- หน้าแรก
- ระบบคลุ้มคลั่ง: จากนายน้อยขยะสู่เทพมังกรไร้พ่าย!
- บทที่ 59 - ท้าประลองหลงจ้านอู่
บทที่ 59 - ท้าประลองหลงจ้านอู่
บทที่ 59 - ท้าประลองหลงจ้านอู่
บทที่ 59 - ท้าประลองหลงจ้านอู่
สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งลานฝึกยุทธก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาทันที
"ท้าประลองผู้อาวุโสใหญ่งั้นรึ"
"เขาบ้าไปแล้วหรือไร"
"เขาไม่รู้หรือว่าผู้อาวุโสใหญ่เป็นถึงยอดฝีมือระดับกษัตริย์นักรบขั้นเจ็ด การท้าทายกษัตริย์นักรบ... เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด"
"นายน้อย อย่าได้วู่วามนะขอรับ อย่าได้วู่วามเด็ดขาด"
...
พริบตาเดียว ทั่วทั้งลานฝึกยุทธก็แตกตื่นราวกับน้ำเดือดในกระทะ
ผู้ใดจะไปคาดคิดว่าหลงเฟยจะหาญกล้าท้าประลองกับหลงจ้านอู่!
"ฮ่าๆๆ... ฮ่าๆๆ..."
หลงจ้านอู่หัวเราะร่วน ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและดุดัน
"ท้าประลองข้างั้นรึ หลงเฟย เจ้ารนหาที่ตายเองนะ จะมาโทษข้าไม่ได้หรอก"
เขากำลังกลัดกลุ้มอยู่พอดีว่าหาข้ออ้างกำจัดหลงเฟยไม่ได้ นึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่เจียมตัวกล้ามาท้าทายเขา นี่มันสวรรค์เข้าข้างชัดๆ
ยิ่งไปกว่านั้น
นี่คือการท้าประลองที่หลงเฟยเป็นผู้ก่อขึ้นเอง หากถูกเขาสังหาร ก็โทษได้เพียงความไม่เจียมตัวของมันเท่านั้น
"ไม่ได้นะขอรับ!"
หลงซานรีบพุ่งขึ้นไปบนลานประลองพลางกล่าว
"ผู้อาวุโสใหญ่ เมื่อครู่นายน้อยแค่พูดล้อเล่น ไม่นับเป็นจริงจังขอรับ!"
จากนั้น
หลงซานก็ดึงแขนหลงเฟยหมายจะพาลงจากลานประลอง พร้อมกับกระซิบเสียงเครียด
"นายน้อย ระดับพลังของหลงจ้านอู่นั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป ท่านไม่มีทางเป็นคู่มือของเขาได้หรอกขอรับ"
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ
"ครืน..."
กลิ่นอายบนร่างหลงจ้านอู่ก็ปะทุขึ้น ก่อตัวเป็นคลื่นกระแทกปราณยุทธ์อันรุนแรง ซัดเข้าใส่แผ่นหลังของหลงซานอย่างจัง พร้อมกับตวาดเสียงต่ำ
"เจ้านับเป็นตัวบัดซบอันใด ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้"
"ตูม!"
หลงซานไม่อาจต้านทานคลื่นกระแทกปราณยุทธ์ระดับกษัตริย์นักรบได้เลย ร่างของเขาถูกซัดปลิวละลิ่วกระเด็นออกไปไกลกว่าสิบจั้ง ก่อนจะร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง ปากพ่นเลือดสดๆ ออกมา ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดไร้สีเลือด
"ปราณยุทธ์ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก"
"หลงจ้านอู่คือยอดฝีมือจุดสูงสุดของตระกูลหลงเชียวนะ"
"ระดับกษัตริย์นักรบนั้นแข็งแกร่งดุดันหาใดเปรียบ โดยเฉพาะการควบคุมปราณยุทธ์ ระดับวิญญาณนักรบไม่มีทางต้านทานได้เลยแม้แต่น้อย"
"คราวนี้หลงเฟยต้องจบสิ้นแน่"
...
เพียงแค่กระบวนท่าเดียวหลงจ้านอู่ก็ซัดหลงซานปลิวกระเด็น ปราณยุทธ์อันกล้าแกร่งนั้นทำให้ผู้คนถึงกับหวาดผวา
หัวใจของหลงเฟยหล่นวูบ ลอบคิดในใจ
'พลังช่างกล้าแกร่งนัก ดูท่าข้าจะประเมินหลงจ้านอู่ต่ำเกินไปเสียแล้ว'
ร่างของหลงเฟยเคลื่อนไหววูบเดียว
เขาไปหยุดอยู่เคียงข้างหลงซาน ป้อนโอสถรักษาบาดแผลระดับสุดยอดให้หนึ่งเม็ด จากนั้นก็ช้อนสายตาขึ้นจ้องมองหลงจ้านอู่ที่ยืนตระหง่านอยู่บนลานประลอง
หลงซานคว้าชายเสื้อหลงเฟยเอาไว้แน่น
"นายน้อย อย่าสู้กับเขานะขอรับ อย่าสู้เด็ดขาด"
"หลงเฟย ขึ้นมารับความตายซะ"
หลงจ้านอู่ตวาดอย่างโอหัง
"คำท้าประลองเจ้าเป็นคนพูดออกมาเอง วันนี้หากข้าไม่ได้สั่งสอนไอ้ลูกสุนัขอย่างเจ้า ข้าจะยอมเขียนชื่อหลงจ้านอู่กลับหัวเลยคอยดู"
วันนี้ต้องสังหารหลงเฟยให้จงได้
วันนี้หลงเฟยทำให้ขุมกำลังของเขาต้องสูญเสียอย่างหนัก หากไม่รีบกำจัดทิ้ง วันหน้าต้องกลายเป็นหอกข้างแคร่เป็นแน่
ยิ่งไปกว่านั้น
ในตอนนี้หลงเฟยได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม หากปล่อยให้เขาซื้อใจศิษย์ตระกูลหลงไปได้ทั้งหมด สถานะของเขาในตระกูลย่อมต้องสั่นคลอนและถูกบีบคั้นทุกฝีก้าว
หากหลงเฟยไม่ตาย เขาก็จะไม่มีวันได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหลง
ไม่ว่าอย่างไร
หลงเฟยก็ต้องตาย!
พรสวรรค์และศักยภาพของมันแข็งแกร่งเกินไป หากปล่อยเวลาล่วงเลยไปอีกนิด เกรงว่าแม้แต่เขาเองก็คงไม่อาจสะกดข่มมันได้อีกต่อไป
หลงซานพยายามดึงรั้งหลงเฟยไว้อย่างสุดกำลัง
"นายน้อย อย่าขึ้นไปนะขอรับ"
ศิษย์ตระกูลหลงคนอื่นๆ ก็พากันร้องห้าม
"นายน้อย อย่าสู้กับเขาเลยขอรับ"
"นายน้อย อย่าทำอะไรวู่วามสิขอรับ"
"นายน้อย เชื่อพวกเราเถอะนะขอรับ"
...
พลังของหลงจ้านอู่นั้นน่าหวาดหวั่นเกินไป
ระดับวิญญาณนักรบจะไปต่อกรกับระดับกษัตริย์นักรบได้อย่างไรกัน
และในตอนนั้นเอง
หนานกงเยี่ยนก็ส่งเสียงหัวเราะหยัน เอ่ยถากถางด้วยความดูแคลน
"พูดคำไหนไม่เป็นคำนั้น ยังกล้าเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายอีกหรือ หลงเฟย เจ้าช่างทำให้ข้าสมเพชเสียจริง"
จูเก๋อเจียนเฉียงสมทบด้วยการเยาะเย้ย
"ท่านหญิง นึกไม่ถึงเลยว่าคู่หมั้นของท่านจะเป็นคนพรรค์นี้ ช่างทำให้ข้าเปิดหูเปิดตายิ่งนัก"
หนานกงเซี่ยวก็หัวเราะตาม
"ขี้ขลาดตาขาวรักตัวกลัวตาย นี่แหละหนาสันดานดิบของมนุษย์ คนตระกูลหลงก็เป็นเช่นนี้กันหมดนั่นแหละ"
หลี่ชงเทียนเอ่ยขึ้น
"ข้าก็นึกว่าเขาจะแน่สักแค่ไหน ที่แท้ก็เป็นพวกขี้ขลาดตาขาวนี่เอง ทว่า... คำพูดเมื่อครู่คนทั้งเมืองหั่วหลีล้วนได้ยินกันถ้วนหน้า พูดจาพลิกลิ้นไปมา นายน้อยตระกูลหลงช่างมีสัจจะเสียจริงนะ ฮ่าๆๆ..."
พลังที่หลงเฟยปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้น่าตระหนกเกินไป!
ต่อให้อัตรากระตุ้นสายเลือดเป็นศูนย์ก็ยังทำให้พวกเขาหวาดหวั่น ภัยคุกคามนี้ยิ่งใหญ่กว่าตอนที่เขาเป็นอัจฉริยะเสียอีก
ภายในใจของพวกเขาล้วนหวาดระแวง
ในขณะเดียวกัน
พวกเขาก็ปรารถนาให้หลงเฟยตกตายไปเสีย
โดยเฉพาะหนานกงเยี่ยน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา สิ่งที่นางกระทำลงไปนั้นนางรู้ดีแก่ใจ ไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกแล้ว ในเมื่อหันหลังกลับไม่ได้ ก็ต้องเหยียบย่ำหลงเฟยให้จมดิน
การได้เหยียบย่ำหลงเฟยยิ่งทำให้นางรู้สึกเหนือกว่า ยิ่งขับเน้นความสูงส่งของนาง!
"ช่างเป็นแผนยั่วยุที่แนบเนียนเสียจริงนะ"
หลงเฟยก้าวเดินออกมาจากฝูงชนอย่างเชื่องช้า จ้องมองไปยังสามเสาหลักและคนของราชวงศ์ แค่นยิ้มเย็นพลางกล่าว
"พวกเจ้าอยากเห็นข้าตายจนตัวสั่นเลยสินะ"
หนานกงเยี่ยนกล่าวเสียงเรียบ
"คำท้าประลองเจ้าเป็นคนพูดออกมาเอง ข้าไม่อยากให้ว่าที่สามีในอนาคตของข้าเป็นคนตระบัดสัตย์"
"ถ้ากล้าพูด ก็ต้องกล้าทำ"
หลงเฟยจ้องมองหนานกงเยี่ยน
เป็นความจริง
หนานกงเยี่ยนนั้นงดงามมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา หรือแม้แต่น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยก็ชวนให้ผู้คนหลงใหลเคลิบเคลิ้ม
ทว่า
จิตใจของนางกลับอำมหิตยิ่งกว่าอสรพิษเสียอีก
มุมปากของหลงเฟยยกขึ้น เผยรอยยิ้มเยือกเย็น
"เจ้าวางใจเถอะ ข้าเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้นเสมอ เยี่ยนเยี่ยนน้อย อีกสามปีก็จะถึงกำหนดวันแต่งงานของเราแล้ว ถึงเวลานั้นข้าจะทะนุถนอมเจ้าอย่างดีเลยทีเดียว"
ตอนที่พูดคำว่า 'ทะนุถนอม' หลงเฟยจงใจส่งสายตาแทะโลมอย่างหยาบโลน ผู้ใดก็ย่อมรู้ความหมายแฝงของคำว่า 'ทะนุถนอม' นั้นเป็นอย่างดี
ดวงตาของหนานกงเยี่ยนหดเกร็ง สองมือขยับกำหมัดแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่านางกลับไม่อาจระเบิดอารมณ์ออกมาได้ ภายในใจกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
'หลงเฟย เจ้ามันก็แค่สวะที่มีอัตรากระตุ้นสายเลือดเป็นศูนย์ สวะอย่างเจ้าคู่ควรจะได้ครอบครองข้างั้นรึ ฝันไปเถอะ ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีวัน'
'ข้าต้องถอนหมั้น ข้าต้องถอนหมั้นให้จงได้!'
วันอภิเษกสมรสใกล้เข้ามาทุกที นางยิ่งภาวนาให้หลงเฟยรีบๆ ตายไปเสียให้พ้น
หนานกงเหลยกระแอมไอเบาๆ เอ่ยเสียงต่ำ
"เยี่ยนเอ๋อร์ สำรวมหน่อย!"
ไม่ควรระเบิดอารมณ์ออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้
จากนั้น
หนานกงเหลยก็ยิ้มบางๆ พลางกล่าว
"หลงเฟย ยังเหลือเวลาอีกตั้งสามปี เจ้าก็พยายามเข้าล่ะ"
"อ้อ จริงสิ!"
"คำท้าประลองกับผู้อาวุโสใหญ่หลงจ้านอู่ เจ้าคงไม่ได้คิดจะหลีกหนีหรอกใช่หรือไม่ หากเจ้าคิดจะหลีกหนี ข้าหนานกงเหลยยินดีจะปกป้องเจ้าอย่างสุดกำลังเลยทีเดียว"
"เพียงแต่... เยี่ยนเอ๋อร์ชื่นชอบบุรุษผู้แข็งแกร่งมาตั้งแต่เด็ก หากเจ้าทำเช่นนี้ เกรงว่านางคงจะรังเกียจเจ้าเอานะ"
คำพูดเหล่านี้ก็ยังคงแฝงเจตนายั่วยุหลงเฟยอยู่ดี
ในสายตาของพวกเขา หลงเฟยก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยสิบหกปี เลือดร้อน วัยรุ่นคึกคะนอง ย่อมไม่อาจทนรับคำพูดหยามเกียรติเช่นนี้ได้แน่
หลงเฟยหัวเราะร่า
"ท่านพ่อตา ท่านวางใจเถอะ ข้าพูดว่าจะท้าประลองกับหลงจ้านอู่ ข้าก็ต้องประลองแน่ และขอเชิญสามเสาหลักรวมถึงคนของราชวงศ์เบิกตาดูให้ดี ข้าหลงเฟยหวนกลับมาแล้ว นับจากวันนี้เป็นต้นไป ในราชวงศ์หั่วหลี หากผู้ใดกล้าคิดร้ายต่อตระกูลหลง หึหึ..."
ทันใดนั้น หลงเฟยก็แผดเสียงคำรามก้อง
"ข้าหลงเฟยจะสับมันเป็นหมื่นๆ ชิ้น และบดขยี้ตระกูลของมันให้แหลกเป็นผุยผง!!"
ขณะที่เอ่ยปาก
ร่างของหลงเฟยก็ปลดปล่อยจิตสังหารอันเข้มข้นออกมา
และในเสี้ยววินาทีนั้น หลงเฟยก็กระโดดพุ่งพรวด ร่างร่อนลงบนลานประลองอย่างหนักหน่วง นัยน์ตาจ้องเขม็งไปที่หลงจ้านอู่ ตวาดกร้าว
"ตระกูลหลงต้องตกต่ำจนถูกคนดูแคลน ก็เพราะมีพวกชอบกัดกันเองอย่างเจ้านี่แหละ คนอย่างเจ้าคู่ควรจะเป็นผู้นำตระกูลหลงงั้นรึ คู่ควรจะเป็นเทพโหวเสินหลงงั้นรึ"
กล้ามเนื้อหางตาของหลงจ้านอู่กระตุกวูบ จิตสังหารเดือดพล่านถึงขีดสุด ปราณยุทธ์ระดับกษัตริย์นักรบถูกปลดปล่อยออกมากระแทกอากาศ สองหมัดกระแทกเข้าหากัน ก่อนจะซัดหมัดพุ่งเข้าหาหลงเฟย ตวาดลั่น
"หลงเฟย เอาชีวิตมา!"
หลงเฟยไม่ลุกลี้ลุกลน คีบอักขระยันต์แผ่นหนึ่งไว้ระหว่างนิ้ว
"ยันต์มังกรเจียวทะยานฟ้า ไป..."
[จบแล้ว]