เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

แกล้งใบ้มา 18 ปี 010 ในเกมจีบสาวก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น

แกล้งใบ้มา 18 ปี 010 ในเกมจีบสาวก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น

แกล้งใบ้มา 18 ปี 010 ในเกมจีบสาวก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น


แกล้งใบ้มา 18 ปี 010 ในเกมจีบสาวก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น

หลิวอวี่ฉิงขยับแว่นตา

“เมื่อกี้ฉันใช้ [ประเมิน] ตรวจสอบดู...สถานะปัจจุบันของอวี๋ซือซือ!”

“บนตัวเธอมีสัญลักษณ์ที่เรียกว่า [การจ้องมองของหุ่นไล่กา]!”

หลิวอวี่ฉิงสูดหายใจลึก อธิบายว่า “นี่คือคำสาปที่เป็นเหมือนดาบสองคม”

“ถ้าเธอเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด สัญลักษณ์นี้จะเป็นเหมือนเป้าเคลื่อนที่ สัตว์ประหลาดจะจับเป้าและโจมตีเธออัตโนมัติ”

“แต่ว่า...”

หลิวอวี่ฉิงชี้ไปนอกหน้าต่างรถ มองพวกอีกากลายพันธุ์ที่บินวนเวียนอยู่ไกล ๆ แต่ไม่กล้าเข้ามาใกล้

“ถ้าเป็นที่อื่น สัญลักษณ์นี้กลับกลายเป็น ‘กลิ่นอายของผู้ที่อยู่เหนือกว่า’”

“สำหรับพวกอีการะดับต่ำพวกนี้...”

“เธอเปรียบเสมือนป้ายเตือนอันตรายที่เคลื่อนที่ได้”

“เธอถึงรอดชีวิตในป่ามาได้ แถมยังวิ่งมาตลอดทางได้อีก!”

เมื่อฟังคำอธิบายจบ ทุกคนในรถต่างชะงักงัน

โชคแบบนี้...ควรจะเรียกว่าดีหรือไม่ดีกันแน่?

“งั้น...งั้นตอนนี้ซือซือยังเป็นคนอยู่ไหม?”

สิ่งที่เฉินถงกังวลที่สุดคือเรื่องนี้

หลิวอวี่ฉิงมองดูหน้าต่างสถานะอีกครั้งแล้วพยักหน้า

“วางใจเถอะอาจารย์ เผ่าพันธุ์ยังแสดงเป็น [มนุษย์]”

“เธอแค่ถูกทำเครื่องหมายว่าเป็นเสบียงสำรองเท่านั้น”

เมื่อยืนยันว่าเป็นมนุษย์ เฉินถงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

เธอไม่กลัวอะไร กลัวแค่ต้องเห็นนักเรียนเข่นฆ่ากันเอง หรืออดีตลูกศิษย์ต้องกลายเป็นสัตว์ประหลาด

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ชายหนุ่มซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารอีกครั้ง

“ลูกพี่ พวกเราจะจัดการยังไงดี?” หวังเหมิ่งถาม

เจียงหนานนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้โดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง

เขาหยิบสมุดฉีกใกล้มือขึ้นมา เขียนข้อความอย่างรวดเร็วแล้วชูให้ทุกคนดู

[ไม่ต้องสนใจ เมินเธอไปซะ]

[ออกรถ ไปได้เลย]

เขาไม่ใช่ผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์ และยิ่งไม่ใช่หมาพูเดิ้ลติดสัดที่เห็นผู้หญิงแล้วเกิดอารมณ์

คนที่เคยทอดทิ้งทีมไปแล้ว จะเก็บไว้ทำไม?

หวังให้เธอกินจุ?

หวังให้เธอร้องไห้เก่ง?

เมื่อเห็นการตัดสินใจของเจียงหนาน หวังเหมิ่งก็เข้าใจทันที

เขาเปิดหน้าต่างด้านข้างห้องคนขับ ชะโงกหน้าออกไปตะคอกใส่อวี๋ซือซือที่กำลังทุบประตูอย่างบ้าคลั่งอยู่ด้านล่าง

“ไสหัวไป! อย่าขวางทาง!”

“ถ้าไม่หลบ ฉันจะชนให้ตายเลย!”

อวี๋ซือซือที่อยู่ข้างล่างรถกำลังร้องไห้น้ำตานองหน้า พอได้ยินเสียงตะโกนคุ้นหูนี้ก็ถึงกับงงงวย

เธอปาดโคลนบนใบหน้าออก มองใบหน้าอ้วนท้วนที่หน้าต่างอย่างไม่อยากเชื่อ

“หวัง...หวังเหมิ่ง?!”

เดิมทีเธอคิดว่าเป็นขบวนรถของผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่น ไม่นึกเลยว่าจะเป็นคนจากรถบัสคันเดิม!

แต่ว่า...

รถคันนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?

หรูหราขนาดนี้เชียว?

ทรงพลังขนาดนี้เลย?

หลังความตกตะลึงก็คือความดีใจสุดขีด!

ในเมื่อเป็นคนรู้จัก งั้นก็คุยง่ายขึ้นแล้ว!

“หวังเหมิ่ง! ฉันเอง! ฉันซือซือไง!”

อวี๋ซือซือตะโกนอย่างตื่นเต้น “รีบเปิดประตูให้ฉันขึ้นไปที! ข้างนอกน่ากลัวมาก! ขอร้องล่ะ!”

“ไสหัวไป!”

หวังเหมิ่งขัดจังหวะอย่างไร้ความปรานี “ใครรู้จักเธอ? อย่ามาทำเป็นตีสนิท!”

“พวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันก็จริง แต่ไม่ได้เป็นพ่อเธอ! ตอนนี้มันวันสิ้นโลก ไม่มีหน้าที่ต้องมาดูแลเธอ!”

“เมื่อคืนตอนที่เธอทิ้งพวกเราแล้ววิ่งตามไป๋เหลียนฮวาไป ทำไมไม่คิดล่ะว่าพวกเราเป็นเพื่อนกัน?”

คำพูดของหวังเหมิ่งทำเอาอวี๋ซือซือหน้าซีดเผือด

นั่นสิ...

เมื่อคืนเธอเป็นคนเลือกเอง

“แต่...แต่ฉันผิดไปแล้ว...”

อวี๋ซือซือร้องไห้หนักกว่าเดิม ในใจเต็มไปด้วยความเสียใจ

“เป็นเพราะไป๋เหลียนฮวานั่นแหละที่ทำร้ายฉัน! ยัยนั่นหลอกฉัน! ฉันรู้ตัวว่าผิดแล้วจริง ๆ!”

ทันใดนั้น เธอก็นึกขึ้นได้

หวังเหมิ่งบอกว่าพวกเรา...

ก็หมายความว่าบนรถไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว

คนที่เป็นผู้นำรถคันนี้...

ต้องเป็นผู้ชายคนนั้นแน่!

ที่อวี่ฉิงวิเคราะห์ไว้เป็นเรื่องจริง...

“แล้วอวี่ฉิงล่ะ? ฉันอยากเจออวี่ฉิง!”

อวี๋ซือซือร้องไห้ตะโกนใส่หน้าต่างรถ

“อวี่ฉิงต้องอยู่บนรถใช่ไหม? ฉันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอนะ! ขอร้องล่ะให้ฉันเจอเธอเถอะ!”

“อวี่ฉิงพูดถูก ฉันไม่ควรไปเลย...ฉันอยากกลับบ้าน...ฉันอยากหาอวี่ฉิง...”

ภายในห้องโดยสาร

เจียงหนานมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยสายตาเย็นชาผ่านกล้องวงจรปิดโฮโลแกรม

จังหวะที่เขากำลังจะเปิดหน้าต่างเพื่อลงมือฆ่ายัยคนน่ารำคาญคนนี้ จู่ ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้...

อวี๋ซือซือคนนี้ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนของหลิวอวี่ฉิงนี่?

เขาหันขวับไปมองหลิวอวี่ฉิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

ดูออกว่าสีหน้าของอีกฝ่ายมีความสงสารอยู่บ้าง

ถึงเวลาซื้อใจคนแล้ว

เขาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนข้อความลงบนกระดาษสองสามแผ่น

[คนนี้ มอบให้เธอเป็นคนตัดสินใจ]

[นี่ไม่ใช่การทดสอบ แต่เป็นความเมตตาที่ฉันมีต่อผู้ใต้บังคับบัญชา]

[แต่ฉันต้องการแค่คนที่มีประโยชน์ ไม่เอาขยะที่ไม่รู้ประสีประสา]

เขียนเสร็จ เขาก็ยื่นกระดาษให้หลิวอวี่ฉิง

หลิวอวี่ฉิงรับกระดาษมา ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

ลูกพี่...ถึงกับถามความเห็นของเธอเชียวหรือ?

ในขบวนรถวันสิ้นโลกที่เผด็จการแบบนี้ การให้เกียรติเช่นนี้ช่างล้ำค่าเหลือเกิน

“ขอบคุณลูกพี่!”

หลิวอวี่ฉิงสูดหายใจลึก พยักหน้าอย่างจริงจัง

ความจริงแล้ว เธอมีความรู้สึกที่ซับซ้อนต่ออวี๋ซือซือ

ตั้งแต่มัธยมปลายจนถึงมหาวิทยาลัย ทั้งสองคนเป็นเพื่อนซี้ที่ตัวติดกันตลอด

หลิวอวี่ฉิงมาจากครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ยากจนข้นแค้น แต่เรียนดีเยี่ยม

ครอบครัวของอวี๋ซือซือเป็นเศรษฐีชื่อดังในท้องถิ่น แต่หัวไม่ค่อยไว เรื่องเรียนก็แย่มาก

ปีนั้นหลิวอวี่ฉิงเกือบถูกพ่อที่ติดการพนันขายให้มาเฟียเพื่อใช้หนี้

เป็นอวี๋ซือซือที่ร้องไห้อ้อนวอนให้พ่อของเธอออกหน้า ถึงขั้นส่งบอดี้การ์ดไปหักขาไอ้ผีพนันนั่นข้างหนึ่ง

หลังจากนั้นถึงได้ช่วยหลิวอวี่ฉิงออกมา แถมยังส่งเสียให้เรียนจนจบมัธยมปลาย

แม้อวี๋ซือซือจะงี่เง่าไปบ้างในบางครั้ง แถมยังมีนิสัยคุณหนู ถึงขั้นที่เมื่อคืนยังทิ้งเธอเพื่อตามคนหมู่มากไป

แต่หลิวอวี่ฉิงรู้ดีว่ายัยโง่คนนี้เนื้อแท้แล้วไม่ใช่คนเลว

ก็แค่งี่เง่าจนน่าสงสาร

“ฟู่...”

หลิวอวี่ฉิงถอนหายใจ เข้าใจถึงทางลงที่เจียงหนานมอบให้เธอ

ตราบใดที่อวี๋ซือซือยังมีประโยชน์ ก็สามารถอยู่ต่อได้

เธอโค้งคำนับให้เจียงหนาน จากนั้นก็กดสวิตช์เปิดประตูรถแล้วเดินลงไป

ข้างล่างรถ

พอเห็นหลิวอวี่ฉิงปรากฏตัว อวี๋ซือซือก็พุ่งเข้ามาเกาะขาหลิวอวี่ฉิงไว้แน่นทันที

“อวี่ฉิง! ฮือ ๆ ๆ! ในที่สุดเธอก็ออกมาแล้ว!”

“ฉันตกใจแทบตาย! เมื่อคืนพวกอีกานั่นจ้องฉันไม่วางตาเลย! ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว!”

หลิวอวี่ฉิงมองอดีตดาวโรงเรียนที่ตอนนี้เนื้อตัวสกปรกมอมแมม เท้าเปล่ามีเลือดไหลอยู่ตรงหน้า ในใจรู้สึกสับสนปนเป

เหมือนกำลังมองดูตัวเองที่ไร้ที่พึ่งในอดีต

เธอไม่ได้ปลอบโยน แต่ผลักอวี๋ซือซือออกไปอย่างจริงจัง สองมือจับไหล่ของอีกฝ่ายไว้

“เลิกร้องไห้ได้แล้ว! ฟังฉันนะ!”

“ซือซือ ฉันจะถามเธอแค่คำถามเดียว เรื่องนี้ชี้ชะตาว่าเธอจะได้ขึ้นรถหรือไม่”

หลิวอวี่ฉิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เธอได้กินผลไม้ปลุกพลังนั่นหรือเปล่า? เธอปลุกพลังพิเศษขึ้นมาไหม?”

อวี๋ซือซือชะงักไป สะอึกสะอื้นพร้อมกับตอบว่า

“พะ...พลังพิเศษอะไร?”

“ผลไม้นั่น...ฉันกินไปแล้ว ตอนนั้นฉันหิวมาก ก็เลยกลืนลงไป ฉันเองก็ไม่ได้สังเกตเลย...”

หลิวอวี่ฉิง “...”

จบกัน

ยัยนี่มันโง่จริง ๆ ด้วย

เรื่องใหญ่ระดับปลุกพลังขึ้นมาได้แบบนี้ กลับไม่ได้สนใจเพียงเพราะว่าหิวจัดเนี่ยนะ?

“อยู่นิ่ง ๆ! ขอฉันดูหน่อย!”

หลิวอวี่ฉิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดใช้งาน [ประเมิน] อีกครั้ง

แสงสีฟ้าสแกนผ่านร่างกายของอวี๋ซือซือ

[ชื่อ]: อวี๋ซือซือ

[เผ่าพันธุ์]: มนุษย์

[ข้อมูลร่างกายรวม]: ระดับ F (อ่อนแอ)

[สถานะ]: จิตใจสับสน, การจ้องมองของหุ่นไล่กา

[พรสวรรค์]: ระดับ F

[พลังพิเศษ]:

ทำความสะอาด (ระดับ F): สามารถขจัดสิ่งสกปรกบนพื้นผิวเป้าหมายได้ในพริบตา

เมื่อเห็นบรรทัดสุดท้าย หลิวอวี่ฉิงก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก

“ฟู่...ยังดีนะ ถึงจะเป็นพลังพิเศษสายดำรงชีวิตระดับ F แต่ก็ถือว่าเป็นพลังพิเศษล่ะนะ”

ขอแค่มีพลังพิเศษ ก็ถือว่าไม่ใช่ขยะโดยสมบูรณ์

“ลุกขึ้น! ตามฉันขึ้นรถมา!”

หลิวอวี่ฉิงดึงอวี๋ซือซือให้ลุกขึ้น

“เดี๋ยวพอไปเจอลูกพี่ เขาให้ทำอะไรก็ทำ ห้ามทำนิสัยคุณหนูเด็ดขาด เข้าใจไหม?!”

“เข้าใจแล้ว ๆ! ฉันจะเชื่อฟังเธอทุกอย่างเลย!” ตอนนี้อวี๋ซือซือไหนเลยจะกล้าอาละวาด เธอยอมทำตัวว่านอนสอนง่ายราวกับนกกระทา

...

ทั้งสองคนขึ้นรถ

เพิ่งเดินเข้ามาในห้องโดยสาร อวี๋ซือซือก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงกับการตกแต่งที่หรูหราด้านในจนลืมร้องไห้ไปเลย

นี่...นี่ยังเป็นรถบัสพัง ๆ คันนั้นอยู่อีกเหรอ?

ข้างนอกคือขุมนรก ที่นี่มันสวรรค์ชัด ๆ!

เจียงหนานยังคงนั่งอยู่บนโซฟา ส่วนเฉินถงก็นั่งอยู่บนตักของเขา

หลิวอวี่ฉิงลากอวี๋ซือซือที่ทำตัวไม่ถูกไปตรงหน้าเจียงหนาน รายงานอย่างระมัดระวัง

“ลูกพี่ เธอปลุกพลังได้แล้ว”

“ถึงจะอยู่แค่ระดับ F ความสามารถก็คือ...[ทำความสะอาด]”

เจียงหนานเลิกคิ้ว แสดงสีหน้าลำบากใจในทำนองว่า “แค่นี้เองเหรอ?”

หลิวอวี่ฉิงรีบอธิบาย “ลูกพี่ ถึงพลังต่อสู้จะไม่ได้เรื่อง!”

“แต่งานทำความสะอาดในรถ รวมถึงงานจิปาถะอย่างซักผ้าขัดรองเท้า มอบหมายให้เธอทำได้หมดเลย!”

“พวกเราจะได้ประหยัดแรงไปได้บ้างไง!”

เจียงหนานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย

ในที่สุดเขาก็ฝืนใจพยักหน้ารับ

มีพี่เลี้ยงฟรีเพิ่มมาอีกคน ก็ไม่เลวเหมือนกัน

แต่ว่า...

ต้องตั้งกฎกันก่อน

เจียงหนานชี้ไปที่รองเท้าหนังที่เปื้อนคราบสกปรกของตัวเอง

จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่อวี๋ซือซือ

ความหมายชัดเจนมาก เช็ดรองเท้าหนังให้ฉัน!

หลิวอวี่ฉิงเห็นดังนั้นก็รีบผลักอวี๋ซือซือที่กำลังเหม่อลอย “เร็วเข้า! แสดงความสามารถของเธอหน่อยสิ!”

“อ๋อ...อ้อ!”

อวี๋ซือซือได้สติ รีบเดินเข้าไปหา

ส่วนเฉินถงที่อยู่ข้าง ๆ ก็กะพริบตาปริบ ๆ เป็นการเตือนว่ามือของเจียงหนานยังวางอยู่บนขาเธอ

จังหวะนั้น หน้าของอวี๋ซือซือก็แดงเถือกราวกับกาน้ำชาที่กำลังเดือดปุด ๆ สมองเริ่มจินตนาการไปไกล

ระ...เร็วขนาดนี้เลยเหรอ!

ไม่น่าเชื่อว่าเจียงหนานที่ปกติจะเป็นคนเงียบ ๆ ลับหลังกลับเป็นปีศาจที่เล่นแรงขนาดนี้!

รู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ!

อาจารย์เฉินถงต้องตกเป็นเหยื่อเงื้อมมือมารของเขาจนกลายเป็นคนแปดเปื้อนเหมือนพวกนางเอกในเกมจีบสาวแน่ ๆ

ถึงได้เป็นแบบนี้ไง!

อวี๋ซือซือรู้สึกตระหนักรู้ขึ้นมาทันที!

ด้วยมุมมองของภาพ ท่าทางที่เจียงหนานชี้ไปที่รองเท้าหนัง เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาชี้ไปที่เป้ากางเกง แถมยังมโนเสียงขึ้นมาในหัวอีกด้วย

“ช่วยทำให้ฉันผ่อนคลายหน่อยสิ! ยัยท่อนไม้เอ๊ย!”

สีหน้าของอวี๋ซือซือแดงซ่านด้วยความเขินอายยิ่งกว่าเดิม

ในเกมจีบสาวก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ ตัวร้ายหัวทองข่มขู่นางเอก แล้วก็ตัดเข้าสู่ฉาก CG พิเศษ!

ไอ้เรื่องทำความสะอาดอะไรนั่นมันข้ออ้างชัด ๆ ความจริงคือต้องการให้เธอทำเรื่องพรรค์นั้นต่างหาก!

แต่ตอนนี้ เพื่อที่จะได้อยู่ในสวรรค์อันแสนอบอุ่นแห่งนี้ต่อไป...

เธอไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย คุกเข่าดัง “ตุ้บ” ลงตรงหน้าเจียงหนาน

“ฉัน...ฉันจะจัดการเดี๋ยวนี้แหละ!”

อวี๋ซือซือยื่นสองมือออกไป

ส่วนเจียงหนานกลับรู้สึกรำคาญใจเล็กน้อย

แค่เช็ดรองเท้าหนังเท่านั้น มัวชักช้าอยู่ได้ ช่างโง่...

ยังไม่ทันจะคิดจบ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเย็นวาบที่ขาทั้งสองข้าง

กางเกงบ็อกเซอร์ลายแพททริคของตัวเองถูกโชว์หราออกมา

เจียงหนานเบิกตากว้าง มองดูกางเกงของตัวเองที่ถูกถลกกลงไป “ยัยนี่กำลังทำบ้าอะไรเนี่ย?”

เฉินถงเอามือปิดตา “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ!”

หลิวอวี่ฉิงอ้าปากค้าง “เอ๊ะ? ยัยโง่บรรลุธรรมแล้วเหรอ?”

แล้วเจียงหนานล่ะ เมื่อมองเห็นสายตาแปลก ๆ รอบตัว เขาก็รีบดึงกางเกงกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบถูกใครมามุงดูหรอกนะ!

จากนั้นก็คว้าสมุดฉีกลงมือเขียนด้วยความโกรธจัด ปลายปากกาแทบจะทะลุกระดาษ แล้วชูขึ้นตรงหน้าอวี๋ซือซือ

[เธอกำลังทำอะไร!!!]

[จบตอน]

จบบทที่ แกล้งใบ้มา 18 ปี 010 ในเกมจีบสาวก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว