- หน้าแรก
- ปลูกผักข้ามดวงดาว ท่านเทพสงครามมาเนียนขอข้าวกินอีกแล้ว
- ตอนที่ 1 — ข้ามมิติ... อีกแล้วงั้นเหรอ
ตอนที่ 1 — ข้ามมิติ... อีกแล้วงั้นเหรอ
ตอนที่ 1 — ข้ามมิติ... อีกแล้วงั้นเหรอ
เขตดวงดาว A1 ดาวขยะหมายเลข A001
ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นฉุนน่าสะอิดสะเอียนที่เกิดจากการผสมปนเปของสิ่งเน่าเปื่อยหลากหลายชนิด
ซูอิ๋ง ผู้เพาะปลูกพืชวิญญาณระดับอาวุโสที่ครั้งหนึ่งในโลกบำเพ็ญเพียรเคยรุ่งเรืองสุดขีดจากการทำนา—อ้อ ไม่สิ จากการเพาะปลูกพืชวิญญาณ จนเกือบจะได้เป็นแขกวีไอพีของสำนักใหญ่ต่างๆ ตอนนี้เธอกำลังอารมณ์เสียสุดๆ
ไม่ว่าใครที่วินาทีก่อนหน้ายังกำลังชื่นชมโสมวิญญาณระดับเทพที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาสดๆ จากไร่วิญญาณอย่างภาคภูมิใจ แต่วินาทีต่อมากลับพบว่าตัวเองถูกชายท่าทางสกปรกซอมซ่อและบ้าคลั่งกดลงบนภูเขาขยะอันโสโครกเพื่อทำมิดีมิร้าย อารมณ์ก็คงไม่แจ่มใสนักหรอก
“ฮ่าๆๆ สมกับที่เป็นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ ดูผิวพรรณที่ละเอียดนุ่มนิ่มนี่สิ ถ้าตายไปก็น่าเสียดายแย่ ให้ข้าได้...” ชายคนนั้นแสยะยิ้มจนเห็นฟันเหลืองกรังพลางเดินย่างสามขุมเข้ามา
กลิ่นปากที่รุนแรงปะทะเข้าหน้า จนเกือบจะส่งซูอิ๋งที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาให้กลับบ้านเก่าไปในทันที
แม่งเอ๊ย!
ถึงฉันจะเป็นผู้เพาะปลูกพืชวิญญาณที่อ่อนหัดเรื่องการต่อสู้ก็จริง แต่ก็ใช่ว่าหมาแมวที่ไหนจะมาเหยียบย่ำกันได้ง่ายๆ นะ!
ความคิดหมุนเร็วประดุจสายฟ้า แต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหวเร็วกว่าสมองก้าวหนึ่ง
มันแทบจะเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ตามสัญชาตญาณ พลังวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ในร่างระเบิดออกมาทันที มารวมกันที่มือแล้วเล็งไปที่ใบหน้าของอีกฝ่ายเพื่อปิดบัญชีในคราวเดียว!
“ปัง—”
เสียงกระแทกดังทึบ ชายที่เมื่อครู่ยังโอหังพองขนถูกซัดกระเด็นปลิวไปเหมือนกระสอบป่านขาดๆ
เขากระแทกพื้นอย่างแรงห่างออกไปหลายเมตร พลางกุมหน้าอกคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด
ยังหายใจอยู่อีกเหรอ?
ซูอิ๋งขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
ไหนล่ะปราณกระบี่อีกาสุริยันที่บอกว่ารุนแรงพอจะสังหารนักพรตขั้นจินตานได้?
แค่เนี้ย??
เธอเผลอยกมือเล็กๆ ที่เพิ่งชกออกไปขึ้นมาดูโดยสัญชาตญาณ จากนั้นก็จ้องมองนิ้วมือที่ว่างเปล่าแล้วยืนอึ้งไปเลย
แหวนอีกาสุริยันที่เธอสวมไว้ที่นิ้วก้อย ซึ่งบรรจุปราณกระบี่อีกาสุริยันไว้สามสายและสามารถสังหารขั้นจินตานได้หายไปไหนล่ะ?
แล้วแหวนมิติที่นิ้วกลางซึ่งเก็บทรัพย์สมบัติครึ่งค่อนชีวิตของเธอเอาไว้ล่ะ?
แม่งเอ๊ย ใครที่กล้าขโมยของของฉัน—ตาย!
ซูอิ๋งเดินตรงไปยังชายคนนั้นด้วยรังสีฆ่าฟันที่แผ่ซ่าน
ชายคนนั้นเห็นท่าไม่ดีก็หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบตะเกียกตะกายถอยหลังหนีพลางร้องไห้ฟูมฟายตะโกนลั่น “คุณหนูซูไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตข้าเถอะ! ไม่ใช่เรื่องของข้า! เป็น... เป็นฮูหยิน! ฮูหยินสั่งให้ข้าทำแบบนี้...”
คุณหนู?
ฮูหยิน?
ซูอิ๋งชะงักไปครู่หนึ่ง บนหัวแทบจะมีเครื่องหมายคำถามปรากฏออกมาจริงๆ
เรื่องบ้าบอคอแตกอะไรกันเนี่ย?
เธอ ซูอิ๋ง ไร้พ่อขาดแม่ ดิ้นรนอยู่ในโลกบำเพ็ญเพียรมาหลายสิบปี อาศัยการหลอกลวงต้มตุ๋น—ถุย ไม่ใช่สิ อาศัยความขยันและสติปัญญาจนมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ จะไปมีฐานะคุณหนูมาจากไหน?
เดี๋ยวก่อน—
โสมวิญญาณระดับเทพ...
เธอจำได้ว่าในวินาทีที่เอื้อมมือไปเก็บมัน เหมือนจะได้ยินเสียงกัมปนาทของอัสนีเทพเก้าสวรรค์ที่ข้างหู
อัสนีเทพเก้าสวรรค์ นั่นมันสายฟ้าทำลายล้างขั้นสูงสุดที่แม้แต่สัตว์ประหลาดเฒ่าขั้นมหาญาณยังถูกฟาดจนกลายเป็นเถ้าถ่านได้เลยนะ!
แล้วเธอที่ถูกมันเล็งเป้าเข้าให้... จะรอดมาได้ยังไง?
นอกจากจะรอดแล้ว ดูเหมือนว่า... อวัยวะจะยังอยู่ครบด้วย?
เธอสำรวจดูตัวเองโดยสัญชาตญาณ—อืม นอกจากร่างกายที่ผอมกะหร่องเหมือนถั่วงอก อ่อนแอจนแทบจะล้มพับไปตามลม และชุดแขนยาวขายาวที่ดูคุ้นตาชุดนี้แล้ว ก็ดูเหมือนไม่มีอะไรขาดหายไป
สรุปว่า... ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำความเข้าใจ กระแสความทรงจำอันมหาศาลและแปลกปลอมก็พุ่งทะลักเข้าสู่สมองของเธอราวกับสุนัขป่าที่หลุดจากบังเหียน จนทำให้เธอรู้สึกหน้ามืดตาลาย...
โลกดวงดาว... เขตดวงดาวสหพันธ์... ตระกูลซูผู้มั่งคั่ง... พ่อสารเลวที่ลำเอียง... แม่เลี้ยงใจยักษ์... น้องสาวต่างแม่จอมเสแสร้ง... แถมยังมีคู่หมั้นที่ถูกแย่งไปอีก...
ซูอิ๋ง: “!!!”
เธอดูเหมือนว่า อาจจะ เป็นไปได้ว่า... จะข้ามมิติมาอีกรอบแล้ว
ทำไมถึงบอกว่า “อีกรอบ”?
นั่นเป็นเพราะเดิมทีเธอเป็นเพียงนักศึกษาใสซื่อไร้เดียงสาแห่งศตวรรษที่ 21 อุบัติเหตุครั้งหนึ่งได้ส่งเธอไปยังโลกบำเพ็ญเพียร
และตอนนี้มหาภัยพิบัติสายฟ้าครั้งหนึ่ง ก็โยนเธอจากโลกบำเพ็ญเพียรมายังโลกดวงดาวแห่งนี้
เธอควรจะดีใจ... หรือว่าดีใจดีล่ะ?
ก็นะ อย่างน้อยก็มีชีวิตมากกว่าคนทั่วไปตั้งสองชีวิตเชียวนะ
ในความทรงจำ เจ้าของร่างนี้มีชื่อว่าซูอิ๋งเช่นกัน เธอเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลซู หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของจักรวรรดิดวงดาว เดิมทีควรจะมีชีวิตที่รุ่งโรจน์และพรั่งพร้อมด้วยเกียรติยศเงินทอง
แต่เพราะแม่แท้ๆ ด่วนจากไป พ่อสารเลวไม่รัก แม่เลี้ยงจอมวางแผน และน้องสาวต่างแม่ที่คอยใส่ร้าย ป้ายสีจนทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกที่ผู้คนในสังคมชั้นสูงต่างพากันรังเกียจเดียดฉันท์
แม้แต่คู่หมั้นที่เติบโตมาด้วยกันก็ถูกน้องสาวต่างแม่แย่งชิงไป แถมเขายังประกาศกร้าวว่าจะถอนหมั้นกับเธออีกด้วย
เจ้าของร่างเดิมไม่ยอมแพ้ ภายใต้การยุยงของเพื่อนสนิทจอมปลอม กลับโง่เขลาถึงขั้นวางยาคู่หมั้น หวังจะเผด็จศึกให้กลายเป็นเรื่องเลยตามเลย แต่สุดท้ายก็ถูกจับได้คาหนังคาเขา
ท้ายที่สุดด้วยสถานะทหารของคู่หมั้นคนนั้น เจ้าของร่างเดิมจึงถูกตัดสินโทษให้เนรเทศไปยังดาวเคราะห์ทัณฑ์เป็นเวลา 100 ปี...
เหอะๆ อายุขัยเฉลี่ยของคนในยุคดวงดาวก็แค่ร้อยห้าสิบปีเท่านั้นเอง
และเหตุการณ์ตรงหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าเป็น 'บริการหลังการขาย' ที่แม่เลี้ยงผู้มีใบหน้าเมตตาแต่ใจคอโหดเหี้ยมคนนั้นจัดหามาให้ เพราะกลัวว่าเธอจะตายไม่เร็วพอ
หลังจากย่อยความทรงจำเสร็จ ซูอิ๋งก็รีบคลำหาถุง จี้ และกำไลเฉียนคุนของตนเองทันที...
เธอคลำไปทั่วร่าง นอกจากคอมพิวเตอร์แสงแบบกำไลข้อมือหน้าตาขี้เหร่ที่สวมอยู่บนข้อมือแล้ว ก็ไม่มีอะไรเลย
ซูอิ๋ง: "!!!"
ศิลาวิญญาณที่เธออุตส่าห์เก็บสะสมมานานหลายสิบปี!
สมบัติสวรรค์และปฐพีที่เธอทะนุถนอมราวกับแก้วตาดวงใจ!
ทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอตรากตรำหามาได้ด้วยความยากลำบาก!
หายไปหมดแล้ว!
ไม่เหลืออะไรเลยสักอย่าง!
ในชั่วพริบตา ราวกับมีไอแค้นสีดำที่จับต้องได้ซึ่งมีชื่อว่า 'ความจน' พวยพุ่งออกมาจากเหนือศีรษะของเธอ
ความดีใจที่ได้เกิดใหม่ถูกทำลายจนย่อยยับด้วยจุดเริ่มต้นที่เหมือนฟ้าถล่มดินทลาย เหลือเพียงความโศกเศร้าเต็มอกและความรู้สึกอยากจะด่ากราดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด
ในขณะที่เธอกำลังจมอยู่ในความโศกเศร้าจากการสูญสิ้นทรัพย์สิน ชายที่คุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตคนนั้นก็คิดว่าสบโอกาส จึงรีบตะเกียกตะกายพยายามจะหนีไป
เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะหลุดพ้นจากระยะสายตา ซูอิ๋งก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ เธอหยิบหินที่มีเหลี่ยมคมก้อนหนึ่งจากพื้นขึ้นมา แล้วใช้นิ้วดีดออกไปเบาๆ
ฟิ้ว— ฉึก!
ก้อนหินพุ่งทะลุขั้วหัวใจจากทางด้านหลังของชายคนนั้นอย่างแม่นยำ
เขาซวนเซไปก้าวหนึ่งก่อนจะล้มคว่ำลงกับพื้น และเงียบเสียงไปโดยสิ้นเชิง
การโจมตีนี้ช่วยปลอบใจซูอิ๋งได้เล็กน้อย อย่างน้อยรากวิญญาณที่เธอใช้บำเพ็ญเพียรก็ยังอยู่
เพียงแต่ระดับการฝึกตนเดิมที่เป็นขั้นจินตาน ได้ลดฮวบลงมาเหลือเพียงขั้นรวบรวมลมปราณระยะต้นเท่านั้น
ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ ทุกครั้งที่หายใจ เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่สกปรกและฉุนกึกในอากาศ กับปราณวิญญาณที่เบาบางจนแทบจะมองข้ามไปได้ ทำให้ความหวังที่เพิ่งจะจุดประกายขึ้นมามอดดับลงในพริบตา
ช่างเถอะ ตายไปก็ไม่ได้อะไร สู้ยอมทนมีชีวิตอยู่ต่อไปยังดีกว่า อย่างน้อยก็รักษาชีวิตเอาไว้ได้ไม่ใช่เหรอ?
นึกถึงตอนที่เธอเพิ่งข้ามมิติไปยังโลกบำเพ็ญเพียรใหม่ๆ ตอนนั้นเธอยังเป็นทาสที่ไม่มีแม้แต่เสรีภาพด้วยซ้ำ สุดท้ายยังสามารถสร้างตัวจนโด่งดังได้ไม่ใช่หรือไง?
ตอนนี้มีความทรงจำและประสบการณ์ของผู้เพาะปลูกพืชวิญญาณระดับเทพติดตัวอยู่ จะยอมให้อดตายอยู่ในกองขยะแห่งนี้ได้ยังไงกัน?
บนดาวขยะนอกจากขยะแล้ว ก็มีที่ดินรกร้างไร้เจ้าของนี่แหละที่มากที่สุด เอาที่ดินพวกนี้มาเพาะปลูกให้หมด แถมยังไม่ต้องเสียเงินซื้อที่ดินด้วย
ส่วนที่ว่าสภาพแวดล้อมที่นี่เลวร้าย ไม่เหมาะกับการเพาะปลูกน่ะเหรอ?
เธอเป็นผู้เพาะปลูกพืชวิญญาณนะ เธอจะกลัวอะไร!
พอคิดได้แบบนี้ เธอก็กลับมามองโลกในแง่ดีขึ้นมาทันที
หลังจากปลุกใจตัวเองเสร็จ ซูอิ๋งก็เข้าสู่โหมดพร้อมลุยทันที เธอรีบเปิดคอมพิวเตอร์แสงแบบกำไลข้อมือที่ข้อมืออย่างร่าเริง เพื่อดูว่าเจ้าของร่างเดิมมีสินทรัพย์ติดตัวอยู่เท่าไหร่
ยังไงเสียก็เกิดมาเป็นคุณหนูตระกูลร่ำรวย ถึงแม้แม่เลี้ยงจะใจร้ายไปหน่อย แต่อย่างน้อยพ่อสารเลวนั่นก็เป็นพ่อแท้ๆ นะ
ลูกสาวถูกเนรเทศ ต่อให้ทำไปตามพิธี ก็ควรจะให้เงินติดตัวไว้บ้างสิ