เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 14 สหาย (Part 1)

Chapter 14 สหาย (Part 1)

Chapter 14 สหาย (Part 1)


Chapter 14 Comrades (Part 1)

“ผมชื่อฮอนโฮคิมและไม่นานมานี้ผมกำลังเรียนหนังสือเพื่อสอบเข้าราชการ คุณชื่ออะไร?”

ผมถามเรื่องนี้หลังจากที่เราเดินอยู่ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดและอึดอัด คุณอย่างน้อยคุณก็ต้องแลกเปลี่ยนชื่อคุณบ้าง ไอ้ห่า

หนุ่มมหาลัยยินดีที่จะให้ความร่วมมือ

“ผมชื่อลีจุนโฮ ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งสอบเข้าม.เกาหลีได้*”

(TN: ม.เกาหลีก็เหมือนกับฮาวาร์ดในเกาหลี.)

เขาเป็นนักศึกษาจริงๆเขายังเด็ก แต่คิดว่าน่าจะอายุประมาณ20

“ลีแฮซู...ฉันเป็นพนักงานบริษัท”

ชื่อของหญิงสาววัย20ปีคือลีแฮซู เมื่อเห็นว่ามันใช้เวลานานมากแล้วเธอเลยแนะชื่อของเธอออกมาและเนื่องจากปาร์คโกซางได้แนะนำตัวก่อนแล้วที่เหลือก็คือชาย30คนเดียวที่ยังไม่ได้บอกชื่อ แม้ว่าเขาจะไม่พูดอะไรเราก็ไม่คิดว่าเขาจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้

“คังจุนซางนักสู้จากเซี่ยงไฮ้.”

นักสู้จากจีน!

อย่างงั้นเราก็รู้แล้วว่าทำไมจุนซางไม่กลัวโกชาง.

การแสดงออกของโกชางกลายเป็นน่าเกลียด ถ้าเขาโดนเข้าไปโจมตีจริงๆเขาก็จะเสียหน้าแน่นอน.

หลังจากแลกเปลี่ยนชื่อแล้วเราก็ยังเดินต่อไปในบรรยากาศที่น่าอึดอัด

จุนโฮเป็นคนเดียวที่แทบจะไม่ลืมการพูดคุย

พนักงานแฮซูก็ตอบข้อความสั้นจู๋ในการสนทาง่ายๆของพวกเรา แต่มันอาจจะเป็นเพราะว่าเธอตกใจหลังจากเกือบจะโดนโกชางทำมิดีมิร้ายทำให้คำพูดของแฮซูดูน้อยลง

“คอมผมแห้งแล้ว คิดว่าน้ำน่าจะอยู่แถวไหน?”

นี่เป็นคำพูดของจุนโฮ

“ผมก็พยายามจะหาอยู่ ซิล!”

หลังจากการเริ่มการสอบครั้งที่สองผมก็เรียกซิลเป็นครั้งแรก

-เมี๊ยว.

ซิลปรากฎตัวขึ้นกลางอากาศและเอาหน้ามาถูกับหน้าผม

“โอ้? นั่นคืออะไร?”

จุนโฮประหลาดใจอย่างมาก แฮซู โกชาง และจุนซางต่างก็ประหลาดใจและมองมาที่ผมเพื่อขอคำอธิบาย.

“นี่เป็นสกิลอัญเชิญสปิริตที่ได้รับจากรางวัลคาม่าของผม เธอเป็นสปิริตลมชื่อซิล.”

“อัญเชิญสปิริต? นั่นมันเป็นสกิลช่วยเหลือหรอ?”

“สกิลหลัก.”

หลังจากผมพูดจบหลายคนก็มีปฏิกิริยาต่างกัน

“สกิลหลักของคุณ?!”

“นั่นเป็นสกิลหลักของคุณ?!”

“สกิลหลัก?”

จุนโฮ,โกชางและแม้แต่จุนซางก็ประหลาดใจ

จุนซางผู้ที่ไม่อาจจะรู้ได้ว่าเขาจะพูดได้ถามคำถามกับผม.

“คุณได้รับคาม่าเท่าไรจากการสอบครั้งแรก?”

“500 คาม่า.”

“…!”

ใบหน้าของจุนซางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ดูเหมือนว่าคะแนนของผมจะสูงกว่าเขามาก

“คุณล้อเล่นหรือป่าว?คุณทำอย่างไรถึงได้500คาม่า?”

โกชางเริ่มที่จะก้าวร้าวอีกครั้ง แต่ผมยักไหล่

“ผมบอกได้ว่ามันเป็นการประเมิณศักยภาพมากกว่าความสามารถ อย่างไรก็ตามผมสามารถที่จะอัญเชิญสปิริตและปืนไรเฟิล ถ้าคุณไม่เชื่อต้องการเห็นไหม?”

ผมได้เรียกปืนเวทย์มนต์และกล่องกระสุน กล่องกระสุนที่มีกระสุนเพิ่มขึ้นมากอีก100นัดมันอัดแน่นไปด้วยลูกกลมๆเหล่านั้น

“มันไม่ค่อยเมกเซ้นเท่าไร…”

การแสดงออกของโกชางดูเหมือนกับว่าเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ

หืมม ตอนนี้คุณเห็นหรือยัง? ผมไม่ใช่คนที่คุณจะหัวเราะหรือจิกหัวใช้ได้ ในบางทีคุณอาจจะต้องจ่ายหนี้ของคุณจากผม.

“ซิลมองหาแหล่งน้ำใกล้ๆ.”

-เมี๊ยว!

ซิลบินไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันผมก็ถามคนอื่นๆ

“พวกคุณได้รางวัลอะไรจากค่าม่า? ผมคิดว่ามันต้องรู้เนื่องจากมันจะทำให้การทำงานของเราดีขึ้นและเสริมการต่อสู้ในภายหลัง.”

“คุณน่าทึ่งเป็นอย่างมาก ในการสอบครั้งแรกผมได้คาม่าแค่ 270 ความต้องการของสกิลหลักคือ400คาม่าดังนั้นผมเลยไม่สามารถที่จะเรียนรู้มันได้.”

จุนโฮเป็นคนตอก่อน

“ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเลือกสกิลรอง ‘เสริมพลังกายภาพ’และมันสามารถเรียนรู้ได้ถึงเลเวล2 ที่เหลือผมก็เอาไปซื้อโล่ผมจะโชว์ให้ดู.”

ขณะที่กำลังพูดอยู่จุนโฮได้เรียกโล่หนังกลมดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีอาวุธ.

“บัฟเสริมความแข็งแกร่งทางกายภาพมันเป็นอย่างไร?”

ผมไม่เคยเห็นสกิลช่วยเหลือ ผมเลยอยากรู้อยากเห็น

“มันเหมือนกับการที่ร่างกายของคุณแข็งแกร่ง ที่เลเวล1 เอนทรี มันจะทำให่ร่างกายของคุณแข็งแรงและเลเวล2จะทำการเคลือบความแข็งทางผิวหนังด้วย อาสติกชาม.”

ราวกับว่าเขากำลังอาย เขาเกาหัวของเขา

“ผมมักจะมีความอ่อนแอทางสายเลือด ดังนั้นผมเลยเพิ่มมันเป็นเลเวล2.”

จุนโฮตัวไม่ค่อยสูงนัก แต่มันก็กำลังพอดี แต่ดูเหมือนกับว่าเขาต้องขอบคุณบัพเสริมความแข็งแกร่งของเขาที่มันช่วยให่เขาไม่ต้องออกกำลังกายมากนัก.

“นั่นเป็นสกิลที่ดีจริงๆ ร่างกายของก็ไม่ค่อนดี มันมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?”

“เอนทรี เลเวล1 ใช้คาม่า100 และเลเวลสองใช้150.”

นั่นมันเป็นปฏิวัติการพัฒนาทางร่างกาย

ผมเป็นคนที่มีร่างกายที่ค่อนข้างซับซ้อน ‘ร่างกายที่ไม่ได้เคยดูแลของผม.’แต่ถ้าผมได้รับความช่วยเหลือนี้ผมก็ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายและสามารถเป็น moem-jjang!*

(TN: มันแปลเป็นอังกฤษไม่ได้ แต่มันหมายความว่ามันมีร่างกายที่น่ากลัว)

‘เมื่อการสอบนี้เสร็จสิ้นฉันจะเอารางวัลเหล่านี้ทันที.’

ไม่ใช่ความโลภของผมที่ไม่ต้องการออกกำลังกาย แต่เนื่องจากการมีความแข็งแกร่งคือสิ่งสำคัญทั้งหดม

“อ่า แม่ง ฉันได้ 250 คาม่า แกบอกฉันหน่อยสิว่ามันดีไม่เท่ากับแก?”

ปาร์คโกชางสะอื้นและสถบถามออกมาในเวลาเดียวกัน แต่จุนโอก็กลัวเป็นการยั่วยุเขา

“ฉันได้รับบัฟเอนทรีเลเวล3และดาบ.”

“เลเวล 3?”

“แกคิดว่าฉันจะเหมือนกับพวกแกหรอ?มันมาจากการออกกำลังกายอย่างแท้จริง ไอ้เลว.”

“ฉันรู้.”

ปาร์คโกชางเดิมทีมีร่างกายเท่ากับได้รับบัฟเลเวลสองและเขาก็ซื้อเพิ่มอีกเป็นเลเวลสาม

‘ดังนั้นการที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและมีสุขภาพที่ดีจะสามารถเรียนได้ตั้งแต่เลเวล2.’

ผมได้เรียนรู้มากจริงๆ

ตอนนี้ก็มาถึงแฮซูเธอหยุดพูดชั่วคราวก่อนที่จะบอกออกมาอย่างระมัดระวัง

“ฉันได้100คาม่า นอกนจากเอนทรีแล้วฉันก็ไม่มีอะไร ฉันขอโทษ…”

“ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไร ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะปกป้องคุณ.”

เมื่อได้ยินความคิดเห็นของโกชางไปแฮซูก็หน้าซีดทันที

-เมี๊ยว.

ใช่มันได้เวลาแล้วที่ซิลจะต้องกลับ

“คุณเจอน้ำหรือป่าว?”

-เมี๊ยว!

ซิลชี้ไปทางซ้ายและบอกด้วยความรวดเร็ว ‘293’

“ขอบคุณผมจะเรียกคุณมาใหม่.”

ผมยกเลิกการเรียกซิลและพูดกับกลุ่ม

“300 เมตรจากที่นี่มีน้ำ.”

เรามุ่งหน้าไปทางที่ซิลชี้ หลังจากที่เราเดินผมก็ได้ถามจุนซาง

“คุณได้เลือกราววัลอะไรของคุณ?”

“400คาม่า ควบคุมออาร่า เอนทรีเลเวล 1”

400คาม่า น้อยกว่าผม

ผมคิดว่ามันเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้ของทุกคนในการสอบครั้งแรก.

การซ่อนตัวเพื่อโจมตีของลิงแดง แต่จุนซางที่เป็นนักรบเขาสามารถหลีกเลี่ยงขวานหินนั่นได้อย่างรวดเร็วและก็น๊อคลิงแดงในอึดใจเดียวนั่นเป็นสิ่งที่ผมแน่ใน อย่างไรก็ตามการควบคุมออร่ามันเหมาะกับนักสู้เป็นอย่างมาก.

แต่คำพูดของจุนซางก็ยังออกมาเรื่อยๆ

“ตอนนี้ผมมีเอนทรีเลเวล 4.”

“หืม?”

“แม้ว่าจะไม่มีการสอบแต่มันก็เป็นไปได้ว่าจะสามารถยกระดับจากข้างนอกได้.”

มันเป็นการเปิดเผยที่น่าตกใจ

ต้องขอคุณที่สามารถเพิ่มเลเวลสกิลของคุณได้โดยไม่ใช้คาม่า!

‘หืม? แต่มันมีเวลาแค่11วันในการฝึกออร่า?’

มีคำถามตามต่อจากที่จุนซางพูด

“คุณเพิ่ม3เลเวลใน11วัน?”

“การควบคุมออร่ามีหลักการเดียวกับไทเก๊ก. ผมได้ฝึกบังกัลซาน* และเฟยฉีเตียน* ตลอดชีวิตของผม.”

(TN: Bāguà zhǎng มันก็เหมือนกับเดินจงกลม.มันคล้าย ‘แปดฝ่ามืออรหัน’ Fānziquán คือการต่อยสั้นและรวดเร็ว. มันหมายถึงการ ‘หมุนหมัด’ขณะปล่อยกำปั้น)

ผมตะลึงกับความมหัศจรรย์ของจุนซาง.

พูดอีกอย่างคือถ้าเขาไม่มีพื้นฐานแต่แรกเขาก็ไม่สามารถที่จะยกระดับจากเลเวล1ไปยังเลเวล4!

มันเป็นจุดที่ผมไม่อยากจะเชื่อว่ามันเป็นการสอบครั้งแรก ผมอยากเห็นเขาสู้ดูว่าเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน.

อย่างไรก็ตามผมมีความคิดพื้นฐานอยู่ในหัวว่าเราควรจะต่อสู้อย่างไร

ผมจะยิงจากระยะไกลและอีกสามคนปกป้องแฮซู

‘สุดท้ายแฮซูก็เป็นปัญหา เนื่องจากเธอไม่มีอะไรเลยนอกจากควาแข็งแรงทางกายภาพเลเวล1 และเป็นอีกครั้งนึงเนื่องจากเธอมีสภรรมภาพเท่ากับผู้ชายคนนึงเธออาจจะแข็งแรงกว่าผมหรือดีกว่าผม?’

จุนโฮไม่มีอะไรเลยนอกจากโล่

‘ผมแย่ใจว่าการตัดไม้ให้เป็นหอกมันจะคุ้มค่าหรือไม่?’

จากการคาดเดาของผมหากคู่ต่อสู้เป็นลิงแดงแล้วหอกมันก็เพียงพอ

ผมสงสัยว่าเราเดินมาไกลแค่ไหน?

เรามาถึงแหล่งน้ำ

เราสามารถเห็นกระต่ายที่ดื่มน้ำได้อย่าวรวดเร็วและไป.

“ซิล!”

-เมี๊ยว?

ซิลถูกอัญเชิญ

“จับกระต่ายนั่น!”

-เมี๊ยว!

ซิลลอบเขาไปทางด้านหลังของกระต่านอย่างไร้ร่องรอย.

เพียงครู่เดียวซิลก็กลับมาพร้อมกับคอของกระต่ายอยู่ในปากของเธอ กระต่ายก็ใช้ฟันของมันกัดโต้ตอบแต่มันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจั่วลม ตอนนี้ผมถือกระค่ายด้วยการถึงหูของมันจากนั้นผมก็บอกซิล

“คุณสามารถทำให้ลมคมเหมือนกับมีและตัดหลอดเลือดของมันได้ไหม?”

-เมี๊ยว.

ซิลพยักหน้าของเธอ

ผมถือกระต่ายไปข้างแม่น้ำหลังจากนั้นผมก็บอกกับซิล

“ทำมัน”

_-เมี๊ยว!

ลมที่เหมือนกับมีดที่แหลมคมกรีดลงไปบนคอของกระต่าย

ฉัวะ! (เสียงเชือด)

เลือดไหลออกจากคอของกระต่าย กระแสน้ำเปลี่ยนเป็นสีแดง

กระต่ายเอาดิ้นรนในลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนที่มันจะแน่นิ่งไป ผมจับขาและเทเลือดให้ใหลออกจากตัวของมันให้หมด.

“โอ้ เธอมีประโยชน์มาก?”

ปาร์คโกซางเคลื่อนไหวเล็กน้อย

หยุดแค่นี้มันก็โอเคแล้ว แต่แล้วเขาก็เพิ่มคำไร้ประโยชน์เข้ามาอีก

“จากนี้ไปคุณจะต้องรับผิดชอบเรื่องอาหาร.”

หน้าของผมกลายเป็นสีแดงด้วยความโกรธ

‘ไอ้อันพาลนั่น เขาต้องการที่จะออกคำสั่ง?’

ผมมีความเสียใจที่ถูกเขาโจมตีก่อน

ในใจของผมคิดว่าอยากจะกรีดคอของเขา.

‘รอและดู.’

หากฉันถึงขีดสุดเมื่อไหร่

จบบทที่ Chapter 14 สหาย (Part 1)

คัดลอกลิงก์แล้ว