- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นมหาเศรษฐีอเมริกัน
- บทที่ 1650 จริงๆ แล้วนายถูกหลอกแล้วล่ะ
บทที่ 1650 จริงๆ แล้วนายถูกหลอกแล้วล่ะ
บทที่ 1650 จริงๆ แล้วนายถูกหลอกแล้วล่ะ
บทที่ 1650 จริงๆ แล้วนายถูกหลอกแล้วล่ะ
หากพูดถึงเรื่องพละกำลัง หากทุกคนเล่นเกมสร้างกองทัพขึ้นมาล่ะก็ เรื่องนี้ไม่มีทางเลือกอื่น พ่ออินทรี (สหรัฐฯ) คือซูเปอร์บอสเพียงหนึ่งเดียวและไม่มีใครเทียบได้
ความเป็นหนึ่งเดียวเช่นนี้ย่อมเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ดังนั้นพระเจ้าจึงได้ส่งพวกหมีขาว (โซเวียต) มาให้พวกเขา แกอย่าได้ดูแคลนพวกหมีขาวที่ถูกป้ายสีจนดูแย่ไปเลย ตลอดช่วงเวลาหลายสิบปีภายใต้โครงสร้างโลกแบบขั้วอำนาจคู่นั้น ความเป็นจริงแล้วมันได้ช่วยยับยั้งการครองอำนาจเบ็ดเสร็จของพ่ออินทรีเอาไว้
การเข้าปะทะกันตรงๆ ย่อมทำไม่ได้ ความโหดร้ายของสงครามเวียดนามได้สอนความจริงข้อหนึ่งให้พวกเขารู้ว่า ในยุคของอาวุธยุทโธปกรณ์ร้อนแรง ช่องว่างของแต่ละฝ่ายนั้นมีจำกัดมาก ตราบใดที่แกไม่ใช้อาวุธทำลายล้างสูง ผลแพ้ชนะนั้นก็ยังถือว่าออกได้ทั้งสองหน้า
เมื่อเป็น "พี่ใหญ่จอมโวยวาย" ไม่ได้ ก็จำเป็นต้องหาเส้นทางอื่น หากไม่นับเรื่องระบอบประชาธิปไตยอะไรนั่นที่เป็นต้นกำเนิดของประภาคารแห่งเสรีภาพแล้ว โดยส่วนตัวฉันคิดว่า ตราบใดที่เป็นสิ่งที่พวกแกสร้างขึ้นมาเองในบ้าน จะดีหรือร้ายมันก็ไม่สำคัญหรอก แม้จะเป็นตัวเลือกที่แย่ แต่มันก็ยังดีกว่าการไม่มีตัวเลือกเลย
แต่ถ้าไอ้ระบอบนี้มันเป็นของนำเข้าจากพ่ออินทรีล่ะก็ แกต้องระวังให้จงหนัก ในเอเชียประเทศที่รับเข้ามาใช้อย่างเบ็ดเสร็จที่สุดคือฟิลิปปินส์ พี่แกเล่นลอกมาเกือบทั้งหมด คงจะเปลี่ยนแค่ชื่อประเทศเท่านั้นแหละ
ผลลัพธ์ที่ได้ดูจะไม่ค่อยดีนัก แน่นอนว่าถ้าแกคิดว่าการเป็นส่งออกแรงงานแม่บ้านเป็นเรื่องที่ดี ฉันก็คงไม่มีอะไรจะพูด สมัยก่อนพวกญี่ปุ่นส่งออกผู้หญิงก็เพื่อสร้างกองทัพ แต่ถ้าแกเอาเรื่องนี้มาทำเป็นธุรกิจการค้าปกติล่ะก็ มันไม่ได้เด็ดขาด เพราะนี่เป็นเรื่องที่ทำให้เรือล่มได้ง่ายมาก
อันที่จริง พ่ออินทรียังมีอาวุธชนิดที่สามอยู่ ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถฆ่าคนได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ใช่แล้ว... นั่นคือ "วัฒนธรรม" ตั้งแต่ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ดนตรี การเต้นรำ ไปจนถึงนิสัยการกินการอยู่ ต้องยอมรับเลยว่ามันไม่มีอะไรที่สามารถขัดขวางได้เลย ในสายตาของ บิน ลาดิน สิ่งเหล่านี้คืออสูรร้ายที่น่ากลัว เพราะเมื่อมันแพร่กระจายไปทั่ว ความเชื่อและค่านิยมของ บิน ลาดิน ก็จะพังทลายลง ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะมองมุมไหน การใส่ชุดคลุมยาวเต้นดิสโก้มันก็ดูขัดหูขัดตาอยู่ดี
หลังจากขับไล่พวกหมีขาวออกไปได้ด้วยความช่วยเหลือของพ่ออินทรี บิน ลาดิน และพรรคพวกก็ต้องตกตะลึง เพราะพวกเขาพบว่า การเข่นฆ่าของพวกหมีขาวทำลายพวกเขาไม่ได้ แต่ "วิถีชีวิต" แบบพ่ออินทรีกลับทำได้
ไม่เชื่ออย่างนั้นเหรอ?
ในกลุ่มคนที่มีความเชื่อเดียวกัน มีบ้านไหนบ้างที่สั่งห้ามวิทยุและโทรทัศน์? ไม่มีเลยสักบ้าน เพราะถ้าแกขืนทำแบบนั้น พ่ออินทรีจะรีบสวมหมวกใบใหญ่ (ยัดข้อหา) ให้แกทันที และถ้าไม่ใช่เพราะตำแหน่งที่ตั้งมันน่าอึดอัดใจเกินไปล่ะก็ พ่ออินทรีคงลงมือจัดการไปนานแล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงเหตุการณ์ 9/11 หรอก
"ไมเคิล ฉันรู้ว่านายเป็นคนทำเรื่องนั้น รีบมามอบตัวซะดีๆ" วอทเดอะฟัก... ทำไมยังมีเรื่องแบบนี้อีก? ในเสี้ยววินาทีที่ภาพบนหน้าจอโทรทัศน์หยุดนิ่ง วิลเลียม ไวท์ ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา นิมา (คำสบถ) แรงเฉื่อยของประวัติศาสตร์นี่มันช่างรุนแรงเสียจริง
เอ๊ะ... ไม่สิ ท่าทีของผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนนี่มันหมายความว่าไงกัน?
เรื่องมีโทษหรือไม่มีโทษน่ะอาจจะขึ้นอยู่กับคณะลูกขุน แต่ถ้าผู้พิพากษามีท่าทีแบบนี้ ไมเคิล แจ็กสัน ก็คงจะแย่จริงๆ แล้วล่ะ
"เสี่ยวหู นายรู้เรื่องนี้มากแค่ไหน? ทำไมฉันรู้สึกว่ามันดูขัดหูขัดตาแปลกๆ วะ?"
เสี่ยวหูชำเลืองมองหนังสือพิมพ์บนโต๊ะทำงานของเจ้านายแล้วยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจพลางกล่าวว่า "บอสครับ หมอนั่นถูกคนอื่นขุดหลุมฝังแล้วล่ะ จะว่าไปก็เหมือนคำที่ว่า 'ทำดีไม่ได้ดี' เด็กคนที่เป็นข่าวรอบนี้ เห็นว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และเพราะเคยโดนวางแผนเล่นงานมาแล้วครั้งหนึ่ง ไมเคิลเลยค่อนข้างจะระวังตัวมาก แต่ก็น่าเสียดายที่จิตใจคนมันต่ำทรามลงทุกวัน พอเด็กคนนั้นกลับไป พ่อของเขาก็มาข่มขู่เรียกเงินทันที แถมยังจ้างทนายความมาเรียบร้อยเลยด้วย"
"ชิ! ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง..."
(จบบทที่ 1650)