- หน้าแรก
- ใครจะเชื่อว่าพ่อครัวจะกลายเป็นรองกัปตันโจรสลัดร็อคส์
- บทที่ 7 รางวัลระบบ “สับขาหลอก”
บทที่ 7 รางวัลระบบ “สับขาหลอก”
บทที่ 7 รางวัลระบบ “สับขาหลอก”
บทที่ 7 รางวัลระบบ “สับขาหลอก”
หลินหรานส่งสัญญาที่เซ็นเสร็จเรียบร้อยคืนให้เดลกาโด
เดลกาโดจรดปากกาลงนามในส่วนของบริษัทและประทับตราสำคัญ
จากนั้นเขาก็ส่งสัญญาฉบับหนึ่งให้หลินหราน ยิ้มพร้อมยื่นมือออกมา
“ยินดีด้วย พ่อหนุ่ม! ตอนนี้นายเป็นสมาชิกของแอตเลติโก มาดริดแล้ว หวังว่านายจะทำตามความฝันได้สำเร็จที่นี่”
หลินหรานลุกขึ้นจับมือตอบ
“ขอบคุณครับ! ผมจะพยายามอย่างเต็มที่”
หลังเซ็นสัญญา โมย่าพาหลินหรานเดินออกจากห้องทำงานผู้จัดการทั่วไป
กลับมาที่สนาม การแข่งขันก่อนหน้านี้จบลงแล้ว
ผู้เล่นเยาวชนหลายสิบคนจับกลุ่มคุยเล่นหัวเราะร่า ทว่าบนใบหน้าแต่ละคนกลับฉายแววทั้งคาดหวังและกังวล
เห็นหลินหรานกลับมา เครลเลอร์ก็เข้ามาถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“หลิน เมื่อกี้โมย่าเรียกนายไปทำไมเหรอ?”
หลินหรานกำลังจะตอบ แต่ก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่เรียกทุกคนรวมพลเสียก่อน
ทั้งสองจึงรีบวิ่งไปเข้าแถว
เห็นทุกคนมากันครบแล้ว เฮดโค้ชฟลอเรสก็เดินเข้ามา
เขากระแอมไอและกล่าว
“การแข่งขันทั้งสองคู่ในวันนี้ยอดเยี่ยมมาก และเราก็ได้ค้นพบดาวรุ่งที่มีแววหลายคน... แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้เราเก็บคนไว้ได้แค่ 5 คนเท่านั้น”
“เดี๋ยวฉันจะเริ่มขานชื่อ คนที่ถูกเรียกชื่อจะได้อยู่ต่อ และเราจะเสนอสัญญาพาร์ตไทม์ให้”
“ด้วยสัญญานี้ พวกนายจะได้ซ้อมกับทีม ถ้าทำผลงานในการซ้อมได้โดดเด่น เราจะเสนอสัญญาอาชีพอย่างเป็นทางการให้ และนายจะได้เข้าร่วมทีมเยาวชนแอตเลติโก มาดริดของเราเพื่อลงแข่งในเตร์เซราดีบีซีออน”
“แน่นอน ถ้าพวกนายเก่งกาจยิ่งขึ้นจนไปเตะตาทีมงานโค้ชชุดใหญ่...ก็ยินดีด้วย พวกนายจะได้ไปพิสูจน์ตัวเองในลาลิกา”
“และเมื่อถึงตอนนั้น อีกไม่นานชื่อของพวกนายก็จะกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง”
“เวลานั้น พวกนายจะได้รับรายได้มหาศาลและได้รับการปฏิบัติเยี่ยงซูเปอร์สตาร์ ไปที่ไหนก็มีแต่คนมารุมขอลายเซ็น”
“ลองจินตนาการดูสิว่าชีวิตแบบนั้นมันจะวิเศษขนาดไหน”
สุนทรพจน์ยืดยาวและโน้มน้าวใจของฟลอเรสปลุกไฟในตัวนักเตะหนุ่มที่เพิ่งแข่งเสร็จและเริ่มหมดแรงให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
ใครบ้างจะไม่อยากเข้าร่วมทีมอาชีพและกลายเป็นซูเปอร์สตาร์?
แต่แล้ว...เมื่อตระหนักได้ว่าวันนี้มีเพียง 5 คนเท่านั้นที่จะได้ไปต่อ ความตึงเครียดก็เข้าครอบงำทุกคน
จังหวะนั้นเอง ฟลอเรสรับกระดาษแผ่นหนึ่งมาจากมือโมย่า
เขาเงยหน้าขึ้น กวาดสายตามองไปทั่วสนามอีกครั้ง แล้วเริ่มขานชื่อเสียงดัง
“โมราเลส โมเรโน!”
“ครับ!”
ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งก้าวออกมา ใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วยความตื่นเต้น
“โรฮาส โรเมโร!”
“ผมครับ!”
“วาร์กัส ดิอัซ!”
“ผมครับ!”
“การ์เซีย เอสนาล!”
“ครับ!”
“เครลเลอร์ โรฮาส!”
“ผมครับ!”
เครลเลอร์ได้ยินชื่อตัวเองก็กระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ
เขาคว้าแขนหลินหรานข้าง ๆ เขย่าไปมา
“หลิน ฉันทำได้แล้ว! สุดยอดไปเลย!”
“ยินดีด้วยนะ เครลเลอร์”
หลินหรานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบใจนะ หลิน อย่าเพิ่งท้อนะ นายยังมีโอกาสอื่นในอนาคต”
เครลเลอร์ปลอบใจหลินหรานด้วยความหวังดี โดยเข้าใจว่าเพื่อนไม่ได้ถูกเลือก
ขณะเดียวกัน เขาก็แปลกใจนิดหน่อยที่สโมสรไม่เลือกหลินหรานทั้งที่ยิงไปตั้งสองลูก
“ฉันลืมบอกนายไป โค้ชโมย่าเพิ่งพาฉันไปเซ็นสัญญาอาชีพมาเมื่อกี้นี้เอง”
หลินหรานกล่าวอย่างขัดเขินเล็กน้อย
“หา?”
เครลเลอร์ตะลึงงัน
เขามองหลินหรานอย่างไม่อยากเชื่อ ถามย้ำเสียงรัว
“หลิน ที่พูดมาจริงเหรอ? สัญญาอาชีพเนี่ยนะ?”
เห็นหลินหรานพยักหน้ายืนยัน ดวงตาเครลเลอร์ก็ร้อนผ่าวด้วยความอิจฉา
เขากล่าวอย่างตื่นเต้น
“สุดยอด! ฉันกะแล้วเชียว หลิน สองลูกนั้นนายยิงสวยขนาดนั้น โค้ชสโมสรไม่มีทางลืมลงหรอก
เยี่ยมไปเลย นายเป็นนักเตะอาชีพแล้ว บางทีสักวันนายอาจจะกลายเป็นราอูลคนต่อไปก็ได้!”
เสียงเขาดังไปหน่อยจนคนรอบข้างหันมามอง พอได้ยินว่าหลินหรานได้สัญญาอาชีพจริง ๆ ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าอิจฉา
ฟลอเรสอ่านรายชื่อครบแล้ว ห้าคนที่ถูกขานชื่อต่างดีใจยกใหญ่
ส่วนคนที่ไม่ถูกเรียกชื่อเริ่มทยอยเดินจากไปพร้อมสีหน้าผิดหวัง
ไม่นานนัก คนส่วนใหญ่ในสนามก็แยกย้ายกันไป
เครลเลอร์และอีกสี่คนเซ็นสัญญาพาร์ตไทม์กับโมย่าตรงนั้นเลย
เฮดโค้ชสามารถตัดสินใจเรื่องสัญญาพาร์ตไทม์เหล่านี้ได้ จึงไม่ต้องไปพบผู้จัดการเดลกาโดที่ห้องทำงานอีก
ระหว่างที่เครลเลอร์ไปเซ็นสัญญา หลินหรานที่รออยู่ข้าง ๆ ก็รีบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา
เพราะทันทีที่เขาเซ็นสัญญาอาชีพ ระบบก็แจ้งเตือนว่าได้รับรางวัลแล้ว
หลังเปิดหน้าต่างระบบ หลินหรานเห็นหีบสมบัติสีทองปรากฏขึ้นกลางหน้าจอ
ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้น
“นายท่าน ต้องการเปิดหีบสมบัติสีทองเดี๋ยวนี้เลยหรือไม่?”
“เปิดเลย!”
ปราศจากความลังเล...หลินหรานสั่งระบบให้เปิดหีบสมบัติ
สิ้นคำสั่ง หีบสมบัติสีทองก็เปิดออก เผยให้เห็นการ์ดใบหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ภายใน
ข้อความบนการ์ดระบุว่า
“ยินดีด้วย นายท่านได้รับ การ์ดทักษะราชาลูกหนัง: 【เลี้ยงบอลแบบลูกตุ้ม 】”
มันคือท่าไม้ตายประจำตัวของโรนัลโด้...เลี้ยงบอลแบบลูกตุ้ม (สับขาหลอก)...อาวุธร้ายกาจสำหรับกองหน้าในการทะลวงแนวรับ
ในช่วงพีค โรนัลโด้ใช้ท่านี้เลี้ยงผ่านคู่แข่งอย่างง่ายดายราวกับหั่นผัก ทำให้เขาแทบจะไร้เทียมทานในสนาม
ตอนนี้...เขากำลังจะได้ครอบครองมันเอง... มันช่างน่าตื่นเต้นเสียจริง
ไม่นาน การ์ดใบนี้พร้อมหีบสมบัติก็หายไป จากนั้นบนหน้าจออินเทอร์เฟซระบบ รายการใหม่ก็ปรากฏขึ้นใต้ความสามารถพื้นฐานและเทคนิคที่มีอยู่: ทักษะนายท่าน 1: เลี้ยงบอลแบบลูกตุ้ม
จากนั้น เคล็ดลับและข้อควรระวังเกี่ยวกับเทคนิคการเลี้ยงบอลแบบลูกตุ้มก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเขา
ราวกับว่าเขาได้ฝึกฝนท่านี้จนสมบูรณ์แบบผ่านการลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน และสามารถใช้มันได้ทุกเมื่อ
หลินหรานดีใจจนเนื้อเต้น จู่ ๆ เขาก็อยากหาใครสักคนมาลองของกับทักษะใหม่ที่เพิ่งได้มา
จังหวะนั้นเอง เสียงเตือนของระบบก็ดังขึ้น
“นายท่าน โปรดทราบ! เนื่องจากการเลี้ยงบอลแบบลูกตุ้มต้องใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วง โปรดใช้ด้วยความระมัดระวัง ด้วยสภาพร่างกายปัจจุบันของนายท่าน สามารถใช้ได้สูงสุด 5 ครั้งต่อหนึ่งการแข่งขัน หากเกิน 5 ครั้งจะมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ในอนาคตเมื่อสมรรถภาพร่างกายของนายท่านดีขึ้น จำนวนครั้งที่ใช้ท่านี้ได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ”
ได้ยินคำเตือนนี้ หลินหรานก็รู้สึกห่อเหี่ยวลงเล็กน้อย ใช้ได้แค่ 5 ครั้งต่อเกมนี่มันออกจะตลกไปหน่อย
แต่เขาก็พอเข้าใจได้ ท่าเหนือมนุษย์นี้ต้องการความแข็งแกร่งของแกนกลางลำตัว กำลังขา และความมั่นคงของเข่าจากผู้ใช้อย่างสูง
เป็นที่รู้กันดีว่าอาการบาดเจ็บรุนแรงที่สุดของ “มนุษย์ต่างดาว” โรนัลโด้คือเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาดจากการใช้ท่านี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกลงในเวลาต่อมา
คิดดูสิว่าขนาดมนุษย์ต่างดาวเหนือมนุษย์ยังเจ็บตัวเพราะท่านี้ หลินหรานก็พอทำใจได้ที่ใช้ได้แค่ 5 ครั้งต่อเกม
ขณะที่หลินหรานกำลังซึมซับทักษะใหม่อย่างตั้งใจ เครลเลอร์ที่เซ็นสัญญาเสร็จแล้วก็เดินเข้ามา
เขาถือสัญญาในมือ สีหน้าคลายความตื่นเต้นลงแล้ว กล่าวอย่างหดหู่เล็กน้อย
“ค่าเหนื่อยฉันแค่อาทิตย์ละ 90 ยูโรเอง! บ้าเอ๊ย! แค่ค่ากินแต่ละเดือนยังไม่พอเลย”
“น้อยไปหน่อย แต่ก็โอเคนะ ขยันซ้อมเข้าไว้ พอฝีเท้าพัฒนา เดี๋ยวค่าเหนื่อยก็ขึ้นเองแหละ”
“อืม นายพูดถูก จริงสิ แล้วค่าเหนื่อยนายเท่าไหร่ล่ะ?”
เครลเลอร์ถามด้วยความอยากรู้
“ฉันเหรอ? 180 ยูโร”
หลินหรานตอบเสียงเรียบ
“หา นายได้มากกว่าฉันสองเท่าเป๊ะเลย! น่าโมโหชะมัด!”
เครลเลอร์โวยวายเกินจริงไปหน่อย
“นายถามเองไม่ใช่เหรอ? รู้สึกเจ็บจี๊ดเลยสิ?”
หลินหรานแซว
“หลิน ไอ้ตัวแสบ ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!”
เครลเลอร์ทำท่าจะเข้าไปล็อกคอหลินหรานเล่น
“เอาล่ะ ไอ้น้อง ฟังทางนี้”
เสียงเฮดโค้ชฟลอเรสทำให้ทั้งสองที่กำลังเล่นกันอยู่เงียบลงทันที พวกเขาและคนอื่น ๆ ที่เพิ่งเซ็นสัญญาหันไปมอง
“วันนี้พวกนายกลับบ้านไปเตรียมตัวได้ พรุ่งนี้เราจะเริ่มซ้อมอย่างเป็นทางการ ทุกเช้า 8 โมงครึ่ง ต้องมาถึงสนามซ้อมให้ตรงเวลา ห้ามสาย ปกติเราจะซ้อมถึง 4 โมงเย็น มีพักเที่ยง 2 ชั่วโมง และมีอาหารกลางวันเลี้ยง สุดสัปดาห์นี้เตร์เซราดีบีซีออนจะเปิดฤดูกาลแล้ว เพราะงั้นซ้อมให้ดีในช่วงไม่กี่วันนี้ หวังว่าพวกนายจะมีโอกาสได้ลงสนามนะ”
“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ เลิกแถว!”
ฟลอเรสพูดจบก็หันหลังเดินออกจากสนามไป
หลินหรานและผู้เล่นคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันกลับ