- หน้าแรก
- แพทย์เทพแห่งประตูสวรรค์
- บทที่ 38 สิงโตอ้าปากกว้าง
บทที่ 38 สิงโตอ้าปากกว้าง
บทที่ 38 สิงโตอ้าปากกว้าง
"ไอ้คนขาเป๋สารเลว แกไม่อยากเจอเจ้านายพวกเรานักไม่ใช่เหรอ?"
"นี่ไงผู้จัดการเว่ย เจ้านายของพวกเรา! จะบอกให้เอาบุญนะ พี่เขยของผู้จัดการเว่ยก็คือท่านประธานเหลียง ผู้นำตระกูลเหลียงยังไงล่ะ!"
"กล้าลงมือตบฉัน แกเตรียมตัวคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตได้เลย!"
จางเยี่ยนแผดเสียงใส่เย่เทียนซื่ออย่างลำพอง
จากนั้นเธอก็หันไปฟูมฟายฟ้องชายหัวโล้นทันที "ผู้จัดการเว่ยดูสิคะ ไอ้คนขาเป๋นี่ตบปากฉันจนเลือดออกเลย! คุณต้องระบายโทสะให้ฉันนะ!"
"ฮือๆ... เจ็บเหลือเกินค่ะ!"
จางเยี่ยนทำท่าทางน่าสงสารจับใจ
เธอพอจะมีรูปโฉมอยู่บ้าง พอมาแสร้งบีบน้ำตาแบบนี้ ก็ทำให้ผู้ชายเกิดความรู้สึกอยากทะนุถนอมขึ้นมาได้ไม่ยาก
ชายหัวโล้นมองจางเยี่ยนด้วยความสงสาร หากไม่ติดว่ามีคนอยู่แถวนี้ เขาคงดึงเธอมากอดปลอบไปแล้ว
สายตาเหี้ยมเกรียมของเขาจ้องเขม็งไปที่เย่เทียนซื่อ "กล้าลงมือตีคนในร้านของฉัน ก็เท่ากับตบหน้าฉัน เว่ยไห่เลี่ยง!"
"ไอ้หนู ว่ามา แกจะชดใช้ด้วยเงินหรือจะขอโทษ?"
เย่เทียนซื่อถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย "คุณจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าทำไมผมถึงลงมือ? ไม่ถามหน่อยเหรอว่าทำไมยัยนี่ถึงโดนตบ?"
เว่ยไห่เลี่ยงเลิกคิ้ว ท่าทางเผด็จการ "ถามหาพระแสงอะไร!"
"จางเยี่ยนเป็นคนของฉัน เว่ยไห่เลี่ยง เธอจะตบจะด่าแกยังไง แกก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไป!"
"แต่แกตบเธอไม่ได้! แกต้องชดใช้!"
มุมปากเย่เทียนซื่อยกยิ้ม "ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว คุณขอโทษมาซะ"
"อะไรนะ? แกให้ฉันขอโทษ?"
เว่ยไห่เลี่ยงจ้องเย่เทียนซื่ออย่างไม่เชื่อหู คิดว่าตัวเองคงหูฝาดไป
เขาขยับคออย่างดุดันพลางชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว แล้วเอ่ยอย่างยโสว่า "ไอ้หนู ฉันให้ทางเลือกแกสองทาง"
"หนึ่ง คุกเข่าขอโทษจางเยี่ยนต่อหน้าทุกคน ตบหน้าตัวเองสิบที แล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!"
"สอง ให้คนส่งเงินมาห้าแสน!"
จางเยี่ยนทำปากยื่นพลางแค่นเสียง "ผู้จัดการเว่ย ไอ้คนขาเป๋นี่ตบฉันเจ็บขนาดนี้ ต่อให้เรียกเงิน ก็จะเอาแค่ห้าแสนไม่ได้นะคะ มันน้อยไป!"
"ที่รัก แล้วคุณอยากให้มันชดใช้เท่าไหร่ล่ะ?" เว่ยไห่เลี่ยงเอ่ยเอาใจอย่างยิ้มแย้ม
"ห้าล้าน! ขาดแม้แต่หยวนเดียวก็ไม่ได้!"
จางเยี่ยนกลอกตาพลางอ้าปากกว้างราวกับสิงโตตะปบเหยื่อ
เว่ยไห่เลี่ยงพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองเย่เทียนซื่อด้วยสายตาอำมหิต "ไอ้หนู ได้ยินแล้วใช่ไหม ให้คนส่งเงินมาห้าล้าน!"
"ตราบใดที่แกควักเงินออกมาได้ ฉันจะไม่ลำบากแก"
"แต่ถ้าหาเงินมาไม่ได้ ฉันจะทำให้แกต้องคลานออกไปจากที่นี่!"
มุมปากเย่เทียนซื่อโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน "คุณแน่ใจนะว่าเอาแค่ห้าล้าน?"
"โอ้โฮ อะไรกัน? ฟังจากน้ำเสียงแกนี่ ดูเหมือนจะรังเกียจว่าฉันเรียกน้อยไปงั้นเหรอ?"
"ไอ้หนู แกกำลังท้าทายฉัน หรือว่ากำลังเก๊กท่าอยู่กันแน่?"
แววตาของเว่ยไห่เลี่ยงเริ่มเหี้ยมเกรียม เขาจ้องเย่เทียนซื่อเขม็ง
"เจ้านายแห่งจวนม่วงมงคลผู้เกรียงไกร น้องเมียของผู้นำตระกูลเหลียง มีปัญญาแค่นี้เองเหรอ? เรียกแค่ห้าล้าน ผมนึกว่าคุณจะรีดไถผมสักห้าสิบล้านเสียอีก"
"ไอ้หนู ถ้าฉันเรียกห้าสิบล้าน แกจะมีปัญญาจ่ายเหรอ?"
"ถ้าคุณกล้าเรียก ผมก็กล้าจ่าย"
เย่เทียนซื่อมองเว่ยไห่เลี่ยงอย่างสงบนิ่ง แววตาแฝงไปด้วยความขบขัน
ท่าทางของเขาในสายตาเว่ยไห่เลี่ยงคือการท้าทายอย่างชัดเจน
ดวงตาเล็กหยีของเว่ยไห่เลี่ยงหรี่ลงอย่างชั่วร้าย "ไอ้หนู แกกล้าท้าทายฉัน เว่ยไห่เลี่ยง? ในเมื่อแกกล้าพูดแบบนี้ ฉันก็จะเอาห้าสิบล้าน!"
"ขาดไปแม้แต่หยวนเดียว ฉันจะหักขาแกซะ!"
"ถ้าไม่เชื่อแกก็ลองหาเส้นสายดูได้เลย ฉันวางคำพูดไว้ตรงนี้ ต่อให้แกหาใครมาช่วยก็ไม่มีประโยชน์!"
เย่เทียนซื่อหัวเราะ "น้ำเสียงแบบนี้ค่อยสมกับฐานะเจ้านายจวนม่วงมงคลหน่อย ตกลง ผมให้คุณ"
เว่ยไห่เลี่ยงชะงักไปครู่หนึ่ง คิดว่าหูฝาดไปอีกรอบ
"หมอนี่สมองมีปัญหาหรือเปล่า? คนอื่นรีดไถห้าล้านดันหาว่าน้อย ดันเสนอให้เขารีดไถห้าสิบล้านเนี่ยนะ?"
"ต่อให้รวยแค่ไหนก็ไม่น่าโง่ขนาดนี้นะ?"
"ล้อเล่นหรือเปล่า? ตบทีเดียวห้าสิบล้าน แม้แต่จักรพรรดิสุนัขเกาะตะวันออกก็ยังไม่มีราคาสูงขนาดนี้เลย!"
"ฉันอยากจะเห็นจริงๆ ว่าไอ้คนโง่คนนี้จะควักเงินห้าสิบล้านออกมาได้ยังไง?"
...
แขกเหรื่อรอบข้างต่างพากันมองเย่เทียนซื่อราวกับมองคนบ้า พร้อมกับชี้ไม้ชี้มือและเยาะเย้ยไม่หยุด
เย่เทียนซื่อหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วกดโทรออกหาเหลียงเสี่ยนหรง
"ผมมากินข้าวที่จวนม่วงมงคล แต่เจ้านายที่นี่ที่ชื่อเว่ยไห่เลี่ยงจะรีดไถเงินผมห้าสิบล้าน ไม่สู้คุณเดินทางมาส่งเงินให้หน่อยเป็นไง?"
ที่ปลายสาย มือของเหลียงเสี่ยนหรงสั่นระริก โทรศัพท์แทบจะร่วงใส่เป้ากางเกง
"ท่านปรมาจารย์เย่ โปรดอย่าเพิ่งโกรธครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้!"
"ขอเวลาผมสองนาทีครับ"
หลังจากวางสาย เหลียงเสี่ยนหรงก็ตะคอกใส่คนขับรถทันที "ภายในสองนาที ต่อให้ต้องเหาะ แกก็ต้องไปให้ถึงจวนม่วงมงคล!"
คนขับรถเหยียบคันเร่งมิด รถพุ่งฝ่าไฟแดงไปในทันที ราวกับกำลังบินมุ่งหน้าไปยังจวนม่วงมงคลด้วยความเร็วสูงสุด!
ก่อนหน้านี้เย่เทียนซื่อช่วยเหลียงเสี่ยนหรงแก้ฮวงจุ้ยและรักษาอาการป่วยจนหายขาด เหลียงเสี่ยนหรงมีความเคารพให้เย่เทียนซื่อบ้าง แต่ส่วนใหญ่คือความกตัญญู
ทว่าตอนนี้มันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
เหลียงเสี่ยนหรงเห็นกับตาว่าถังเจิ้นกั๋ว ท่านผู้เฒ่าตระกูลถังมีความนอบน้อมต่อเย่เทียนซื่อเพียงใด!
และยิ่งเห็นกับตาว่าแม่ทัพถังเฉยง หนึ่งในสิบขุนพลหญิงแห่งต้าเซี่ย คุกเข่ากราบไหว้เย่เทียนซื่อบนเวทีคำนับอาจารย์!
เหลียงเสี่ยนหรงรู้ดีว่า ตัวตนที่แท้จริงของเย่เทียนซื่อต้องน่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน!
ตอนนี้ สำหรับเย่เทียนซื่อแล้ว เขาทั้งกตัญญู ทั้งเคารพ และทั้งหวาดเกรง
ตั้งแต่ออกมาจากโรงแรมหลงเฉียง เหลียงเสี่ยนหรงก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า ต่อให้ต้องล่วงเกินคนทั้งโลก เขาก็ต้องประจบประแจงเย่เทียนซื่อให้จงได้
"เร็ว! เร็วกว่านี้อีก!"
เหลียงเสี่ยนหรงเร่งเร้าไม่หยุด ก้นนั่งไม่ติดเบาะ
คนขับรถแซงซ้ายป้ายขวาอย่างบ้าคลั่ง!
ฝ่าไฟแดงอย่างไม่คิดชีวิต!
เพียงเก้าสิบวินาที รถก็มาจอดสนิทอยู่ที่หน้าจวนม่วงมงคล
ทันทีที่รถหยุดนิ่ง เหลียงเสี่ยนหรงก็พาเฟิงไห่ผู้ดูแลบ้านกระโดดลงมา
ทั้งสองคนวิ่งเหยาะๆ เข้าไปในร้านด้วยอาการหอบแฮก
เว่ยไห่เลี่ยงรู้สึกประหลาดใจ รีบเดินเข้าไปถามอย่างสงสัย "พี่เขย พี่มาได้ยังไงครับ?"
"เพียะ!"
เหลียงเสี่ยนหรงไม่พูดพร่ำทำเพลง เหวี่ยงแขนตบฉาดใหญ่เข้าให้
ฝ่ามือหนักหน่วงฟาดลงบนหน้าของเว่ยไห่เลี่ยงอย่างไร้ความปราณีจนเสียงดังสนั่น
เว่ยไห่เลี่ยงโดนตบจนมึนงง เอามือกุมแก้มแล้วถามว่า "พี่เขย พี่ตบผมทำไมครับ?"
เหลียงเสี่ยนหรงชี้หน้าเว่ยไห่เลี่ยงด้วยความโกรธจัด "ฉันถามแกหน่อย เมื่อกี้แกเรียกเงินห้าสิบล้านจากท่านปรมาจารย์เย่ใช่ไหม?"
"พี่เขย นั่นไม่ใช่การรีดไถนะครับ แต่มันคือการเรียกค่าเสียหาย"
เว่ยไห่เลี่ยงรีบแก้ต่าง
"เพียะ!"
เหลียงเสี่ยนหรงฟาดฝ่ามือใส่หน้าเขาอีกฉาด "เรียกค่าเสียหายพ่องแกสิ!"
จางเยี่ยนเดินเข้ามา ชี้หน้าเย่เทียนซื่อเพื่อช่วยพูดแทนเว่ยไห่เลี่ยง "ท่านประธานเหลียงคะ ก็ไอ้คนขาเป๋นี่ตั้งใจมาก่อเรื่องที่จวนม่วงมงคลของเรา แถมยังลงมือตบฉัน ผู้จัดการเว่ยถึงได้ออกหน้าแทนฉันไงคะ"
"ไม่ใช่ว่าผู้จัดการเว่ยรีดไถเขาหรอกค่ะ แต่เขาเป็นคนโง่มีเงินเยอะเอง ที่อาสาจะชดใช้ให้พวกเราห้าสิบล้าน"
เหลียงเสี่ยนหรงจ้องจางเยี่ยนด้วยสายตาเย็นชา "ปรมาจารย์เย่เป็นคนมีเมตตา ทำตัวสมถะ อยู่ดีๆ เขาจะตบแกไปเพื่ออะไร?"
จางเยี่ยนอาศัยว่ามีเว่ยไห่เลี่ยงหนุนหลัง จึงพูดอย่างไม่ยี่หระว่า "เขาจะเอาห้องส่วนตัว แต่ฉันไม่ให้ค่ะ ฉันบอกให้เขาไปหาที่นั่งในโถงเอาเอง เขาก็อาละวาดคลุ้มคลั่งแล้วตบหน้าฉันหนึ่งฉาด"
"ท่านประธานเหลียงคะ ฉันก็เตือนเขาแล้วนะว่าพี่เขยของผู้จัดการเว่ยคือท่าน แต่เขาก็ยังลงมือ เขาไม่เห็นท่านอยู่ในสายตาเลยสักนิด"
"ท่านต้องจัดการเขาให้หนักนะคะ ไม่อย่างนั้นวันหน้าแขกหน้าไหนก็คงกล้ามาราวีที่จวนม่วงมงคลของเรากันหมด"
จางเยี่ยนฟ้องไปพลาง สุมไฟไปพลาง
เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า ใบหน้าของเหลียงเสี่ยนหรงตอนนี้ราวกับมีน้ำแข็งปกคลุม และทะมึนทึงจนน่ากลัว!