- หน้าแรก
- คู่มืออ่อยหนุ่มฉบับยัยจิ้งจอก วิธีตกหนุ่มหล่อให้หัวหมุน
- บทที่ 19: ลั่วเหลียนเหลียน
บทที่ 19: ลั่วเหลียนเหลียน
บทที่ 19: ลั่วเหลียนเหลียน
"พี่คะ ยัยคนนี้ใครเหรอ?"
จี้ยินชี้ไปที่ลั่วเหลียนเหลียนซึ่งสวมเสื้อผ้าประหลาดตาและนั่งอยู่บนหลังของคนในเผ่า ไม่รู้เพราะอะไรจี้ยินถึงรู้สึกไม่ถูกชะตากับตัวเมียคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น
จี้ไป๋อธิบาย "เธอน่าจะเป็นตัวเมียที่พลัดหลงกับเผ่าน่ะ"
จี้ไป๋มองลั่วเหลียนเหลียนที่กำลังสั่นเทาอยู่บนหลังเสือแล้วพูดต่อ "เจ้าช่วยเข้าไปปลอบเธอหน่อยสิ"
"ไม่เอาค่ะ" จี้ยินปฏิเสธทันควัน "ฉันจะไปหาหลี่หลี่เล่นด้วยดีกว่า!"
พูดจบเธอก็วิ่งปรู๊ดหายลับไปในพริบตา
จี้ไป๋ยิ้มอย่างจนใจและปล่อยให้จี้ยินวิ่งไป
เขาแค่ล้อเล่นเท่านั้น เขาไม่มีทางขัดใจน้องสาวและบังคับให้เธอทำในสิ่งที่เธอไม่ชอบแน่นอน
เจ้าหญิงน้อยแห่งเมืองพยัคฆ์ขาวคนนี้มักจะได้รับการตามใจที่สุดเสมอ
"พี่ครับ แล้วเราจะจัดการกับตัวเมียคนนี้ยังไงดี?"
พอน้องสาวไป น้องชายตัวแสบก็กระโดดเข้ามายืนตรงหน้าเขาอีกรอบ
จี้ไป๋: "ตัวเมียคนนั้นกำลังตกใจ แกไปปลอบเธอหน่อยสิ"
"ไม่เอาอ่ะ" จี้มั่วปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
"ผมไม่ชอบหน้ายัยนั่น ทำไมผมต้องไปปลอบด้วยล่ะ? ใครเป็นคนเจอตัวเมียคนนี้ก็ไปปลอบเอาเองสิ"
จี้ไป๋: ...เชื่อไหมว่าฉันจะโบกแกสักที!
เมื่อเห็นพี่ชายเงียบไป จี้มั่วก็เสริมว่า "ผมว่ายัยคนนี้ก็ดูใช้ได้นะ พี่ไม่ลองจีบดูหน่อยเหรอ?"
จี้ไป๋: "ไสหัวไปเลย"
ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะมองหาคู่หรอก
"ชิ~"
ลั่วเหลียนเหลียนก้มหน้าลง เส้นผมยาวบดบังทัศนียภาพส่วนใหญ่ แต่เธอก็ยังพอจะเห็นบรรยากาศรอบข้างผ่านช่องว่างของเส้นผม
นี่เธอหลุดเข้ามาในโลกอสูรที่มีอยู่แค่ในนิยายจริงๆ เหรอเนี่ย?
ถ้าอย่างนั้น...
เมื่อนึกถึงนิยายอีโรติกโลกอสูรที่เคยอ่านแก้เหงา ลั่วเหลียนเหลียนก็แอบฝันหวาน
เธอคือนางเอกใช่ไหม? ผู้ชายทุกคนในโลกอสูรนี้จะต้องตกหลุมรักเธอจนหัวปักหัวปำเหมือนในนิยายใช่หรือเปล่า!?
ขณะที่ลั่วเหลียนเหลียนกำลังจินตนาการถึงชีวิตอันแสนสุขในอนาคต เธอก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงจากด้านข้าง
เธอหันไปมองต้นเสียงอย่างรู้สึกหงุดหงิด
แต่พอได้เห็น เธอก็ต้องตะลึง
ชายหนุ่มคนนั้นสวมชุดดำ ผมสั้นสีดำสนิท คิ้วเข้ม ดวงตาโต เมื่อเขายิ้มมันช่างดูอ่อนโยนและอบอุ่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ
เขาดูเหมือนคุณชายผู้อ่อนโยนและสง่างามแบบที่ลั่วเหลียนเหลียนมักจะจินตนาการถึงบ่อยๆ ไม่มีผิด
จี้ไป๋รู้สึกขนลุกเล็กน้อยกับสายตาที่จ้องมาอย่างโจ่งแจ้งของลั่วเหลียนเหลียน แต่ด้วยคติที่ว่า "การดูแลตัวเมียคือหลักการพื้นฐานของอสูรตัวผู้ทุกคน"
จี้ไป๋จึงฝืนยิ้มและถามว่า "ผมชื่อจี้ไป๋ คุณชื่ออะไรเหรอครับ?"
ลั่วเหลียนเหลียนตาพร่าไปกับใบหน้าของจี้ไป๋ เธอเพิ่งจะรู้สึกตัวเอาตอนนี้ แก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
"ฉะ... ฉันชื่อลั่วเหลียนเหลียนค่ะ"
"ลั่วเหลียนเหลียนงั้นเหรอครับ? มีตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า?"
ลั่วเหลียนเหลียนลองขยับเท้าดู และความเจ็บแปลบก็แล่นขึ้นมา เพราะกลัวว่าจะทำให้จี้ไป๋เสียความรู้สึกดีๆ เธอจึงพยายามดัดเสียงให้สูงขึ้นและพูดว่า "ฉันว่าฉันน่าจะข้อเท้าแพลงค่ะ"
จี้ไป๋มองตามสายตาของลั่วเหลียนเหลียน ข้อเท้าของเธอแดงและบวมจริงๆ
"ตัวเมียคนนี้ข้อเท้าแพลง นายช่วยดูแลเธอหน่อยนะ" หลังจากยืนยันอาการแล้ว จี้ไป๋ก็หันไปบอกอสูรเสือที่แบกลั่วเหลียนเหลียนมา
อสูรเสือคนนั้นตอบรับอย่างตื่นเต้น "ได้ครับ!"
พูดจบ จี้ไป๋ก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ลั่วเหลียนเหลียนมึนตึ้บกับการกระทำของจี้ไป๋
มันไม่ถูกสิ
ตามพล็อตเรื่องปกติ เขาควรจะเป็นคนที่อ้อนวอนขออยู่ดูแลเธอไม่ใช่เหรอ?
ลั่วเหลียนเหลียนมองตามแผ่นหลังของจี้ไป๋ที่เดินจากไปอย่างเหม่อลอย
จนกระทั่งอสูรเสือข้างล่างเรียกเธอ เธอถึงได้สติกลับมา
"แม่นาง ลงมาก่อนเถอะ ข้าขอตรวจดูอาการบาดเจ็บที่เท้าหน่อย"
อสูรเสือตนนี้มีรอยแผลเป็นยาวบนใบหน้า เมื่อรวมกับลายพาดกลอนสีดำมันยิ่งทำให้เขาดูดุร้ายและน่ากลัว
ลั่วเหลียนเหลียนย่อมไม่กล้าขัดขืน เธอทำตามคำบอกของเขาและค่อยๆ ปีนลงมาอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่ลั่วเหลียนเหลียนลงถึงพื้น อสูรเสือก็กลายร่างเป็นชายฉกรรจ์ร่างกำยำ เขามีใบหน้าที่หยาบกร้าน รอยแผลเป็นบนหน้าไม่ได้ทำให้เขาดูแย่ลงแต่มันกลับเพิ่มความดิบเถื่อนเข้าไปแทน
ชายหนุ่มนั่งยองๆ ลงและกำลังจะตรวจข้อเท้าของลั่วเหลียนเหลียน แต่แล้วเขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกรีดร้องแหลมสูง
"ไม่นะ!!!"
ลั่วเหลียนเหลียนกรีดร้องพลางทิ้งตัวลงกับพื้นด้วยท่าทางหวาดผวา
อสูรตนนี้ดูน่ากลัวชะมัด!
เขามีรอยแผลเป็นยาวที่หน้าด้วย มันสยดสยองเกินไปแล้ว
ภายใต้ร่มไม้ ไวท์ฟ็อกซ์และจี้ยินกำลังคุยกันอย่างอารมณ์ดี โดยมีท่านงูขาวที่กลายร่างกลับสู่ร่างเดิมคอยอารักขาอยู่บนต้นไม้
ทันใดนั้น เสียงแหลมปรี๊ดของตัวเมียก็ขัดจังหวะบทสนทนาของพวกเธอ
ไวท์ฟ็อกซ์ลูบหูจิ้งจอกที่โดนทรมานด้วยเสียงกรีดร้องแล้วถามว่า "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?"
ร้องซะหยั่งกับจะขาดใจตาย
จี้ยินทำปากยื่น "ก็ตัวเมียที่พี่ใหญ่เพิ่งเก็บมาได้น่ะสิ"
"เธอร้องเรื่องอะไรน่ะ?" ไวท์ฟ็อกซ์สงสัย "ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยชอบยัยคนนั้นนะ"
จี้ยินเองก็รู้สึกแปลกใจ แต่ก็พูดความจริงออกมา "มันแค่... ด้วยเหตุผลบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ฉันรู้สึกว่ายัยนั่นดูไม่น่าคบเอาเสียเลย"
ไวท์ฟ็อกซ์พยักหน้าพลางครุ่นคิด "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าไม่ชอบก็แค่ไม่ต้องไปยุ่งด้วยในอนาคต"
ไวท์ฟ็อกซ์ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่ว่าจี้ยินกับเด็กสาวมนุษย์คนนั้นคงจะเข้ากันไม่ได้เฉยๆ
"คุยอะไรกันอยู่เหรอ?"
จี้ไป๋ชำเลืองมองน้องชายที่แอบอยู่หลังต้นไม้เหมือนพวกโรคจิต ก่อนจะนั่งลงข้างๆ จี้ยินอย่างใจเย็น
จี้ยิน: "มาทำไมตรงนี้ล่ะ? ไม่ไปดูแลตัวเมียที่เก็บมาได้เหรอ?"
"เธอไม่เป็นไรแล้วล่ะ ข้าให้พวกอสูรเสือคนอื่นดูแลแทนแล้ว"
จี้ยินกลอกตาใส่พี่ชาย "ตัวเมียที่เก็บมาได้ฟรีๆ พี่ก็ยังไม่จีบอีก เมื่อไหร่ฉันจะมีพี่สะใภ้ล่ะเนี่ย?"
"ให้หลี่หลี่ช่วยพี่ดีไหมนะ..." "อื้อ!"
ไวท์ฟ็อกซ์รีบตะปบปิดปากจี้ยินด้วยมือเล็กๆ พลางยิ้มแห้ง "เอ่อ คือว่า... ยินยินอยากให้ฉันช่วยแนะนำพี่น่ะค่ะ..."
จี้ไป๋เฉลียวฉลาด ย่อมเดาได้ว่าน้องสาวต้องการจะพูดอะไร แต่เมื่อเห็นไวท์ฟ็อกซ์พยายามปกปิดไว้ เขาก็แค่ยิ้มตอบ
"ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ตอนนี้ผมยังไม่มีแผนจะหาคู่"
"ผมจะไปดูอาการของตัวเมียที่ชื่อลั่วเหลียนเหลียนหน่อย พวกเธอคุยกันต่อเถอะ"
พูดจบเขาก็ลุกเดินจากไป
หลังจากจี้ไป๋ไปแล้ว ไวท์ฟ็อกซ์ก็นิ่งค้างอยู่กับที่จนลืมปล่อยมือจากปากจี้ยิน
สุดท้ายก็เป็นจี้ยินที่ต้องดึงมือไวท์ฟ็อกซ์ออกเอง
เธอโบกมือผ่านหน้าไวท์ฟ็อกซ์ "หลี่หลี่ เป็นอะไรไปน่ะ?"
"เอ๊ะ?" ไวท์ฟ็อกซ์ได้สติกลับมาทันที "เปล่าค่ะ ฉันแค่รู้สึกว่าชื่อลั่วเหลียนเหลียนมันฟังดูคุ้นหูมากเลย..."
"หรือว่าเธอจะเคยรู้จักยัยนั่นก่อนจะความจำเสื่อม?"
ไวท์ฟ็อกซ์ส่ายหน้า
จะเป็นไปได้ยังไง?
ลั่วเหลียนเหลียนเป็นมนุษย์ที่เพิ่งทะลุมิติมา จิ้งจอกน้อยร่างเดิมจะไปเห็นเธอได้ยังไง?
แต่... ชื่อที่ฟังดูเชยๆ และตรงตัวแบบนี้มันคุ้นหูจริงๆ นะ หรือว่าเธอจะเคยเจอในชาติที่แล้วกันแน่?
"มีอะไรเหรอ?" เสียงทุ้มกังวานของชายหนุ่มดังมาจากด้านหลัง
จี้ยินไม่รู้ว่าวิ่งหายไปไหนตั้งนานแล้ว
ระหว่างร่วมเดินทาง ไวท์ฟ็อกซ์เริ่มชินที่จี้ยินจะหายตัวไปทุกครั้งที่เห็นท่านงูขาว ตราบใดที่ไม่มีอันตรายเธอก็ไม่ได้ติดใจอะไร
"ขอกอดหน่อยค่ะ"
จิ้งจอกน้อยทำปากยื่นพลางยื่นแขนทั้งสองข้างไปทางท่านงูขาวเพื่อขอกอด
โม่เหยียนอุ้มจิ้งจอกน้อยให้นั่งบนท่อนแขนอย่างชำนาญ พลางช่วยจัดเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเธอให้เรียบกริบแล้วถามว่า
"ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า?"
ไวท์ฟ็อกซ์ส่ายหน้า "เปล่าค่ะ เที่ยงแล้ว ได้เวลากินข้าวแล้ว พวกเราไปหาพี่จี้ไป๋กับคนอื่นๆ กันเถอะ"
อะไรที่คิดไม่ออกเธอก็จะเลิกคิด นั่นคือหลักการของไวท์ฟ็อกซ์
"ตกลง" เมื่อเห็นว่าอารมณ์ของไวท์ฟ็อกซ์กลับมาเป็นปกติ โม่เหยียนก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
พื้นที่กว้างใจกลางป่าถูกเหล่าอสูรเสือถางจนเตียนเพื่อใช้เป็นที่กินข้าวและพักผ่อน
กองไฟเล็กๆ กำลังลุกโชนอยู่กลางลานกว้าง และมีหม้อที่ทำจากวัสดุประหลาดตั้งอยู่บนกองไฟ
น้ำในหม้อกำลังเดือดปุดๆ
อสูรเสือหลายตนกำลังวุ่นวายอยู่รอบๆ กองไฟ