- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 503 ศัสตรามารยุคบรรพกาล (2/2)
บทที่ 503 ศัสตรามารยุคบรรพกาล (2/2)
บทที่ 503 ศัสตรามารยุคบรรพกาล (2/2)
ถ้าไม่ใช่เพราะสวี่เฮยจู่ๆ ก็หนีไป ศิษย์พี่ของเขาก็คงไม่ตามไป จนทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้! สวี่เฮยต้องตั้งใจแน่ๆ เพียงแต่พวกเขาไม่มีหลักฐาน!
"ไอ้เด็กบัดซบ รอรับความตายเถอะ!" ไม่ว่าชายปิดหน้าจะโกรธแค้นเพียงใด แต่ตอนนี้การช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า จึงทำได้เพียงกลืนเลือดกล้ำกลืนฝืนทนลงไป
เขาหยิบสมุนไพรล้ำค่าออกมาอีกกำมือ ใส่เข้าไปในร่างของหลินเทียนเหอ ตัวเขาเองก็ถ่ายทอดลมปราณแท้จริงจำนวนมหาศาล เพื่อช่วยกดข่มอาการบาดเจ็บให้
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นเช่นนี้ ในใจของสวี่เฮยก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา
"หรือจะฉวยโอกาสนี้ฆ่าสองคนนี้ซะ เพื่อขจัดเสี้ยนหนามถอนรากถอนโคนไปเลยดีไหม?"
สวี่เฮยรู้ดีว่า การฆ่าคนในเมืองเลี่ยเฟิงเป็นการละเมิดกฎ แต่ถ้าเขาได้เป็นผู้อาวุโสรับเชิญของเมืองเลี่ยเฟิง หลัวกังจะเอาชีวิตเขาจริงๆ หรือ? เขาไม่ยอมปล่อยให้คนที่คิดจะฆ่าเขามีชีวิตรอดอยู่หรอก
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สวี่เฮยก็ก้าวเดินเข้าไปหาคนทั้งสองที่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่
"เจ้าคิดจะลงมือรึ?" ชายชุดดำปิดหน้าระแวดระวังตัวขั้นสุด
เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเปลือยเปล่าในดวงตาของสวี่เฮย
ทว่า ชายชุดดำไม่ได้หนีไป เขายังคงรักษาอาการบาดเจ็บให้หลินเทียนเหอต่อไป ดวงตาหรี่แคบลง ประกายเย็นเยียบวาบผ่าน ความเร็วในการถ่ายทอดลมปราณก็ยังเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ทำให้ตัวเองดูอ่อนแอลงไปอีก
พฤติกรรมที่ผิดวิสัยเช่นนี้ ทำให้สวี่เฮยขมวดคิ้วแน่น
"นี่ตั้งใจล่อให้ข้าลงมืออย่างนั้นหรือ?" สวี่เฮยครุ่นคิด ประเมินอัตราความสำเร็จในการโจมตีครั้งนี้
ในตอนนั้นเอง หลัวกังก็มาถึงที่เกิดเหตุ
เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักในเมืองเลี่ยเฟิง แต่กลิ่นอายสังหารก็ถูกควบคุมไว้แล้ว เศษใบมีดหักสีเลือดแดงฉานกำลังลอยขึ้นๆ ลงๆ อยู่ภายในค่ายกล
"นี่มันคืออะไร?"
หลัวกังเดินมาอยู่นอกม่านแสง จ้องมองเศษใบมีดหักชิ้นนั้น เผยสีหน้าครุ่นคิด
"นี่คือศัสตรามารยุคบรรพกาล มันดูดซับความเคียดแค้นมามากเกินไป เกรงว่าเจ้าของเดิมคงเป็นผู้บำเพ็ญมาร!" ติงอีกล่าวเสียงขรึม
สวี่เฮยถึงได้หันไปให้ความสนใจ เขาเองก็มีความเห็นคล้ายกับติงอี นี่มันคือศัสตรามาร! เพียงแต่ด้วยความรู้เรื่องของวิเศษที่เขามี กลับดูไม่ออกเลยว่ามันอยู่ระดับไหน
"อานุภาพของของวิเศษชิ้นนี้ เกรงว่าจะไม่ด้อยไปกว่า 'ดาบปราบมังกร' (จ่านหลงเตา) เลย แม้จะเป็นเพียงเศษซาก ก็ยังสามารถฆ่าคนได้เอง ไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นผลผลิตจากยุคสมัยใด"
สวี่เฮยอยู่ห่างไกลเกินไป เพียงแค่มองจากที่ไกลๆ เขาก็ไม่สามารถประเมินของสิ่งนี้ได้อย่างละเอียด เขาคาดเดาว่า มันน่าจะถึงระดับห้าขั้นสูงแล้ว
แววตาของสวี่เฮยวูบไหว ตวาดถามหลินเทียนเหอ "ของวิเศษชิ้นนี้เจ้าเป็นคนเปิดได้ ทำไมยังไม่เข้าไปเก็บมันมาอีกล่ะ?"
นี่มันจงใจกวนประสาทกันชัดๆ บาดเจ็บหนักขนาดนี้ จะให้ไปเก็บยังไง?
"ข้าย่อมเอาไปเอง ไม่รบกวนให้เจ้ามาเดือดร้อนหรอก!" ชายชุดดำกล่าวเสียงเย็น
"พูดแบบนั้นก็ไม่ถูก ของวิเศษของเจ้าก่อเรื่องวุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้ แทบจะพังบ่อนพนันหินจนพินาศ แถมยังบีบให้ท่านเจ้าเมืองต้องออกหน้ามาจัดการ ค่ายกลก็สูญเสียพลังงานไปมหาศาล อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายสิ?" สวี่เฮยกล่าว
สิ้นคำกล่าวนี้ สีหน้าของทุกคนก็แปลกประหลาดขึ้นมาทันที
เหตุผลน่ะมันก็ใช่ แต่มันฟังดูทะแม่งๆ พิกลไหมล่ะ?
เมืองเลี่ยเฟิงก็เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก เปิดเจอของชั่วร้ายมาทำร้ายคน แล้วของชั่วร้ายนี่มันนับว่าเป็นของใครล่ะ?
ติงอีผู้ควบคุมค่ายกล บนหน้าผากมีเม็ดเหงื่อผุดซึม ใบหน้ามีร่องรอยซีดเผือด กัดฟันกล่าวว่า "สหายจากสำนักกระบี่ไร้รอย ในเมื่อศัสตรามารเป็นของพวกท่าน ก็กรุณารีบเก็บมันไปเดี๋ยวนี้! อย่าทิ้งไว้เป็นภัยคุกคามคนอื่นอยู่ที่นี่!"
เขาพูดคล้อยตามความเห็นของสวี่เฮย
แต่นี่ทำเอาคนทั้งสองต้องเดือดร้อน ชายชุดดำตวาดลั่น "ของอันตรายนี่ พวกบ่อนพนันหินของพวกเจ้าเป็นคนขายให้ข้า นี่มันเป็นความรับผิดชอบของพวกเจ้า!"