เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - จบสิ้นแล้ว หลงกลเข้าแล้ว

บทที่ 7 - จบสิ้นแล้ว หลงกลเข้าแล้ว

บทที่ 7 - จบสิ้นแล้ว หลงกลเข้าแล้ว


บทที่ 7 - จบสิ้นแล้ว หลงกลเข้าแล้ว

คนตระกูลเสิ่นหวาดกลัวจนสติแตกไปแล้ว ทุกคนคุกเข่าอยู่บนพื้น ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ทว่าเฉินชางเซิงมองพวกเขา แล้วยังคงกล่าวอย่างเย็นชาไร้ความปรานี "ต่อไป ฉันจะค่อยๆ กวาดล้างสี่ตระกูลใหญ่ของพวกแกให้สิ้นซากทีละนิด! หลังจากพวกแกกลับไป ก็ล้างคอรอรับมีดกันให้ดีๆ! ถ้าใครกล้าหนี ฉันจะจับตัวมันกลับมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้หมากิน!"

ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกมา ทุกคนที่อยู่ในงานต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่น

ในเมื่อท่านเทพสงครามลั่นวาจาออกมาเช่นนี้ ก็พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาทุกคนต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

ในขณะที่คนกลุ่มนี้ยังอยากจะร้องขอชีวิต เฉินชางเซิงก็หันไปสั่งหวังมู่ชิงโดยตรง "มู่ชิง พาคนมาเคลียร์พื้นที่! ยกเว้นครอบครัวภรรยาฉัน ไล่คนอื่นออกไปให้หมด!"

หวังมู่ชิงพยักหน้ารับทันที "รับทราบค่ะ ท่านเทพสงคราม!"

พูดจบ เธอก็นำทหารใช้ปากกระบอกปืนจ่อหัวคนพวกนี้ทันที พร้อมตวาดเสียงเย็น "ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รีบไสหัวไปให้พ้น!"

คนของสี่ตระกูลใหญ่ต่างทรุดฮวบ การออกไปจากที่นี่ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องกลับบ้านไปรอความตายหรอกหรือ?

ฝูงชนพากันร้องห่มร้องไห้อย่างสิ้นหวังราวกับหมาใกล้ตาย บางคนถึงกับตกใจกลัวจนขาสั่นพั่บๆ ก้าวไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

แต่ถึงกระนั้น ต่อให้พวกเขาจะขยับตัวไม่ได้ องครักษ์พิทักษ์ฟ้าก็ไม่ยอมให้พวกเขาอยู่ต่อแม้อีกแค่วินาทีเดียว จับคอเสื้อแล้วลากออกไปจากห้องโถงจัดเลี้ยง โยนทิ้งออกไปไกลๆ ทันที

ไม่นาน แขกเหรื่อคนอื่นๆ ในงานก็ถูกกวาดล้างออกไปจนหมดเกลี้ยง เหลือเพียงซูชิงเฉิงที่ยังคงตกตะลึง และคนตระกูลซูที่กำลังตื่นเต้นสุดขีด!

ไม่นาน คนตระกูลซูก็พากันกรูเข้ามาล้อมรอบตัวเขา บนใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยแววตาประจบสอพลออย่างถึงที่สุด

ย่าซูถือไม้เท้าเดินนำหน้าสุด เอ่ยประจบประแจงเฉินชางเซิง "แหม ชางเซิง ย่าก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ช้าก็เร็วแกจะต้องได้ดี ตอนนี้แกกลายเป็นท่านเทพสงครามแล้ว ต้องช่วยส่งเสริมตระกูลซูของเราด้วยนะ!"

ส่วนพ่อแม่ของซูชิงเฉิง ซึ่งก็คือพ่อตาแม่ยายของเฉินชางเซิง ตอนนี้ก็รีบเข้ามาใกล้ นัยน์ตาของพวกเขาเป็นประกายเจิดจ้าอย่างประหลาด

พ่อตาซูเฉิงหรูเอ่ยว่า "ชางเซิงเอ๊ย ต่อไปครอบครัวเราคงต้องพึ่งลูกให้ได้เชิดหน้าชูตาแล้วล่ะ มีท่านเทพสงครามอย่างลูกอยู่ทั้งคน วันหน้าต้องช่วยเป็นพ่อสื่อแม่ชักดึงเส้นสายให้ตระกูลซูของเราด้วยนะ อาศัยหน้าตาของลูก ตระกูลซูของเราจะต้องได้โบยบินขึ้นไปเป็นหงส์อย่างแน่นอน"

แม่ยายเฝิงลี่ผิงพูดด้วยความตื่นเต้นสุดขีด "ลูกเขยคนเก่ง ตอนนี้ลูกเป็นถึงท่านเทพสงครามแล้ว ต้องมีทรัพย์สินมั่งคั่งเทียบเท่าประเทศแน่ๆ แม่เล็งวิลล่าทังเฉินอี้ผิ่นที่ดีที่สุดในจินหลิงของเรามานานแล้วล่ะ ถ้างั้นการกลับมาครั้งนี้ ลูกก็ซื้อให้แม่สักหลังเลยสิ ครอบครัวเราจะได้ย้ายไปอยู่ที่นั่นกันหมดเลย! แล้วก็ให้ชิงเฉิงมีหลานให้ลูกสักสองสามคน ถึงตอนนั้นแม่จะช่วยเลี้ยงให้เอง!"

คนตระกูลซูได้คืบจะเอาศอก เปิดเผยสัญชาตญาณความโลภออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

ซูชิงเฉิงเอ่ยอย่างจนใจ "คุณย่า พ่อ แม่ พวกคุณกำลังทำอะไรกันเนี่ย? ชางเซิงเพิ่งจะกลับมา พวกคุณก็ทำเกินไปแล้วนะ..."

ซูเฉิงหรูรีบแทรก "โอ๊ย แกจะไปรู้อะไร! ตอนนี้ชางเซิงเป็นท่านเทพสงคราม แกก็เป็นภรรยาของท่านเทพสงคราม ส่วนฉันก็เป็นพ่อตาของท่านเทพสงคราม การที่ชางเซิงจะช่วยเหลือพวกเรา มันก็เป็นเรื่องสมควรแล้วไม่ใช่เหรอ?"

พูดจบ เขาก็มองไปที่เฉินชางเซิง หัวเราะแหะๆ "ชางเซิง ลูกว่าที่พ่อพูดมาถูกต้องไหมล่ะ?"

ในเวลานี้ ภายในใจของเฉินชางเซิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกรำคาญ

เมื่อมองพ่อตาแม่ยาย รวมถึงสายตาประจบประแจงของคนตระกูลซู เขาก็รู้ซึ้งแก่ใจดีว่า ตอนนี้ตัวเขาในสายตาของคนพวกนี้ ก็เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ให้พักพิง

สันดานดิบของคนตระกูลซูเป็นอย่างไร เฉินชางเซิงเข้าใจดีที่สุด

ตอนที่เขาประสบเคราะห์ร้าย พวกมันก็บังคับให้ภรรยาของเขาแต่งงานใหม่ พอเขากลับมาในฐานะท่านเทพสงคราม พวกมันก็กลับมานอบน้อมต่อเขาสารพัด

อย่ามองแค่ว่าวันนี้พวกมันนอบน้อมต่อเขา พอถึงพรุ่งนี้ พวกมันก็คงกล้าเอาชื่อเสียงเทพสงครามของเขาไปแอบอ้างทำเรื่องชั่วช้าข้างนอกแน่ๆ

พอคิดถึงเรื่องนี้ เฉินชางเซิงก็ปวดหัวตึบ

ยิ่งไปกว่านั้น สถานะเทพสงครามแห่งอาณาจักรมังกรของเขา ก็ไม่เหมาะสมที่จะให้คนอื่นรับรู้อยู่แล้ว ท้ายที่สุด นี่คือความลับระดับชาติของอาณาจักรมังกร

ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจอย่างหนึ่งในใจ เขามองทุกคนในที่นั้น แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "ความจริงแล้วพวกคุณเข้าใจผิดไปหมด ผมไม่ได้เป็นเทพสงครามอะไรทั้งนั้น ผมก็แค่ทหารเลวธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นเอง"

"แกว่าอะไรนะ?!" พอคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็ถึงกับอึ้งไป

ย่าซูมองเฉินชางเซิงด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ หลุดปากถาม "ชางเซิง แกอย่ามาล้อเล่นกับย่าเลย แกเป็นทหารเลวเหรอ? แล้วทำไมคนพวกนี้ถึงฟังคำสั่งแกล่ะ? แล้วทำไมแกถึงมีเสื้อคลุมรบของท่านเทพสงครามได้?"

พ่อตาซูเฉิงหรูพยักหน้าสนับสนุนทันที "ใช่แล้วชางเซิง แกคือท่านเทพสงคราม แกคือเทพสงครามแห่งอาณาจักรมังกรไง!"

แม่ยายเฝิงลี่ผิงก็เออออตาม "ใช่แล้วลูกเขยคนเก่ง ลูกอย่าพูดเล่นสิ แม่รู้ว่าลูกมีอำนาจล้นฟ้า มีเงินทองมากมาย!"

เฉินชางเซิงเอ่ยอย่างสงบนิ่ง "พวกคุณยังไม่รู้อะไร ผมไม่ใช่เทพสงครามจริงๆ เพียงแต่เมื่อก่อน ผมกับท่านเทพสงครามเข้าไปในสนามรบในฐานะทหารใหม่พร้อมกัน ผมเคยช่วยชีวิตเขาไว้ครั้งหนึ่ง เขาเลยติดหนี้บุญคุณผม!"

"อะไรนะ? ติดหนี้บุญคุณ?" แม่ยายเฝิงลี่ผิงหลุดปาก "มันจะเป็นไปได้ยังไง หหนี้บุญคุณอะไรถึงใช้การจัดฉากยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาตอบแทน? ส่งเครื่องบินรถถังมาตั้งเยอะแยะ ได้ยินมาว่าเรือรบก็มาด้วยนี่!"

เฉินชางเซิงถอนหายใจเบาๆ กล่าวว่า "ท่านเทพสงครามเคยบอกว่า เขาไม่ชอบติดค้างหนี้บุญใคร ดังนั้น ขอเพียงผมเสนอข้อเรียกร้อง ต่อให้ยากลำบากแค่ไหน เขาก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อชดใช้หนี้บุญคุณนี้ ผมอยากจะชิงตัวชิงเฉิงกลับมาจากเงื้อมมือตระกูลเสิ่น แล้วก็ถือโอกาสสัมผัสความรู้สึกของการเป็นท่านเทพสงครามสักครั้ง ก็เลยให้เขาช่วยเล่นละครฉากนี้ให้..."

พูดจบ เฉินชางเซิงก็ถอดเสื้อคลุมรบออก ส่งให้หวังมู่ชิงที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางเอ่ยอย่างจริงจัง "รบกวนช่วยนำเสื้อคลุมรบของท่านเทพสงครามกลับไปคืนด้วยนะ และฝากไปบอกเขาด้วยว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมกับเขาหายกันแล้ว"

หวังมู่ชิงย่อมเข้าใจความหมายของเขา จึงทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ แล้วตอบกลับอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก "ได้... ได้ค่ะ คุณเฉิน..."

จากนั้น เธอก็รับเสื้อคลุมรบมา หันไปสั่งองครักษ์พิทักษ์ฟ้าเลือดเหล็กนับพันนายที่อยู่ข้างกาย "ทุกคนฟังคำสั่ง ถอนกำลัง!"

เหล่าทหารหันหลังเดินจากไปทันที รถถัง รถหุ้มเกราะที่จอดอยู่ด้านนอก ตลอดจนเฮลิคอปเตอร์ที่บินวนอยู่เหนือหัว ต่างก็ส่งเสียงคำรามถอนกำลังออกจากพื้นที่ไปในทันที

ยกเว้นซูชิงเฉิงแล้ว คนตระกูลซูทุกคนหน้ามืดครึ้มสุดๆ ราวกับพ่อตายก็ไม่ปาน

วินาทีนี้ พวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจแล้ว

ย่าซูกุมหน้าอก ตวาดลั่น "เฉินชางเซิง! ไอ้สารเลว! แกกล้าเล่นละครหลอกฉันงั้นเรอะ!"

พ่อตาเองก็มีสีหน้าเจ็บปวด ดุด่าว่า "ฉันก็นึกว่าแกได้ดิบได้ดีแล้วจริงๆ! ที่แท้ก็แค่พวกสร้างภาพอวดเบ่ง!"

แม่ยายร้องไห้ฟูมฟาย "บัดซบเอ๊ย! หลงกลเข้าแล้ว! โดนหลอกเต็มๆ เลย! ชิงเฉิงอุตส่าห์จะได้แต่งงานไปเสวยสุขกับคุณชายใหญ่ตระกูลเสิ่นอยู่แล้วเชียว แต่งานแต่งกลับต้องมาพังทลายเพราะไอ้เวรอย่างแก!"

ซูชิงเฉิงรีบห้าม "ทุกคนอย่าโทษชางเซิงอีกเลยค่ะ การที่เขาสามารถกลับมาได้ สำหรับฉันมันก็คือความพึงพอใจที่สุดแล้ว ต่อไปพวกเราจะใช้ชีวิตกันดีๆ จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ที่บ้านเด็ดขาด"

"อะไรนะ?!" แม่ยายเฝิงลี่ผิงพูดอย่างโกรธจัด "แกยังคิดจะใช้ชีวิตอยู่กับไอ้สวะนี่อีกเหรอ? แกบ้าไปแล้วใช่มั้ย?!"

ซูเฉิงหรูพูดด้วยความคับแค้นใจ "วันนี้มันไปล่วงเกินสี่ตระกูลใหญ่เข้าแล้ว! ถ้าสี่ตระกูลใหญ่รู้ว่ามันแอบอ้างเป็นท่านเทพสงคราม พวกมันจะไม่มาแล่เนื้อเถือหนังตระกูลซูเราทั้งเป็นเลยหรือไง? ถ้าแกไม่แต่งเข้าตระกูลเสิ่น ครอบครัวเราได้จบสิ้นกันหมดแน่!"

ในเวลานี้ ซูชิงเฉิงที่อยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่ลังเล "เดิมทีฉันก็เป็นภรรยาของชางเซิงอยู่แล้ว ในเมื่อเขากลับมา ฉันก็ย่อมต้องใช้ชีวิตร่วมกับเขาให้ดี ถ้าพวกคุณรับเขาไม่ได้ งั้นเราสองคนก็จะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก"

เฝิงลี่ผิงตวาดกลับอย่างไม่ลังเลเช่นกัน "ถ้างั้นแกก็ไม่ต้องกลับมาอีกเลย ฉันไม่มีลูกสาวตัวซวยอย่างแก!"

ซูชิงเฉิงเองก็เริ่มโกรธขึ้นมาบ้าง เธอจับมือเฉินชางเซิง เอ่ยอย่างจริงจัง "ชางเซิง พวกเราไปกันเถอะ!"

จังหวะนั้น ย่าซูก็รีบอ้าปากพูด "เอาล่ะๆ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ชิงเฉิง แกก็อย่าเพิ่งไปเลย ถึงยังไงชางเซิงก็เป็นลูกเขยตระกูลซู ตอนนี้ในเมื่อเขากลับมาแล้ว งั้นพวกเราก็กลับบ้านกันก่อนเถอะ ค่อยว่ากันอีกที!"

พอซูเฉิงหรูได้ยินดังนั้น ก็รีบร้อนใจ หลุดปาก "โธ่แม่! แม่จะปล่อยให้มันกลับตระกูลซูได้ยังไง!"

ย่าซูทำหน้าทะมึน ตวาดเสียงแข็ง "หุบปากซะ แล้วฟังฉัน!"

ซูเฉิงหรูจนใจ ท้ายที่สุดแล้วหญิงชราก็คือผู้นำของตระกูลซู เขาไม่กล้าขัดขืน จึงได้แต่พยักหน้า แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ "ได้ๆๆ ทำตามที่แม่บอกก็แล้วกัน!"

เนื่องจากจำนวนรถของตระกูลซูมีจำกัด หลังจากเฉินชางเซิงและซูชิงเฉิงออกจากโรงแรมติ่งเซิ่ง พวกเขาจึงต้องเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง เพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตวิลล่าหนานย่วน

ส่วนย่าซู ก็พาสมาชิกตระกูลซูคนอื่นๆ ขึ้นรถตู้ของตระกูลซูไป

บนรถ ซูเฉิงหรูอดถามไม่ได้ "แม่! แม่ยอมให้ไอ้สวะเฉินชางเซิงกลับไปตระกูลซูได้ยังไง! ไอ้ตัวซวยแบบนี้ ไม่ช้าก็เร็วต้องก่อเรื่องใหญ่แน่!"

ย่าซูตอบเสียงเย็น "แกรู้เรื่องอะไรบ้าง! เมื่อกี้ฉันก็แค่ทำให้มันตายใจไปก่อนเท่านั้น! วันนี้มันป่วนสี่ตระกูลใหญ่ซะอ่วม แถมยังหักแขนเสิ่นอ้าวอีก ถ้าพวกเขารู้ว่าเฉินชางเซิงแอบอ้างเป็นท่านเทพสงคราม จะต้องไม่ปล่อยมันไว้แน่"

ซูเฉิงหรูรีบถามต่อ "แม่ แม่จะส่งข่าวไปบอกตระกูลเสิ่นงั้นเหรอ?"

ย่าซูหัวเราะอย่างชั่วร้าย "ถูกต้อง! ฉันจะส่งข่าวไปบอกตระกูลเสิ่น ให้ตระกูลเสิ่นไปจัดการมัน พวกเราจะได้เอาหน้ากับตระกูลเสิ่นด้วย รอให้ตระกูลเสิ่นจัดการเฉินชางเซิงเสร็จ ก็ค่อยให้ชิงเฉิงเข้าพิธีแต่งงานกับเสิ่นอ้าวต่อ เท่านี้ก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่หรือไง?"

ซูเฉิงหรูอดไม่ได้ที่จะยกนิ้วหัวแม่มือให้ "แม่นี่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 7 - จบสิ้นแล้ว หลงกลเข้าแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว