- หน้าแรก
- จุติเทพยุทธ์โลกอนาคตระบบอัปเกรดวิชาให้อัตโนมัติร้อยเท่า
- บทที่ 44 วันนั้น จางเหวินซือจำความกลัวตอนตาเขียวปั๊ดได้อีกครั้ง
บทที่ 44 วันนั้น จางเหวินซือจำความกลัวตอนตาเขียวปั๊ดได้อีกครั้ง
บทที่ 44 วันนั้น จางเหวินซือจำความกลัวตอนตาเขียวปั๊ดได้อีกครั้ง
ในความเป็นจริง ลำพังแค่การฝึกทักษะสังหารพันกระดูกจนถึงระดับเชี่ยวชาญนั้น ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้หนิงชวนก้าวข้ามสองขอบเขตไปสู้กับจางเหวินซือที่อยู่ปลุกพลังขั้นที่แปดได้อย่างสูสี
ทว่าหนิงชวนยังมีวิชาอื่นติดตัวอยู่
วิชาร่างวัชระระดับที่สี่
วิชาท่าเท้าฉับไวระดับสมบูรณ์แบบ
ในระหว่างการต่อสู้ หนิงชวนไม่เพียงแต่จะยันเอาไว้ได้ แต่เขายังค่อยๆ ชิงความได้เปรียบมาอย่างแนบเนียน
ตึก! ตึก! ตึก!
หนิงชวนกระหน่ำใช้ทักษะสังหารพันกระดูกออกมาอย่างดุดันและโหดเหี้ยม แรงกดดันมหาศาลทำให้ดาบในมือคู่ต่อสู้สั่นสะท้านและเกิดประกายไฟจากการปะทะครั้งแล้วครั้งเล่า
วิชานี้ประกอบด้วยห้าท่วงท่า
ท่าแรก อสรพิษหยินจู่โจม!
ขึ้นชื่อเรื่องความเดาทางยาก วิถีหมัดหลอกล่อจนสับสน
ท่าที่สอง หมัดสายฟ้า!
จุดเด่นคือความเร็ว หมัดที่ชกออกไปรวดเร็วปานสายฟ้าแลบเหมือนลูกศรที่พุ่งออกจากคันศร!
ท่าที่สาม หมัดสังหารกระดูกขาว
กระบวนท่าที่ทรงพลังที่สุด ใช้สำหรับการโจมตีซึ่งๆ หน้า
ท่าที่สี่ พยัคฆ์มรณะรัดพัน!
ท่าคว้าจับสังหาร วงแขนที่ทรงพลังจะบดขยี้กระดูกของศัตรูให้แหลกลาญ
ท่าที่ห้า พลังพันกระดูก
ท่านี้ไม่มีรูปแบบตายตัว ทั้งหมัด เท้า ศอก และเข่า สามารถนำมาใช้ได้หมด
โดยแก่นแท้แล้วมันคือพลังแฝงที่ชั่วร้าย หรือจะเรียกว่าพลังทะลุทะลวงก็ได้ ซึ่งยากที่จะป้องกัน มันสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้แม้จะมีโล่กำบัง บดขยี้กระดูกภายในจนแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แน่นอนว่าท่าพลังพันกระดูกนั้นฝึกยากสุดๆ
มีเพียงผู้ที่เข้าสู่ขอบเขตล้ำลึกเท่านั้นถึงจะเริ่มใช้งานมันได้
หนิงชวนในตอนนี้ยังห่างไกลจากการจะใช้ท่านี้ได้อยู่
“หมัดสายฟ้า!”
หนิงชวนหรี่ตาลง เขาระเบิดท่าที่สองของทักษะสังหารพันกระดูกออกมา รวบรวมพลังและชกออกไปในพริบตา
เปรี้ยง!
เสียงกระดูกลั่นดังชัดเจนมาจากท่อนแขนของเขา
ความเร็วหมัดนั้นน่าตกใจมาก กระแสอากาศปั่นป่วนพุ่งผ่านไปเหมือนลูกศรที่แหวกน่านฟ้า
สีหน้าจางเหวินซือเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง เขาหน้าสิ่วหน้าขวานรีบดึงดาบกลับมากันไว้
ด้วยความรีบร้อนและกำลังที่ยังรวบรวมไม่พอ ดาบถูกหมัดกระแทกจนเสียจังหวะแล้วปะทะเข้ากับหน้าอกเขาอย่างแรง ส่งร่างเขาให้กระเด็นถอยหลังไปกว่าสิบก้าว
เลือดสายหนึ่งไหลซึมออกมาจากมุมปาก
โชคดีที่เขาใช้ด้านแบนของใบดาบรับหมัดไว้
ถ้าโดนคมดาบเต็มๆ ร่างเขาคงถูกผ่าเป็นสองซีกไปแล้ว
"เขาสามารถซัดพวกปลุกพลังขั้นแปดให้ถอยรั้งได้ด้วยมือเปล่า ถ้ามีอาวุธล่ะก็ พลังต่อสู้คงเทียบเท่าพวกขั้นเก้าแน่ๆ สรุปคือจ้าวเว่ยผิงที่สู้กับเขาจนเลือดโชกน่ะ อยู่แค่ปลุกพลังขั้นเจ็ดเองเหรอ?"
ผู้ชมคนหนึ่งโพล่งขึ้นเสียงเย็น
นักสู้ในระดับปลุกพลังที่ยังไม่มีพลังต้นกำเนิด อาวุธนับว่ามีผลมากในการเพิ่มพลังต่อสู้ให้ก้าวกระโดด
"ชัดเจนว่ามีคนตั้งใจใส่ร้าย พยายามจะทำลายอนาคตของเด็กหนุ่มคนนี้!"
"กล้าใส่ความฮีโร่ที่ฆ่าสายลับเทียนอู่ คนพวกนี้นอกจากจะเลวแล้วยังโง่บรมอีกด้วย!"
"ฉันหลงเชื่อข่าวลือพวกนั้นจนไปหัวเราะเยาะเขา น่าละอายจริงๆ!"
ผู้คนเริ่มตระหนักถึงความจริงและพากันโกรธแค้นแทนหนิงชวน
พวกหน้าม้าที่แอบปนอยู่ในฝูงชนต่างสบตากันเลิ่กลั่ก ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว
บนเวทีประลอง
"บอกตามตรง นายทำให้ฉันเซอร์ไพรส์มากจริงๆ!"
จางเหวินซือจ้องเขม็งไปที่หนิงชวนพลางปาดเลือดที่มุมปากออก แล้วพูดเสียงเย็น "ตอนแรกกะจะเก็บท่าไม้ตายนี้ไว้ใช้ตอนชิงท็อปสิบ แต่นายคงต้องได้เห็นมันก่อนเพื่อนแล้วล่ะ!"
พูดจบจางเหวินซือก็ก้าวพรวดไปข้างหน้า สองมือกุมดาบชูขึ้นเหนือหัว
สิบสามดาบมหานที!
นี่คือศิลปะการต่อสู้ระดับ C
ต่างจากเพลงดาบสายฟ้าที่มีท่าเดียว สิบสามดาบมหานทีตามชื่อเลยคือประกอบด้วยสิบสามกระบวนท่าดาบ
ดาบแต่ละเล่มจะยืมแรงส่งจากดาบก่อนหน้า
เปรียบดั่งระลอกคลื่นในแม่น้ำสายใหญ่ ดาบที่ฟันตามหลังจะทรงพลังกว่าดาบแรกเสมอ
ดาบที่สิบสามซึ่งเป็นดาบสุดท้ายนั้นมีพลังทำลายล้างมหาศาล
วูบ วูบ วูบ…
จางเหวินซือรัวดาบออกมาหกครั้งรวด แต่ละดาบรวดเร็วกว่าครั้งก่อน!
หนิงชวนใช้ท่าเท้าฉับไว เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วหลบหลีกคมดาบทั้งหมดไปได้อย่างลื่นไหล
วูบ!
ดาบที่เจ็ดฟาดสับลงมาอย่างรวดเร็ว
ดวงตาหนิงชวนไหววูบ เขาตัดสินใจที่จะไม่หลบอีกต่อไป
ไม่ใช่ว่าหลบไม่ได้
วิชาท่าเท้าฉับไวระดับสมบูรณ์แบบนั้นพริ้วไหวดั่งสายลม แม้แต่จ้าวเว่ยผิงในวันนั้นยังแตะตัวเขาไม่โดน นับประสาอะไรกับจางเหวินซือที่อยู่แค่ปลุกพลังขั้นแปด
เขาแค่กังวลว่าถ้าโชว์เทพเกินไป เว่ยป๋อหู่จะป๊อดจนไม่กล้าสู้ด้วย
ปัง!
หนิงชวนเอี้ยวตัวครึ่งซีกแล้วสะบัดฝ่ามือกระแทกเข้าที่ด้านข้างของใบดาบอย่างแรง เกิดเสียงดังสนั่นจนดาบเบี่ยงทิศทางไป
แต่ในขณะเดียวกัน ร่างของเขาก็ถูกแรงปะทะมหาศาลจากดาบซัดจนกระเด็นถอยหลังไป
เขาลงแตะพื้นอย่างหนักหน่วงห่างออกไปเจ็ดแปดเมตร
"หลบไม่พ้นแล้วล่ะสิ!"
จางเหวินซือเห็นดังนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างลำพองใจ
เขาฝึกวิชาสิบสามดาบมหานทีจนถึงระดับสาม ดาบแต่ละดาบจะแรงขึ้นกว่าดาบก่อนหน้าประมาณสิบเปอร์เซ็นต์
ดูเหมือนจะน้อย แต่พอสะสมพลังไปเรื่อยๆ มันก็น่ากลัวสุดๆ
ดาบที่เจ็ดนั้นแรงกว่าดาบแรกถึงสองเท่า
และดาบสุดท้ายจะแรงกว่าเดิมถึงสี่เท่า!
วูบ!
จางเหวินซือรุกไล่ต่อ ดาบที่แปดสับลงมาด้วยพลังกดดันมหาศาล อากาศรอบตัวม้วนตัวราวกับคลื่นคลั่ง
ปัง!
หมัดของหนิงชวนกระแทกเข้าหาใบดาบในมุมเฉียง
เมื่อวิถีดาบเปลี่ยนไป หนิงชวนก็ถูกแรงส่งกระเด็นออกไปอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ด้วยร่างวัชระระดับที่สี่ เขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
"ฝึกวิชาระดับ C จนชำนาญ... อย่างที่คิดเลย พอใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย พวกตัวเก็งก็เริ่มเผยตัวกันหมดแล้ว!"
อาจารย์คนหนึ่งที่ดูการประลองอยู่ถอนหายใจออกมา
"ฉันจำได้ว่าหนิงชวนมีวิชาดาบระดับ B ในขอบเขตล้ำลึก ทำไมเขาไม่ชักดาบออกมาล่ะ?"
"ชักไม่ได้น่ะสิ สิบสามดาบมหานทีน่ะ พอกระบวนท่าเริ่มขึ้น การโจมตีจะต่อเนื่องเหมือนคลื่นในแม่น้ำ ศัตรูแทบไม่มีเวลาหายใจ อย่าว่าแต่จะหาจังหวะชักดาบเลย!"
"น่าเสียดายจัง"
ผู้คนรอบข้างต่างแสดงความคิดเห็นกันเซ็งแซ่
แต่สายตายังคงจ้องจับอยู่ที่เวที ไม่กล้ากะพริบตาเพราะกลัวพลาดจังหวะสำคัญ
ตึก!
ดาบที่สิบฟาดลงมา หนิงชวนใช้ศอกที่เปลี่ยนเป็นสีทองรับการโจมตีไว้ตรงๆ เกิดเสียงดังปังใหญ่ ร่างเขาถูกซัดกระเด็นเฉียงไปไกลกว่าสิบเมตรจนเกือบจะตกเวที
"สิบสามดาบมหานที วิชาที่ยืมแรงส่งต่อเนื่องแบบนี้ก็เข้าท่าดีนะ ถ้ามีโอกาสในอนาคตคงต้องหาวิชาดาบแนวนี้มาฝึกบ้าง พอรวมกับเพลงดาบสายฟ้ามันน่าจะช่วยเสริมพลังให้กันได้หลายเท่าตัวเลย!"
หนิงชวนคิดไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ดูภายนอกเหมือนเขากำลังโดนจางเหวินซือรุกไล่จนจนมุม แต่ความจริงเขาไม่ได้รู้สึกถึงแรงกดดันเลยสักนิด
การจะชนะน่ะมันง่ายนิดเดียว
แต่สิ่งที่ยากคือการชนะรอบนี้ไปพร้อมๆ กับการสร้างความมั่นใจให้เว่ยป๋อหู่เชื่อว่าตัวเองจะเอาชนะเขาได้ต่างหาก
“เหลืออีกสามดาบสินะ ฉันจะใช้ร่างวัชระรับมันไว้ตรงๆ แล้วค่อยหาจังหวะปิดเกมจัดการจางเหวินซือ”
หนิงชวนคิดในใจ
ต่อให้ร่างวัชระจะแข็งแกร่ง แต่มันก็เป็นแค่การป้องกันที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น
มันเป็นวิชาเชิงรับ
แต่ท่าเท้าฉับไวนั้นต่างออกไป
การเคลื่อนไหวที่พริ้วไหวสามารถนำมาประสานกับการโจมตี ทำให้ศัตรูไม่สามารถตั้งรับได้เลย
ตึก! ตึก! ตึก!
จางเหวินซือปลดปล่อยสามดาบสุดท้ายออกมา ทั้งหนักแน่นและรุนแรงราวกับมีคลื่นยักษ์ซ่อนอยู่ในใบดาบ ดุดันถึงขีดสุด
เสียงระเบิดดังกึกก้อง หนิงชวนถูกซัดกระเด็นถอยหลังไปสามครั้งรวด
แต่ภายใต้การป้องกันที่แข็งแกร่งของร่างวัชระสีทอง เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย มีเพียงฝุ่นที่เกาะตามชุดนักเรียนนิดหน่อยเท่านั้น
ฝูงชนระเบิดเสียงฮือฮาออกมาทันที
“ยืนยันแล้ว! แสงสีทองนั่นคือการปรากฏของร่างวัชระจริงๆ! หนิงชวนฝึกวิชาร่างวัชระ!”
“วิชาสายพลังภายนอกที่เคี่ยวกรำสุดๆ! หนิงชวนต้องมีความมุ่งมั่นมหาศาลเลยนะเนี่ย!”
"ระดับที่สี่เลยเหรอ?! เขาทำได้ยังไง? ต่อให้ฝึกมาตั้งแต่เกิดเวลาก็ยังไม่น่าจะพอเลยนะ!"
หลายคนถึงกับช็อกค้างไปเลย
จางเหวินซือเองก็อึ้งไปเหมือนกัน เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหนิงชวนถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้
ตอนงานคัดเลือกครั้งก่อน เขามั่นใจว่าหนิงชวนไม่มีพลังต่อสู้เทียบเท่าพวกปลุกพลังขั้นแปดแน่นอน!
วินาทีนั้น จางเหวินซือถึงกับลืมปรับลมหายใจที่หอบเหนื่อยของตัวเองไปชั่วขณะ
วิชาอย่างสิบสามดาบมหานทีน่ะมันกินพละกำลังมหาศาล
ต่อให้เป็นพวกปลุกพลังขั้นสูงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้รวดเดียวจบ มันต้องใช้เวลาในการปรับลมหายใจสักพัก
หนิงชวนย่อมไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้จางเหวินซือหลุดมือไป เขาถีบเท้าพุ่งเข้าประชิดตัวในก้าวเดียวแล้วชกหมัดออกไปทันที
วูบ!
ลมหมัดหวีดหวิว รวดเร็วปานมังกรทะยาน
จางเหวินซือพยายามจะหลบแต่พละกำลังเขาหมดเกลี้ยงจนขยับตัวไม่ทัน เสียงปังดังสนั่น เขาโดนหมัดหนักๆ เข้าที่หน้าท้องจนโซเซถอยหลังไป
ปัง! ปัง! ปัง!
หนิงชวนรัวหมัดเข้าใส่จางเหวินซือจนดาบหลุดมือ
พอไม่มีอาวุธ จางเหวินซือก็ยิ่งไม่ใช่คู่มือของเขาเข้าไปใหญ่
"อ๊าก!"
เบ้าตาขวาของจางเหวินซือโดนหมัดเข้าไปเต็มๆ จนเริ่มเขียวช้ำอย่างรวดเร็ว เขาถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ความเจ็บที่คุ้นเคยนี้ทำให้เขานึกถึงตอนงานคัดเลือก ที่เขาโดนหนิงชวนหยามหน้าซะจนเสียหมา
ความหวาดกลัวเริ่มเข้าเกาะกุมจิตใจ
"ฉันยอมแพ้! ยอมแพ้แล้ว!"
เขารีบเอามือตะปบปิดตาซ้ายข้างที่เหลือที่ยังไม่เจ็บไว้แน่นพลางตะโกนด้วยความลนลาน
ตาเขียวข้างเดียวก็ยังดีกว่าต้องกลายเป็นหมีแพนด้าสองข้างล่ะวะ!
_