เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 890 - คัดเลือกศิษย์

บทที่ 890 - คัดเลือกศิษย์

บทที่ 890 - คัดเลือกศิษย์


บทที่ 890 - คัดเลือกศิษย์

เขารั้งจิตสังหารกลับมา ร่างของซูซิ่วโงนเงนไปมาสองสามครั้ง แต่ก็ยังฝืนยืนหยัดไว้ได้โดยไม่ล้มลง เติ้งอี้เฟยพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

"พวกเจ้าทั้งเก้าคน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คือศิษย์สายตรงของข้า!"

เติ้งอี้เฟยเก็บจิตสังหารกลับคืนไปจนหมด เด็กอีกแปดคนที่ถูกฮั่วซือหนิงพาตัวออกไปก่อนหน้านี้ต่างก็ลุกขึ้นจากพื้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ

"ต่อไปนี้ลำดับศิษย์พี่ศิษย์น้องของพวกเจ้า ก็ให้ยึดตามผลการทดสอบในวันนี้ไปก่อนก็แล้วกัน!"

ซูซิ่วตอบสนองอย่างรวดเร็ว นางรีบประสานมือคารวะทันที "เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์!"

ไหวพริบดี ความกล้าหาญเป็นเลิศ พรสวรรค์สูงส่ง พลังฝึกปรือแข็งแกร่ง แถมยังมีพลังใจเหนือกว่าใครในหมู่เด็กๆ กลุ่มนี้ เติ้งอี้เฟยรู้สึกว่านางน่าจะเป็นต้นกล้าชั้นดีเลยทีเดียว!

เติ้งอี้เฟยสะบัดมือคราหนึ่ง กระบี่แปดเล่มก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

"พวกเจ้าทุกคนล้วนใช้กระบี่ กระบี่ทั้งแปดเล่มนี้คือสิ่งที่ข้าสั่งให้ช่างตีดาบตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อพวกเจ้าโดยเฉพาะ ผู้ที่สอบได้แปดอันดับแรก จะมีสิทธิ์ครอบครองกระบี่คนละเล่ม!" ยังไม่ทันที่เด็กทั้งแปดคนจะได้ดีใจ เติ้งอี้เฟยก็หันไปมองเด็กคนที่สอบได้อันดับเก้าแล้วกล่าวต่อ "เจ้าในฐานะตัวสำรอง ก็ยังคงเป็นศิษย์สายตรงของข้า หากในแปดคนนี้มีใครเป็นอะไรไป เจ้าก็จะเป็นผู้สืบทอดอาวุธของเขา!"

สีหน้าของเด็กทั้งเก้าคนเริ่มดูไม่จืด ความยินดีบนใบหน้ามลายหายไปจนสิ้น

เติ้งอี้เฟยตีหน้าขรึมแล้วกล่าว "ข้าคิดว่าพวกเจ้าทุกคนน่าจะรู้ดีว่าเหตุใดข้าจึงรับพวกเจ้าเป็นศิษย์ ข้าไม่อยากให้โลกใบนี้มีความขัดแย้ง ไม่อยากให้โลกใบนี้มีสงคราม ไม่อยากเห็นผู้ฝึกยุทธ์อาศัยความแข็งแกร่งของตนไปเข่นฆ่าสังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ตามอำเภอใจ... การที่พวกเจ้าติดตามข้า ย่อมถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องเป็นศัตรูกับผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ ดังนั้นในหมู่พวกเจ้า ย่อมต้องมีหลายคนที่ต้องตายในสนามรบ วินาทีที่พวกเจ้าหยิบกระบี่ทั้งแปดเล่มจากมือข้าไป มันก็เป็นตัวกำหนดแล้วว่าชีวิตนี้ของพวกเจ้าจะต้องเต็มไปด้วยขวากหนามและความยากลำบาก และถูกกำหนดไว้แล้วว่าพวกเจ้ามีโอกาสสูงมากที่จะต้องจบชีวิตลงในการต่อสู้ครั้งใดครั้งหนึ่งในอนาคต!"

เด็กทั้งเก้าคน รวมไปถึงเด็กคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าหนักอึ้ง

พวกเขาส่วนใหญ่ล้วนบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะภัยสงคราม แต่พวกเขาก็กลัวตายเหมือนกัน!

ไม่มีใครไม่กลัวตายหรอก

แม้แต่เติ้งอี้เฟยเองก็กลัว!

"ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าอีกครั้ง หากมีใครอยากจะถอนตัว ข้าก็จะไม่ขัดขวาง พวกเจ้าสามารถไปเป็นคนงานปลูกดอกไม้ในหุบเขาบุปผาได้ หรือจะไปเป็นผู้คุ้มกันก็ได้ คนเราต่างมีปณิธานของตนเอง ข้าเคารพการตัดสินใจของพวกเจ้า!"

เติ้งอี้เฟยมองไปยังเด็กทั้งเก้าสิบเจ็ดคนด้วยสายตาจริงจัง ในที่สุดก็มีเด็กหญิงคนหนึ่งค่อยๆ ยกมือขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ นางก็คือเด็กหญิงคนแรกที่ถูกเติ้งอี้เฟยคัดออกนั่นเอง

"ใต้เท้าเติ้ง ข้าอยากจะขอถอนตัวเจ้าค่ะ!"

เด็กหญิงก้มหน้าลงต่ำแล้วเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม

เด็กทุกคนต่างมองไปที่นาง สายตาส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

หากเติ้งอี้เฟยไม่ได้เป็นคนหูตาไว ดีไม่ดีเขาอาจจะไม่ได้ยินเสียงของนางด้วยซ้ำ

"ตกลง ข้าจะไม่ฝืนใจเจ้า!" เติ้งอี้เฟยโบกมือแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไปเถอะ เจ้ามีพรสวรรค์ไม่เลว สามารถรับหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันในหุบเขาบุปผาได้ เดี๋ยวข้าจะให้ฮั่วซือหนิงเป็นคนจัดการให้เจ้าเอง!"

"ขอบพระคุณใต้เท้าเติ้งเจ้าค่ะ!"

เติ้งอี้เฟยกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส "ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าบอกไว้ก่อนแล้วว่าอนุญาตให้พวกเจ้าถอนตัวได้ ข้าก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเจ้า อย่างไรเสียเส้นทางที่ข้าเดินมันก็ยากลำบากเกินไป ข้าไม่อาจออกคำสั่งบีบบังคับให้พวกเจ้าต้องมาเดินบนเส้นทางเดียวกันกับข้าได้ ทว่าถึงแม้จะกลายเป็นผู้คุ้มกันไปแล้ว ข้าก็ขอให้เจ้ามีความกล้าหาญอยู่ในตัวบ้าง เรื่องเหล่านี้เดี๋ยวซือหนิงจะเป็นคนฝึกสอนเจ้าในภายหลัง แม้เจ้าจะไม่อยากจับดาบเข่นฆ่าผู้คนไปวันๆ แต่เจ้าก็สามารถเป็นหน่วยสนับสนุนที่พึ่งพาได้นะ!"

"อืม!"

ฮั่วซือหนิงกวักมือเรียกเด็กหญิงคนนั้นด้วยความจนใจ เด็กหญิงก้มหน้าก้มตาวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาฮั่วซือหนิงทันที

ฮั่วซือหนิงรู้ดีว่าเมื่อเติ้งอี้เฟยบอกว่าอนุญาตให้ถอนตัว เขาก็จะปล่อยให้นางจากไปอย่างปลอดภัยแน่นอน

ถือเป็นความโชคดีของเด็กหญิงคนนี้ หากเป็นองค์กรอื่นที่ทำอะไรเด็ดขาดรุนแรงกว่านี้หน่อย หลังจากนั้นพวกเขาจะต้องจัดการเก็บกวาดนางอย่างไร้ร่องรอยอย่างแน่นอน

"ยังมีใครอยากถอนตัวอีกไหม"

"ข้า!"

"ข้าขอถอนตัว!"

"ขอประทานอภัยใต้เท้าเติ้ง ข้าก็อยากขอถอนตัวเช่นกัน!"

"..."

พอเด็กหญิงคนนั้นถอนตัวออกไป มันก็เหมือนกลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ มีคนขอถอนตัวตามมาติดๆ ในที่สุดเมื่อฮั่วซือหนิงนับดู ก็พบว่ามีคนขอถอนตัวไปถึงสิบเจ็ดคน เหลือเพียงเจ็ดสิบคนเท่านั้น

ส่วนเด็กทั้งเก้าคนที่ถูกคัดเลือกมายืนอยู่เบื้องหน้าเติ้งอี้เฟย ไม่มีใครขอถอนตัวเลยแม้แต่คนเดียว

"ยังมีอีกไหม"

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากเด็กๆ

"เอาล่ะ!"

เติ้งอี้เฟยพยักหน้า มองไปยังเด็กเจ็ดสิบคนที่เหลือด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจ

"ในเมื่อพวกเจ้าตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ตอนนี้พวกเจ้าก็สามารถเลือกอาวุธของตัวเองได้เลย... เริ่มจากซูซิ่วก่อนก็แล้วกัน!"

ซูซิ่วก้าวออกไปและเลือกกระบี่เล่มที่สามโดยแทบไม่ลังเล ซึ่งเป็นกระบี่อ่อนที่ดูพิเศษที่สุดในบรรดากระบี่ทั้งแปดเล่ม

เติ้งอี้เฟยชะงักไปเล็กน้อย กระบี่อ่อนเล่มนั้นคือสิ่งที่ท่านจิตวิญญาณแห่งดาบบอกให้เขาใส่เพิ่มเข้าไปเอง

ในตอนนั้นมีกระบี่ให้เลือกค่อนข้างเยอะ กระบี่วิญญาณอาจจะล้ำค่าเกินไปจนองค์กรผึ้งพิฆาตตัดใจให้ไม่ลง แต่สำหรับกระบี่ที่หลอมจากวัสดุชั้นยอดแต่ไม่มี "จิตวิญญาณ" องค์กรผึ้งพิฆาตกลับใจป้ำอย่างมาก พวกเขาให้กระบี่มามากกว่าที่ตกลงกันไว้เสียอีก ทำให้เขามีตัวเลือกมากขึ้น

ที่เฉินฮ่าวเสนอให้เพิ่มกระบี่อ่อนเข้าไปด้วย ก็เป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น!

จุดประสงค์เดิมที่เติ้งอี้เฟยอยากสร้างขุมกำลังขึ้นมา ก็เพื่อคัดเลือกผู้สืบทอดดาบโลหิตชาดคนต่อไปด้วย!

เฉินฮ่าวเองก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ของเติ้งอี้เฟยเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรเสียผู้ถือครองดาบที่ยอดเยี่ยมก็ใช่ว่าจะหาเจอกันได้ง่ายๆ ถ้ามีตัวเลือกดีๆ เตรียมพร้อมไว้รออยู่แล้ว ทำไมเขาถึงจะไม่ยอมรับเป็นนายล่ะ

ร่างแยกดาบมารทุกเล่มล้วนมีพรสวรรค์ติดตัวในการสังหารนาย คนที่สามารถรอดชีวิตภายใต้พรสวรรค์แบบนั้นมาได้นานๆ ย่อมต้องเป็นพวกดวงแข็งอย่างแน่นอน!

ที่เพิ่มกระบี่อ่อนเข้าไป ก็เพราะในมือเฉินฮ่าวมีเคล็ดวิชากระบี่อ่อนระดับสวรรค์อยู่พอดี

หากคนที่ใช้กระบี่อ่อนมีความสามารถโดดเด่นพอ เขาก็สามารถถ่ายทอดเพลงกระบี่ระดับสวรรค์ให้นางได้เลย

อย่างไรเสียร่างแยกดาบโลหิต ก็คือส่วนหนึ่งของดาบโลหิตชาดไม่ใช่หรือ

เฉินฮ่าวไม่เคยเป็นดาบที่หวงวิชา!

เคล็ดวิชาเก็บไว้ในดาบไม่ได้เอาออกมาใช้ มันก็เป็นแค่ของไร้ค่า!

"ใต้เท้าเติ้ง กระบี่เล่มนี้..."

ซูซิ่วมองเติ้งอี้เฟยด้วยความตื่นเต้นระคนประหลาดใจ คาดว่านางคงจะรับรู้ถึงความลับที่ซ่อนอยู่ภายในกระบี่แล้ว!

"รู้แล้วก็เก็บไว้ในใจ ไม่ต้องถามอะไรให้มากความ!"

"เจ้าค่ะ!"

ซูซิ่วพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมสีหน้าตื่นเต้นดีใจของตัวเอง แต่ก็ไม่อาจกลั้นไว้ได้มิด เด็กอีกแปดคนต่างมองนางด้วยความประหลาดใจ ไม่มีใครรู้ว่าทำไมนางถึงจู่ๆ ก็ตื่นเต้นขึ้นมา!

เติ้งอี้เฟยเอ่ยถาม "เจ้าถนัดใช้กระบี่อ่อนงั้นหรือ"

แววตาของซูซิ่วหม่นหมองลง "ใช่เจ้าค่ะ ตอนที่ข้ายังอยู่ที่บ้าน พ่อของข้าก็ถนัดใช้กระบี่อ่อน ข้าจึงฝึกฝนกระบี่อ่อนมาตั้งแต่ยังเล็ก!"

เติ้งอี้เฟยไม่ได้ถามถึงจุดจบของพ่อซูซิ่ว เขาพอจะเดาออกอยู่แล้ว

เด็กที่องค์กรผึ้งพิฆาตส่งมาให้เขาล้วนเป็นเด็กกำพร้าทั้งสิ้น

จากนั้นก็ถึงตาของเด็กคนอื่นๆ ที่จะเข้าไปเลือกอาวุธของตัวเอง เด็กทุกคนที่เลือกกระบี่ได้ถูกใจ วินาทีที่มือของพวกเขาสัมผัสกับด้ามกระบี่ ใบหน้าของพวกเขาต่างก็เผยให้เห็นถึงความตื่นตะลึง อาการหนักยิ่งกว่าซูซิ่วเสียอีก!

แต่พวกเขาก็ยังถือว่าฉลาดพอ เมื่อมีซูซิ่วเป็นแบบอย่าง พวกเขาก็ต่างปิดปากเงียบไม่ยอมถามอะไรออกมาเลย ทำได้เพียงส่งสายตาตื่นเต้นสื่อสารกันไปมาเท่านั้น!

เด็กหนุ่มร่างกำยำคนที่หกเลือกระบี่หนัก เติ้งอี้เฟยจำชื่อของเขาได้ เขาชื่อลู่หู่ เป็นเด็กที่มาถึงหุบเขาบุปผากลุ่มแรกเหมือนกับซูซิ่ว

"พวกเจ้าที่เหลือก็แยกย้ายกันไปฝึกฝนต่อเถอะ ส่วนพวกเจ้าทั้งเก้าคนตามข้ามา!" เติ้งอี้เฟยหันไปมองฮั่วซือหนิง "เจ้าช่วยจัดการเรื่องที่พักของเด็กยี่สิบเจ็ดคนนี้ให้เรียบร้อยด้วยล่ะ"

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!"

เติ้งอี้เฟยพาเด็กทั้งเก้าคนเดินเข้าไปยังส่วนลึกที่สุดของหุบเขาบุปผา มุ่งหน้าไปยังศาลาที่ถูกสร้างเตรียมไว้ล่วงหน้า นี่คือสิ่งที่เติ้งอี้เฟยสั่งให้ผู้ดูแลหุบเขาบุปผาสร้างเตรียมไว้ก่อนที่เขาจะออกเดินทาง ต่อจากนี้ไปศิษย์สายตรงทั้งเก้าคนของเขาจะพักอาศัยอยู่ที่นี่!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 890 - คัดเลือกศิษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว