เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย

ตอนที่ 7 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย

ตอนที่ 7 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย


ตอนที่ 7 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย

หนังสือสกิลทั่วไปเล่มนั้น กลับขายได้ถึง 240 เหรียญทอง สูงกว่าที่คิดไว้เสียอีก

อุปกรณ์เซตผู้กล้าระดับทองแดงชิ้นนึง ในตลาดการค้าขายอยู่ที่ประมาณสิบเหรียญทอง

ชุดนึงหกชิ้นก็หกสิบเหรียญทอง บวกกับธนูระดับทองแดงเลเวลยี่สิบอีกคัน ก็เพิ่งจะร้อยสามสิบเหรียญทองเอง

"บางที รอบนี้อาจจะมีปัญญาซื้อสร้อยคอสักเส้นแล้วนะเนี่ย"

อุปกรณ์ผู้กล้าชิ้นนึงเพิ่มสถานะถึงสามอย่าง อย่างละ 20 แต้ม นี่คือการยกระดับที่ยิ่งใหญ่มาก

[รองเท้าผู้กล้า ระดับทองแดง ความแข็งแกร่ง +20 ความว่องไว +20 สติปัญญา +20 ความเร็ว +18]

โบนัสขนาดนี้ ขายแพงขนาดนี้ก็สมเหตุสมผลอยู่

"คุณได้รับหมวกผู้กล้า!"

"คุณได้รับปลอกแขนผู้กล้า"

"คุณได้รับเข็มขัดผู้กล้า"

"คุณได้รับเสื้อผู้กล้า"

"คุณได้รับกางเกงผู้กล้า"

"คุณได้รับโล่ผู้กล้า"

"คุณเปิดใช้งานชุดเซตผู้กล้าแล้ว พลังชีวิตรวม +1000 พลังป้องกันรวม +100"

[คุณได้รับธนูทองแดง]

[ธนูทองแดง ระดับทองแดง เลเวลอุปกรณ์ 20

ความแข็งแกร่ง +30 ความว่องไว +30 พลังจิต +30 โจมตี +101 ระยะยิง +10 เมตร

ความสามารถ 1: มีโอกาส 10 เปอร์เซ็นต์ที่จะติด 'คริติคอลหมดจด' พลังโจมตี +200]

สร้อยคอเส้นเดียวกลับแพงกว่าอาวุธเสียอีก คงเพราะสร้อยคอไม่มีข้อจำกัดเรื่องเลเวลล่ะมั้ง

ขอแค่มีเงิน เลเวลหนึ่งก็ใส่ได้แล้ว

แถมโบนัสจากสร้อยคอก็อลังการมากเช่นกัน

"สร้อยคอเส้นละ 100 เหรียญทอง แพงเว่อร์ไปแล้ว"

"คุณได้รับสร้อยคอวายุ"

[สร้อยคอวายุ ระดับทองแดง เลเวลอุปกรณ์: ไม่มี

สถานะทุกอย่าง +10 พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์]

หลังจากช้อปปิ้งของกองโตเสร็จ เงินของเซียวเฉินก็เหลือแค่สองเหรียญทอง

"ขาดแค่แหวนอีกสองวง ไม่งั้นอุปกรณ์ทั้งชุดคงดูหรูหรากว่านี้เยอะ"

โอกาสทำเงินสองร้อยเหรียญทองในครั้งเดียวมันมีน้อยมาก เจอสักครั้งก็ถือเป็นโอกาสเปลี่ยนชีวิตเลยทีเดียว

"ความพยายามมันย่อมได้ผลตอบแทนเสมอแหละ โซโล่ไปหลายร้อยรอบ ได้หนังสือสกิลมาเล่มนึงก็ถือว่าสมเหตุสมผล!"

เซียวเฉินในตอนนี้ มีอุปกรณ์นำหน้าคนเลเวลเดียวกันไปไกลโขแล้ว

แน่นอนว่า เขายังห่างชั้นจากพวกซูหมิงอยู่มาก

[เซียวเฉิน LV22 ()

สถานะรวม: 2086 พลังโจมตี: 2658 พลังชีวิต: 5196 พลังป้องกัน: 215 ระยะยิง: 30 เมตร]

[โครงกระดูกอมตะ LV 20 พลังโจมตี 205 พลังชีวิต 1600 พลังป้องกัน 40]

สถานะขนาดนี้ถ้ายังโซโล่ดันเจี้ยนระดับยากไม่ได้ เซียวเฉินก็คงจนปัญญาแล้วล่ะ

ค่าเข้าดันเจี้ยนเลเวลสองระดับยากพุ่งขึ้นไปถึง 1 เหรียญทองเลยทีเดียว

ราคาขึ้นมาตั้งห้าเท่า ขูดรีดขูดเนื้อกันชัดๆ

โซโล่ดันเจี้ยนระดับยากครั้งแรก แถมยังต้องลุยเดี่ยวด้วย ต้องรีบศึกษาไกด์บุ๊กเตรียมตัวให้ดีซะก่อน

เซียวเฉินเปิดบอร์ดฟอรัม ไม่นานเขาก็รู้ว่าทำไมค่าเข้าดันเจี้ยนนี้ถึงได้แพงนัก

"ดันเจี้ยนระดับยากจะสุ่มบอสออกมาห้าตัว สกิลของบอสแต่ละตัวจะเหมือนกับบอสระดับทั่วไป แต่ค่าสถานะต่างๆ จะเพิ่มขึ้นมหาศาล"

ดันมีบอสตั้งห้าตัวเนี่ยนะ เคลียร์รอบนึงก็ได้อุปกรณ์ดรอปตั้งห้าชิ้นเลยสิ

ถ้าดวงดี อาจจะได้ของพิเศษดรอปมาด้วยก็ได้

"แผนที่ระดับยากมีแค่แห่งเดียว หลังจากสังหารบอสครบทุกตัวแล้ว จะได้รับความสำเร็จหนึ่งอย่าง"

การเก็บความสำเร็จนี้ดูจะง่ายดี ดวงดีหน่อยลงสักสามสี่รอบก็น่าจะเจอบอสครบทั้งเก้าตัวแล้ว

ลงดันแบบนี้ยอดคิลรวมคงลดลงไปเยอะ แต่ประสิทธิภาพในการอัปเลเวลน่าจะสูงกว่ามาก

[หัวหน้ากลุ่มโจร: เลเวล 20 พลังชีวิต: 30,000 พลังโจมตี: 1600 พลังป้องกัน 400]

"แม่เจ้า มันเพิ่มขึ้นเยอะไปหน่อยมั้ง?"

ตบทีเดียวเจ้าเสี่ยวเฉียงก็ม่องเท่งแล้ว ส่วนเลือดของเซียวเฉินก็ทนดาเมจมันได้ไม่เกินสี่ครั้ง

ถ้าโดนสกิลเข้าไป มีสิทธิ์โดนวันช็อตคิลได้เลยนะนั่น

"โซโล่ดันระดับยาก ต้องระวังให้มากๆ แล้วล่ะ!"

ยังดีที่เซียวเฉินรู้จักสกิลของพวกบอสพวกนี้เป็นอย่างดีแล้ว

แถมด้วยระยะยิงและพลังโจมตีในตอนนี้ ยิงไม่เกิน 20 ดอกก็น่าจะจัดการบอสได้แล้ว

"ความเร็วเคลื่อนที่ของฉันเร็วกว่ามันกว่าเท่าตัว มันไม่มีโอกาสใช้สกิลโดนฉันหรอก"

ความเร็วเคลื่อนที่ของบอสปกติจะอยู่ที่ห้าหรือหกเท่านั้น

ส่วนของเซียวเฉินปาเข้าไป 12 แล้ว สามารถตอดเลือดบอสไปเรื่อยๆ ได้สบาย

จะให้เสี่ยวเฉียงเป็นแนวหน้าคงไม่ได้แล้ว ด้วยพลังโจมตีของบอสพวกนี้ ตบทีเดียวเสี่ยวเฉียงก็กลายเป็นเศษกระดูกแน่

"เสี่ยวเฉียง นายไปยืนดูต้นทางอยู่ห่างๆ เถอะนะ"

เซียวเฉินเองก็จนปัญญา พอมีอสูรอัญเชิญแล้ว เขากลับดูเหนื่อยกว่าเมื่อก่อนซะอีก

รัศมีการรับรู้ของบอสเลเวลสองกว้างขึ้นมาก ถ้าใครก้าวเข้ามาระยะ 20 เมตรมันจะเริ่มโจมตีก่อนทันที

"ยังดีนะ ระยะยิงของฉันคือ 30 เมตร"

เริ่มยิงจากระยะ 30 เมตร กว่าบอสจะเดินมาถึงตัว เซียวเฉินคงยิงไปได้ตั้งห้าหกดอกแล้ว

ตอนนั้น เลือดบอสคงหายไปแล้วยี่สิบสามสิบเปอร์เซ็นต์

"ยังไงก็ต้องเน้นเดินเกมยิงตอดไปเรื่อยๆ ฉันจะฆ่ามันโดยไม่ให้เสียเลือดแม้แต่หยดเดียว"

การเพิ่มฝีมือนอกจากเรื่อง EXP แล้ว ความสามารถส่วนตัวของเซียวเฉินก็สำคัญเช่นกัน

เขาต้องฝึกซ้อมไม่หยุด ฝึกยิงศัตรูในขณะที่เคลื่อนที่ ฝึกหลบสกิลของบอส ฝึกเส้นทางการฟาร์มมอนสเตอร์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการมอนสเตอร์

ช่วงแรกอาจจะเล่นแบบเน้นปลอดภัยไว้ก่อน แต่ช่วงหลังอาจจะถึงขั้นลากบอสทีละสี่ห้าตัวมาฟาร์มพร้อมกันเลยก็ได้

ตราบใดที่พลังโจมตีถึง นักธนูที่ลงดันเจี้ยนระดับต่ำนี่ได้เปรียบสุดๆ เลยจริงๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สกิลของบอสพวกนี้เหมือนกันหมด แค่ตัวเลขมันเพิ่มขึ้น พอชำนาญแล้วก็ไม่มีความยากอะไรเลย

แน่นอนว่า อีกเหตุผลหนึ่งคือก หลังจากเซียวเฉินจัดชุดทองแดงมาครบเซตแล้ว เขาก็ไม่ถือว่าเป็นผู้มีอาชีพธรรมดาๆ อีกต่อไป

"-2183"

"คริติคอลหมดจด -2313"

"-2212"

ไม่นาน บอสตัวแรกก็ล่วง

"มันดูจะง่ายเกินไปหน่อยมั้ยเนี่ย!"

แน่นอนว่า ง่ายน่ะมันดีแล้ว เขาอยากจะเคลียร์ดันเจี้ยนทุกแห่งได้อย่างง่ายดายแบบนี้แหละ

"สังหารหัวหน้าโจร EXP +800 (200), เหรียญเงิน +40, แต้มผลงานกิลด์ +1"

บอสตัวนึงได้ 800 EXP จะอัปเลเวล 23 ต้องฆ่าบอส 75 ตัว หรือลงฟาร์ม 15 รอบ!

ดูเหมือน มันจะไม่ค่อยยากเท่าไหร่นะ

"คุณได้รับหมวกเหล็กนิล เลเวล 20"

ถึงจะเป็นอุปกรณ์ระดับเหล็กดำเหมือนกัน แต่อุปกรณ์เลเวล 20 ก็ยังพอมีส่วนที่พัฒนาขึ้นบ้าง

แต่ตอนนี้เซียวเฉินใส่ชุดทองแดงแล้ว อุปกรณ์เหล็กดำพวกนี้เลยถูกส่งเข้าตลาดการค้าโดยตรง

"เหรียญเงิน +60"

"ไม่มีรายได้ดรอปจากลูกกระจ๊อกเลย ลงดันระดับยากแบบนี้จะขาดทุนมั้ยเนี่ย?"

ถ้าบอสทุกตัวให้ผลตอบแทนเท่านี้ล่ะก็ ขาดทุนย่อยยับแน่นอน

ค่าเข้าคือ 1 เหรียญทอง บอสแต่ละตัวต้องทำเงินให้ได้ 200 เหรียญเงินถึงจะพอคุ้มทุน

รายได้จากบอสตัวแรก เพิ่งจะได้แค่ 100 เหรียญเงินเอง ขาดทุนไปครึ่งนึงแน่ะ

แน่นอนว่า ตราบใดที่ฟาร์มบ่อยพอ ยังไงก็ไม่มีทางขาดทุนหรอก

เพราะดันเจี้ยนนี้ มีโอกาสดรอปชุดเซตระดับทองแดงได้แล้ว

ขอแค่ได้มาสักชิ้น ก็ขายได้ตั้งสิบเหรียญทองแล้ว

โซโล่ได้โดยไม่มีความกดดัน เซียวเฉินตั้งเป้าว่าจะฟาร์มจนถึงเลเวล 25

ถ้าทุ่มเทสุดตัว ก็น่าจะจบได้ภายในหนึ่งสัปดาห์

พออุปกรณ์พร้อม การอัปเลเวลก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

ถึงตอนนั้น ค่อยลองไปโซโล่ดันเจี้ยนเลเวลสามระดับทั่วไปดู

หลังจากเคลียร์ดันเจี้ยนระดับยากไปได้ห้าครั้ง ในที่สุดเซียวเฉินก็ได้ลุยกับบอสทุกตัวจนครบ

"ติ๊ง คุณผ่านดันเจี้ยนเลเวลสองแบบไม่เจ็บตัวสำเร็จ ได้รับความสำเร็จ: เริ่มฉายแวว

สถานะทุกอย่าง +3, พลังโจมตี +10"

ตอนฟาร์มถึงรอบที่แปด ในที่สุดเซียวเฉินก็ได้ปลอกแขนระดับทองแดงมาหนึ่งชิ้น ได้กำไรมานิดหน่อย

การเฝ้าฟาร์มดันเจี้ยนเลเวลสองระดับยากวันละร้อยเหรียญเงินน่ะทำได้อยู่แล้ว

เมื่อรายได้ดีขนาดนี้ จะไปโหยหาอะไรอีกล่ะ ฟาร์มต่อสิครับ

เผื่อฟลุกได้ของพิเศษดรอปมา จะได้รวยเละไปเลย

พอมีฐานะขึ้นมาบ้าง จิตใจของเซียวเฉินก็ไม่ค่อยร้อนรนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

หลังจากเปลี่ยนชุดยกเซต พลังรบของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ฝีมือของเขาก็ยังถือว่าอยู่รั้งท้ายในกิลด์อยู่ดี

ถ้าคำนวณจากแต้มผลงาน อันดับของเขามักจะวนเวียนอยู่ที่ประมาณหมื่นห้าพัน

ไม่ถึงขั้นโดนเตะออกจากกิลด์ แต่จะขยับขึ้นไปข้างหน้าก็ยากแสนยาก

ไม่มีอะไรจะพูดต่อ ตั้งหน้าตั้งตาฟาร์มดันเจี้ยนต่อไปเถอะ

สักวันหนึ่ง คงจะฟาร์มจนได้ของพิเศษดรอปมาอีกแน่

เซียวเฉินฝึกฝนยิงธนูอย่างไม่หยุดหย่อนทุกวัน ฝีมือพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เขากำลังค่อยๆ เติบโตเป็นนักธนูที่สมบูรณ์แบบ

ในขณะที่เซียวเฉินกำลังลากมอนสเตอร์เดินเกมอย่างบ้าคลั่ง จู่ๆ ผู้ปลุกพลังทุกคนในเมืองเทียนหนานก็ได้รับการแจ้งเตือน

[ผู้มีอาชีพ เซียวยั่น เคลียร์ดันเจี้ยนเลเวล 10 สังหารบอสตัวจริงสำเร็จ ผู้มีอาชีพในเมืองเทียนหนานทุกคน สถานะทุกอย่าง +10 เปิดใช้งานดันเจี้ยนเลเวล 11]

[ระดับการผสานโลกกำลังเร่งความเร็วขึ้น จงรีบเพิ่มฝีมือให้ไว และพยายามสังหารมอนสเตอร์เลเวลร้อยขึ้นไปให้ได้]

พอเห็นการแจ้งเตือนนี้ เซียวเฉินก็เกิดคำถามขึ้นมา: อะไรคือบอสตัวจริงวะ?

"แล้วไอ้บอสที่ข้าฆ่าไปน่ะมันไม่ใช่ของจริงหรือไง?"

ยอดฝีมือจากกิลด์ใหญ่ๆ อันดับต้นๆ ของเมืองเทียนหนานก็เกิดคำถามเดียวกัน:

"เซียวยั่นคือใคร?"

"เมืองเทียนหนานมีคนเก่งขนาดนี้อยู่ด้วยเหรอ?"

ขนาดคนเลเวลห้าหกสิบ ยังพอมีชื่อเสียงอยู่ในเมืองเทียนหนานบ้างเลย

แต่คนที่เคลียร์ดันเจี้ยนเลเวลสิบได้ กลับไม่มีใครรู้จักเลยเนี่ยนะ?

พวกที่แข็งแกร่งที่สุดกำลังเตรียมตัวจะบุกดันเจี้ยนเลเวลสิบกันอยู่แท้ๆ แต่ดันมีคนเคลียร์ไปก่อนแล้ว

"เดี๋ยวนะ ทำไมชื่อที่ประกาศถึงมีแค่เซียวยั่นคนเดียวล่ะ?

มันควรจะเป็นทีมของเซียวยั่นเคลียร์ดันเจี้ยนเลเวลสิบสำเร็จไม่ใช่เหรอ?"

ทุกคนต่างเกิดข้อสงสัยนี้ขึ้นมา เรื่องนี้มันออกจะเหลือเชื่อเกินไปหน่อยแล้ว

"หรือว่า เขาจะโซโล่ดันเจี้ยนเลเวลสิบคนเดียว?"

ดูเหมือนว่า นี่จะเป็นคำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้

อภิมหาเทพแบบไหนกัน ถึงได้มีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้?

แม้แต่คนสิบอันดับแรกของกระดานจัดอันดับโลกยังทำไม่ได้เลยมั้งนั่น?

เพราะการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่ธรรมดา ทำให้ทั้งเมืองเทียนหนานตกอยู่ในความตื่นเต้นสุดขีด

โดยเฉพาะพวกยอดฝีมือแถวหน้าของเมืองเทียนหนานต่างก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่ มีอภิมหาเทพที่แข็งแกร่งขนาดนี้โผล่มา แรงกดดันบนบ่าของพวกเขาก็เบาลงไปเยอะ

แรงกดดันในการเอาชีวิตรอดน่ะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะแบกรับไว้คนเดียว

"เร็วเข้า รีบติดต่ออภิมหาเทพท่านนี้ให้ได้"

"ฉันลองส่งข้อความส่วนตัวไปแล้ว เขาปิดการรับข้อความทุกช่องทางเลยล่ะ"

"ดูข้อมูลเขาในกระดานจัดอันดับโลกได้นะ รีบไปดูกันเร็ว"

[เซียวยั่น นักเวทธาตุ เลเวล 106 อันดับโลกที่ 11]

เมืองเทียนหนานดันมีอภิมหาเทพซ่อนตัวอยู่แบบนี้ มันเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ

หลายคนเคยเห็นชื่อนี้ผ่านตามาบ้าง แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเทียนหนาน

ในขณะที่ทุกคนกำลังหาทางติดต่อเซียวยั่นอยู่นั้น จู่ๆ ในช่องแชทเมืองก็มีการปักหมุดข้อความของเขาหลายข้อความ

[สวัสดีเพื่อนร่วมรบเมืองเทียนหนานทุกคน ผมเซียวยั่น เนื่องจากมัวแต่จมปลักอยู่ในดันเจี้ยน เลยเพิ่งจะมีโอกาสได้ทักทายทุกคนครับ]

ช่องแชทเมืองเทียนหนานแทบระเบิด ข้อความรัวมาไม่หยุด

"ขอบคุณบิ๊กบอสที่ส่งค่าสถานะมาให้นะครับ!"

"ที่แท้บิ๊กบอสเป็นพวกหมาป่าเดียวดายสินะ มิน่าล่ะถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย"

"นี่มันหนึ่งหมัดสะท้านฟ้าชัดๆ!"

"บิ๊กบอสครับ ช่วยทำไกด์บุ๊กดันเจี้ยนเลเวลสิบหน่อยได้มั้ยครับ?"

แน่นอนว่าเซียวยั่นคงตอบคำถามพวกนี้ไม่ไหว

[ผมแอบกบดานอยู่ในเมืองมาตลอด ได้รับการพิทักษ์จากทุกคน ผมขอขอบพระคุณจากใจจริงครับ

เพื่อเป็นการตอบแทน ขอเชิญพี่น้องเลเวลห้าสิบขึ้นไปเข้าทีมผมมาเลย

เดี๋ยวผมจะพาไปกวาดล้างมอนสเตอร์เลเวลห้าสิบขึ้นไปนอกเมืองให้เกลี้ยงเอง]

[พอกวาดล้างมอนสเตอร์เสร็จ ผมจะพาพวกคุณไปลุยทีมดันเจี้ยนติดต่อกันหลายเดือนเลยล่ะ]

[รอให้ผมเคลียร์ดันเจี้ยนเลเวลสิบเอ็ดเสร็จก่อน พวกคุณค่อยตามผมออกไปนอกเมือง เพื่อกำจัดภัยคุกคามจากรอยแยกห้วงลึกนั่นให้สิ้นซาก]

ผู้มีอาชีพระดับสูงจะเพิ่มฝีมือแต่ละทีน่ะมันยากแสนยาก ต่อให้บุกดันเจี้ยนเลเวลห้าหก อัตราการตายก็ยังสูงปรี๊ด

พอมีอภิมหาเทพกระโดดออกมาเสนอตัวแบบนี้ ยอดฝีมือทุกคนในเมืองเทียนหนานต่างก็เห็นความหวัง

สังหารบอสระดับสูงเพิ่มได้ตัวนึง ได้อุปกรณ์ระดับสูงเพิ่มมาอีกชิ้น สำหรับเมืองเทียนหนานแล้วนั่นคือการยกระดับครั้งยิ่งใหญ่

ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เพื่อต้านทานการบุกโจมตีของมอนสเตอร์ เมืองเทียนหนานต้องสูญเสียไปมหาศาลจริงๆ

การจะกวาดล้างมอนสเตอร์เลเวลห้าสิบขึ้นไปโดยรอบให้เกลี้ยงเนี่ย มันจะเทพเกินไปแล้ว

ต่อไป พวกเลเวลสามสิบสี่สิบก็น่าจะพอออกนอกเมืองไปล่ามอนสเตอร์เองได้บ้างแล้ว

เซียวเฉินที่อยู่ในดันเจี้ยนเห็นข้อความแต่ละข้อความแล้ว ก็อดชื่นชมไม่ได้: โคตรเจ๋ง!

ยอดฝีมืออันดับหนึ่งเพียงคนเดียวเปลี่ยนอะไรได้หลายอย่าง ยอดฝีมือที่โซโล่ดันเจี้ยนเลเวลสิบได้คนเดียวยิ่งเปลี่ยนอะไรได้มากกว่านั้นอีก

พูดได้เลยว่า คนๆ เดียวช่วยเมืองไว้ได้ทั้งเมืองเลยทีเดียว

ฝีมือของผู้ปลุกพลังเมืองเทียนหนานจะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว

[ผมได้ลงอุปกรณ์ระดับสูงและไอเทมหหายากจำนวนหนึ่งไว้ในตลาดการค้าแล้ว ใครจำเป็นต้องใช้อะไรก็ไปซื้อกันได้ตามสะดวกครับ]

ของพวกนั้นเซียวเฉินไม่มีปัญญาซื้อแน่นอน

แต่ยอดฝีมือคนอื่นๆ ในเมืองเทียนหนานต่างพากันกู้หนี้ยืมเงินกันยกใหญ่

เซียวยั่นไม่ได้ลงขายแค่อุปกรณ์ไม่กี่ชิ้นนะ เขาลงขายล็อตใหญ่เลยล่ะ

ทั้งหนังสือสกิล แก่นวิญญาณที่จะดรอปจากบอสระดับสูงเท่านั้น อัญมณีล้ำค่า และอุปกรณ์ระดับเงิน

ช่วงเวลาต่อจากนั้น น่าจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดเท่าที่เมืองเทียนหนานเคยมีมา

ทุกวันจะมีคนโพสต์แจ้งเตือนการสังหารในช่องแชทเมือง ยอดฝีมือหลายคนต่างได้เปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ระดับสูงกันถ้วนหน้า

เมืองเทียนหนานดูเหมือนจะไม่กดดันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และแนวหน้าสู้รบนอกเมืองก็ไม่ได้ล้มตายกันเป็นเบือเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย

"ในที่สุดไอ้มอนสเตอร์ที่ขวางหน้าเรามาหลายสิบปีตัวนั้นก็โดนฆ่าซะที พี่น้องทั้งหลาย ในที่สุดแค้นของพวกนายก็ได้ชำระแล้ว"

"ทางเหนือของเมืองสังหารสัตว์ร้ายเลเวลร้อยไปตัวนึง ดรอปอุปกรณ์ระดับทองมาตั้งหลายชิ้นแน่ะ"

"นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเดินออกมาได้ไกลจากเมืองตั้งร้อยลี้ ที่นี่มอนสเตอร์เลเวลเจ็ดแปดสิบเต็มไปหมดเลยแฮะ!"

"พี่น้องทั้งหลาย รีบอัปเลเวลเร็วเข้า นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการล่ามอนสเตอร์แล้ว"

คนเดินออกจากประตูเมืองมีเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก ผู้ปลุกพลังทั้งเมืองกำลังเพิ่มฝีมือกันอย่างสุดกำลัง

ตอนที่เซียวเฉินอัปถึงเลเวล 25 บอสระดับสูงนอกเมืองเทียนหนานก็ถูกกวาดล้างไปรอบหนึ่งแล้ว

แน่นอนว่า มอนสเตอร์เลเวลต่ำกว่าห้าสิบยังคงเห็นได้ทั่วไป

คราวนี้มนุษย์โต้กลับหนักไปหน่อย พวกมอนสเตอร์ระดับสูงเลยไม่กล้าเข้าใกล้เมืองเทียนหนานมากเกินไป แต่มันก็ยังคงสั่งให้มอนสเตอร์ระดับต่ำบุกโจมตีเมืองอย่างต่อเนื่อง

แรงกดดันในการป้องกันเมืองเทียนหนานลดลงไปเยอะ แต่สถานการณ์ก็ยังคงตึงเครียดอยู่ดี

ตอนแรกเซียวเฉินตั้งใจจะโซโล่ดันเจี้ยนเลเวลสาม แต่ตอนนี้สถานการณ์นอกเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เขาก็เลยอยากออกไปดูข้างนอกบ้าง

เซียวเฉินกลับเข้าปาร์ตี้ทีมของกิลด์อีกครั้ง คราวนี้หัวหน้าทีมไม่ใช่ชวนมู่เฟิงแล้ว แต่เป็นนักรบคลั่งเลเวล 48 ที่ชื่อว่า เฉินจั้น

พวกยอดฝีมือเลเวลห้าสิบขึ้นไป ต่างพากันตามอภิมหาเทพไปกินของอร่อยกันหมดแล้ว

ในปาร์ตี้ทีมยังมีคนนับหมื่น พวกเขาส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันกลุ่มละไม่กี่คน แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

เซียวเฉินไม่มีคนรู้จักที่ไหน งั้นเขาก็ขอฉายเดี่ยวแยกมาเป็นอีกกลุ่มเลยแล้วกัน

ยังไง EXP ก็แบ่งตามผลงานของทีมอยู่แล้ว ยิ่งทำดาเมจได้มาก ก็ยิ่งได้ EXP มากตาม

แต้มผลงานกิลด์ที่สะสมมาครึ่งปีกว่า เซียวเฉินถลุงรวดเดียวจนเกลี้ยง

แต้มผลงานสี่พันกว่าแต้มถูกเอาไปแลกสมุนไพรระดับต่ำจนหมด ไม่เว้นแม้แต่สายสติปัญญาและพลังจิต

ในที่สุด เซียวเฉินก็ทานสมุนไพรระดับต่ำเกือบทุกชนิดที่มีขายจนครบ จบหลักสูตรสมุนไพรระดับต่ำที่มีในตลาดการค้าไปเรียบร้อย

บางคนอาจจะทำได้ตั้งแต่ตอนปลุกพลัง แต่สำหรับเซียวเฉินแล้ว นี่ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ส่วนตัวของเขาเลยทีเดียว

"สถานะรวม +316"

สมุนไพรระดับต่ำที่หายากบางชนิด ราคาก็ไม่ใช่เล่นๆ เหมือนกัน

พอดูผลลัพธ์รวมแล้ว เซียวเฉินก็รู้สึกพึงพอใจมาก

[เซียวเฉิน เลเวล LV: 25 สถานะรวม 2467 โจมตี +2853 ความเร็วเคลื่อนที่: 13 ความเร็วโจมตี: 0.3 พลังชีวิต 5936 พลังป้องกัน: 389]

พอออกมานอกเมือง ก็ไม่มีคำว่าขาดแคลนมอนสเตอร์

ถ้าจะพูดให้ถูก นี่มันไม่ใช่การฟาร์มมอนสเตอร์ แต่มันคือสงครามเพื่อเอาชีวิตรอดที่ไม่มีวันจบสิ้นต่างหาก

ต่อให้กวาดล้างบอสระดับสูงไปหมดแล้ว ผู้ปลุกพลังเมืองเทียนหนานก็ยังทำกิจกรรมได้แค่ในรัศมีหนึ่งถึงสองลี้รอบกำแพงเมืองเท่านั้น

แถมในทุกๆ วัน ก็ยังคงมีคนล้มตายอยู่ดี

เซียวเฉินมีข้อดีเรื่องระยะยิง และความเร็วก็สูงมาก แน่นอนว่าเขาไม่ยอมเสี่ยงตายพุ่งพรวดไปข้างหน้าแน่

แมงมุมมารห้วงลึก สิ่งมีชีวิตอมตะ ค้างคาวดูดเลือด มอนสเตอร์เผ่าแมลง และมอนสเตอร์สุดสยองอีกมากมายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

"ติ๊ง คุณได้รับโบนัสออร่าแห่งสงคราม พลังโจมตี +80"

"คุณได้รับพลังแห่งจิตวิญญาณการต่อสู้ พลังโจมตี +60 พลังป้องกัน +30"

พอมาถึงตำแหน่งที่ปาร์ตี้ทีมอยู่ เซียวเฉินก็ได้รับโบนัสบัฟของทีมรวดเดียวหลายสิบอย่างในชั่วพริบตา

ด้วยสภาพร่างกายในตอนนี้ถ้าไปโซโล่ดันเจี้ยนล่ะก็ คงเคลียร์ดันเจี้ยนเลเวลสามได้แบบสบายบรื๋อ

ดาเมจแค่ทีเดียวก็ปาไปสี่ห้าพันกว่าแต้มแล้ว มันจะเว่อร์วังไปหน่อยมั้ยเนี่ย

ถ้าไปบอกใครว่าเขาคือนักธนูพรสวรรค์ระดับ D ทุกคนคงเชื่อกันหมดแน่

(-4736)

(-4863)

"คุณได้รับ EXP 16 (4)"

"คุณได้รับเหรียญทองแดง +26"

น่าเสียดาย ที่ไม่มีจุดให้เขายืนทำดาเมจชิลล์ๆ เหมือนคราวที่แล้วอีกแล้ว

หลังจากเดินเกมเปลี่ยนตำแหน่งไปมาอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดเซียวเฉินก็หาจุดฟาร์มมอนสเตอร์ที่อุดมคติเจอ

มีแทงค์หลายคนกำลังตั้งป้อมต้านฝูงแมงมุมมารห้วงลึกอย่างสุดกำลัง มีฮีลเลอร์หลายคนกำลังร่ายฮีลเติมเลือดให้พวกเขาอย่างบ้าคลั่ง

แต่พวกแมงมุมมารกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พวกสายประชิดสองสามคนทำดาเมจตามไม่ทันแล้ว

"โห แมงมุมมารเลเวลยี่สิบเยอะขนาดนี้เลยเหรอ!"

เซียวเฉินรู้สึกตื่นเต้นมาก เขาเรียกเจ้าเสี่ยวเฉียงออกมาทันที

คนในกลุ่มเห็นผู้ปลุกพลังเลเวลยี่สิบห้าเดินเข้ามา ตอนแรกก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่

แต่พอเห็นเจ้าเสี่ยวเฉียงแล้ว พวกเขาก็หมดหวังทันที

สถานะต่างๆ ของเสี่ยวเฉียงมันกากเกินไป พอๆ กับแมงมุมมารห้วงลึกธรรมดาๆ ตัวนึงเอง

"ที่แท้ก็ซัมมอนเนอร์หรอกเหรอ ฉันก็นึกว่าจะมีสายดาเมจเลเวลยี่สิบห้ามาช่วยซะอีก"

"ซัมมอนเนอร์น่ะก็เก่งนะ แต่โครงกระดูกตัวนี้มันไม่ไหวน่ะ"

เซียวเฉินถึงกับพูดไม่ออก นี่เขาโดนเข้าใจว่าเป็นซัมมอนเนอร์ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

"วางใจเถอะ ฉันคือนักธนูสายดาเมจตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ"

ต่อหน้าพวกเลเวลสิบกว่ากลุ่มนี้ เซียวเฉินนับได้ว่าเป็นสายดาเมจที่ทรงพลังจริงๆ นั่นแหละ

คนกลุ่มนี้ต้องมาต้านมอนสเตอร์เลเวลยี่สิบจำนวนมากแบบนี้ เอาจริงๆ มันก็เกินกำลังพวกเขาไปหน่อย

ถ้าเซียวเฉินมาช้ากว่านี้อีกนิด รับรองได้ว่าต้องมีการสูญเสียเกิดขึ้นแน่นอน

"นักธนูงั้นเหรอ?"

"ใช่แล้ว!"

เซียวเฉินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากระโดดขึ้นไปยืนบนไหล่ของเจ้าเสี่ยวเฉียงทันที

ดาเมจของเสี่ยวเฉียงตอนนี้มันไม่ได้เรื่องหรอก ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมันก็คือการเป็นแท่นวางเท้าเคลื่อนที่ให้เซียวเฉินนี่แหละ

พอยืนสูงขึ้น วิสัยทัศน์ก็ย่อมดีขึ้น

ทิ้งระยะห่างไว้ยี่สิบกว่าเมตร เซียวเฉินก็เริ่มง้างธนูทำดาเมจแล้ว

"ฟิ้ว ฟิ้ว!"

ยิงมัลติช็อตไปรอบนึง แมงมุมมารห้วงลึกสี่ตัวก็ล้มลงทันที

"ระยะโจมตีไกลขนาดนี้เลยเหรอ!"

"แม่เจ้า ยิงดอกเดียวตายตัวนึงเลยเหรอครับลูกพี่"

ลูกกระจ๊อกเลเวลยี่สิบเลือดแค่สามพันกว่าเอง ปกติยิงสองดอกก็ตายแล้ว

แต่หลังจากได้โบนัสบัฟสารพัดอย่าง ดาเมจของเซียวเฉินในตอนนี้มันช่างรุนแรงทะลุพิกัดจริงๆ

"ไม่ต้องมาเรียกงเรียกพี่หรอก แต่รับรองว่าจัดการพวกลูกกระจ๊อกพวกนี้ได้ไม่มีปัญหาแน่นอน"

การมาถึงของเซียวเฉิน ทำให้ทั้งทีมรู้สึกเบาแรงขึ้นทันทีในชั่วพริบตา

"ระยะยิงฉันไกล พวกที่หลุดเข้ามาใกล้ตัวพวกนายน่ะจัดการกันเองนะ"

"พี่ชายคนนั้นน่ะ นายไปลากมอนจากที่อื่นมาเพิ่มก็ได้นะ เดี๋ยวฉันช่วยเคลียร์ให้พร้อมกันเลย"

ตอนนี้เซียวเฉินชักจะเริ่มโอหังขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว มอนสเตอร์พวกนี้เขาไม่เห็นอยู่ในสายตาแล้วจริงๆ

"พี่ครับ ขอกดแอดเพื่อนหน่อยได้มั้ยครับ วันหลังเราจะได้ไปฟาร์มมอนสเตอร์ด้วยกันอีก"

"กิลด์เดียวกันทั้งนั้น แอดมาเถอะ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว"

เซียวเฉินมีรายชื่อเพื่อนอยู่หลายร้อยคนแล้ว แต่คนที่ยังคงอยู่น่ะมีไม่ถึงร้อยคน

บอกตามตรง พอเห็นชื่อค่อยๆ หายไปทีละชื่อ มันก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่

จบบทที่ ตอนที่ 7 ยอดฝีมือผู้เร้นกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว