เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 : ห้อง 1 ปรากฏตัว ไร้เทียมทานในใต้หล้า ?

บทที่ 91 : ห้อง 1 ปรากฏตัว ไร้เทียมทานในใต้หล้า ?

บทที่ 91 : ห้อง 1 ปรากฏตัว ไร้เทียมทานในใต้หล้า ?


“อุว้าว ! สมกะที่เป็นรุ่นพี่เลย  ทักษะยุทธ์อย่างเท่ !”

“จริงด้วย  เงาเปลวเพลิงเต็มฟ้าไปหมด  เจ๋งโคตร !”

ในห้อง VIP ชั้นบนสุด  หน้ากระจกหน้าต่างบานใหญ่

พวกลั่วซือหานต่างถอดรองเท้านั่งเบียดกันบนโซฟาพร้อมกับกินขนมขบเคี้ยว  รับชมการต่อสู้บนลานประลองด้านล่างด้วยสีหน้าตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็น

แน่นอนว่าจะโทษพวกเธอก็ไม่ได้

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้คือเฉินมู่เข้มงวดเกินไป

นอกจากภารกิจแดนลับภูเขาไท่หมิงครั้งนั้นแล้ว  พวกเธอก็ไม่เคยแม้แต่จะออกไปเหยียบสนามเด็กเล่นของมหาวิทยาลัยอีกเลยนับตั้งแต่เข้าเรียนห้อง 1 มา

นอกจากนี้  เนื่องจากอาคารเรียนและหอพักตั้งอยู่ลึกเข้าไปด้านในมากเกินไป  พวกเธอจึงแทบไม่ได้พบปะกับเพื่อนนักศึกษาคนอื่นเลย

พูดหยาบ ๆ หน่อยคือมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการไปติดคุกมากนักหรอก

ถ้าพวกเธอไม่ได้รับการฝึกฝนจนถึงขั้นหมดแรงข้าวต้มทุกวันจนไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอื่นแล้วล่ะก็  ป่านนี้พวกเธอคงเป็นบ้าไปนานแล้ว

พอได้ออกมาเปิดหูเปิดตาและได้ดูอะไรสนุก ๆ แล้วพวกเธอย่อมตื่นเต้นเป็นธรรมดา

“อ้าว ! รุ่นพี่ผู้หญิงนั่นชนะละเหรอ ? !”

“ฉันรู้จักแกอยู่นะ  แกเป็นนักศึกษาที่เรียนเก่งที่สุดของปีสอง  เห็นว่าติดอันดับเก้าของทำเนียบจอมยุทธ์ด้วย”

“ช่าย ~ ฉันได้ยินมาว่าพี่แกเป็นคนเดียวในปีสองที่ติดทำเนียบจอมยุทธ์  ไม่พอยังติดท็อปเท็นอีก  ถ้าไม่ติดข้อจำกัดเรื่องอายุล่ะก็ป่านนี้คงข้ามชั้นไปเรียนปีสี่แล้วมั้ง”

“ปีสี่มีไรดีอะ  เอาแต่ทำภารกิจเก็บหน่วยกิตไปวัน ๆ สู้เรียนในมหาลัยอยู่ดี ๆ ไม่ได้หรอก”

“รุ่นพี่คนนั้นสวยจังอะ  ไม่รู้ว่าเหล่าเติ้งจะเกิดอารมณ์จนหน้ามืดตามัวชวนเธอมาเรียนห้องเราป่าวนะ”

พอพูดมาถึงตรงนี้ทุกคนต่างก็หันไปมองเหลิ่งมู่เหอเป็นตาเดียวกัน

เหลิ่งมู่เหอหน้าแดงและรีบแสร้งปันหน้าเย็นชา

“มองฉันทำไม”

“งั่ม ๆ ๆ อร่อยจังเลย  งั่ม ๆ ๆ ๆ...”

“...”

“เอ่อ  หึ ๆ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ”

“นั่นสิ  ตะกี๊ฉันเห็นรุ่นพี่ปีสามปีสี่สวย ๆ เยอะแยะเลย !”

“จริงด้วย  สถาบันอื่นก็มีที่สวย ๆ ไม่น้อยเลยนะ  แต่จะว่าไปนี่มันการแข่งขันวิทยายุทธ์ระดับประเทศ  จะมีสาวสวย ๆ มาเพียบก็ไม่แปลกหรอก !”

สาว ๆ รีบเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วหัวเราะคิกคัก  แต่ไม่นานพิธีกรก็ประกาศว่าการแข่งขันของนักศึกษาปี 2 ได้สิ้นสุดลงแล้ว

ซูเสี่ยวเถาขยิบตาโต ๆ แล้วจกมันฝรั่งทอดกรอบขึ้นมาเคี้ยวต่อ

“ดูท่าจะถึงตาเราแล้วสินะ”

ก็ตามนั้น

เธอยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงเคาะประตู

ลั่วซือหานเอนหลังพิงโซฟาและพูดอย่างใจเย็นว่า “เข้ามาได้” ผู้จัดการทั่วไปคนเดิมจึงรีบเปิดประตูและเดินเข้ามา

“คุณหนูใหญ่ทุกท่านครับ  การแข่งขันของนักศึกษาปีหนึ่งจะเริ่มแล้วครับ”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นลั่วซือหานจึงวางแก้วไวน์ลงแล้วมองไปที่เขา

“แล้วจารย์ล่ะอยู่ไหน”

“เอ่อ……”

ผู้จัดการทั่วไปริมฝีปากกระตุกยิก ๆ

จะให้เขากล้าพูดอะไรออกไปได้อย่างไร

ประเด็นหลักและเป็นปัญหาใหญ่คือท่านผู้นั้นเข้าไปในห้องทำงานตั้งแต่ตอนนั้นแล้วจนป่านนี้ก็ยังไม่ออกมาเลยเนี่ยสิ

“อาจารย์เฉินยังไม่ทราบแน่ชัดครับ  แต่ผมคิดว่าอีกเดี๋ยวท่านคงจะตามไป”

ลั่วซือหานพยักหน้าถอนหายใจเบา ๆ แล้วสั่งการ

“รวมพล”

พรึบ !

เมื่อได้ยินคำสั่ง  ทุกคนก็วางสิ่งที่ถืออยู่ลงทันทีและเข้ามาจัดแถวในที่ว่าง ๆ อย่างรวดเร็วจนสีหน้าของผู้จัดการทั่วไปถึงกับซีดเผือด

เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าสาว ๆ น่ารัก  ช่างพูด  และร่าเริงเหล่านี้จะมีระเบียบวินัยมากขนาดนี้

มันดูเหมือนกองทัพยิ่งกว่ากองทัพเสียอีก...

ผู้จัดการทั่วไปไม่รู้จักเฉินมู่  แต่เขาก็เดาได้ว่าคนที่สามารถสั่งให้คุณหนูใหญ่จัดการเรื่องต่าง ๆ ให้  และยังสามารถฝึกฝนนักศึกษาแบบนี้ออกมาได้ด้วยตัวเองนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

ต้องรู้ก่อนว่าต่อให้เป็นคนจากแปดตระกูลใหญ่  คุณหนูใหญ่ของตนก็ยังไม่แม้จะเหลือบแลให้เข้ามาเกะกะสายตาแม้เพียงแวบเดียว...

คิดมาถึงตรงนี้ผู้จัดการทั่วไปก็ตัวสั่นและรีบยืดตัวให้ตรงก่อนจะผายมือ

“คุณหนูใหญ่ทุกท่าน  เชิญทางนี้ครับ”

...

“เรียนผู้ชมทุกท่าน ! ขอขอบคุณนักศึกษาชั้นปีที่สองที่มอบการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้มาให้พวกเราได้รับชม”

“และตอนนี้ ! ขอต้อนรับนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่หนึ่งที่เราทุกคนต่างรอคอยมากที่สุดในปีนี้ที่จะรังสรรค์การต่อสู้อันน่าตื่นตาตื่นใจกว่าเดิมให้พวกเราได้รับชมค่า !”

หลังจากได้ฟังคำพูดอันทรงพลังของซวนซวน  สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปยังที่นั่งของห้อง 1

เนื่องจากโคลอสเซียมมีรูปวงกลม  ผู้ชมจึงนั่งกันเป็นวงกลม  และผู้เข้าแข่งขันเองก็ด้วย

ทว่ามีเพียงที่นั่งของห้อง 1 ของสถาบันหลวงเท่านั้นที่ว่าเปล่าท่ามกลางที่นั่งที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนซึ่งมันต้องเด่นสะดุดตาสุด ๆ ชัวร์อยู่แล้ว

เหตุการณ์นี้สร้างไม่พอใจและความอับอายอย่างยิ่งแก่นักศึกษาคนอื่น ๆ จากสถาบันหลวง

“ห้องหนึ่งแม่งไม่มาจริงด้วย  โห่...  โคตรเชี่ยเลยว่ะ !”

“เอาตรง ๆ นะ  กูอายว่ะ  ถึงกูจะไม่ได้เก่งอะไรแต่อย่างน้อย ๆ กูก็กล้ามาเพื่อรักษาหน้าตาไว้  มาแต่ไม่ขึ้นเวทีก็ได้แท้ ๆ ใช่มั้ย”

“เห็นด้วยเลย  ถึงตอนนี้แล้วยัยพวกนั้นยังไม่มาเลยด้วยซ้ำ  นี่มันดูถูกท่านอธิการฉินแถมยังตบหน้านักศึกษามหาลัยอื่นอีกไม่ใช่นิ”

เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบรอบข้างฉินหลานก็หน้าแดงและพูดว่า...

“พวกเหี้ย  มีแต่ตัวหน้าขายหน้าทั้งนั้น  ไอ้เลวเฉินมู่แม่งสมควรตายห่าสุดแล้ว !”

“จริง ! ไอ้เลวเฉินมู่นั่นแม่งวัน ๆ เอาแต่จีบหญิง  พอถึงเวลาทำการทำงานจริง ๆ เสือกพึ่งพาห่าไรไม่ได้เลย !”

“ถ้ากูต้องอยู่มหาลัยเดียวกะไอ้คนแบบนั้นล่ะก็กูคงเอาหัวมุดดินหนีไปแล้วล่ะ !”

“กลับไปกูจะชวนเพื่อน ๆ เขียนจดหมายร้องเรียนไอ้เหี้ยนั่นซะ  แม่งเอ๊ย  มันหน้าด้านอยู่คนเดียวแต่ดันลากพวกกูลงน้ำไปด้วยซะงั้น !”

ฉินหลานโกรธมาก  โกรธเช่นเดียวกับพวกหลี่เฉิงคุน

คนพวกนี้ล้วนมาจากหนึ่งในแปดตระกูลใหญ่จึงไม่แปลกที่จะใส่ใจชื่อเสียงของตัวเองตั้งแต่เด็ก ๆ และตอนนี้ย่อมรู้สึกว่าตัวเองถูกคนอื่นทำให้ขายหน้าคนทั้งประเทศ  แล้วใครล่ะจะไปยอมรับเรื่องแบบนี้ได้

โชคดีที่ซวนซวนซึ่งอยู่บนลานประลองนั้นเหมือนจะรู้เรื่องราวภายในอยู่ก่อนแล้ว  หลังจากได้รับข้อมูลผ่านหูฟังที่สวมอยู่เธอก็รีบยกมือเล็ก ๆ ขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม

“เอาล่ะค่า ! ต่อไปนี้ก็ขอเสียงปรบมือต้อนรับ...  นักศึกษาชั้นปีหนึ่งห้องหนึ่งจากมหาวิทยาลัยตี้ตูค่า ~ !”

เมื่อได้ยินเแบบนั้นทุกคนที่กำลังนินทาอย่างมันส์ปากต่างสะดุ้งโหยง

“เชี่ยไรวะ  ปีหนึ่งห้องหนึ่ง  ยัยพวกนั้นก็มาด้วยเรอะ !”

“จริงด้วย ! ดูสิ ๆ ! พวกมันมากันแล้ว !”

แล้วก็ตามนั้น

จากความมืดด้านหลัง  ร่างของเฉินมู่ปรากฏตัวขึ้นเป็นคนแรก

ข้าง ๆ เขามีหญิงสาวแสนสวยสุดสะดุดตาผมยาว  ชุดแดง  เดินควงแขนมาด้วย

เมื่อทั้งคู่ปรากฏตัวออกมาจากเงามืดแล้ว  ก็ตามมาด้วยนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ห้อง 1 ซึ่งนำโดยลั่วซือหาน  เย่จิ่นชิว  และซูเสี่ยวเถา  ปรากฏตัวตามมาติด ๆ

แตกต่างจากนักศึกษาคนอื่น ๆ ที่หย่อนยานและเกียจคร้าน  นักศึกษาห้อง 1 ที่หนึ่งสวมเครื่องแบบของมหาวิทยาลัยตี้ตูที่ทั้งสะอาดและเดินกันอย่างพร้อมเพรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย  สีหน้าจริงจังเป็นหนึ่งเดียวกัน  แล้วมาหยุดยืนอยู่ในที่โล่งราวกับกองทัพที่กำลังรอตรวจแถว

ทันทีที่พวกเธอปรากฏตัว

ภาพบรรยากาศที่เคยคึกคักจากผู้คนนับล้านกลับเงียบสงัดลงในทันที

ทุกสายตาจับจ้องไปที่คนกลุ่มนั้น  แม้ว่าจะไม่ได้ขยับเขยื้อนเลยก็ตาม  แต่กลับแผ่รัศมีแห่งความมุ่งมั่นแน่วแน่และจิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน

เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในโซนพักคอยของสถาบัน  นักศึกษาจากสถาบันหลวงและสถาบันหลงอู่ที่อยู่ใกล้สุดจึงรับรู้ถึงแรงกดดันดังกล่าวได้ชัดกว่าใคร

สาว ๆ หลายคนถึงกับต้องกอดแขนตัวเองเพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าอากาศรอบตัวมันหนาวเย็นน่าขนลุกขึ้นมาเฉยเลย

“นะ...  นี่ใช่นักศึกษาแน่เหรอ”

มีคนพึมพำเบา ๆ ทำให้ฝูงชนที่ยังตกตะลึงอยู่กลับมาสู่ความเป็นจริง

“นี่เหรอนักศึกษาปีหนึ่งห้องหนึ่งสถาบันหลวง  เท่จังเลย...”

“จิตสังหารอะไรขนาดนี้  เรียกพวกแบบนี้ว่านักศึกษาได้ด้วยเหรอ”

“แต่ละคนนี่ดูแกร่งเกิน...  เรื่องระเบียบวินัยเนี่ยอย่างกับกองทัพเลย”

“กูไม่ได้มาผิดที่ชะ ? ที่นี่ใช่การแข่งขันวิทยายุทธ์มั้ย ? ทำไม...  ถึงรู้สึกเหมือนกะลังเห็นฝูงสัตว์ร้ายมากกว่ากลุ่มนักศึกษาวะ”

แม้ว่าจะได้สติกลับคืนมาแล้ว  แต่ผู้ชมก็ยังไม่กล้าพูดเสียงดัง  ราวกับกลัวว่าจะเผลอไปปลุกสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์ที่ซ่อนตัวอยู่ให้ตื่นขึ้น

พวกฉินหลานที่อยู่ใกล้ที่สุดต่างก็หน้าซีดเผือดและกัดฟันแน่น

“แม่งกร่างกันชิบหาย...”

“ยัยพวกห้องหนึ่งนี่ก็เอาแต่ชอบเล่นมุกนี้ตลอด  พวกมันคิดว่าตัวเองไร้เทียมทางจริง ๆ เหรอวะ”

“วัน ๆ เอาแต่ทำหน้าตายตลอด  ไม่รู้แม่งทำให้ใครดู”

“นั่นไม่ใช่หวางหยู่หนิงกะเย่เมี่ยวเตี๋ยเหรอ  ยัยพวกนี้ก็ระดับเอสเหมือนกันชะ ? แล้วทำไมไปยืนท้ายแถวสุดงั้นอะ”

“ยังมีหน้าใหม่อีกคนนะเห็นมะ...  แต่มันเกิดไรขึ้นกะสถาบันเทียนชูกะสถาบันหลงอู่ล่ะเนี่ย  ไมถึงยอมส่งอัจฉริยะสองคนนั่นให้มันง่าย ๆ แบบนิ”

นักศึกษาจากสถาบันหลงอู่และสถาบันเทียนชูต่างหน้าเขียวเมื่อได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากนักศึกษาสถาบันหลวง

โดยเฉพาะพวกอาจารย์ของพวกหวางหยู่หนิง  หน้านี่ดำเป็นก้นหม้อกันทั้งนั้นเลย

แล้วกูจะทำไรได้

สู้ก็สู้ไม่ได้  ด่าก็ด่าไม่ชนะ

มันไม่ใช่แค่ผิดหวัง  แต่มันคือความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด

ถึงแม้บรรยากาศจะเงียบสงบ  แต่ในขณะนั้นเอง  ระบบในสมองของเฉินมู่กลับทำงานผิดปกติราวกับกำลังช็อต

มันดัง ‘ติ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ’ รัว ๆ อยู่นาน

จบบทที่ บทที่ 91 : ห้อง 1 ปรากฏตัว ไร้เทียมทานในใต้หล้า ?

คัดลอกลิงก์แล้ว