ต้องเพิ่มพูนพละกำลังของแดนยมโลกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

หญิงชราทอดถอนใจ จากนั้นก็เลิกมองซูหมาง หันกลับไปมองประตูแห่งวัฏสงสาร

ในช่วงเวลาต่อจากนั้น ซูหมางก็เอาแต่ทะลวงระดับอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมาถึงขอบเขตเซียนโบราณนี้แล้ว การผ่านทัณฑ์สวรรค์ย่อมต้องใช้เวลายาวนานยิ่งนัก เกี่ยวพันกับสิ่งต่างๆ มากมาย อย่างเช่นการยกระดับพลังเซียน การลอกคราบของเลือดเนื้อ รวมไปถึงการเสริมพลังของวิญญาณแท้จริง!

สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่สิ่งที่จะสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน ล้วนต้องมีกระบวนการของมัน

ร่างกายของซูหมางกำลังลอกคราบอย่างเงียบๆ

ทว่าการลงชื่อเข้าใช้ในแต่ละวัน ซูหมางก็ยังคงไม่ละทิ้ง ท้ายที่สุดแล้วเขาเพิ่งมาเยือนยมโลก หากสุ่มได้ของดีขึ้นมา นี่มันคือการเก็บได้เปล่าๆ เชียวนะ

เพียงแต่น่าเสียดาย เวลาผ่านไปปีกว่าเต็มๆ ซูหมางกลับไม่ได้รับของชิ้นใดที่ดูเข้าท่าเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทว่าในแหวนมิติกลับมีอาวุธเซียนเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย

และในเวลานี้ บริเวณโดยรอบประตูแห่งวัฏสงสาร ก็ปรากฏประตูโค้งหกบานที่สาดประกายแสงแตกต่างกัน ภายในกระเพื่อมไหวด้วยรัศมีแสงที่สอดคล้องกัน ไม่อาจสอดส่องเข้าไปได้

หญิงชรายังคงยืนอยู่ที่นี่ สีหน้านางเคร่งเครียด จ้องมองประตูโค้งเบื้องหน้าตาไม่กะพริบ

"ในที่สุดวัฏสงสารหกวิถีก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งแล้ว!"

น้ำเสียงของหญิงชราเจือปนไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี

วินาทีต่อมา

ตู้ม!!!

ณ ที่ห่างไกล บริเวณที่ซูหมางกำลังทะลวงระดับ จู่ๆ กลิ่นอายอันกว้างใหญ่ไพศาลเลื่อนลอยสายหนึ่ง ก็ราวกับพายุที่กวาดล้างไปทั่วทั้งฟ้าดินด้วยท่วงท่าอันน่าสะพรึงกลัว

สีหน้าของหญิงชราเปลี่ยนไปในพริบตา รีบหันขวับไปมอง

ซูหมางที่ก่อนหน้านี้ถูกสายฟ้าบดบังและถูกกระหน่ำฟาดฟันมาตลอดหนึ่งปีเต็ม ยามนี้ลุกขึ้นยืนแล้ว บนร่างของเขาพวยพุ่งหมอกสีขาวสายหนึ่ง ดูลึกลับยิ่งนัก

ส่วนใต้ฝ่าเท้าของเขากลับปรากฏสะพานสายหนึ่ง รอบสะพานปรากฏรอยระลอกน้ำกระเพื่อมไหว

ส่วนซูหมางก็ยืนอยู่บนสะพาน เบื้องหน้าของเขาคือดินแดนเวิ้งว้างที่ไม่อาจล่วงรู้ได้

เคล็ดวิชามหาอิสระ ทะลวงสู่ขั้นที่หกแล้ว!

และฝั่งตรงข้ามของสะพาน ก็คือฟากฝั่งมรรคา!

ในที่สุดซูหมางก็ทะลวงระดับ ยกระดับเคล็ดวิชามหาอิสระขึ้นสู่ขั้นที่หก และเป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงที่ตั้งของฟากฝั่งมรรคา นั่นคือฟ้าดินอันลึกลับแห่งหนึ่ง

ขอเพียงเขาสามารถเข้าไปได้ ก็จะสามารถตัดขาดการโจมตีทั้งหมดได้ ต่อให้เป็นจักรพรรดิเซียน ก็ไม่อาจแตะต้องชายเสื้อของซูหมางได้แม้แต่ครึ่งส่วน นี่คือความมั่นใจของซูหมาง!

จากนั้น ปรากฏการณ์แปลกประหลาดรอบกายเขาทั้งหมดก็อันตรธานหายไปอย่างเงียบๆ เคล็ดวิชามหาอิสระที่ทะลวงระดับ ทำให้ซูหมางตื่นเต้นยินดียิ่งนัก ทว่าเขาไม่ได้จากไป แต่ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่กลางความว่างเปล่า ทะลวงระดับต่อไป

แสงทองแห่งมรรคา เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงเขา ให้ยกระดับพลังอย่างบ้าคลั่งต่อไป เมื่อทะลวงสู่ระดับเซียนโบราณได้แล้ว ขอบเขตย่อยหลังจากนั้น ย่อมไม่อาจขัดขวางเขาได้เลย

ท่ามกลางการบำเพ็ญเพียร เวลาคือสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด

เวลาสิบปี ผ่านพ้นไปในพริบตา

และในช่วงสิบปีนี้ ซูหมางอาศัยเพียงแสงทองแห่งมรรคา ยกระดับขอบเขตจากเซียนโบราณขั้นต้น ขึ้นสู่เซียนโบราณขั้นสมบูรณ์แบบได้อย่างเหลือเชื่อ ห่างเพียงก้าวเดียว ก็สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตเซียนหยวนได้แล้ว!

เพียงแต่ ในก้าวสุดท้ายนี้ ซูหมางกลับหยุดลง

หากยามนี้เขาอาศัยพลังที่หลงเหลืออยู่ของแสงทองแห่งมรรคา แน่นอนว่าเขาสามารถก้าวเข้าสู่เซียนหยวนได้ ทว่าระดับพลังของเขา จะเกิดตำหนิขึ้น

นี่คือสิ่งที่ซูหมางไม่ยอมให้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด เขาต้องการให้ทุกระดับขอบเขตของตนเองกลายเป็นความสมบูรณ์แบบ จะต้องไม่เกิดช่องโหว่และตำหนิใดๆ ทั้งสิ้น

สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพละกำลังตนเอง ซูหมางก็สูดลมหายใจเข้าลึก

สิบปีนี้ นับเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาเก็บตัวฝึกฝนยาวนานถึงเพียงนี้ ในอดีตอย่างมากที่สุด เขาก็เก็บตัวแค่ไม่กี่เดือนหรือหนึ่งปีเท่านั้น

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อพละกำลังของซูหมางแข็งแกร่งขึ้น ระยะเวลาในการเก็บตัวฝึกฝนของเขาก็มีแต่จะยิ่งยาวนานขึ้น

กระทั่งอาจยาวนานถึงร้อยปี หรือพันปี!

เซียนเพียงกะพริบตา ทะเลก็กลายเป็นทุ่งนาป่าเขา ราชวงศ์ผลัดเปลี่ยน นี่ไม่ใช่เพียงความหมายตามตัวอักษร ทว่าคือคำบรรยายที่เป็นความจริงอย่างแท้จริง

"ตัวข้าในยามนี้ หากได้พบกับจูเชวี่ยตัวนั้นอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องให้อาณาเขตเต๋าและผู้คุ้มกันลงมือ ข้าก็สามารถทุบตีมันจนตายได้แล้ว!"

มุมปากของซูหมางยกยิ้มขึ้นมา

เซียนหยวนหรือ

เขาไร้ซึ่งความหวาดกลัว!

ด้วยรากฐานอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ติดตัวเขาอยู่ในยามนี้ เขาไม่เกรงกลัวเซียนหยวนคนใด ต่อให้มาจากแดนเซียน ต่อให้เป็นสิ่งที่เรียกว่าศิษย์ของปราชญ์แล้วอย่างไรเล่า

เขาสามารถเมินเฉยต่อทุกสิ่ง แล้วลงมือสังหารอย่างเหี้ยมโหดได้โดยตรง!

แน่นอนว่า ขีดจำกัดของเขาก็น่าจะอยู่เพียงเท่านี้ หากต้องเผชิญหน้ากับเซียนสวรรค์หลัวเทียน ภายในใจของซูหมางยังคงไร้ซึ่งความมั่นใจ

เพียงแต่หากเป็นการหลบหนีเอาชีวิตรอด ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 570 - เคล็ดวิชามหาอิสระขั้นที่หก ฟากฝั่งมรรคาเผยโฉม

คัดลอกลิงก์แล้ว