- หน้าแรก
- จุติเทพยุทธ์โลกอนาคตระบบอัปเกรดวิชาให้อัตโนมัติร้อยเท่า
- บทที่ 40 เมื่อน้ำลด ก็จะรู้ว่าใครไม่ได้ใส่กางเกงว่ายน้ำ
บทที่ 40 เมื่อน้ำลด ก็จะรู้ว่าใครไม่ได้ใส่กางเกงว่ายน้ำ
บทที่ 40 เมื่อน้ำลด ก็จะรู้ว่าใครไม่ได้ใส่กางเกงว่ายน้ำ
วันที่ 28 มีนาคม ปีค.ศ. 1099 (ปฏิทินสหพันธรัฐ) วันจันทร์
โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ชิงซาน จัดการสอบรายเดือนครั้งแรกหลังจากงานรวมพลนับถอยหลังร้อยวัน
นักเรียนจำนวนมากมาถึงโรงเรียนแต่เช้าตรู่ แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียดและจริงจัง
ทุกคนต่างนั่งประจำที่เพื่อปรับสภาวะจิตใจของตัวเอง
เมื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยใกล้เข้ามา พละกำลังของพวกเขาส่วนใหญ่ก็เริ่มคงที่แล้ว ผลสอบรายเดือนครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนตัวชี้วัดคะแนนสอบจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
การสอบรายเดือนประกอบด้วยสองส่วนคือ
วิชาการและศิลปะการต่อสู้
การสอบวิชาการนั้นถอดแบบมาจากข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ประกอบด้วยหกวิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ทฤษฎีศิลปะการต่อสู้ ชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ และวิชาสายสังคมรวม คะแนนเต็ม 300 คะแนน ส่วนการสอบศิลปะการต่อสู้นั้นจะเปลี่ยนไปในทุกๆ ปี แต่สำหรับการสอบรายเดือนของมัธยม 1 ชิงซาน มักจะเป็นการประลองบนเวทีเสมอ
เวลา 07:00 น. การสอบเริ่มต้นขึ้น
ภายในห้องเรียน
หนิงชวนจดจ่ออยู่กับข้อสอบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างสงบ เขาครุ่นคิดและตอบคำถามแต่ละข้ออย่างพิถีพิถัน
เจ้าของร่างเดิมมีพื้นฐานวิชาการที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว
และในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หนิงชวนก็ไม่ได้ละทิ้งการเรียนเลย
ความจริงแล้ว เพราะเขามีระบบช่วยฝึกวิชาการต่อสู้ให้โดยอัตโนมัติ เขาจึงมีเวลาว่างเหลือเฟือ
เขาจึงสามารถทุ่มสมาธิไปกับการติวเข้มวิชาการได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีโจทย์ยากๆ บางข้อที่เขาแก้ไม่ได้ หนิงชวนไม่ยอมเสียเวลาจมปลักกับมัน พอประเมินแล้วว่าเกินความสามารถ เขาก็ข้ามไปทำข้ออื่นทันที
เวลาค่อยๆ ผ่านไปอย่างช้าๆ
กริ๊ง! กริ๊ง!
เสียงระฆังโรงเรียนดังเหง่งหง่าง แจ้งเตือนการสิ้นสุดการสอบ
ทันทีที่หนิงชวนก้าวเท้าออกจากห้องเรียน โทรศัพท์ของเขาก็สั่นแจ้งเตือนคะแนนสอบที่ถูกส่งมาจากทางโรงเรียน
เทคโนโลยีของสหพันธรัฐนั้นล้ำหน้ามาก กระดาษคำตอบทั้งหมดถูกตรวจด้วย AI ผลคะแนนจึงถูกประมวลผลออกมาในเวลาเพียงไม่กี่วินาที—รวดเร็วสุดๆ
"259 คะแนน อันดับที่ 31"
หนิงชวนมองดูหน้าจอโทรศัพท์แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
ความพยายามไม่เคยทรยศใครจริงๆ
เพราะคะแนนวิชาการเดิมของเจ้าของร่างนี้มักจะหลุดไปอยู่นอกอันดับที่ 100 เสมอ
ในข้อความนั้นมีลิงก์ไปยังตารางอันดับรวม หนิงชวนกดเข้าไปดูและเห็นว่าคนที่ได้คะแนนสูงสุดคือ ถังเสี่ยวหว่าน ดาวโรงเรียนนั่นเอง
299 คะแนน!
ชัดเจนว่าถังเสี่ยวหว่านทำโจทย์ได้ทุกข้อ
หนิงชวนเดาว่าที่เธอโดนหักไปหนึ่งคะแนนคงเป็นเพราะลืมเขียนตัวอักษร "วิธีทำ" (解) แน่ๆ!
"นักเรียนระดับท็อปอย่างถังเสี่ยวหว่านเนี่ย การันตีที่นั่งในมหาวิทยาลัยท็อปสิบของสหพันธรัฐได้สบายเลยนะ"
หนิงชวนคิดในใจ
ถังเสี่ยวหว่านอยู่แค่ขั้นปลุกพลังที่สี่ ถ้าเอาคะแนนวิชาการไปรวมกับคะแนนสอบศิลปะการต่อสู้ในระดับของเธอ เธออาจจะแค่เกือบติดมหาวิทยาลัยท็อปสิบ หรือมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้ผ่านโครงการรับตรงพิเศษ เพื่อมุ่งเน้นไปที่สายงานด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์
รัฐบาลสหพันธรัฐให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์มาก
งบประมาณสนับสนุนในแต่ละปีพุ่งสูงถึงหลายร้อยล้านหยวน
"แต่ก็นะ เส้นทางที่มีอนาคตที่สุดก็ยังคงเป็นศิลปะการต่อสู้อยู่ดี ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของถังเสี่ยวหว่านถ้าเธอเลือกไปสายวิทยาศาตร์ คือการได้เป็นหัวหน้าทีมนักวิจัยในบริษัทยักษ์ใหญ่ ได้เงินเดือนรวมปันผลหุ้นอย่างมากก็แค่ร้อยล้าน… หืม?!"
หนิงชวนกะพริบตาปริบๆ
นั่นมันก็สูงมากแล้วนะนั่น!
แน่นอนว่าหนิงชวนรู้ดีว่านี่มันสูงแค่เมื่อเทียบกับคนธรรมดาเท่านั้น
รายได้ของยอดฝีมือศิลปะการต่อสู้ระดับสูงน่ะมันน่ากลัวกว่านั้นเยอะ
ในสหพันธรัฐ บริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่ครอบคลุมหลายเขตการปกครอง ล้วนต้องการยอดฝีมือที่ทรงพลังคอยเป็นเบื้องหลังให้ ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็จะถูกคู่แข่งรุมทึ้งจนไม่เหลือซาก
ยอดฝีมือเหล่านั้นบ่อยครั้งแทบไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย แต่กลับได้รับเงินปันผลปีละหลายร้อยล้าน หรือแม้แต่หลายพันล้านหยวน
และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายได้พวกเขาเท่านั้น
…
สนามสอบศิลปะการต่อสู้จัดขึ้นที่ลานฝึกซ้อม
เวทีประลองถูกติดตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายโมงนิดๆ ยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่กว่าการสอบจะเริ่ม แต่ลานฝึกซ้อมกลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คนแล้ว
มันเต็มไปด้วยฝูงชน เป็นภาพที่คึกคักสุดๆ
มีทั้งนักเรียนวิชาการต่อสู้ที่จะเข้าสอบ ประชาชนทั่วไปที่มารอดู พ่อแม่ผู้ปกครอง และนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ที่มาทำข่าว
เมื่อเทียบกับกระดาษคำตอบที่ต้องนั่งเขียน การต่อสู้ที่ดุเดือดและตื่นเต้นย่อมดึงดูดใจผู้คนได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
"เธอคิดว่าใครจะได้ที่หนึ่งในการสอบรายเดือนครั้งนี้ล่ะ? แชมป์เก่าอย่างประธานลู่ก็ไม่ได้มาเพราะบาดเจ็บซะด้วย"
"ฉันว่าหนิงชวนมีลุ้นนะ!"
"เหอะ ตกข่าวแล้วล่ะสิ แกคิดจริงๆ เหรอว่าเขาจะเก่งเหมือนที่ข่าวประโคม? ผู้บริหารระดับสูงของเว่ยกรุ๊ปออกมาโพสต์แฉในเน็ตแล้วว่า สายลับเทียนอู่นั่นบาดเจ็บสาหัสปางตาย พลังน่ะไม่เหลือแม้แต่ระดับปลุกพลังขั้นที่เจ็ดด้วยซ้ำ ที่หนิงชวนฆ่าได้น่ะมันก็แค่ไปซ้ำศพชัดๆ!"
"จริงด้วย ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน จางเหวินซือเพื่อนร่วมห้องเขาเอาเรื่องนี้มาแฉในกลุ่มแชท หนิงชวนไม่กล้าโต้ตอบแม้แต่คำเดียวเลยนะ!"
"ดวงดีชะมัด! ทีแรกก็บังเอิญฝึกเพลงดาบสายฟ้าสำเร็จ ต่อมาก็มาเจอสายลับที่บาดเจ็บสาหัสอีก!"
"พวกจอมปลอมสร้างภาพ เดี๋ยวก็คงมีคนออกมาตบหน้าสั่งสอนเองแหละ!"
ผู้คนมากมายกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน
เพราะรายงานข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้หนิงชวนกลายเป็นหัวข้อสนทนาหลัก
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การชี้นำของคนบางกลุ่มที่มีเจตนามืดแฝง คอมเมนต์ส่วนใหญ่จึงออกมาในแง่ลบเป็นอย่างมาก
หนิงชวนยืนอยู่ใต้ต้นไม้ริมสนาม เขาได้ยินทุกอย่างชัดเจน
เขาไม่ได้ปริปากโต้ตอบแม้แต่คำเดียว เหมือนกับที่เขาทำเฉยเมยต่อการถกเถียงในกลุ่มแชทห้องเรียนก่อนหน้านี้
การสอบศิลปะการต่อสู้กำลังจะเริ่มแล้ว
การกระทำน่ะเสียงดังกว่าคำพูดเสมอ
ทันใดนั้น เสียงที่จงใจขยายให้ดังขึ้นก็แว่วมา ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมาก
"หนิงชวน ฉันได้ยินมาว่าจ้าวเว่ยผิงบาดเจ็บสาหัสเพราะลู่เมิ่งเยว่ แล้วนายก็แค่ไปชุบมือเปิบเอาผลงานมา ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อนะ นึกว่ามีคนจงใจใส่ร้ายนาย แต่พอดูท่าทางของนายตอนนี้แล้ว ท่าทางเรื่องจริงจะเหมือนที่เขาว่ากันสินะ!"
เว่ยป๋อหู่เดินหัวเราะร่าเข้ามาหา
หนิงชวนเหลือบมองเขาแล้วพูดนิ่งๆ "เดี๋ยวนี้กล้าพูดแล้วเหรอ? ฉันนึกว่านายจะโดนคุณอาลู่ขู่จนฉี่ราดไปแล้วซะอีก!"
รอยยิ้มของเว่ยป๋อหู่แข็งค้างไปทันที ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็แค่นเสียง "อย่าทำเป็นปากดีไปหน่อยเลย เดี๋ยววันนี้บนเวทีฉันจะทำให้นายพิการซะ และลู่จ้าน… ต่อให้เป็นอาจารย์ลู่ก็หยุดฉันไม่ได้หรอก!"
ลู่จ้านไม่ได้อยู่ที่นี่ เว่ยป๋อหู่ลังเลครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่กล้าเรียกชื่อตรงๆ อยู่ดี
บารมีของคนน่ะมันค้ำคอ
ฉายาอัศวินระดับสูงสุดมันหนักอึ้งเกินไปสำหรับเขา
หนิงชวนนิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วถามว่า "นายแน่ใจนะว่าจะมีโอกาสได้สู้กับฉัน?"
แววตาอำมหิตวาบขึ้นในดวงตาของเว่ยป๋อหู่ เขาลดเสียงต่ำแล้วพูดอย่างอำมหิต "คอยดูเถอะ วันนี้ไม่มีใครช่วยแกได้แน่!
ฉันจะหักกระดูกแกทีละซีก!
เงินยี่สิบล้านนั่นน่ะ มันไม่พอจ่ายค่ารักษาพยาบาลแกหรอก!"
ได้ยินแบบนั้น มุมปากของหนิงชวนยกขึ้นเล็กน้อย และเขาก็ยังคงเงียบ
การที่เว่ยป๋อหู่ประเมินเขาต่ำไปน่ะ มันคือสิ่งที่เขาต้องการเป๊ะเลย
ก่อนหน้านี้เขายังกังวลอยู่เลยว่า ถ้าเว่ยป๋อหู่รู้พละกำลังจริงของเขาแล้วจะป๊อดจนไม่กล้าขึ้นเวที
ยังไงซะในอีกไม่กี่วัน เขาก็ต้องเดินทางไปค่ายฝึกอัจฉริยะซานไห่แล้ว เขาไม่มีเวลามาเสียกับเว่ยป๋อหู่หรอก
ความแค้นระหว่างพวกเขามันควรจะจบลงในวันนี้แหละ!
"แสร้งทำเป็นเก่งไปเถอะ เดี๋ยวตอนอยู่บนเวทีดูซิว่าจะยังทำหน้าแบบนี้ได้อยู่ไหม!"
หลังจากทิ้งท้ายด้วยคำพูดถากถางอีกไม่กี่คำ เมื่อเห็นว่าหนิงชวนยังคงนิ่งเงียบ เว่ยป๋อหู่ก็เริ่มรู้สึกเบื่อ เขาแค่นเสียงเย็นชาแล้วเดินจากไป
ฝูงชนรอบๆ นอกจากจะไม่สลายตัวแล้ว กลับยิ่งวิจารณ์กันมันปากขึ้นไปอีก
หนิงชวนไม่โต้แย้งเลยแฮะ ท่าทางสิ่งที่เว่ยป๋อหู่พูดเมื่อกี้จะเป็นเรื่องจริงแฮะ ที่ฆ่าสายลับเทียนอู่นั่นได้มันก็แค่ดวงล้วนๆ!
"ลองคิดดูสิ พวกปลุกพลังช่วงกลางน่ะมันจะไปเก่งได้ขนาดไหนกันเชียว!"
"ยังจะกล้าไปยั่วโมโหเว่ยป๋อหู่อีก ท่าทางจะดูข่าวเยอะจนหลอนนึกว่าตัวเองเก่งจริงๆ ไปแล้วมั้งน่ะ ถ้าไปเจอเว่ยป๋อหู่บนเวทีมีหวังโดนบดขยี้เละแน่!"
เสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่า
หนิงชวนหลุบตาลง และยังคงนิ่งเงียบ
เสียงหัวเราะเยาะและความสงสัยนับไม่ถ้วนเหล่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากการปั่นหัวของเว่ยป๋อหู่และจางเหวินซืออยู่เบื้องหลัง
แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขาเติบโตเร็วเกินไป!
จากเด็กปลุกพลังขั้นที่สี่ที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็นดาวรุ่งที่สังหารสายลับเทียนอู่ได้ภายในเวลาไม่ถึงเดือน
มันแทบจะเป็นปาฏิหาริย์
หลายคนจึงยากจะเชื่อ และสงสัยว่ามันคือเรื่องจัดฉาก
ตอนนี้พอได้ยินคำยุยงจากเว่ยป๋อหู่และจางเหวินซือ พวกเขาจึงรู้สึกเหมือนได้ค้นพบความจริงและเริ่มโจมตีเขาอย่างหนัก
แต่ก็นะ... เดี๋ยวพอน้ำลดความจริงก็จะปรากฏเอง!
ใครที่ไม่ได้ใส่กางเกงว่ายน้ำน่ะ เดี๋ยวก็ได้รู้กัน!