เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 410 - สยบอย่างง่ายดาย

บทที่ 410 - สยบอย่างง่ายดาย

บทที่ 410 - สยบอย่างง่ายดาย


บทที่ 410 - สยบอย่างง่ายดาย

สิ้นคำพูดของจางหยวน ทั่วทั้งลานประมูลก็ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ

ยอดฝีมือบางคนถึงกับคิดว่าตัวเองหูฝาดไป

ก่อนหน้านี้ตอนที่จางหยวนเอาของกองโตออกมาแลกเปลี่ยน พวกเขาเคยใช้สัมผัสเทวะสแกนดูตั้งไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่ไม่ว่าจะสแกนยังไง จางหยวนก็เป็นแค่ระดับประมุขศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น

แต่ตอนนี้จู่ๆ เขากลับมาบอกว่าตัวเองเป็นระดับครึ่งก้าววิญญาณศักดิ์สิทธิ์ นี่จะไม่ให้พวกเขาอึ้งกิมกี่ได้ยังไงกัน

ดวงตาของชายหนุ่มชุดเทาหดเกร็ง สัมผัสเทวะระดับครึ่งก้าววิญญาณศักดิ์สิทธิ์พุ่งตรงไปที่ร่างของจางหยวน

หลังจากสัมผัสได้ถึงระดับพลังของจางหยวนอย่างชัดเจน ใบหน้าที่เคยตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงทันที

"เหอะ ก็แค่ลูกไม้ถ่วงเวลา ถ้าแกเป็นครึ่งก้าววิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ข้าก็คงเป็นถึงเจ้าพิภพหรือราชันพิภพแล้วล่ะโว้ย"

จางหยวนยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับ "จะรีบร้อนไปทำไมกัน ปล่อยให้ระดับพลังมันบินไปก่อนสิ"

เขาหันไปทางชายหนุ่มชุดเทา แล้วเปิดใช้งานทักษะวิชาขอดูไพ่หน่อยเถอะ

ภาพไพ่หลายสิบใบปรากฏขึ้นเหนือหัวของชายหนุ่มชุดเทา

จางหยวนใช้ความคิดสุ่มเลือกเปิดไพ่ขึ้นมาหนึ่งใบ และปรากฏว่ามันคือไพ่คิง

"ไพ่ไม่มีปัญหา มาขัดรองเท้าให้ข้าซะดีๆ"

ตูม

กลิ่นอายพลังอันบ้าคลั่งระเบิดออกมาจากร่างของเขาอย่างรุนแรง

ห้วงมิติโดยรอบสั่นสะเทือนจนเกิดคลื่นกระเพื่อมเป็นวงแหวน ก่อนจะบิดเบี้ยวเสียรูปทรงอย่างบ้าคลั่ง

พายุแห่งพลังอันน่าสะพรึงกลัวพัดโหมกระหน่ำแผ่ขยายออกไป

ระดับพลังอันน่ากลัวที่ก้าวเข้าสู่ระดับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วครึ่งก้าว ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนในที่นั้น

ยอดฝีมือรอบข้างต่างยืนหยัดไม่อยู่ ถูกแรงกดดันจากพลังอันมหาศาลผลักให้ต้องถอยร่นไปหลายก้าว

"อะไรกัน" สีหน้าของชายหนุ่มชุดเทาเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

ราชันศักดิ์สิทธิ์คิ้วขาว บรรพชนไท่ชิง และยอดฝีมือคนอื่นๆ ก็มีสีหน้าเหลือเชื่อกันไปตามๆ กัน

"ครึ่งก้าววิญญาณศักดิ์สิทธิ์ เขาเป็นระดับครึ่งก้าววิญญาณศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ด้วย"

"มิน่าล่ะก่อนหน้านี้ถึงสามารถสลายพลังหยุดเวลาของไอ้หนุ่มนั่นได้ แถมยังทำหน้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อนมาตลอด"

"รอดแล้ว พวกเรารอดตายแล้ว"

ยอดฝีมือทุกคนล้วนรู้สึกเหมือนคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ พวกเขาดีใจกันจนเนื้อเต้น

"ไม่นึกเลยว่าในช่วงวินาทีสุดท้าย จะมีเรื่องพลิกล็อกแบบนี้เกิดขึ้น"

สีหน้าของชายหนุ่มชุดเทาเดี๋ยวซีดเดี๋ยวสลับคล้ำ

จากนั้นมันก็ทำหน้าบึ้งตึงแล้วแค่นเสียงด่า "อย่าเพิ่งดีใจกันเร็วไปนัก ถึงจะอยู่ระดับครึ่งก้าววิญญาณศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน แต่วิชาลับที่ข้าครอบครองอยู่ มันห่างชั้นเกินกว่าที่พวกราชันศักดิ์สิทธิ์หรือวิญญาณศักดิ์สิทธิ์จะจินตนาการได้"

"ต่อให้เป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของแท้มายืนอยู่ตรงหน้าข้าในตอนนี้ ก็มีแต่ต้องวิ่งหางจุกตูดหนีไปเท่านั้น"

เมื่อยอดฝีมือทุกคนได้ยินดังนั้น ประกายไฟแห่งความหวังที่เพิ่งจะลุกโชนขึ้นมาก็ถูกสาดน้ำดับมอดลงในทันที

พวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ว่าด้วยวิชาระดับเจ้าพิภพที่ชายหนุ่มชุดเทาครอบครองอยู่ ในเขตแดนรอบนอกนี้แทบจะเรียกได้ว่าไร้เทียมทานในระดับเดียวกันเลยก็ว่าได้

ก่อนหน้านี้ตอนที่มันอยู่แค่ระดับราชันศักดิ์สิทธิ์ มันก็ไล่ฆ่าพวกราชันศักดิ์สิทธิ์เป็นผักปลามาแล้ว

ตอนนี้ต้องมาเผชิญหน้ากับจางหยวนที่อยู่ระดับครึ่งก้าววิญญาณศักดิ์สิทธิ์เท่ากัน เกรงว่าคงจะเป็นการบดขยี้กันอย่างราบคาบแน่ๆ

"ทำยังไงดีล่ะ ด้วยพลังต่อสู้ที่มันแสดงออกมาเมื่อครู่ เรียกได้ว่าไร้เทียมทานกวาดล้างได้ทุกสิ่งเลยนะ"

"ไอ้เด็กนั่นขนก็ยังขึ้นไม่ครบเลย จะไปเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้ยังไง"

"ต้องโทษที่เขาประมาททำเป็นเก่ง ทำไมไม่รีบลงมือจัดการตั้งแต่แรก ปล่อยมาจนถึงตอนนี้ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว"

จางหยวนแค่นเสียงหัวเราะ "ราชันพิภพซวนซาง แกมันก็แค่ราชันพิภพขั้นสูงสุด เป็นแค่ไอ้หมาตัวหนึ่ง กล้าดีตั้งตนมาอวดเบ่งต่อหน้าข้าเชียวรึ"

"อะไรนะ" รูม่านตาของชายหนุ่มชุดเทาสั่นไหวอย่างรุนแรง มันจ้องมองจางหยวนด้วยใบหน้าตื่นตระหนกสุดขีด

"แก แกเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงรู้จักชื่อของข้าได้"

ในใจของมันเวลานี้ปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์สึนามิถาโถม

ในเมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวตนของมัน แถมยังแสดงท่าทีดูถูกเหยียดหยามขนาดนี้ เบื้องหลังจะต้องยิ่งใหญ่และน่ากลัวกว่ามันอย่างแน่นอน

หรือบางทีอาจจะเป็นคนที่ศัตรูส่งมาเพื่อตามเก็บเศษสวะที่เหลือรอดอย่างมันโดยเฉพาะก็ได้

เมื่อคิดได้ดังนั้น แผ่นหลังของราชันพิภพซวนซางก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ

เหตุการณ์พลิกผันนี้ ทำเอายอดฝีมือทุกคนในงานถึงกับใจสั่นระรัว

"จะ เจ้าพิภพงั้นรึ ยอดฝีมือลึกลับคนนี้คือผู้ยิ่งใหญ่ระดับเจ้าพิภพในอดีตจริงๆ ด้วย"

"ไอ้เด็กนั่น เอ้ย ผู้อาวุโสท่านนั้นสามารถเอ่ยสถานะของเจ้าพิภพออกมาได้ตรงเป๊ะ เกรงว่าเบื้องหลังของเขาคงจะต้องแข็งแกร่งสุดๆ แน่"

"คราวนี้พวกเรารอดตายชัวร์แล้วใช่ไหม"

จางหยวนยกมุมปากยิ้ม "เศษเดนเผ่าสวรรค์อวี้หลัว แกจะยอมจำนนโดนจับแต่โดยดี หรือจะให้ข้าเป็นคนส่งแกไปลงนรกเอง"

ราชันพิภพซวนซางใจหล่นวูบ ลอบคิดในใจว่าต้องเป็นคนที่ศัตรูส่งมาแน่ๆ

เทพธิดาเมิ่งซีเมื่อได้ยินชื่อเผ่าสวรรค์อวี้หลัว ในที่สุดนางก็เริ่มนึกอะไรออกบ้างแล้ว

"ที่แท้ก็เป็นเผ่าพันธุ์นี้นี่เอง มิน่าล่ะก่อนหน้านี้ข้าถึงรู้สึกคุ้นตานัก"

หลินรั่วเซียนที่อยู่ข้างๆ เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "พี่สาวเมิ่งซี เผ่าสวรรค์อวี้หลัวคืออะไรหรือเจ้าคะ"

เทพธิดาเมิ่งซีตอบว่า "มันคือเผ่าเทพมารที่มีชื่อเสียงเหม็นโฉ่ พวกมันจะดูดซับกิเลสตัณหาของผู้อื่นเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถใช้ประโยชน์จากอารมณ์ด้านลบขั้นสุดยอดอย่างความเคียดแค้นหรือความโกรธจัดในใจของผู้อื่น เพื่อแทรกซึมเข้าไปปรสิตและคืนชีพกลับมาได้อีกด้วย"

"อย่างเช่นชายหนุ่มชุดเทาคนนั้น เกรงว่าคงจะเป็นเพราะมีความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด ราชันพิภพซวนซางจึงสามารถเข้าไปสิงสู่อยู่ในจิตใจของเขาได้"

หลินรั่วเซียนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

การที่คนเรามีความเคียดแค้นหรือโกรธจัดถึงขีดสุด แล้วจะถูกปรสิตเข้าไปคืนชีพในร่างได้ ความสามารถแบบนี้มันชวนขนลุกเกินไปแล้ว

"แบบนี้ก็เท่ากับว่า เผ่าพันธุ์นี้ไม่สามารถถูกฆ่าให้ตายได้ง่ายๆ เลยน่ะสิเจ้าคะ"

เทพธิดาเมิ่งซีส่ายหน้าปฏิเสธ "ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เผ่าสวรรค์อวี้หลัวอาศัยพรสวรรค์แบบนี้ แอบเข้าไปปรสิตอยู่ในร่างของผู้นำระดับสูงของขุมกำลังแดนเทพจำนวนมาก จนสุดท้ายก็ไปกระตุกหนวดเสือทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนานต้องลงมือ"

"เผ่าสวรรค์อวี้หลัวทั้งเผ่าจึงต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ ถูกผู้ยิ่งใหญ่ใช้ท่าไม้ตายพิเศษกวาดล้างจนแทบจะสูญพันธุ์ เหลือแค่พวกลิ่วล้อปลายแถวที่ยังพอเอาชีวิตรอดมาได้เท่านั้น"

ถึงแม้เทพธิดาเมิ่งซีจะไม่ได้บอกรายละเอียดแน่ชัดว่าเป็นท่าไม้ตายแบบไหน แต่หลินรั่วเซียนก็พอจะเดาออกว่า คงจะคล้ายกับเผ่าเทพสงครามจักรพรรดิหวง ที่โดนคำสาปลิขิตสวรรค์อะไรทำนองนั้นแน่ๆ

เมื่อราชันพิภพซวนซางถูกแฉว่าเป็นคนของเผ่าสวรรค์อวี้หลัว จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในใจของมันก็สูญสลายไปจนหมดสิ้น

ดวงตาของมันกลอกไปมา เริ่มใช้ความคิดหาทางเอาตัวรอด

จางหยวนหัวเราะเบาๆ "ขอยืมคำพูดของแกก่อนหน้านี้มาใช้หน่อยนะ คิดจะหนีมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก"

เขาหยิบผลึกเทพออกมาหนึ่งก้อน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าขอพนันว่าปืนของแกไม่มีกระสุน เดิมพันด้วยผลึกเทพหนึ่งก้อน"

ราชันพิภพซวนซางที่กำลังกลอกตาหาทางหนี ถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

"พลังของข้า เป็นไปได้ยังไง"

พลังระดับครึ่งก้าววิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในร่างของมัน ถูกปิดผนึกเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบในชั่วพริบตา

จางหยวนกล่าว "ดูเหมือนว่าโชคจะไม่เข้าข้างแกนะ"

เขาโบกมือเบาๆ

หลินอี้ ชิงมู่จื่อ และคนอื่นๆ ก็พุ่งเข้าไปจับราชันพิภพซวนซางมัดกลับมาทันที

หางตาของราชันศักดิ์สิทธิ์คิ้วขาว ราชันศักดิ์สิทธิ์หน้าม่วง และยอดฝีมือคนอื่นๆ กระตุกยิกๆ

ยอดฝีมือระดับครึ่งก้าววิญญาณศักดิ์สิทธิ์ แถมยังเคยเป็นถึงราชันพิภพผู้ยิ่งใหญ่ กลับถูกสยบลงอย่างง่ายดายแบบนี้เนี่ยนะ

วิธีการของเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ มันช่างน่าสะพรึงกลัวจนไม่อาจประเมินได้จริงๆ

ราชันพิภพซวนซางหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ตัวสั่นเทาพลางร้องขอความเมตตา "ปล่อยข้าไปเถอะ ปล่อยข้าไป ข้ายินดีสาบานว่าจะจงรักภักดี"

จางหยวนไม่ได้สนใจฟัง เขาจัดการใช้ทักษะตกเป็นทาสโดยสมบูรณ์ บังคับให้มันกลายมาเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ในทันที

หลินอี้ขมวดคิ้วถาม "แล้วชายหนุ่มชุดเทาคนเดิมล่ะขอรับ"

จางหยวนตอบว่า "เดี๋ยวข้าค่อยหาร่างใหม่ให้ราชันพิภพซวนซาง แล้วคืนการควบคุมร่างกายให้เจ้าหนุ่มนี่ก็แล้วกัน"

เห็นได้ชัดว่าหลินอี้ยังคงแอบหวังเรื่องที่จะได้มีศิษย์น้อง ทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็เงียบไป

จางหยวนส่ายหน้าปฏิเสธ "การรับศิษย์ของข้ามันมีมาตรฐานที่เข้มงวดอยู่นะ เจ้าหนุ่มนี่เห็นได้ชัดว่าไม่ผ่านเกณฑ์ อีกอย่างข้าก็ไม่ได้มีความคิดที่จะรับศิษย์เพิ่มแล้วด้วย"

ศิษย์ของเขาทุกคนล้วนแต่มีโชคชะตาแห่งลิขิตสวรรค์คอยคุ้มครองทั้งนั้น

แต่ชายหนุ่มชุดเทาคนนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นแค่แผ่นกระดาษเปล่าๆ ย่อมไม่ผ่านเกณฑ์อย่างแน่นอน

เมื่อหลินอี้ได้ยินคำตอบนี้ เขาก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 410 - สยบอย่างง่ายดาย

คัดลอกลิงก์แล้ว