- หน้าแรก
- ระบบพลิกชีวิต จากอัมพาตสู่ยอดอัจฉริยะ
- ระบบพลิกชีวิต 002 เยี่ยต้าลี่ผู้ตื่นเต้น
ระบบพลิกชีวิต 002 เยี่ยต้าลี่ผู้ตื่นเต้น
ระบบพลิกชีวิต 002 เยี่ยต้าลี่ผู้ตื่นเต้น
ระบบพลิกชีวิต 002 เยี่ยต้าลี่ผู้ตื่นเต้น
“ออกไปข้างนอก?” คำพูดของเยี่ยชิงเหอทำให้เยี่ยต้าลี่ยืนนิ่งงัน เขาไม่คิดเลยว่าเยี่ยชิงเหอจะพูดคำนี้ออกมา
ก่อนหน้านี้เขาก็อยากพาเยี่ยชิงเหอออกไปเปิดหูเปิดตาทุกวัน ให้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ให้พบปะผู้คน เพื่อไม่ให้ตัดขาดจากสังคมโดยสิ้นเชิง แต่เยี่ยชิงเหอกลับปฏิเสธมาโดยตลอด
ตอนนี้เยี่ยชิงเหอไม่เพียงแต่พูดได้ ดูทีวีได้ แต่ยังอยากออกไปข้างนอกอีกเหรอ?
“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา! กินเสร็จแล้วเราค่อยออกไปกัน! พ่อไปหารถเข็นคันเก่าก่อนนะ!”
ชะงักไปสองวินาที เยี่ยต้าลี่ก็พยักหน้าอย่างแรงด้วยความดีใจ
พูดจบเขาก็ไปหารถเข็นที่ไม่ได้ใช้งานมานาน
ลืมแม้กระทั่งเรื่องที่บอกว่าอยากดื่มเหล้าเมื่อครู่นี้ไปเลย
“พ่อ ผมหิวแล้ว เรากินข้าวให้เสร็จก่อน แล้วพ่อค่อยไปหารถเข็นดีไหม?”
เมื่อได้ยินเสียงเยี่ยต้าลี่กำลังรื้อค้นหารถเข็นอย่างตื่นเต้นในกองของใช้จุกจิกนอกห้อง เยี่ยชิงเหอก็เพิ่มเสียงตะโกนบอก
“ใช่ ใช่ ใช่! ต้องกินข้าวก่อน ลูกไม่ได้กินอะไรมาตั้งนาน คงจะหิวแล้ว พ่อเลอะเลือนไปเอง กินข้าวก่อน กินข้าวก่อน!”
เยี่ยต้าลี่เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลุกลนแค่ไหน รีบเดินกลับมาด้วยความเขินอาย และป้อนอาหารให้เยี่ยชิงเหอต่อ
การนอนติดเตียงเป็นเวลานาน ประกอบกับแขนขาไม่มีความรู้สึกใด ๆ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ร่างกายของเยี่ยชิงเหอจึงเผาผลาญพลังงานน้อยมาก กินอาหารได้ไม่เยอะ กินไปไม่กี่คำเยี่ยชิงเหอก็อิ่มแล้ว
เยี่ยต้าลี่จึงเริ่มลงมือกินบ้าง
นี่คือนิสัยตลอดสามปีที่ผ่านมาของเขา
เยี่ยชิงเหอกินก่อน เยี่ยชิงเหอกินเสร็จเขาถึงจะกินส่วนที่เหลือ
“พ่อขอนวดตัวให้ลูกก่อนนะ นวดเสร็จแล้วเราค่อยออกไปกัน!”
กินข้าวเสร็จ วางชามข้าวไว้ข้าง ๆ เยี่ยต้าลี่ยังไม่ไปหารถเข็น แต่กลับเริ่มนวดแขนขาให้เยี่ยชิงเหอ
การเป็นอัมพาตมาหลายปี หากไม่ใช่เพราะเยี่ยต้าลี่คอยนวดทำกายภาพบำบัดให้ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง กล้ามเนื้อของเยี่ยชิงเหอคงจะฝ่อลีบจนดูไม่ได้ไปนานแล้ว
ผ่านไปกว่าสี่สิบนาที เยี่ยชิงเหอไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เยี่ยต้าลี่กลับเหงื่อท่วมหัว
“พ่อ หลายปีมานี้ลำบากพ่อแล้ว!”
มองเยี่ยต้าลี่ที่หายใจหอบเล็กน้อยและใช้มือปาดเหงื่ออยู่ข้าง ๆ เยี่ยชิงเหอก็อดไม่ได้ที่จะพูดในสิ่งที่ร่างเดิมอยากพูดมานาน
มือที่ปาดเหงื่อของเยี่ยต้าลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นรอยยิ้มก็แย้มบนมุมปาก “ไม่ลำบากเลย ขอแค่ลูกหายดี พ่อก็ไม่เหนื่อยสักนิด! เดี๋ยวพ่อไปหารถเข็นก่อนนะ เราจะได้ออกไปเดินเล่นกัน!”
พฤติกรรมที่ผิดแปลกไปของเยี่ยชิงเหอในวันนี้ ทำให้เยี่ยต้าลี่มีความสุขเป็นพิเศษ นานแค่ไหนแล้วที่เยี่ยชิงเหอไม่ยอมเปิดปากคุยกับเขา และไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย
หารถเข็นเจอแล้ว เยี่ยต้าลี่เช็ดทำความสะอาดทั้งด้านในและด้านนอกรอบหนึ่ง จากนั้นก็อุ้มเยี่ยชิงเหอไปนั่งบนรถเข็น จัดท่าทางให้เรียบร้อย แล้วนำผ้าห่มผืนบางมาคลุมให้
แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเดือนมิถุนายนที่อากาศค่อนข้างร้อน แต่เยี่ยชิงเหอก็ไม่เหมือนคนทั่วไป จึงยังต้องระวังไม่ให้โดนลมพัด
“อ้าว ต้าลี่ พาชิงเหอออกไปข้างนอกเหรอ?”
“ใช่ ออกไปเดินเล่นสักหน่อยน่ะ!”
“สมควรออกไปเดินเล่นบ้างล่ะ อยู่แต่ในบ้านทุกวันไม่ดีหรอก!”
ลานบ้านรวมมีคนอาศัยอยู่ไม่น้อย สถานการณ์ของเยี่ยต้าลี่กับเยี่ยชิงเหอ คนส่วนใหญ่ต่างก็รู้ดี การที่เห็นเยี่ยชิงเหอออกมาข้างนอก ทำให้ทุกคนประหลาดใจมาก ระหว่างที่พูดคุยกับเยี่ยต้าลี่ ก็อดไม่ได้ที่จะลอบสังเกตเยี่ยชิงเหอไปด้วย
“เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาขนาดนี้แท้ ๆ แต่กลับต้องมาป่วยเป็นโรคแบบนี้ซะได้!”
“นั่นสิเนอะ? แต่ก็ไม่ได้ออกมาหลายเดือนแล้วนี่นา? วันนี้ทำไมถึงยอมออกมาได้ล่ะ?”
“ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ไม่อยากออกมาหรอก ออกมาแล้ว...”
“ได้ยินมาว่าโรคนี้รักษาไม่หาย เสียเงินไปตั้งมากมาย ยังหาไม่เจอเลยว่าเป็นโรคอะไร!”
เมื่อทั้งสองพ้นประตูไป เพื่อนบ้านเหล่านี้ก็เริ่มซุบซิบนินทากันเสียงเบา
[ตรวจพบว่าคุณเริ่มเคลื่อนที่แล้ว โปรดคุณยืนหยัดทำให้ครบห้ากิโลเมตร!]
[ระยะทางที่เคลื่อนที่สิบเมตร!]
เพิ่งออกจากประตูมาได้ไม่ไกล เยี่ยชิงเหอก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบปัญญาอ่อน!
ได้ผลจริงด้วย!
เยี่ยชิงเหออดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
ถึงระบบมันจะปัญญาอ่อน แต่ก็ยังถือว่าเป็นระบบ!
ไม่แน่ว่าอาจจะมีวิธีทำให้ร่างกายของตัวเองกลับมาแข็งแรงก็ได้!
“ลูก? เป็นอะไรไป?”
เยี่ยชิงเหอที่กำลังตื่นเต้นไม่ทันสังเกตว่าหัวของตัวเองสั่นไหวเล็กน้อยเพราะเรื่องนี้
แต่เยี่ยต้าลี่สังเกตเห็น จึงรีบโน้มตัวลงมาถามเยี่ยชิงเหอในทันที
“ไม่เป็นไร พ่อ ผมไม่เป็นไร ผมแค่ไม่ได้ออกมาข้างนอกนานแล้ว เลยตื่นเต้นนิดหน่อยน่ะ”
เรื่องนี้ยังไม่มีวี่แววความชัดเจน เยี่ยชิงเหอเองก็ไม่รู้ว่าระบบจะให้สุ่มรางวัลอะไร เขาจึงไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับเยี่ยต้าลี่
เขากลัวว่าจะให้ความหวังเยี่ยต้าลี่แล้วทำให้เขาต้องผิดหวังซ้ำอีก
“ถ้าลูกชอบออกมาข้างนอก ต่อไปพ่อจะเข็นลูกออกมาเดินเล่นทุกวันเลย! ก่อนหน้านี้ก็มีหมอแนะนำให้ลูกออกมาข้างนอกบ่อย ๆ เพียงแต่.... ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า เอาเป็นว่าแค่ลูกยอม พ่อก็ไม่มีปัญหาแน่นอน”
เยี่ยต้าลี่พูดพร้อมรอยยิ้ม นึกถึงคำแนะนำของหมอตอนที่ไปหาหมอเมื่อก่อน แต่พูดไปได้ครึ่งทางก็รู้ตัวว่าเยี่ยชิงเหอไม่ค่อยอยากพูดถึงเรื่องพวกนี้ จึงรีบหยุดพูดทันที
“ตรงนั้นเมื่อก่อนมีร้านอาหารร้านหนึ่ง ทำเนื้อแกะเสียบไม้ปิ้งได้อร่อยมาก ที่พ่อเคยซื้อเนื้อแกะเสียบไม้ปิ้งที่ลูกชอบกินก็ร้านนั้นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ ก็เพิ่งปิดกิจการไปเมื่อไม่นานมานี้เอง”
“ตรงนั้นมีร้านขายของทุกอย่างหนึ่งหยวน ของใช้ในบ้านเราหลายอย่างก็ซื้อมาจากที่นั่นแหละ เถ้าแก่ใจดีมาก”
“ตลาดสดตรงนั้น ร้านขายผักร้านที่สามทางขวามือเป็นคนบ้านเดียวกับเรา มักจะให้ผักที่ขายไม่ออกมาบ่อย ๆ”
น้ำเสียงของเยี่ยต้าลี่ตอนที่ชี้ชวนแนะนำบริเวณรอบ ๆ ให้เยี่ยชิงเหอฟังอย่างไม่ขาดสาย ก็พอบอกได้ว่าเขาตื่นเต้นแค่ไหน
เยี่ยชิงเหอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ฟังเสียงแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาจากระบบอย่างต่อเนื่อง
[ระยะทางที่เคลื่อนที่หนึ่งร้อยเมตร!]
[ระยะทางที่เคลื่อนที่ห้าร้อยเมตร!]
[ระยะทางที่เคลื่อนที่หนึ่งพันเมตร!]
...
“ข้างหน้าก็ไม่ค่อยมีบ้านคนแล้ว เรากลับกันไหม?”
เยี่ยต้าลี่เข็นเยี่ยชิงเหอมาได้ประมาณสองกิโลเมตร ข้างหน้ามองไม่เห็นบ้านเรือนแล้ว เขาจึงหยุดเดินแล้วถาม
“อืม!”
เยี่ยชิงเหอพยักหน้า
“วันนี้ดึกไปแล้ว ถ้าลูกอยากออกมารับลม พรุ่งนี้พ่อจะพาลูกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ สวนนิทรรศการพรรณไม้อยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไหร่ ได้ยินมาว่าทิวทัศน์ข้างในสวยทีเดียว แถมพื้นที่ก็กว้างขวางด้วย”
“หรือว่าลูกมีที่ไหนที่อยากไปเป็นพิเศษ พรุ่งนี้พ่อจะพาลูกไปเดินเล่นให้เต็มที่เลย”
นาน ๆ ทีเยี่ยชิงเหอจะยอมออกมาข้างนอก เยี่ยต้าลี่รู้สึกว่าพามาเดินเล่นแค่หน้าประตูก็ดูจะขอไปทีเกินไป
“เราเดินไปทางนั้นอีกหน่อยได้ไหม? ผมยังไม่อยากกลับเร็วขนาดนี้!”
พอใกล้ถึงสี่แยกของลานบ้านรวม เมื่อเห็นระยะทางที่ระบบแจ้งเตือนยังขาดอยู่อีกกิโลกว่า ๆ เยี่ยชิงเหอก็ชี้ไปอีกทางของสี่แยก
“ได้สิ ไม่มีปัญหา ลูกอยากไปดูสะพานหลูโกวเหรอ? ไปกันเลย!”
เยี่ยต้าลี่พยักหน้ารับทันที เข็นเยี่ยชิงเหอมุ่งหน้าไปตามทางที่เยี่ยชิงเหอชี้
เมื่อใกล้จะถึงสะพานหลูโกว จู่ ๆ เยี่ยชิงเหอก็ส่งเสียงบอก “พ่อ วันนี้พอแค่นี้เถอะ ผมไม่อยากเดินแล้ว เรากลับกันเถอะ!”
“อ้าว?!”
เยี่ยต้าลี่ไม่ค่อยเข้าใจนัก นี่ก็ใกล้จะถึงอยู่แล้ว ทำไมถึงจะกลับเสียล่ะ?
ส่วนเยี่ยชิงเหอนั้น เมื่อมองดูปุ่มสุ่มรางวัลตรงหน้าที่มีแค่เขาเท่านั้นที่มองเห็น ก็อดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว
[จบตอน]