- หน้าแรก
- มหาเทพสงครามพิฆาตสี่ตระกูล
- บทที่ 21 - กล้าพนันไหม?
บทที่ 21 - กล้าพนันไหม?
บทที่ 21 - กล้าพนันไหม?
บทที่ 21 - กล้าพนันไหม?
การแสดงจุดยืนอย่างกะทันหันของเฉินชางเซิง ทำให้ทุกคนตกตะลึงจนตาค้าง
ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่า ตระกูลซูไม่มีทางบรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทชิงย่วนได้ การเสนอหน้าออกรับแทนในเวลานี้ ช่างเป็นความคิดที่ปัญญาอ่อนสิ้นดี
เวลานี้ ย่าซูไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว อุตส่าห์รอจนมีคนยอมเสนอตัวออกมา เธอจึงกลัวว่าซูชิงเฉิงจะกลับคำ รีบชิงพูดขึ้นทันทีว่า "ดี! เรื่องนี้ มอบหมายให้ชิงเฉิงเป็นคนจัดการ!"
ซูเยว่อดไม่ได้ที่จะพูดเหน็บแนม "ซูชิงเฉิง แกเป็นบ้าไปแล้วเหรอ? ขนาดฉันยังทำไม่ได้ แล้วแกคิดว่าตัวเองจะทำได้หรือไง?"
ซูเมี่ยวเมี่ยว น้องสาวของซูเยว่ ก็พูดจาถากถางตามมาติดๆ "ช่างไม่รู้จักอับอายเอาเสียเลย ฉันว่าแกคงไม่รู้ด้วยซ้ำมั้งว่าประตูของกลุ่มบริษัทชิงย่วนมันหันหน้าไปทางทิศไหน มีแต่จะทำให้ตระกูลซูของเราต้องขายหน้าเปล่าๆ"
เมื่อซูชิงเฉิงได้ยินคำพูดเหล่านี้ ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอัปยศอดสู
หลายปีมานี้ เธอแทบไม่มีสถานะอะไรในตระกูลซูเลย รายได้ก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ชีวิตของครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกล้วนยากลำบาก
เมื่อเห็นคนพวกนี้รุมเยาะเย้ยถากถาง จู่ๆ ในใจของเธอก็เกิดแรงกระตุ้นที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองขึ้นมา
เพราะถ้าไม่ทำเช่นนั้น เธอคงยากที่จะลืมตาอ้าปากในตระกูลซูได้
ดังนั้น เธอจึงลุกขึ้นยืน แล้วพูดอย่างจริงจัง "ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ฉันก็ยินดีจะลองดูค่ะ!"
ตอนนั้นเอง ย่าซูก็ชี้หน้าซูเยว่และซูเมี่ยวเมี่ยว ตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว "พวกแกสองคนหุบปากไปเลยนะ! ตัวเองไม่กล้ารับงานนี้ แล้วยังจะสะเออะมากระแนะกระแหนคนอื่นอีก พวกแกต้องการอะไรกันแน่?"
ที่ย่าซูพูดแบบนี้ ไม่ใช่เพราะทัศนคติที่เธอมีต่อซูชิงเฉิงจะเปลี่ยนไปหรอกนะ แต่เป็นเพราะตอนนี้เธอจนปัญญาแล้วจริงๆ ถ้าไม่มีใครกล้ารับงานนี้ ตระกูลซูก็ทำได้เพียงรอรับความตาย ไม่มีทางเลือกอื่นอีก
ตอนนี้ในเมื่อซูชิงเฉิงรับปากแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ยังพอมีโอกาสหลงเหลืออยู่บ้าง!
เมื่อถูกหญิงชราด่า ซูเยว่ก็มองซูชิงเฉิงด้วยความโกรธจัด เขาพูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่า "คุณย่าครับ ซูชิงเฉิงไม่ดูสารรูปตัวเองเลยสักนิด ลำพังแค่เธอ จะไปเจรจาความร่วมมืออะไรได้? มีแต่จะทำให้พวกเราขายขี้หน้ามากกว่าเดิมสิครับ!"
เฉินชางเซิงก้าวออกไปข้างหน้าในเวลานี้ แล้วตั้งคำถาม "ซูเยว่ ตัวแกเองทำไม่ได้ แล้วยังจะมากีดกันไม่ให้คนอื่นลองทำอีก แกมีเจตนาอะไรซ่อนเร้นกันแน่?"
ซูเยว่ตอบอย่างปากไม่ตรงกับใจ "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น! ฉันก็แค่คิดว่าซูชิงเฉิงไม่มีน้ำยาเท่านั้นแหละ!"
เฉินชางเซิงเบ้ปาก "ก็แค่เจรจาโปรเจกต์ระดับสิบล้าน ถ้าชิงเฉิงเต็มใจจะทำล่ะก็ อย่าว่าแต่หลักสิบล้านเลย ต่อให้เป็นหลักร้อยล้านก็ไม่ใช่ปัญหา!"
"โอ๊ย แม่ร่วง!" เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเยว่ก็หัวเราะเยาะด้วยความเหยียดหยาม "เฉินชางเซิง ปากหมาๆ ของแกนี่มันช่างขี้โม้เก่งจริงๆ นะเว้ย! หนึ่งร้อยล้าน แกรู้หรือเปล่าว่าเงินหนึ่งร้อยล้านมันเยอะขนาดไหน? ดูจากน้ำเสียงของแก ถ้าคนไม่รู้ คงนึกว่าแกมีทรัพย์สินเป็นหมื่นๆ ล้านเลยมั้ง!"
เฉินชางเซิงตอบด้วยน้ำเสียงดูแคลน "หมื่นล้านมันน้อยเกินไป ถ้าข้าต้องการล่ะก็ ต่อให้เป็นล้านล้าน ข้าก็ถือว่าจิ๊บจ้อย"
ในฐานะเทพสงครามแห่งอาณาจักรมังกร นอกจากพละกำลังและอำนาจแล้ว เฉินชางเซิงยังมีทรัพย์สินที่ประเมินค่าไม่ได้อีกด้วย
แค่กลุ่มบริษัทชิงย่วน สำหรับเขาก็เป็นเพียงเศษผง แค่กระดิกนิ้วก็สามารถซื้อมาได้แล้ว
ซูเยว่หรี่ตาลง แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดทันที "แกนี่มันปากดีซะจริงนะ ถ้าอย่างนั้น เรามาพนันกันไหมล่ะ ถ้าพวกแกสามารถเอาโปรเจกต์นี้มาได้จริงๆ ฉันจะคุกเข่าขอโทษซูชิงเฉิง แต่ถ้าพวกแกทำไม่ได้ ก็ต้องโอนวิลล่าที่หนานย่วนมาเป็นชื่อของฉัน ตกลงไหม?"
วิลล่าหนานย่วน เป็นเรือนหอที่พ่อบุญธรรมของเฉินชางเซิงซื้อให้พวกเขาทั้งสองคน หากประเมินราคาในปัจจุบัน อย่างน้อยก็ต้องมีมูลค่ากว่าสิบล้าน
ซูชิงเฉิงกำลังจะปฏิเสธ แต่เฉินชางเซิงกลับหัวเราะออกมา แล้วพูดว่า "จะพนันก็ได้ แต่ข้ากลัวว่าบางคนจะตุกติกไม่ยอมรับความจริง เรามาถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานดีไหมล่ะ?"
ซูเยว่แค่นเสียงเย็น ถามว่า "แกคิดจะถ่ายยังไง?"
เฉินชางเซิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา กดเข้าโหมดบันทึกวิดีโอ แล้วพูดว่า "เราสองคนจะพนันกันว่า ชิงเฉิงจะสามารถคว้าสัญญามูลค่าหนึ่งร้อยล้านจากกลุ่มบริษัทชิงย่วนมาได้หรือไม่ ถ้าชิงเฉิงทำได้ แกต้องคุกเข่าขอโทษชิงเฉิง แต่ถ้าชิงเฉิงทำไม่ได้ ข้ากับชิงเฉิงจะโอนวิลล่าที่หนานย่วนให้เป็นชื่อของแก โดยใช้วิดีโอนี้เป็นหลักฐาน ใครหน้าไหนที่กล้ากลับคำตุกติก ก็ขอให้มันและพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ต้องตายโหงข้างถนนด้วยกันทั้งหมด!"
ซูเยว่หัวเราะหยัน "ได้เลย! ถ้าแกกล้ากลับคำ ฉันจะเอาเครื่องจักรไปไถวิลล่าของพวกแกให้ราบเป็นหน้ากลอง!"
พูดจบ เขาก็หัวเราะร่วน หมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไป
(จบแล้ว)