เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - สถานการณ์อันตรายของตระกูล

บทที่ 27 - สถานการณ์อันตรายของตระกูล

บทที่ 27 - สถานการณ์อันตรายของตระกูล


บทที่ 27 - สถานการณ์อันตรายของตระกูล

สิ้นเสียงประกาศ การประมูลก็เข้าสู่จุดเดือดทะลุพิกัดในทันที

ทุกคนต่างถลกแขนเสื้อเตรียมห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย สถานการณ์การต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่านอย่างยิ่งยวด

"สิบสามล้านตำลึง"

"สิบแปดล้านตำลึง"

"ยี่สิบล้านตำลึง"

"ยี่สิบห้าล้านตำลึง"

"สี่สิบล้านตำลึง"

...

ราคาพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งลงได้เลย

ขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่ทั้งหลายแห่งเมืองหั่วหลีต่างก็ฉีกหน้ากากเข้าหากันแล้ว

"จูเก๋อเทียนหลง เจ้ามันก็แค่คนต้มยา จะเอาป้ายคำสั่งสยบปักษาไปทำไมกัน เจ้าคิดจะสังหารใครรึ"

"หลงจ้านอู่ เจ้าเป็นแค่ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลหลง เจ้ามีสิทธิ์นำเงินก้อนโตขนาดนี้มาถลุงเล่นด้วยหรือ"

"หลี่ชงเทียน ไอ้คนบ้านนอกอย่างเจ้า หอฝึกยุทธสกุลหลี่ของเจ้ามีปัญญาจ่ายเงินมากมายขนาดนี้เชียวหรือ"

"หนานกงเหลย เจ้าจะมาแย่งชิงกับราชวงศ์เพื่ออะไร เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่"

...

การเสนอราคาแต่ละครั้งล้วนแฝงไปด้วยวาจาถากถางโจมตีกันอย่างดุเดือด

ทว่าในครั้งนี้

สำนักเฉาเทียนและสำนักเลี่ยนเซวี่ยกลับไม่ได้เสนอราคาแข่งด้วย ยิ่งไปกว่านั้นตั้งแต่สำนักเลี่ยนเซวี่ยเสนอราคาอักขระยันต์ไปก่อนหน้านี้ พวกเขาก็เงียบกริบราวกับหายตัวไป ไม่มีสุ้มเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาอีกเลย

ทางด้านสามสตรีแห่งสำนักเฉาเทียนก็นั่งดูอยู่เงียบๆ ไม่มีท่าทีว่าจะเข้าร่วมประมูลเช่นกัน

"ราชวงศ์หนานกงเสนอราคาแปดสิบล้านตำลึง พวกเจ้าทุกคนเลิกแย่งชิงกับข้าได้แล้ว ป้ายคำสั่งสยบปักษานี้ข้าจะไม่มีวันนำไปใช้งานเด็ดขาด มอบให้ราชวงศ์เก็บรักษาไว้ย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุด"

"หนานกงหั่ว เจ้าคิดจะหลอกผีหรือไง"

"เก้าสิบล้านตำลึง"

"ตระกูลหลงเสนอราคาหนึ่งร้อยล้านตำลึง" หลงจ้านอู่เหงื่อแตกพลั่กราวกับสายฝน นี่แทบจะถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว

ทางด้านจูเก๋อเทียนหลงก็เช่นกัน เขาแผดเสียงลั่น "หนึ่งร้อยสิบล้านตำลึง"

หลี่ชงเทียนขบกรามแน่นจนแทบแหลกละเอียด "หนึ่งร้อยยี่สิบล้านตำลึง"

"ราชวงศ์หนานกง หนึ่งร้อยห้าสิบล้านตำลึง" หนานกงหั่วเองก็เริ่มเสียงอ่อนลง นี่คือฟางเส้นสุดท้ายของเขาแล้ว ต่อให้เขาจะเป็นถึงองค์กษัตริย์ผู้ครองแคว้น แต่การจะเบิกจ่ายเงินมากกว่านี้ก็เป็นเรื่องยากยิ่ง

สี่เสาหลักต่างพากันเงียบงันไปครู่ใหญ่

และในจังหวะนั้นเอง

จากห้องวีไอพีหมายเลขหนึ่งก็มีสุ้มเสียงของอิสตรีผู้หนึ่งลอยละล่องออกมา "สองร้อยล้าน!"

"พรวด..."

หนานกงหั่วถึงกับกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต โทสะสุมทรวงจนแทบคลุ้มคลั่ง

ผู้คนจากสี่เสาหลักเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ความดันโลหิตพุ่งปรี๊ดจนแทบจะกดเอาไว้ไม่อยู่

สองร้อยล้านทะลุขีดจำกัดของพวกเขาทุกคนไปไกลลิบแล้ว

แววตาของหลิ่วเฟิงทอประกายตื่นตระหนก เขารีบตะโกนถามเสียงดัง "สองร้อยล้าน มีใครจะเสนอราคาสูงกว่านี้อีกหรือไม่"

"คนในห้องวีไอพีหมายเลขหนึ่งเป็นใครกันแน่"

"มีภูมิหลังมาจากที่ใดกัน"

"ขนาดสำนักเฉาเทียนยังได้อยู่แค่ห้องวีไอพีหมายเลขสอง ฐานะของคนในห้องหมายเลขหนึ่งย่อมต้องยิ่งใหญ่กว่าเป็นแน่"

"สรุปแล้วเป็นใครกันแน่"

...

ผู้คนทั้งมวลต่างพากันคาดเดาไปต่างๆ นานา แม้แต่ผู้คนจากสี่เสาหลักเองก็ยังอดสงสัยไม่ได้

"สองร้อยล้านครั้งที่หนึ่ง!"

"สองร้อยล้านครั้งที่สอง!"

"สองร้อยล้าน ปิดการประมูล!" หลิ่วเฟิงเคาะค้อนลงอย่างหนักหน่วง "ขอแสดงความยินดีกับแขกผู้มีเกียรติในห้องวีไอพีหมายเลขหนึ่งที่ประมูลป้ายคำสั่งสยบปักษาไปได้ โปรดไปชำระเงินที่หลังเวทีด้วย"

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

หลงเฟยพึมพำกับตัวเอง "บ้าคลั่งเกินไปแล้ว บ้าคลั่งสุดๆ หัวใจข้าแทบจะรับไม่ไหวอยู่แล้ว"

หลิ่วเฟิงยกกล่องใบหนึ่งออกมา เอ่ยว่า "น้องชาย ในนี้มีหินวิญญาณห้าสิบก้อน และตั๋วเงินอีกสองล้านตำลึง"

หลงเฟยชะงักไปเล็กน้อย เอ่ยถาม "เฒ่าหลิ่ว พวกท่านไม่ต้องหักค่าธรรมเนียมหรอกหรือ"

หลิ่วเฟิงหัวเราะร่วน "คนอื่นน่ะต้องหัก แต่สำหรับเจ้าไม่ต้อง เจ้าเป็นสมาชิกบัตรทองม่วงของสมาคมการค้าเฟิงหยวนเรา ย่อมได้รับสิทธิพิเศษนี้"

ความจริงแล้ว

นี่คือการชดเชยรูปแบบหนึ่ง

สมาคมการค้าเฟิงหยวนอาศัยโอสถรักษาอาการบาดเจ็บและยันต์พยัคฆ์เขี้ยวดาบที่หลงเฟยสร้างขึ้นมาสร้างกระแส ยกระดับชื่อเสียงและอิทธิพลของสมาคมการค้าให้โด่งดังไปทั่ว ผลประโยชน์ที่ได้รับนั้นมีค่ามากกว่าหินวิญญาณไม่กี่สิบก้อนนี้หลายเท่านัก

หลงเฟยก็ไม่เกรงใจ เอ่ยตอบ "ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอขอบคุณมาก"

หลิ่วเฟิงเอ่ยถาม "หากเจ้าต้องการเงิน ข้าสามารถเปลี่ยนเป็นเงินตำลึงให้เจ้าได้นะ"

หลงเฟยหัวยิ้มรับ "ไม่ต้องหรอก เอาเป็นหินวิญญาณนี่แหละ"

หลิ่วเฟิงก็ไม่เซ้าซี้ "งั้นเจ้าก็เก็บไว้ให้ดีเถอะ นี่มันเงินก้อนโตมหาศาลเลยเชียวนะ ฮ่าๆๆ..."

หลงเฟยหัวเราะร่า ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "เฒ่าหลิ่ว ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าคนที่อยู่ในห้องวีไอพีหมายเลขหนึ่งเป็นใครกัน"

หลิ่วเฟิงยิ้มอย่างมีเลศนัย ลดเสียงลงกระซิบ "คุณหนูของพวกเราเอง"

"หือ"

"บัดซบ พวกท่านเล่นมุกนี้เองหรือเนี่ย" หลงเฟยคาดไม่ถึงเลยจริงๆ พอได้ฟังหลิ่วเฟิงเฉลยถึงได้กระจ่างแจ้งแก่ใจ แผนการนี้ช่างล้ำลึกยิ่งนัก

หลิ่วเฟิงกระซิบต่อ "พวกเราเองก็หมดหนทาง สถานการณ์การแย่งชิงเมื่อครู่เจ้าก็เห็นแล้ว หากป้ายคำสั่งตกไปอยู่ในมือของสี่เสาหลักหรือราชวงศ์หนานกง เมืองหั่วหลีจะต้องเกิดพายุคาวเลือดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรืออาจถึงขั้นสั่นคลอนรากฐานของราชวงศ์หั่วหลีเลยก็เป็นได้ ซึ่งนั่นย่อมส่งผลเสียต่อสมาคมการค้าเฟิงหยวนของเราอย่างใหญ่หลวง พวกเราเป็นพ่อค้า ย่อมต้องยึดถือผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง"

"เมืองหั่วหลีภายนอกดูสงบสุข แต่เบื้องหลังกลับมีคลื่นใต้น้ำเชี่ยวกราก ขั้วอำนาจทุกฝ่ายต่างก็ฟาดฟันกันอย่างลับๆ"

"อัจฉริยะของตระกูลหลงซึ่งเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักถูกสูบโลหิตแก่นแท้ไป ตระกูลหลงจึงสูญเสียอัจฉริยะนักรบเทวะมังกร ทำให้สถานะของตระกูลตกต่ำลงอย่างรวดเร็วตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ถูกอีกสามเสาหลักกดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด ทว่า... เมื่อไม่กี่วันก่อนมีเสียงมังกรคำรามดังขึ้นเหนือจวนตระกูลหลง น่าจะเป็นนักรบเทวะมังกรคนใหม่ที่เพิ่งตื่นขึ้น เรื่องนี้คงช่วยให้ตระกูลหลงได้พักหายใจหายคอบ้าง แต่ข้าเดาว่าหากอีกสามเสาหลักตามตัวนักรบเทวะมังกรพบ ก็คงถูกลอบสังหารอีกเป็นแน่ ตระกูลหลงใกล้จะถึงจุดจบเต็มทีแล้ว"

หลงเฟยใจกระตุกวาบ เอ่ยถามด้วยความสงสัย "นักรบเทวะมังกรคนก่อนถูกสามเสาหลักร่วมมือกันลอบสังหารหรือ"

หลิ่วเฟิงยิ้มบางๆ "การมีอยู่ของตระกูลหลงเป็นภัยคุกคามต่อพวกเขามากเกินไป ทั้งสามเสาหลักและราชวงศ์หนานกงต่างก็ปรารถนาให้ตระกูลหลงล่มสลาย ถ้าไม่ใช่ฝีมือพวกเขาแล้วจะเป็นใครได้เล่า ตระกูลหลงสืบทอดอำนาจมายาวนานได้ก็เพราะมีนักรบเทวะมังกรคอยค้ำจุน วันนี้ประมูลป้ายคำสั่งสยบปักษาไม่ได้ ก็เท่ากับสูญเสียเกราะคุ้มกันไปอีกชั้น สำหรับตระกูลหลงแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย โชคยังดีที่ขั้วอำนาจอื่นก็ประมูลไปไม่ได้เช่นกัน ไม่อย่างนั้นตระกูลหลงคงตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวงแน่"

"โหวเทวะมังกร เฮ้อ..."

"ตระกูลหลงที่ไร้ซึ่งนักรบเทวะมังกรก็เหมือนพยัคฆ์ไร้เขี้ยวเล็บ เฮ้อ..."

หลิ่วเฟิงทอดถอนใจออกมาติดๆ กันสองครั้ง ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน "ฮ่าๆๆ... จะพูดเรื่องพวกนี้ไปทำไมกัน โลกใบนี้มันก็เป็นเช่นนี้แหละ ผู้แข็งแกร่งคือผู้รอดชีวิต ผู้อ่อนแอคือผู้ถูกคัดทิ้ง"

กล่าวจบ หลิ่วเฟิงก็ขอตัวเดินจากไป

หลงเฟยยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจจมดิ่งลง พึมพำในใจ "คาดไม่ถึงเลยว่าตระกูลหลงจะตกต่ำถึงเพียงนี้"

"มารดามันเถอะ!"

"สถานการณ์ย่ำแย่ถึงขั้นนี้แล้ว หลงจ้านอู่ เจ้ายังคิดจะกลั่นแกล้งข้า วางแผนสารพัดเพื่อจะเอาชีวิตข้าอีก เจ้ามันช่างเหี้ยมโหดนัก ตระกูลหลงมีคนอย่างเจ้าอยู่จะไปเจริญก้าวหน้าได้อย่างไร" หลงเฟยรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก

"ช่างหัวมันประไร!"

"บิดาอยู่ในตระกูลหลงมีสถานะต้อยต่ำยิ่งกว่าบ่าวไพร่เสียอีก จะไปห่วงใยตระกูลหลงหาพระแสงอะไร"

"บัดซบ!"

หลงเฟยสะบัดความคิดเรื่องตระกูลหลงทิ้งไป สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น เพื่อรับมือกับการทดสอบของตระกูลที่กำลังจะมาถึง

...

ณ จวนตระกูลหลง

ภายในลานเรือนของหลงจ้านอู่

หลงจ้านอู่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความเดือดดาล เอ่ยเสียงเหี้ยม "ไอ้พวกตาเฒ่าทั้งหลายบ้าระห่ำทุ่มเงินแย่งชิงป้ายคำสั่งสยบปักษากันแทบตาย สุดท้ายก็ชวดกันหมด ไม่มีใครได้ไปสักคน"

หลงจ้านเหย่เอ่ยเสียงเรียบ "นี่ก็นับเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเราเหมือนกัน หากป้ายคำสั่งตกไปอยู่ในมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย่อมต้องพุ่งเป้ามาเล่นงานตระกูลหลงเป็นแน่ เพียงแต่... แผนการขั้นต่อไปของพวกเราคงต้องปรับเปลี่ยนเสียหน่อยแล้ว"

หลงจ้านอู่หันขวับมามองหลงจ้านเหย่

หลงจ้านเหย่ลดเสียงลงกระซิบ "พี่ใหญ่ ถึงไม่มีป้ายคำสั่งสยบปักษา เราก็ยังจ้างวานนักฆ่าของพันธมิตรสยบปักษาได้อยู่ดี ขอเพียงกำจัดหลงเฟยกับหลงจ้านไห่ทิ้งเสีย ตระกูลหลงก็จะตกเป็นของท่านโดยสมบูรณ์"

ดวงตาของหลงจ้านอู่ทอประกายวาวโรจน์

หลงจ้านเหย่กล่าวต่อ "ข้าติดต่อกับทางพันธมิตรสยบปักษาไว้แล้ว ค่าจ้างอยู่ที่ห้าสิบล้านตำลึง ราคานี้ถูกกว่าป้ายคำสั่งสยบปักษาตั้งเยอะ"

หลงจ้านอู่ตื่นเต้นสุดขีด "ดี! ดีมาก! ทันทีที่การทดสอบของตระกูลสิ้นสุดลง หลงจ้านไห่ออกจากฌานปิดด่านเมื่อไหร่ ก็สั่งสังหารพวกมันทันที ทำเช่นนี้ข้าก็จะได้เป็นโหวเทวะมังกรอย่างสง่าผ่าเผย"

หลงจ้านเหย่เองก็หัวเราะร่าอย่างได้ใจ

จากนั้น

หลงจ้านอู่ก็เอ่ยถามขึ้น "ตามหานักรบเทวะมังกรพบหรือยัง"

หลงจ้านเหย่ส่ายหน้า "ยังเลยพี่ใหญ่"

หลงจ้านอู่พรูลมหายใจออกมายาวเหยียด ยิ่งคิดก็ยิ่งมั่นใจว่านักรบเทวะมังกรคนนั้นจะต้องเป็นคนของหลงจ้านไห่เป็นแน่ "อีกสามเสาหลักรวมถึงราชวงศ์หนานกงก็กำลังตามหานักรบเทวะมังกรเช่นกัน เจ้าต้องรีบตามหาให้พบ หากดึงตัวมาเป็นพวกเราไม่ได้ ก็สังหารทิ้งซะ!"

หลงจ้านเหย่พยักหน้ารับคำ "เข้าใจแล้วขอรับ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 27 - สถานการณ์อันตรายของตระกูล

คัดลอกลิงก์แล้ว