- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอป่วนหัวใจซุปตาร์ทั่ววงการ
- บทที่ 90 - งานเปิดตัวมังกรสร้างชาติ
บทที่ 90 - งานเปิดตัวมังกรสร้างชาติ
บทที่ 90 - งานเปิดตัวมังกรสร้างชาติ
บทที่ 90 - งานเปิดตัวมังกรสร้างชาติ
เมื่อมาถึงบริษัท เขาก็ตรงไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อจัดแต่งทรงผมและเปลี่ยนเป็นชุดสูทสั่งตัดพิเศษแบรนด์อาร์มานีที่ฉางลี่หงไปหยิบยืมมาให้
ตอนนี้หลี่เสี่ยวหรั่น หลิวเย่ อวี๋หนาน จางอี้ เหลยเจียอิน และกัวจิงเฟยต่างก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เฉาหลิงเซวียนลูบผมตัวเองให้เข้าทรง
"พวกเราออกเดินทางกันเถอะ"
รถเบนซ์สองคันถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ
เฉาหลิงเซวียน หลี่เสี่ยวหรั่น และอวี๋หนานนั่งรถคันเดียวกัน
ส่วนหลิวเย่ จางอี้ กัวจิงเฟย และเหลยเจียอินนั่งรถอีกคัน
ขบวนรถแล่นไปราวหนึ่งชั่วโมงเต็มก็มาถึงหอประชุมใหญ่ ใช่แล้ว หอประชุมใหญ่แห่งศาลาประชาคม เพราะภาพยนตร์เรื่องมังกรสร้างชาติไม่ใช่ภาพยนตร์ธรรมดาทั่วไป
เมื่อมองออกไปก็เห็นกองทัพนักข่าวและฝูงชนที่แห่แหนมาร่วมงานอย่างมืดฟ้ามัวดิน มองไปทางไหนก็เห็นแต่คลื่นฝูงชนเต็มไปหมด
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเปิดประตูรถให้
เฉาหลิงเซวียนก้าวลงจากรถเป็นคนแรก ตามด้วยหลี่เสี่ยวหรั่นในชุดเดรสยาวสีนู้ดผ่าอกลึก และอวี๋หนานในชุดกระโปรงสั้นสีน้ำเงิน ทั้งสองสาวควงแขนเฉาหลิงเซวียนขนาบซ้ายขวาก้าวเดินไปบนพรมแดงอย่างสง่างาม
สองสาวฉีกยิ้มหวาน โพสท่า และโบกมือทักทายท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดส่องมาอย่างต่อเนื่อง เฉาหลิงเซวียนกลับรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน พรมแดงยาวไม่ถึงสามร้อยเมตรแต่กลับใช้เวลาเดินนานถึงห้านาทีเต็ม อากาศก็ร้อนอบอ้าวทำเอาเหงื่อแตกพลั่ก แถมหลี่เสี่ยวหรั่นกับอวี๋หนานยังสวมรองเท้าส้นเข็มสูงปรี๊ดตั้งสิบเซนติเมตร เขาจึงไม่กล้าเดินเร็วเพราะกลัวว่าทั้งคู่จะสะดุดล้มหน้าคะมำ
เมื่อเดินมาถึงประตูทางเข้างาน เฉาหลิงเซวียนก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"พี่สาวทั้งสองครับ คราวหน้าผมไม่อยากเดินพรมแดงกับพวกพี่แล้วนะ เหนื่อยสายตัวแทบขาดเลย"
อวี๋หนานหัวเราะคิกคัก
"เป็นอะไรไป เดินพรมแดงกับพวกฉันมันทำให้หน้าขายหน้าหรือไง"
เฉาหลิงเซวียนอ้าปากค้าง
"พวกพี่เดินกันช้าเป็นเต่าคลานเลย อากาศก็ร้อนสุดๆ ดูสิ เหงื่อผมเปียกชุ่มไปทั้งตัวแล้วเนี่ย"
หลี่เสี่ยวหรั่นยกมือขึ้นปิดปากด้วยความเขินอาย
"ประธานเฉาคะ การเดินพรมแดงเป็นโอกาสทองในการสร้างพื้นที่สื่อให้พวกเรานักแสดงนี่คะ เห็นใจกันหน่อยสิคะ"
"ใช่ๆ กว่าฉันจะได้สวมชุดโอตกูตูร์ของดิออร์สักครั้งมันไม่ง่ายเลยนะ เจ้านาย ฉันกำลังทำเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าคุณอยู่นะ"
"เอาเถอะ ผมสู้พวกพี่ไม่ได้จริงๆ พวกพี่ชนะ โอเคไหม"
"แหม น่ารักจังเลย มาให้พี่สาวหอมแก้มทีนึงสิ"
อวี๋หนานคว้าใบหน้าของเฉาหลิงเซวียนมาประทับรอยจูบฟอดใหญ่ด้วยสีหน้าเบิกบานใจ
เมื่อหลี่เสี่ยวหรั่นเห็นดังนั้นก็ชำเลืองมองเฉาหลิงเซวียนก่อนจะหน้าแดงซ่านและโน้มตัวลงไปหอมแก้มชายหนุ่มบ้าง
เฉาหลิงเซวียนยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจ
"คราวหน้าถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก รีบเรียกผมเลยนะ ผมเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว"
อวี๋หนานถ่มน้ำลายรดเฉาหลิงเซวียนทีหนึ่ง
"ไอ้ลามกเอ๊ย"
"โอ้โห พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย"
หลิวเย่ จางอี้ เหลยเจียอิน และกัวจิงเฟยที่เพิ่งเดินเข้ามาในงานพอดีเอ่ยทักทาย พวกเขาเห็นฉากที่สองสาวหอมแก้มเฉาหลิงเซวียนแบบเต็มสองตา
หลี่เสี่ยวหรั่นหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงทันที
แต่อวี๋หนานกลับทำท่าทางไม่หยี่ระ
"อะไรนักหนา จะมายุ่งอะไรด้วย แค่หอมแก้มเจ้านายมันผิดตรงไหน ก็เห็นว่าเจ้านายรูปหล่อแถมวันนี้ยังอุตส่าห์ยอมเหนื่อยเดินพรมแดงเป็นเพื่อน ฉันก็เลยอยากจะให้รางวัลสักหน่อย มันแปลกตรงไหนย๊ะ พวกนายนี่มันว่างงานนักหรือไงถึงได้เอาแต่จับผิดคนอื่นแบบนี้"
หลิวเย่รีบยกมือขอโทษขอโพย เขาไม่กล้าไปต่อกรกับอวี๋หนานหรอก
"เอาล่ะ เลิกเล่นกันได้แล้ว เข้าไปข้างในกันเถอะ สำรวมกิริยาอาการกันหน่อยนะ วันนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงมาร่วมงานเยอะแยะเลย รักษาภาพพจน์กันด้วยล่ะ"
ทุกคนเดินเข้าไปในงาน ตอนนี้ที่นั่งในฮอลล์แทบจะถูกจับจองจนเต็มหมดแล้ว บรรดานักแสดงที่ร่วมแสดงต่างก็ทยอยเดินทางมาถึง นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทสื่อสารมวลชนทั้งรายเล็กรายใหญ่และดารานักแสดงมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
"หลิวเย่ นายพาพวกเราไปหาที่นั่งทีสิ"
หลิวเย่พยักหน้ารับและเดินนำหน้าทุกคนไปหาที่นั่ง
เฉาหลิงเซวียนเดินตรงดิ่งไปยังที่นั่งแถวที่สองซึ่งอยู่ติดกับเฉินหลงและจางกั๋วลี่ ทั้งสองคนกำลังนั่งคุยกันเรื่องการอบรมสั่งสอนลูกๆ อย่างออกรส
"พี่ใหญ่เฉินหลง คุณอาขั๋วลี่"
"อ้าว เพิ่งจะบ่นถึงอยู่แหม็บๆ สมแล้วที่แซ่เฉา พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาพอดีเลยนะ"
เฉาหลิงเซวียนถอดเสื้อสูทตัวนอกออก
"โอ้โห ค่อยยังชั่วหน่อย วันนี้เกือบจะโดนย่างสดตายแล้วเชียว"
จางกั๋วลี่ยื่นขวดน้ำให้ชายหนุ่ม
"นายมาช้าไปหน่อย พวกเรามาถึงนานแล้ว ตอนสายๆ อากาศยังไม่ร้อนขนาดนี้เลย"
"วันนี้คนมาร่วมงานเยอะจริงๆ ขนาดงานประกาศรางวัลยังไม่มีดาราเบอร์ใหญ่รวมตัวกันเยอะขนาดนี้เลยนะครับเนี่ย"
จางกั๋วลี่แย้มยิ้ม
"งานประกาศรางวัลมันก็แค่เรื่องของเกียรติยศ แต่ถ้าใครเบี้ยวงานเปิดตัวรอบปฐมทัศน์เรื่องนี้ล่ะก็ ถือว่ามีปัญหาเรื่องทัศนคติอย่างร้ายแรงเลยล่ะ"
"นั่นก็จริงครับ"
เฉาหลิงเซวียนจิบน้ำเย็นเข้าไปอึกใหญ่ รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น
ขณะนั้นหานซานผิงก็เดินทางมาถึง พร้อมกับชายวัยกลางคนอีกสองสามคน ดูจากสไตล์การแต่งตัวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นข้าราชการระดับสูง
จางกั๋วลี่กระซิบเสียงแผ่ว
"เอาล่ะสิ รัฐมนตรีจางจากกระทรวงวัฒนธรรม ผู้อำนวยการหลิวจากกองภาพยนตร์ แล้วก็ผู้อำนวยการหวงจากสำนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติก็มากันครบเลย ให้เกียรติกันสุดๆ"
เฉาหลิงเซวียนลอบสังเกตใบหน้าของกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นเพื่อจดจำเอาไว้
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงตรง ภาพยนตร์เริ่มฉาย
มังกรสร้างชาติ จะว่ายังไงดีล่ะ เป็นภาพยนตร์แนวชีวประวัติ แค่เห็นรายชื่อนักแสดงก็กินขาดแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น เครือข่ายโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ทั้งแปดแห่งของประเทศยังเทรอบฉายให้ถึงร้อยละแปดสิบสาม นี่มันหมายความว่ายังไงน่ะหรือ ก็หมายความว่าแทบทุกโรงภาพยนตร์ที่คุณก้าวเท้าเข้าไปก็จะฉายแต่เรื่องนี้ยังไงล่ะ
เป็นผลงานภาพยนตร์แนวส่งเสริมความรักชาติและเชิดชูอุดมการณ์ทางการเมือง สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบวันเกิดของแผ่นดินแม่โดยเฉพาะ
ราคาตั๋วสี่สิบหยวน ถือว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
สองชั่วโมงผ่านไป เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ งานนี้ไม่มีช่วงให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ มีเพียงหานซานผิงที่ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและโค้งคำนับให้ผู้ชมทุกคนเพื่อเป็นการขอบคุณ
งานเปิดตัวภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์สิ้นสุดลง
เฉาหลิงเซวียนพาหวางกั่วกั่วเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศชานเมืองปักกิ่ง
หลิวซือซือกับถังเยี่ยนก็เดินทางมาร่วมทริปนี้ด้วย ช่วงนี้ทั้งสองสาวกระเป๋าตุงกันถ้วนหน้า ค่าตัวจากรายการรันนิ่งแมนเทปละสามแสนหยวน พวกเธอถ่ายทำไปแล้วสามเทป ไม่เพียงแต่กอบโกยเงินไปได้ก้อนโต แต่ยังโด่งดังเป็นพลุแตกอีกด้วย พอรายการระดับปรากฏการณ์อย่างรันนิ่งแมนออกอากาศ ก็สามารถเบียดรายการวาไรตี้เจ้าอื่นในประเทศจนตกขอบไปเลยทีเดียว
เพียงแค่ออกอากาศในตอนที่สอง เรตติ้งก็ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของประเทศไปอย่างสวยงาม
คาแรคเตอร์สาวนักกินจอมแก่นของหลิวซือซือ บวกกับคาแรคเตอร์สาวซื่อบื้อสุดน่ารักของถังถัง ทำให้พวกเธอสามารถกวาดต้อนแฟนคลับมาได้เป็นจำนวนมาก ดันให้ทั้งสองสาวก้าวขึ้นแท่นนักแสดงหญิงระดับเทียร์สองได้อย่างรวดเร็ว
ยอดผู้ติดตามในเวยปั๋วของพวกเธอทะลุสี่แสนคนไปแล้ว ซึ่งมากกว่าเฉาหลิงเซวียนถึงสองเท่าตัว ในยุคบุกเบิกของเวยปั๋ว จำนวนผู้ใช้งานยังไม่แพร่หลายมากนัก และยังไม่มีระบบซื้อยอดผู้ติดตาม ตัวเลขที่เห็นจึงมาจากฐานแฟนคลับตัวจริงเสียงจริงล้วนๆ
เฉาหลิงเซวียนนอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้ชายหาด จิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เบาๆ รับลมเย็นๆ พร้อมกับแอบชำเลืองมองถังถังและหลิวซือซือในชุดบิกินี่ที่อยู่ข้างๆ ช่างเป็นภาพที่เจริญหูเจริญตาเสียจริงๆ
"เสี่ยวเซวียน พี่เคฝากให้ฉันมาคุยเรื่องหนึ่งกับนายหน่อยน่ะ"
เฉาหลิงเซวียนถอดแว่นกันแดดออก
"เรื่องอะไรเหรอ"
ถังถังเลียไอศกรีมในมือจนคราบสีขาวเลอะริมฝีปาก
"ก็รายการรันนิ่งแมนกำลังดังเป็นพลุแตกไม่ใช่เหรอ พี่เคก็เลยอยากจะส่งนักแสดงในสังกัดถังเหรินไปร่วมแจมในรายการบ้าง เพื่อขอเกาะกระแสเพิ่มฐานแฟนคลับหน่อยน่ะ"
เฉาหลิงเซวียนหัวเราะหึๆ
"ใช้สิทธิ์อะไรมาขอแจมล่ะ"
"ถังถัง เธอรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้มีนักแสดงต่อคิวรอออกรายการรันนิ่งแมนกันกี่คน ลำพังแค่นักแสดงเบอร์ใหญ่ก็ปาเข้าไปยี่สิบกว่าคนแล้วนะ"
"ฉันรู้สิ ฉันถึงได้รู้สึกลำบากใจไงล่ะ แต่เขาเป็นเจ้านายของฉันนี่นา แถมเขายังเอ่ยปากขอร้องเองเลยด้วย ฉันก็ไม่กล้าปฏิเสธหรอก"
"เรื่องนี้ฉันรับทราบแล้ว แค่ทำเป็นเงียบๆ ไม่ต้องตอบรับอะไรไปก็พอ"
ถังถังพยักหน้ารับ ความจริงแล้วเธอก็รู้ดีว่าเฉาหลิงเซวียนคงไม่มีทางตกลงอย่างแน่นอน ที่เธอกับหลิวซือซือได้เข้าไปร่วมรายการก็เพราะเธอเป็นแฟนสาวของเขา และหลิวซือซือก็เป็นเพื่อนสนิทของเขา คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาร้องขอล่ะ รายการนี้เป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตซูเปอร์สตาร์ชั้นดี ใครได้ไปออกก็มีแต่เกิดกับเกิด แล้วทำไมเขาต้องมอบโอกาสทองแบบนี้ให้คนอื่นด้วย
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของเฉาหลิงเซวียนก็ดังขึ้น เมื่อหยิบมาดูก็พบว่าเป็นสายของฟ่านเสี่ยวพ่าง จะรับดีหรือไม่รับดีนะ ถังถังเองก็ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ด้วย
ถังถังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
"ใครโทรมาเหรอ"
เฉาหลิงเซวียนตอบด้วยท่าทีนิ่งเฉย
"ฟ่านเสี่ยวพ่างน่ะ ไม่รู้ว่ามีธุระอะไร"
เขากดรับสาย
"ฮัลโหล พี่พ่างพ่าง"
"ประธานเฉา กำลังทำอะไรอยู่คะ"
"เอ่อ กำลังพักผ่อนตากอากาศอยู่ครับ"
"ประธานเฉา ฉันขอรบกวนเรื่องนึงได้ไหมคะ"
"เรื่องอะไรครับ"
"ได้ข่าวว่ารายการรันนิ่งแมนกับรายการหักเหลี่ยม โหดมันส์ฮา เป็นโปรเจกต์ของติ่งเซิ่งใช่ไหมคะ ฉันอยากจะขอไปเป็นแขกรับเชิญสักเทปนึงน่ะค่ะ"
เฉาหลิงเซวียนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"เรื่องนี้ผมก็ตอบยากเหมือนกันนะครับ พี่ก็รู้นี่ว่าช่วงนี้สองรายการนี้กระแสแรงจนฉุดไม่อยู่จริงๆ"
"แหม ช่วยสงเคราะห์กันหน่อยสิคะ รับรองว่าเดี๋ยวจะตอบแทนให้อย่างงามเลยนะคะ"
น้ำเสียงออดอ้อนของฟ่านเสี่ยวพ่างดังลอดมาจากปลายสาย
เฉาหลิงเซวียนรีบตกปากรับคำทันที
"ตกลงครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้ เอ่อ ผมมีธุระต้องไปจัดการก่อน ขอวางสายก่อนนะครับ"
หลังจากเฉาหลิงเซวียนวางสาย เขาก็เห็นถังถังยืนยิ้มกริ่มมองเขาอยู่
"เขาจะตอบแทนอะไรนายเหรอ"
เฉาหลิงเซวียนส่งยิ้ม
"จะตอบแทนอะไรได้ล่ะ ก็คงแค่เลี้ยงข้าวสักมื้อนั่นแหละ"
ถังถังหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด
"ก็เมื่อกี้นี้นายเพิ่งจะบ่นอยู่แหม็บๆ ว่ารายการนี้ดังระเบิด มีคนต่อคิวรอออกตั้งเยอะแยะนี่นา"
"มันก็ต้องดูว่าเป็นใครด้วยสิ ในบรรดานักแสดงหญิงของประเทศ ฟ่านเสี่ยวพ่างก็ถือว่าเป็นเบอร์ต้นๆ เลยนะ ถ้าเธอมาออกรายการก็จะช่วยดันกระแสของรันนิ่งแมนให้ดังกระฉูดขึ้นไปอีก ฉันทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ของรายการทั้งนั้นแหละ"
"เอาล่ะ เลิกหึงหวงไร้สาระได้แล้ว ชักจะเริ่มเมื่อยแล้วสิ พวกเราไปนวดสปากันดีกว่าไหม เดี๋ยวฉันเป็นเจ้ามือเอง"
เฉาหลิงเซวียนรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนแล้วเผ่นหนีทันที
[จบแล้ว]