เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 147 ขอโทษสามีของเธอ

บทที่ 147 ขอโทษสามีของเธอ

บทที่ 147 ขอโทษสามีของเธอ


เหยียนเชียนอี้กำลังจมอยู่ในความเศร้า ไม่ทันระวังตัว ก็ถูกชูฮวากระโจนเข้ามากอดจนล้มลงกับพื้น

ชูฮวาจับหน้าของเธอไว้ แล้วจุ๊บซ้ายทีขวาที

“ฮือๆๆ เชียนอี้… ฉันคิดว่าเธอตายไปแล้ว… ฉันหาตัวเธอทั้งคืน กลัวแทบตายรู้ไหม… ถ้าเธอตายไป ฉันจะทำยังไง ฮือๆๆ …”

เหยียนเชียนอี้รีบเบี่ยงหน้าหลบ แต่ก็ไม่ทัน พอรู้ตัวอีกทีหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยน้ำตาและน้ำมูกของชูฮวา

“ฮือๆๆ เธอห้ามทิ้งฉันตายไปก่อนเด็ดขาด ฮือๆๆ …”

“…” เหยียนเชียนอี้สูดหายใจเข้าลึกด้วยความลำบาก “ถ้าเธอไม่รีบลุก ฉันจะถูกเธอทับตายจริงๆ”

ได้ยินดังนั้น ชูฮวาก็รีบกระโดดลุกขึ้นทันที จากนั้นก็ตรวจร่างกายเหยียนเชียนอี้ด้วยความร้อนรน

“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม มีตรงไหนเจ็บหรือเปล่า”

เหยียนเชียนอี้ปัดฝุ่นออกจากตัว ก่อนจะปรายตามองชูฮวาด้วยสายตาเย็นชา “หน้าอกฉันโดนเธอทับจนแบนไปหมดแล้ว”

“อะ…นี่…” ชูฮวาทำหน้าเหมือนสำนึกผิด รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำอะไรที่ผิดต่อตัวสามีเหยียนเชียนอี้อย่างมาก

“นักศึกษา” ลอว์เรนซ์เดินเข้ามาและแตะไหล่ของเหยียนเชียนอี้เบาๆ

เหยียนเชียนอี้หันไปมองเขา

เขายิ้มบางๆ ให้เธอ “ช่วยเพิ่มฉันเป็นเพื่อนในระบบหน่อยได้ไหม เผื่อในอนาคตเราจะได้มีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับการแพทย์กัน”

เหยียนเชียนอี้อึ้งไปเล็กน้อย

ซวี่เสี่ยวกวงรีบใช้ข้อศอกสะกิดเธอเบาๆ ก่อนกระซิบเบาๆ

“พี่สาว ยังมัวอึ้งอะไรอยู่ล่ะ นี่คือหมอประจำตัวของผู้บัญชาการใหญ่เชียวนะ! คนที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในฝ่ายการแพทย์ของกองทัพเลย!”

คนที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างพากันอิจฉา โดยเฉพาะนักศึกษาในสาขาแพทย์

อย่างเช่น หานหรูยี่ ที่ยังคงนั่งทรุดอยู่กับพื้นด้วยความตกใจ และมองเหยียนเชียนอี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ดวงตาของเธอเหมือนมีเปลวไฟแห่งความเกลียดชังลุกโชน

หรือว่าในตระกูลเหยียนจะมีสูตรลับทางการแพทย์ที่เธอไม่รู้ เธอต้องกลับไปถามพ่อกับย่าให้ละเอียด!

เหยียนเชียนอี้พยักหน้าและเปิดข้อมูลส่วนตัวของเธอ

ลอว์เรนซ์ใช้เครื่องสแกนตรวจสอบ ก่อนจะส่งคำขอเป็นเพื่อนไปให้ “งั้นฉันขอตัวพาคนนี้กลับไปก่อน มีเวลาแล้วค่อยติดต่อกัน”

หลังจากพูดจบ ลอว์เรนซ์พยักหน้าให้ลูกทีม สองแพทย์ทหารจึงยกผู้รอดชีวิตที่วางอยู่บนเปลหามออกไป

เมื่อลอว์เรนซ์จากไป ชูฮวาก็ถามว่า “เชียนอี้ เมื่อคืนพวกเธอไปที่ไหนกันมา”

“เราไปเก็บของบางอย่างในถ้ำ ตอนจะกลับมาก็ไม่เจอพวกเธอแล้ว เลยออกตามหาพวกเธอเหมือนกัน”

“เก็บอะไรมา” ชูฮวามองเป้สะพายหลังของเหยียนเชียนอี้ที่พองแน่นด้วยความสงสัย

แม้แต่เป้ของซวี่เสี่ยวกวงก็แน่นจนดูออก

ซวี่เสี่ยวกวงรีบกอดเป้ไว้แน่นแล้วลูบเบาๆ “พี่บอกว่านี่คือของล้ำค่า”

“แล้วหยุนมู่ล่ะ” เหยียนเชียนอี้ถาม

ชูฮวาพึ่งนึกขึ้นได้ รีบมองหาตัวหยุนมู่

หยุนมู่ยังคงยืนอยู่ตรงจุดเดิม สายตาเหม่อลอยไปที่ร่างไร้วิญญาณของนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่นอนอยู่บนพื้น

นักศึกษาหลายคนล้อมร่างนั้นไว้ พร้อมพูดคุยกันไปต่างๆ นานา พยายามเดาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ตายกับท่านผู้บัญชาการ

“เมื่อกี้ตอนที่ท่านผู้บัญชาการเห็นเธอตาย ท่านดูเหมือนอารมณ์หลุดไปเลย หรือว่าท่านรู้จักเธอ”

“ไม่รู้สิ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยได้ยินว่าเธอมีความสัมพันธ์อะไรกับท่านผู้บัญชาการ”

“น่าสงสารจัง…”

“บางทีท่านอาจจะแค่รู้สึกเสียใจแทนเธอก็ได้ ตอนอยู่ที่ฐานฝึก ท่านยังลงมาสืบเรื่องของเหยียนเชียนอี้ด้วยตัวเองเลย”

“ท่านผู้บัญชาการของพวกเราช่างเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

“ใช่ เขาเก่งมากเลย”

“เมื่อกี้ฉันเห็นเขามาคนเดียว นึกว่าเราต้องจบเห่แน่ๆ แต่ไม่คิดเลยว่าเขาคนเดียวจะจัดการศัตรูทั้งหมดได้ง่ายดายขนาดนี้”

“พลังจิตของเขาแข็งแกร่งมาก! ตอนที่ฉันรู้สึกถึงแรงกดดันจากพลังจิตเมื่อกี้ แทบจะหายใจไม่ออกเลย แถมยังมีความสามารถพิเศษที่เหมือนจะควบคุมทุกอย่างได้อีก!”

เหยียนเชียนอี้เดินเข้าไปด้วยความสงสัย

เธอมองไปที่ศพของนักศึกษาหญิงคนนั้นอย่างครุ่นคิด

วันนี้ท่านผู้บัญชาการดูเหมือนจะอารมณ์หลุดจริงๆ

ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของสหพันธรัฐ เขาคงรู้ดีว่าควรต้องปล่อยให้มีผู้รอดชีวิตไว้หนึ่งคนเพื่อสอบสวนและตามหาผู้อยู่เบื้องหลัง

แต่เมื่อกี้เขาเหมือนจะตั้งใจฆ่าทุกคนให้หมด ถ้าเธอไม่มาเบรกไว้ทัน ศัตรูคนนั้นคงไม่มีแม้แต่โอกาสกินยาพิษ

และเธอเกือบจะถูกเขาเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรูซะแล้ว

แต่ถ้าผู้บัญชาการมีความสัมพันธ์กับผู้ตายจริง ทำไมเขาถึงไม่แม้แต่จะมองศพเธอเลย และเดินจากไปโดยทิ้งหน้าที่ให้ทีมแพทย์ดูแลแทน

ทีมแพทย์คลุมร่างของผู้ตายด้วยผ้าขาวก่อนจะยกศพออกไป

“เชียนอี้ เมื่อกี้ฉันดูหน้าเธอไม่ชัด คิดว่าเป็นเธอซะอีก” ชูฮวาพูดด้วยความเศร้า มองตามศพที่ถูกยกออกไป

ผู้ตายมีรูปร่างและทรงผมคล้ายกับเหยียนเชียนอี้ อีกทั้งยังสวมชุดลายพรางเหมือนกัน

แม้ว่าเธอจะรู้สึกโล่งใจที่คนตายไม่ใช่เหยียนเชียนอี้ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเศร้าเสียใจแทนเพื่อนนักศึกษาที่จากไป

ทันใดนั้น เหยียนเชียนอี้รู้สึกเหมือนเท้าเหยียบอะไรบางอย่าง

เมื่อเธอถอยเท้าออกและก้มลงมอง ก็ต้องตกใจอย่างแรง

ขวดเล็กๆ ที่ทำจากเซรามิกเหมือนกับที่เธอเคยใช้บรรจุยาที่เตรียมไว้ให้มู่หยุ่นเลี่ย!

เธอรีบหยิบขวดนั้นขึ้นมาอย่างร้อนรน และเพื่อยืนยันสิ่งที่เธอคิด เธอเปิดฝาขวด เทยาออกมาดมกลิ่น

ใช่แน่ ๆ!

นี่คือยาของมู่หยุ่นเลี่ย!

เขาเคยมาที่นี่!

ทันใดนั้น ความรู้สึกไม่สบายใจก็พุ่งขึ้นมาในใจ เธอเงยหน้ามองรอบๆ ด้วยความกระวนกระวาย

มู่หยุ่นเลี่ยมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

เขาไม่ใช่นักศึกษาของโรงเรียนการทหาร และด้วยสภาพร่างกายที่มีพิษตกค้างในตัว เขาก็ไม่มีทางสมัครเข้ากองทัพได้

หรือว่า…

เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อการร้ายพวกนั้น

“เชียนอี้ เธอเก็บอะไรมาเหรอ” ชูฮวาถามด้วยความสงสัย

เหยียนเชียนอี้ทำเหมือนไม่ได้ยิน สีหน้าของเธอดูกระวนกระวายก่อนจะรีบลุกขึ้นและเดินไปหากลุ่มศพของผู้ก่อการร้ายอย่างรวดเร็ว

ในตอนนั้น ทหารกำลังจัดการรวบรวมศพของผู้ก่อการร้ายไว้ด้วยกัน

ศพที่จัดเรียงอยู่บนพื้นถูกวางไว้อย่างเป็นระเบียบ และผ้าดำที่คลุมใบหน้าก็ถูกเปิดออกหมดแล้ว

เหยียนเชียนอี้กวาดสายตามองดูใบหน้าของพวกเขาทีละคน ในใจภาวนา มู่หยุ่นเลี่ย ได้โปรดอย่าให้ฉันเห็นนายอยู่ที่นี่เลย

เมื่อมองครบทุกศพในแถวแล้ว เธอไม่เห็นมู่หยุ่นเลี่ย เธอจึงเริ่มคลายความกังวลลงเล็กน้อย แต่เธอยังไม่วางใจ และรีบไปตรวจดูศพที่ยังไม่ได้ถูกยกมา

ชูฮวามองดูแผ่นหลังของเธอที่เต็มไปด้วยความร้อนรนด้วยความสับสน “เชียนอี้เป็นอะไรไป กำลังหาคนอยู่เหรอ”

ซวี่เสี่ยวกวงเกาหัวอย่างงุนงง “ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยเห็นพี่สาวฉันร้อนรนขนาดนี้มาก่อนเลย”

เหยียนเชียนอี้เดินตรวจดูจนทั่ว แต่ไม่พบใบหน้าของมู่หยุ่นเลี่ยในกลุ่มศพของผู้ก่อการร้าย ความรู้สึกหนักอึ้งในใจเธอจึงเริ่มเบาบางลง

แต่ขวดยาของมู่หยุ่นเลี่ยมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงล่ะ

เธอยังรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย จึงกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาเขาผ่านระบบสื่อสารเสียง

ขณะนั้น มู่หยุ่นเลี่ยนั่งอยู่ในรถระหว่างทางกลับ เขาถอดหน้ากากออกแล้ว

เผ่ยหยวนเซวียนกำลังขับรถอยู่ ภายในรถมีเพียงพวกเขาสองคน

มู่หยุ่นเลี่ยเป็นคนที่ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ดังนั้นเผ่ยหยวนเซวียนจึงเป็นทั้งผู้ช่วยและคนขับรถส่วนตัวของเขา

“ท่านครับ ใบหน้าของท่านดูซีดมากเลย เมื่อกี้ท่านใช้พลังจิตหรือเปล่าครับ” เผ่ยหยวนเซวียนมองเขาผ่านกระจกมองหลัง

ในตอนนี้ มู่หยุ่นเลี่ยรู้สึกไม่สบายตัวจริงๆ

เขาเปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมพัดเข้ามา แต่ความรู้สึกอึดอัดกลับไม่ได้ลดลง

เขาเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าชุดเครื่องแบบเพื่อหายา แต่กลับพบว่ามันหายไป!

รอบนี้เหมือนจะทำหายจริงๆ แล้ว!

ทันใดนั้น สายตาของเขาเหลือบไปเห็นสัญญาณไฟบนอุปกรณ์สื่อสารติดข้อมือ มันเป็นสายของเหยียนเชียนอี้ที่โทรเข้ามาแบบเสียง...

จบบทที่ บทที่ 147 ขอโทษสามีของเธอ

คัดลอกลิงก์แล้ว