เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 วันนั้น จางเหวินซือจำความกลัวตอนตาเขียวปั๊ดได้อีกครั้ง

บทที่ 44 วันนั้น จางเหวินซือจำความกลัวตอนตาเขียวปั๊ดได้อีกครั้ง

บทที่ 44 วันนั้น จางเหวินซือจำความกลัวตอนตาเขียวปั๊ดได้อีกครั้ง


ในความเป็นจริง ลำพังแค่การฝึกทักษะสังหารพันกระดูกจนถึงระดับเชี่ยวชาญนั้น ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้หนิงชวนก้าวข้ามสองขอบเขตไปสู้กับจางเหวินซือที่อยู่ปลุกพลังขั้นที่แปดได้อย่างสูสี

ทว่าหนิงชวนยังมีวิชาอื่นติดตัวอยู่

วิชาร่างวัชระระดับที่สี่

วิชาท่าเท้าฉับไวระดับสมบูรณ์แบบ

ในระหว่างการต่อสู้ หนิงชวนไม่เพียงแต่จะยันเอาไว้ได้ แต่เขายังค่อยๆ ชิงความได้เปรียบมาอย่างแนบเนียน

ตึก! ตึก! ตึก!

หนิงชวนกระหน่ำใช้ทักษะสังหารพันกระดูกออกมาอย่างดุดันและโหดเหี้ยม แรงกดดันมหาศาลทำให้ดาบในมือคู่ต่อสู้สั่นสะท้านและเกิดประกายไฟจากการปะทะครั้งแล้วครั้งเล่า

วิชานี้ประกอบด้วยห้าท่วงท่า

ท่าแรก อสรพิษหยินจู่โจม!

ขึ้นชื่อเรื่องความเดาทางยาก วิถีหมัดหลอกล่อจนสับสน

ท่าที่สอง หมัดสายฟ้า!

จุดเด่นคือความเร็ว หมัดที่ชกออกไปรวดเร็วปานสายฟ้าแลบเหมือนลูกศรที่พุ่งออกจากคันศร!

ท่าที่สาม หมัดสังหารกระดูกขาว

กระบวนท่าที่ทรงพลังที่สุด ใช้สำหรับการโจมตีซึ่งๆ หน้า

ท่าที่สี่ พยัคฆ์มรณะรัดพัน!

ท่าคว้าจับสังหาร วงแขนที่ทรงพลังจะบดขยี้กระดูกของศัตรูให้แหลกลาญ

ท่าที่ห้า พลังพันกระดูก

ท่านี้ไม่มีรูปแบบตายตัว ทั้งหมัด เท้า ศอก และเข่า สามารถนำมาใช้ได้หมด

โดยแก่นแท้แล้วมันคือพลังแฝงที่ชั่วร้าย หรือจะเรียกว่าพลังทะลุทะลวงก็ได้ ซึ่งยากที่จะป้องกัน มันสามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้แม้จะมีโล่กำบัง บดขยี้กระดูกภายในจนแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

แน่นอนว่าท่าพลังพันกระดูกนั้นฝึกยากสุดๆ

มีเพียงผู้ที่เข้าสู่ขอบเขตล้ำลึกเท่านั้นถึงจะเริ่มใช้งานมันได้

หนิงชวนในตอนนี้ยังห่างไกลจากการจะใช้ท่านี้ได้อยู่

“หมัดสายฟ้า!”

หนิงชวนหรี่ตาลง เขาระเบิดท่าที่สองของทักษะสังหารพันกระดูกออกมา รวบรวมพลังและชกออกไปในพริบตา

เปรี้ยง!

เสียงกระดูกลั่นดังชัดเจนมาจากท่อนแขนของเขา

ความเร็วหมัดนั้นน่าตกใจมาก กระแสอากาศปั่นป่วนพุ่งผ่านไปเหมือนลูกศรที่แหวกน่านฟ้า

สีหน้าจางเหวินซือเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง เขาหน้าสิ่วหน้าขวานรีบดึงดาบกลับมากันไว้

ด้วยความรีบร้อนและกำลังที่ยังรวบรวมไม่พอ ดาบถูกหมัดกระแทกจนเสียจังหวะแล้วปะทะเข้ากับหน้าอกเขาอย่างแรง ส่งร่างเขาให้กระเด็นถอยหลังไปกว่าสิบก้าว

เลือดสายหนึ่งไหลซึมออกมาจากมุมปาก

โชคดีที่เขาใช้ด้านแบนของใบดาบรับหมัดไว้

ถ้าโดนคมดาบเต็มๆ ร่างเขาคงถูกผ่าเป็นสองซีกไปแล้ว

"เขาสามารถซัดพวกปลุกพลังขั้นแปดให้ถอยรั้งได้ด้วยมือเปล่า ถ้ามีอาวุธล่ะก็ พลังต่อสู้คงเทียบเท่าพวกขั้นเก้าแน่ๆ สรุปคือจ้าวเว่ยผิงที่สู้กับเขาจนเลือดโชกน่ะ อยู่แค่ปลุกพลังขั้นเจ็ดเองเหรอ?"

ผู้ชมคนหนึ่งโพล่งขึ้นเสียงเย็น

นักสู้ในระดับปลุกพลังที่ยังไม่มีพลังต้นกำเนิด อาวุธนับว่ามีผลมากในการเพิ่มพลังต่อสู้ให้ก้าวกระโดด

"ชัดเจนว่ามีคนตั้งใจใส่ร้าย พยายามจะทำลายอนาคตของเด็กหนุ่มคนนี้!"

"กล้าใส่ความฮีโร่ที่ฆ่าสายลับเทียนอู่ คนพวกนี้นอกจากจะเลวแล้วยังโง่บรมอีกด้วย!"

"ฉันหลงเชื่อข่าวลือพวกนั้นจนไปหัวเราะเยาะเขา น่าละอายจริงๆ!"

ผู้คนเริ่มตระหนักถึงความจริงและพากันโกรธแค้นแทนหนิงชวน

พวกหน้าม้าที่แอบปนอยู่ในฝูงชนต่างสบตากันเลิ่กลั่ก ไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว

บนเวทีประลอง

"บอกตามตรง นายทำให้ฉันเซอร์ไพรส์มากจริงๆ!"

จางเหวินซือจ้องเขม็งไปที่หนิงชวนพลางปาดเลือดที่มุมปากออก แล้วพูดเสียงเย็น "ตอนแรกกะจะเก็บท่าไม้ตายนี้ไว้ใช้ตอนชิงท็อปสิบ แต่นายคงต้องได้เห็นมันก่อนเพื่อนแล้วล่ะ!"

พูดจบจางเหวินซือก็ก้าวพรวดไปข้างหน้า สองมือกุมดาบชูขึ้นเหนือหัว

สิบสามดาบมหานที!

นี่คือศิลปะการต่อสู้ระดับ C

ต่างจากเพลงดาบสายฟ้าที่มีท่าเดียว สิบสามดาบมหานทีตามชื่อเลยคือประกอบด้วยสิบสามกระบวนท่าดาบ

ดาบแต่ละเล่มจะยืมแรงส่งจากดาบก่อนหน้า

เปรียบดั่งระลอกคลื่นในแม่น้ำสายใหญ่ ดาบที่ฟันตามหลังจะทรงพลังกว่าดาบแรกเสมอ

ดาบที่สิบสามซึ่งเป็นดาบสุดท้ายนั้นมีพลังทำลายล้างมหาศาล

วูบ วูบ วูบ…

จางเหวินซือรัวดาบออกมาหกครั้งรวด แต่ละดาบรวดเร็วกว่าครั้งก่อน!

หนิงชวนใช้ท่าเท้าฉับไว เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วหลบหลีกคมดาบทั้งหมดไปได้อย่างลื่นไหล

วูบ!

ดาบที่เจ็ดฟาดสับลงมาอย่างรวดเร็ว

ดวงตาหนิงชวนไหววูบ เขาตัดสินใจที่จะไม่หลบอีกต่อไป

ไม่ใช่ว่าหลบไม่ได้

วิชาท่าเท้าฉับไวระดับสมบูรณ์แบบนั้นพริ้วไหวดั่งสายลม แม้แต่จ้าวเว่ยผิงในวันนั้นยังแตะตัวเขาไม่โดน นับประสาอะไรกับจางเหวินซือที่อยู่แค่ปลุกพลังขั้นแปด

เขาแค่กังวลว่าถ้าโชว์เทพเกินไป เว่ยป๋อหู่จะป๊อดจนไม่กล้าสู้ด้วย

ปัง!

หนิงชวนเอี้ยวตัวครึ่งซีกแล้วสะบัดฝ่ามือกระแทกเข้าที่ด้านข้างของใบดาบอย่างแรง เกิดเสียงดังสนั่นจนดาบเบี่ยงทิศทางไป

แต่ในขณะเดียวกัน ร่างของเขาก็ถูกแรงปะทะมหาศาลจากดาบซัดจนกระเด็นถอยหลังไป

เขาลงแตะพื้นอย่างหนักหน่วงห่างออกไปเจ็ดแปดเมตร

"หลบไม่พ้นแล้วล่ะสิ!"

จางเหวินซือเห็นดังนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างลำพองใจ

เขาฝึกวิชาสิบสามดาบมหานทีจนถึงระดับสาม ดาบแต่ละดาบจะแรงขึ้นกว่าดาบก่อนหน้าประมาณสิบเปอร์เซ็นต์

ดูเหมือนจะน้อย แต่พอสะสมพลังไปเรื่อยๆ มันก็น่ากลัวสุดๆ

ดาบที่เจ็ดนั้นแรงกว่าดาบแรกถึงสองเท่า

และดาบสุดท้ายจะแรงกว่าเดิมถึงสี่เท่า!

วูบ!

จางเหวินซือรุกไล่ต่อ ดาบที่แปดสับลงมาด้วยพลังกดดันมหาศาล อากาศรอบตัวม้วนตัวราวกับคลื่นคลั่ง

ปัง!

หมัดของหนิงชวนกระแทกเข้าหาใบดาบในมุมเฉียง

เมื่อวิถีดาบเปลี่ยนไป หนิงชวนก็ถูกแรงส่งกระเด็นออกไปอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ด้วยร่างวัชระระดับที่สี่ เขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย

"ฝึกวิชาระดับ C จนชำนาญ... อย่างที่คิดเลย พอใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย พวกตัวเก็งก็เริ่มเผยตัวกันหมดแล้ว!"

อาจารย์คนหนึ่งที่ดูการประลองอยู่ถอนหายใจออกมา

"ฉันจำได้ว่าหนิงชวนมีวิชาดาบระดับ B ในขอบเขตล้ำลึก ทำไมเขาไม่ชักดาบออกมาล่ะ?"

"ชักไม่ได้น่ะสิ สิบสามดาบมหานทีน่ะ พอกระบวนท่าเริ่มขึ้น การโจมตีจะต่อเนื่องเหมือนคลื่นในแม่น้ำ ศัตรูแทบไม่มีเวลาหายใจ อย่าว่าแต่จะหาจังหวะชักดาบเลย!"

"น่าเสียดายจัง"

ผู้คนรอบข้างต่างแสดงความคิดเห็นกันเซ็งแซ่

แต่สายตายังคงจ้องจับอยู่ที่เวที ไม่กล้ากะพริบตาเพราะกลัวพลาดจังหวะสำคัญ

ตึก!

ดาบที่สิบฟาดลงมา หนิงชวนใช้ศอกที่เปลี่ยนเป็นสีทองรับการโจมตีไว้ตรงๆ เกิดเสียงดังปังใหญ่ ร่างเขาถูกซัดกระเด็นเฉียงไปไกลกว่าสิบเมตรจนเกือบจะตกเวที

"สิบสามดาบมหานที วิชาที่ยืมแรงส่งต่อเนื่องแบบนี้ก็เข้าท่าดีนะ ถ้ามีโอกาสในอนาคตคงต้องหาวิชาดาบแนวนี้มาฝึกบ้าง พอรวมกับเพลงดาบสายฟ้ามันน่าจะช่วยเสริมพลังให้กันได้หลายเท่าตัวเลย!"

หนิงชวนคิดไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่ทุกข์ร้อน

ดูภายนอกเหมือนเขากำลังโดนจางเหวินซือรุกไล่จนจนมุม แต่ความจริงเขาไม่ได้รู้สึกถึงแรงกดดันเลยสักนิด

การจะชนะน่ะมันง่ายนิดเดียว

แต่สิ่งที่ยากคือการชนะรอบนี้ไปพร้อมๆ กับการสร้างความมั่นใจให้เว่ยป๋อหู่เชื่อว่าตัวเองจะเอาชนะเขาได้ต่างหาก

“เหลืออีกสามดาบสินะ ฉันจะใช้ร่างวัชระรับมันไว้ตรงๆ แล้วค่อยหาจังหวะปิดเกมจัดการจางเหวินซือ”

หนิงชวนคิดในใจ

ต่อให้ร่างวัชระจะแข็งแกร่ง แต่มันก็เป็นแค่การป้องกันที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น

มันเป็นวิชาเชิงรับ

แต่ท่าเท้าฉับไวนั้นต่างออกไป

การเคลื่อนไหวที่พริ้วไหวสามารถนำมาประสานกับการโจมตี ทำให้ศัตรูไม่สามารถตั้งรับได้เลย

ตึก! ตึก! ตึก!

จางเหวินซือปลดปล่อยสามดาบสุดท้ายออกมา ทั้งหนักแน่นและรุนแรงราวกับมีคลื่นยักษ์ซ่อนอยู่ในใบดาบ ดุดันถึงขีดสุด

เสียงระเบิดดังกึกก้อง หนิงชวนถูกซัดกระเด็นถอยหลังไปสามครั้งรวด

แต่ภายใต้การป้องกันที่แข็งแกร่งของร่างวัชระสีทอง เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย มีเพียงฝุ่นที่เกาะตามชุดนักเรียนนิดหน่อยเท่านั้น

ฝูงชนระเบิดเสียงฮือฮาออกมาทันที

“ยืนยันแล้ว! แสงสีทองนั่นคือการปรากฏของร่างวัชระจริงๆ! หนิงชวนฝึกวิชาร่างวัชระ!”

“วิชาสายพลังภายนอกที่เคี่ยวกรำสุดๆ! หนิงชวนต้องมีความมุ่งมั่นมหาศาลเลยนะเนี่ย!”

"ระดับที่สี่เลยเหรอ?! เขาทำได้ยังไง? ต่อให้ฝึกมาตั้งแต่เกิดเวลาก็ยังไม่น่าจะพอเลยนะ!"

หลายคนถึงกับช็อกค้างไปเลย

จางเหวินซือเองก็อึ้งไปเหมือนกัน เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหนิงชวนถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้

ตอนงานคัดเลือกครั้งก่อน เขามั่นใจว่าหนิงชวนไม่มีพลังต่อสู้เทียบเท่าพวกปลุกพลังขั้นแปดแน่นอน!

วินาทีนั้น จางเหวินซือถึงกับลืมปรับลมหายใจที่หอบเหนื่อยของตัวเองไปชั่วขณะ

วิชาอย่างสิบสามดาบมหานทีน่ะมันกินพละกำลังมหาศาล

ต่อให้เป็นพวกปลุกพลังขั้นสูงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้รวดเดียวจบ มันต้องใช้เวลาในการปรับลมหายใจสักพัก

หนิงชวนย่อมไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้จางเหวินซือหลุดมือไป เขาถีบเท้าพุ่งเข้าประชิดตัวในก้าวเดียวแล้วชกหมัดออกไปทันที

วูบ!

ลมหมัดหวีดหวิว รวดเร็วปานมังกรทะยาน

จางเหวินซือพยายามจะหลบแต่พละกำลังเขาหมดเกลี้ยงจนขยับตัวไม่ทัน เสียงปังดังสนั่น เขาโดนหมัดหนักๆ เข้าที่หน้าท้องจนโซเซถอยหลังไป

ปัง! ปัง! ปัง!

หนิงชวนรัวหมัดเข้าใส่จางเหวินซือจนดาบหลุดมือ

พอไม่มีอาวุธ จางเหวินซือก็ยิ่งไม่ใช่คู่มือของเขาเข้าไปใหญ่

"อ๊าก!"

เบ้าตาขวาของจางเหวินซือโดนหมัดเข้าไปเต็มๆ จนเริ่มเขียวช้ำอย่างรวดเร็ว เขาถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ความเจ็บที่คุ้นเคยนี้ทำให้เขานึกถึงตอนงานคัดเลือก ที่เขาโดนหนิงชวนหยามหน้าซะจนเสียหมา

ความหวาดกลัวเริ่มเข้าเกาะกุมจิตใจ

"ฉันยอมแพ้! ยอมแพ้แล้ว!"

เขารีบเอามือตะปบปิดตาซ้ายข้างที่เหลือที่ยังไม่เจ็บไว้แน่นพลางตะโกนด้วยความลนลาน

ตาเขียวข้างเดียวก็ยังดีกว่าต้องกลายเป็นหมีแพนด้าสองข้างล่ะวะ!

_

จบบทที่ บทที่ 44 วันนั้น จางเหวินซือจำความกลัวตอนตาเขียวปั๊ดได้อีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว