- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 2025 ผู้หญิงสองคนนี้... คือใครกันวะ?
ตอนที่ 2025 ผู้หญิงสองคนนี้... คือใครกันวะ?
ตอนที่ 2025 ผู้หญิงสองคนนี้... คือใครกันวะ?
ตอนที่ 2025 ผู้หญิงสองคนนี้... คือใครกันวะ?
ในจังหวะที่ เจียงเฉิง กำลังประทับจุมพิต เสี่ยวเซี่ย อีกครั้งนั้นเอง เซี่ยเหมิง ก็เดินออกมาจากห้องนอนพอดี
เธอวิ่งเหยาะๆ ออกมาพลางร้องถามเสียงใส “พี่เจียง เสี่ยวเซี่ย... พวกคุณดูสิคะ ฉันใส่ชุดนี้แล้วดูดีไหม?”
สิ้นเสียงนั้น เสี่ยวเซี่ย ก็สะดุ้งสุดตัว เธอรีบผลักอก เจียงเฉิง ออกด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะลุกลี้ลุกลนดึงเสื้อยืดที่ถูกเลิกขึ้นไปจน ‘ปิดหน้าปิดตา’ ลงมาจัดให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
ถึงก่อนหน้านี้พวกเธอทั้งสองจะเคยถูก เจียงเฉิง ‘รังแก’ มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ตอนนี้ เสี่ยวเซี่ย ก็ยังคงเคอะเขินทำตัวไม่ถูกอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเทียบกับ เสี่ยวเซี่ย แล้ว ถึงแม้ใบหน้าของ เซี่ยเหมิง จะแดงระเรื่ออยู่บ้าง แต่เธอกลับดูเป็นธรรมชาติและผ่อนคลายกว่ามาก
ก็แหงล่ะสิ! ก่อนหน้านี้เธอก็เพิ่งอิ่มเอมจาก เจียงเฉิง มาหมาดๆ ดังนั้นพอมาเห็น เจียงเฉิง กำลังจูบนัวเนียกับ เสี่ยวเซี่ย แบบนี้ ภายในใจของเธอจึงไม่มีความรู้สึกหึงหวงหรือน้อยใจเลยแม้แต่น้อย
“ฉันว่าแล้วเชียว! พอเห็นเงียบๆ ไป ที่แท้คุณก็กำลังรังแกลูกแมวน้อยอย่างเสี่ยวเซี่ยอยู่นี่เอง!”
เจียงเฉิง ได้ยินดังนั้นก็ยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอ แล้วออกแรงดึงร่างบางให้ล้มลงมานั่งแหมะอยู่บนตักอีกฝั่งของเขาทันที
“ทำไมล่ะ? เกิดสงสารและหวงน้องสาวขึ้นมาเหรอ? ถ้าอย่างนั้น... ก็ถึง ‘ตาของคุณ’ บ้างแล้วล่ะครับ...”
พูดจบ สกิลปลายลิ้นพลิ้วไหวก็ถูกงัดออกมาใช้อีกครั้ง ทว่าคราวนี้เป้าหมายของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ริมฝีปากอีกต่อไป!
ก็แหม เมื่อครู่นี้ เสี่ยวเซี่ย ยังโดนเลิกเสื้อขึ้นไปจนปิดหน้าปิดตาเลยนี่นา เพราะฉะนั้นคราวนี้ถึงคิวของ เซี่ยเหมิง ที่จะต้องโดน ‘เลิกเสื้อปิดตา’ บ้าง... มันก็เป็นเรื่องที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผลดีไม่ใช่หรือไง?
อย่างที่บอกไปนั่นแหละ... เจียงเฉิง คือผู้ชายที่แสนดี!
และในเมื่อเป็นผู้ชายแสนดี เขาย่อมต้อง ‘มอบความรักและความยุติธรรม’ ให้สาวๆ ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เขาจะไม่มีวันปล่อยให้พวกเธอต้องมารู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือถูกเลือกปฏิบัติอย่างเด็ดขาด!
ดังนั้น เมื่อครู่ เสี่ยวเซี่ย โดนกระทำอย่างไร เซี่ยเหมิง ก็ต้องโดนแบบเดียวกันเป๊ะ!
ถ้าหาก เจียงเฉิง แค่แลกจูบกันเฉยๆ เสี่ยวเซี่ย ก็คงจะพอรับมือและทนดูได้อยู่หรอก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเธอต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้
และพวกเธอก็ยินยอมพร้อมใจให้กับพฤติกรรมเอาแต่ใจของเขามาตั้งนานแล้ว
แต่ในตอนนี้... พอ เสี่ยวเซี่ย ได้มาเห็นหน้าอกหน้าใจอันอวบอิ่มล้นทะลักของ เซี่ยเหมิง เต็มๆ สองตาแบบนี้ ขนาดเธอที่เป็นผู้หญิงด้วยกันเองก็ยังรู้สึกคอแห้งผาก พลางกลืนน้ำลายอย่างห้ามไม่อยู่!
ก็หน้าอกหน้าใจไซซ์ภูเขาไฟแบบนี้ ต่อให้เป็นผู้ชายหน้าไหนมาเห็นเข้า มันก็ต้องอ้าปากค้างและกลืนน้ำลายดังเอื้อกกันทั้งนั้นแหละ!
เสี่ยวเซี่ย จ้องมองภาพอันแสนเร่าร้อนนั้นอยู่เพียงครู่ ก่อนจะรีบหลับตาปี๋ด้วยความขวยเขินทันที!
ถึงกระนั้น ภาพที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้มันช่างรุนแรงและเร้าอารมณ์ซะจน… ต่อให้เธอจะพยายามหลับตาหนี แต่ร่างกายก็ยังคงอ่อนระทวยและสั่นสะท้านไปหมดอยู่ดี
นับว่ายังโชคดีที่หลังจากผ่านไปสองนาที เจียงเฉิง ก็ไม่ได้รุกคืบหรือทำอะไรล่วงเกินไปมากกว่านั้น…
ทว่ามือปลาหมึกของเขาก็ยังคงโอบกอดและกอบกุมหญิงสาวทั้งสองเอาไว้ทั้งซ้ายและขวา
เพียงไม่นาน หญิงสาวทั้งคู่ก็ตกเป็นเหยื่อ ถูกกรงเล็บปีศาจของเขาบีบเค้นและหยอกล้ออย่างหนักหน่วง!
ผ่านไปอีกสิบกว่านาที ทั้งสามคนก็พากันเดินออกจากห้องไป
หลังจากขึ้นรถ Rolls-Royce เจียงเฉิง ก็ยอมปล่อยให้หญิงสาวทั้งสองได้พักหายใจหายคอชั่วคราว
ก็เมื่อครู่นี้เขาได้ลิ้มรส ‘ชิมเต้าหู้’ ไปทั้งซ้ายและขวาจนอิ่มหนำสำราญแล้วนี่นา!
อดเปรี้ยวไว้กินหวาน อดใจไว้ค่อยกลับไปจัดหนักจัดเต็มทีหลังย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถ Rolls-Royce Phantom ก็แล่นมาจอดเทียบสนิทที่บริเวณหน้าทางเข้าบนถนนหย่งฝู เขตสวีฮุ่ย
พนักงานเปิดประตูในชุดสูทสีดำสุดเนี้ยบรีบสับเท้าก้าวเข้ามาเปิดประตูก่อนจะโค้งคำนับอย่างนอบน้อม “สวัสดีตอนค่ำครับคุณชายเจียง ห้องรับรอง ‘หลิวอี้ถัง’ จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ”
เซี่ยเหมิง เงยหน้าขึ้นและกวาดสายตามองไปรอบๆ บรรยากาศรอบกายช่างเงียบสงบและหรูหรา ลานสวนทอดยาวร่มรื่นแตกต่างจากร้านอาหารที่พลุกพล่านวุ่นวายตามท้องถนนอย่างสิ้นเชิง
เธออดไม่ได้ที่จะกระซิบถามเสียงเบา “พี่เจียงคะ ที่นี่เป็นร้านอาหารสไตล์ไพรเวตคิทเช่นเหรอคะ? ดูหรูหราและพิเศษมากเลยค่ะ”
เจียงเฉิง โอบเอวของเธอเอาไว้ ก่อนจะช้อนสายตามองพลางอธิบาย “ที่นี่มีชื่อว่า ยงฝูหุ่ย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลอังกฤษมาก่อน แต่ตอนนี้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นคลับเฮาส์และร้านอาหารส่วนตัวระดับท็อปของเซี่ยงไฮ้ไปแล้ว ปกติที่นี่จะไม่เปิดรับลูกค้าทั่วไปหรอกนะ ต้องเป็นคนในแวดวงสังคมชั้นสูงหรือลูกค้า VVIP เท่านั้นถึงจะมาจัดงานเลี้ยงที่นี่ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยเหมิง และเสี่ยวเซี่ย ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ถึงกับหลุดเสียงร้อง “ว้าว” ออกมาเบาๆ ภายในดวงตาของพวกเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ
หญิงสาวทั้งสองเดินตาม เจียงเฉิง เข้าไปด้านใน
สวนสไตล์จีนโบราณขนาดกว้างขวาง ทางเดินปูด้วยแผ่นหินสีเขียว มีต้นซีดาร์ ต้นเมเปิล และต้นแมกโนเลียปลูกเรียงรายแผ่กิ่งก้านสาขาบดบังท้องฟ้า ทางเดินคดเคี้ยวร่มรื่นนำพาผู้คนก้าวเข้าสู่ความเงียบสงบเป็นส่วนตัว
สายลมยามค่ำคืนพัดโชยมา หอบเอากลิ่นหอมของพรรณไม้เข้ามาเตะจมูก มันช่วยตัดขาดความวุ่นวายและเสียงจอแจจากภายนอกได้อย่างสิ้นเชิง
หลังจากเดินผ่านระเบียงทางเดินคดเคี้ยวและผลักบานประตูไม้เนื้อแข็งบานใหญ่เข้าไป บรรยากาศภายในห้องรับรองหลิวอี้ถังก็พลันเงียบสงัดลงในทันที
ภายในห้องนั้น มีผู้ชายหลายคนกำลังนั่งเอกเขนกไขว่ห้างกันอยู่อย่างสบายอารมณ์
หวังชงชง, ฉีหยวน, ฉินเฟิน, วังเจิ้ง และเฉินฮ่าว กำลังนั่งสูบบุหรี่พูดคุยกันอย่างออกรสพร้อมส่งเสียงหัวเราะดังลั่น
ทันทีที่เห็น เจียงเฉิง เดินควงสาวสวยเข้ามา พวกเขาทั้งหมดก็รีบสปริงตัวลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียง
“พี่เจียง!”
สำหรับแก๊งลูกเศรษฐีกลุ่มนี้ เซี่ยเหมิง ไม่ได้เพิ่งเคยพบพวกเขาเป็นครั้งแรก เธอจึงทักทายทุกคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แต่ทว่าสำหรับ เสี่ยวเซี่ย นั้น เธอกลับแสดงท่าทีประหม่าและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวเดินหลบอยู่ด้านหลังพี่สาว คอยทักทายทุกคนด้วยเสียงแผ่วเบา
หลังจากทิ้งตัวลงนั่ง หญิงสาวทั้งสองก็แสดงความ ‘รู้ใจ’ อย่างหาตัวจับยาก พวกเธอขยับมานั่งประกบขนาบข้าง เจียงเฉิง ไว้ทั้งซ้ายและขวาทันที
เมื่อเห็นภาพนั้น สีหน้าของบรรดาแก๊งลูกเศรษฐีก็พลันมีแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาในชั่วพริบตา
อันที่จริง เรื่องที่ เจียงเฉิง ควงผู้หญิงมาทีละสองคนและนั่งกอดซ้ายกอดขวานั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับพวกเขาอยู่แล้ว
แต่ทว่า… การที่เขาควงสาวสวยมาเป็นคู่ แถมยังเป็นหน้าใหม่ไม่ซ้ำใครแบบนี้ ก็ทำให้พวกเขาอดอิจฉาตาร้อนและหมั่นไส้ไม่ได้
ฉีหยวน เบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า เขายกมือขึ้นถูไปมา ก่อนจะเอ่ยแซวเสียงดัง “พี่เจียงครับ! นางฟ้าทั้งสองท่านนี้... คือ...”
เขายังพูดไม่ทันจบประโยคดี ก็รีบเปลี่ยนคำถามใหม่ในทันที “สรุปว่า... คนไหนคือ ‘ซ้อ’ ของพวกเรากันแน่ครับเนี่ย?”
เจียงเฉิง ระบายรอยยิ้มบางๆ เขาวาดแขนรวบเอวบางของ เซี่ยเหมิง กับเสี่ยวเซี่ย เข้าหาตัวพร้อมกัน
เขากระชับอ้อมกอดดึงหญิงสาวทั้งสองให้แนบชิดกับอก “ก็เป็น... ‘ทั้งสองคน’ นั่นแหละครับ”
“ทั้งสองคนเลยเหรอ?”
“เชี่ยเอ๊ย!!”
คำตอบนั้นทำเอาแก๊งลูกเศรษฐีถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกไปตามๆ กัน
แล้วจะให้พวกมันพูดอะไรได้อีกล่ะวะ?!
ก็ต้องยอมศิโรราบให้กับความเทพของพี่เขาน่ะสิ!
หลังจากตกอยู่ในความเงียบไปหลายวินาที หวัง ชงชง ก็ส่ายหน้าอย่างทึ่ง: “ผู้ชายแบบพี่เจียงนี่แหละครับ ถึงจะเรียกว่า ‘ผู้ชนะในชีวิต’ อย่างแท้จริง!”
“ยอมแล้วครับ ยอมใจเลยจริงๆ! ทำไมความห่างชั้นระหว่างคนเรามันถึงได้มหาศาลขนาดนี้วะเนี่ย” ฉีหยวน เอ่ยสมทบ
ฉินเฟิน ยกนิ้วโป้งชูให้ เจียงเฉิง: “พี่เจียง โคตรเจ๋งเลยครับพี่”
เมื่อเห็นว่า วังเจิ้ง และเฉินฮ่าว เอาแต่นั่งเงียบ ไม่แซวหรืออวยเหมือนคนอื่น เจียงเฉิง ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
ทันทีที่เขากวาดสายตามองไปก็เป็นไปตามคาด ลึกลงไปในดวงตาของทั้งคู่มีประกายเจ้าเล่ห์แบบเสือผู้หญิง แถมพวกมันยังแอบส่งสายตามาให้เขา ราวกับกำลังบอกว่า ‘กูอิจฉามึงฉิบหายเลยว่ะ!’
ผู้ชายคนไหนที่เอาแต่เก็บอาการและไม่กล้าเอ่ยปากแสดงความอิจฉาออกมาตรงๆ ฟันธงได้เลยว่ามันต้องมีอะไรซ่อนอยู่
เจียงเฉิง ปรายตามองไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่เคียงข้างพวกมัน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้: “แล้วผู้หญิงสองคนนี้... คือใครกันวะ?”
ในฐานะที่เป็นผู้ชายเจ้าชู้เหมือนกัน!
เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องเป็น ‘ผู้ชายแสนดี’ เหมือนกันต่างหาก!
ทันทีที่ได้ยินคำถามของ เจียงเฉิง ไอ้สองคนนั้นก็รีบปั้นหน้ายิ้มแย้ม แล้วแนะนำหญิงสาวข้างกายให้เขารู้จักทันที
“พี่เจียงครับ คนนี้คือ ฉี อิ๋งอิ๋งครับ เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยครูเซี่ยงไฮ้”
เมื่อ วังเจิ้ง แนะนำเสร็จ เฉินฮ่าว ก็รีบเอ่ยแนะนำหญิงสาวข้างกายของตัวเองต่อ “ส่วนคนนี้คือ เจียง หลินฟางครับ เป็นเพื่อนสนิทของฉี อิ๋งอิ๋ง”
วังเจิ้ง ขยิบตาให้ เจียงเฉิง แวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น: “พี่เจียงครับ... ผมน่ะ... ผันตัวมาเป็น ‘ผู้ชายแสนดี’ ตั้งนานแล้วนะครับ”
เฉินฮ่าว รีบเอ่ยสมทบ: “ผมก็เหมือนกันครับพี่! ในตอนนี้ชีวิตของผมมันช่าง... มีความสุขและอิ่มเอมใจซะเหลือเกินเลยล่ะครับ!”
เมื่อได้ยินประโยคเหล่านั้น เจียงเฉิง ก็ถึงบางอ้อขึ้นมาทันที
สรุปว่าไอ้เพื่อนสองคนนี้กำลังก๊อบปี้วิชาความรักและมุกผู้ชายแสนดีของเขาไปใช้นี่เอง!
มิน่าล่ะ! เมื่อครู่นี้ตอนที่คนอื่นๆ กำลังโวยวายและแสดงความอิจฉากัน ไอ้สองคนนี้มันถึงได้เอาแต่นั่งหุบปากเงียบ ไม่ยอมปริปากเลยสักคำ
ในเมื่อตอนนี้พวกมันกำลังสวมบทบาทเป็น ‘ผู้ชายแสนดีและรักเดียวใจเดียว’ อยู่น่ะสิ... แล้วพวกมันจะกล้าแสดงอาการอิจฉาให้สาวๆ ข้างกายเห็นได้ยังไงกันล่ะวะ?