เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 490 - การสืบทอด

บทที่ 490 - การสืบทอด

บทที่ 490 - การสืบทอด


ทั้งสองคนถูกแรงกดดันมหาจักรพรรดิกดทับจนร่างกายบิดเบี้ยว ผิวหนังปริแตกทุกตารางนิ้ว

ในตอนที่กำลังจะทนไม่ไหวอยู่นั้นเอง

วูบ

พลังมิติอันเข้มข้นสายหนึ่งก็ห่อหุ้มตัวพวกเขาเอาไว้ในพริบตา มันบังคับส่งตัวพวกเขาไปตกที่ลานกว้างด้านหลัง

มู่หยวนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

เห็นเพียงว่ามีคนอีกหลายคนเดินเข้ามาจากนอกเขตหวงห้าม

ผู้นำคือชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีน้ำตาล กลิ่นอายดุดันแข็งกร้าว ระดับการฝึกตนลึกล้ำสุดหยั่งคาด

ชายร่างยักษ์ที่กำลังต่อสู้อยู่กับจวินอู๋เซี่ยนเห็นดังนั้นก็รีบถอยกลับมาทันที

"ชิงม่อ หนานซู" ชายร่างยักษ์มองดูทั้งสองคนที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมด้วยความตกตะลึง

"เจ้านี่น่ะหรือที่ถือครองอาวุธจักรพรรดิอยู่"

"เหอะ คิดไม่ถึงเลยว่าตระกูลมหาจักรพรรดิที่ตกต่ำเช่นนี้ จะยังมีอาวุธจักรพรรดิซุกซ่อนอยู่อีก ชวนให้ประหลาดใจจริงๆ" หนุ่มสาวหลายคนที่เดินตามชายวัยกลางคนเข้ามาจ้องมองมู่หยวนและพวกด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

"คนข้างนอกล่ะ" จวินอู๋เซี่ยนเอ่ยถามเสียงเย็น

"กำลังอบอุ่นร่างกายอยู่กับลูกศิษย์ของข้าน่ะ" ชายวัยกลางคนเอามือไพล่หลัง เขาพิจารณาจวินอู๋เซี่ยนอย่างละเอียด ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า "กลิ่นอายนี้ ... เจ้ายังมีอัฐิจักรพรรดิด้วยหรือ ดีเยี่ยม ดีเยี่ยมจริงๆ"

"อะไรนะ อัฐิจักรพรรดิหรือ"

"ได้ยินมาว่าการหลอมรวมอัฐิจักรพรรดิ สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายและพละกำลังได้อย่างมหาศาล นี่มันของวิเศษที่ไม่ด้อยไปกว่าอาวุธจักรพรรดิเลยนะ"

ทุกคนต่างพากันตื่นเต้นขึ้นมา

ชายวัยกลางคนประเมินมู่หยวนกับจวินอู๋เซี่ยนครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงเบา "พวกเจ้า ไปถ่วงเวลาเจ้านั่นเอาไว้ ส่วนผู้ถือครองอัฐิจักรพรรดิคนนี้ อาจารย์จะจัดการเอง"

"ขอรับ" ทุกคนพยักหน้า

ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นคว้าจับจวินอู๋เซี่ยนผ่านความว่างเปล่าทันที

จวินอู๋เซี่ยนขี้เกียจพูดพร่ำทำเพลง เขาแค่นเสียงเย็นและชักกระบี่ขึ้นสู้

ทว่าในตอนที่เขากำลังจะพุ่งเข้าไปหาชายวัยกลางคน พลังมิติอันแปลกประหลาดสายหนึ่งก็โอบล้อมตัวเขาเอาไว้อย่างฉับพลัน

วินาทีต่อมา จวินอู๋เซี่ยนกับชายวัยกลางคนก็หายวับไปจากตรงนั้นพร้อมกัน

ไร้ร่องรอย ไร้กลิ่นอาย

ราวกับถูกลบหายไปจากฟ้าดินผืนนี้

"อู๋เซี่ยน" จวินซ่างหลงหน้าถอดสี

มู่หยวนเองก็ชะงักไป ทว่าในเวลาไม่นานเขาก็เข้าใจบางอย่างได้ สายตาของเขาจดจ้องไปยังบริเวณที่ทั้งสองคนหายตัวไป

"เป็นพลังเทวะปิดกั้น"

"พลังเทวะปิดกั้นหรือ"

"ใช่แล้ว จวินอู๋เซี่ยนถูกคนผู้นั้นดึงเข้าไปในมิติพิเศษที่ปิดตาย คนนอกไม่อาจยื่นมือเข้าไปแทรกแซงได้ ดูท่า ... เขาคงตั้งใจจะลงมือขุดเอาอัฐิจักรพรรดิของจวินอู๋เซี่ยนออกมาก่อน แล้วค่อยมาแย่งชิงอาวุธจักรพรรดิของข้า" มู่หยวนเอ่ยเสียงเรียบ

คนตระกูลจวินหลายคนหน้าเปลี่ยนสีอย่างรุนแรง

"คิดไม่ถึงเลยว่าปรมาจารย์ยุทธ์ขีดสุดอย่างเจ้า จะมีความรู้กว้างขวางถึงเพียงนี้ ใช่แล้วล่ะ ไอ้หมอนั่นถูกท่านอาจารย์ดึงเข้าไปในมิติปิดตายแล้ว เชื่อเถอะว่าอีกไม่นาน ท่านอาจารย์ก็จะหิ้วหัวของมันออกมา" ชายร่างยักษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ "ทว่าแทนที่จะไปห่วงใยผู้อื่น สู้มาห่วงสถานการณ์ของตัวเองตอนนี้ก่อนดีกว่าไหม"

พูดจบเขาก็สะบัดมือวงกว้าง

หนุ่มสาวที่อยู่ด้านหลังพุ่งเข้ามาล้อมรอบตัวมู่หยวนเอาไว้โดยมีเขาเป็นศูนย์กลางทันที

ปราณวิญญาณไหลทะลักออกมาเชื่อมโยงถึงกัน

เพียงไม่นาน พวกเขาก็สร้างค่ายกลพลังวิญญาณขึ้นมาได้สำเร็จ

โฮก

แสงสว่างไหลเวียนภายในค่ายกล มันควบแน่นกลายเป็นเงาร่างของสัตว์ร้ายประหลาดนับไม่ถ้วนที่กำลังกางกรงเล็บและแยกเขี้ยวพุ่งเข้าใส่มู่หยวน

มู่หยวนแค่นเสียงเย็น เขาชักกระบี่มังกรจักรพรรดิออกมาทันที ร่างกายเนื้อเข้าปะทะกับสัตว์ร้ายพลังวิญญาณเหล่านี้ตรงๆ และพุ่งเข้าเข่นฆ่าผู้ฝึกตนวิถีวิญญาณรอบด้าน

ภายใต้การกระตุ้นเกราะจักรพรรดิ ผู้ฝึกตนวิถีวิญญาณเหล่านี้ไม่อาจทะลวงการป้องกันของเขาได้เลยแม้แต่น้อย

สถานการณ์วุ่นวายไปหมด

"ท่านผู้นำตระกูล รีบหนีเถอะขอรับ" จวินม่อถานดึงแขนจวินซ่างหลงที่เต็มไปด้วยความกังวลพลางร้อนรนร้องบอก

ทะเลวิญญาณของพวกเขาถูกทำลายไปแล้ว ในสายตาของคนเหล่านี้พวกเขาจึงไร้ซึ่งภัยคุกคามใดๆ และไม่เป็นที่สนใจมาตั้งแต่แรก

"หนีหรือ" จวินซ่างหลงชะงักไปก่อนจะรีบเอ่ย "ไม่ พวกเราจะหนีไม่ได้ ... หากพวกเราหนีไป แล้วอู๋เซี่ยนจะทำอย่างไร"

"ท่านผู้นำตระกูล พวกเราสูญเสียการฝึกตนในทะเลวิญญาณไปแล้ว ต่อให้อยู่ที่นี่ต่อไปก็ช่วยเหลืออะไรอู๋เซี่ยนไม่ได้หรอกนะขอรับ" จวินม่อถานรีบเกลี้ยกล่อม

"ไม่ พวกเรายังมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยอู๋เซี่ยนได้" จวินซ่างหลงจ้องมองไปยังบริเวณที่จวินอู๋เซี่ยนหายตัวไปเขม็ง จากนั้นก็เอ่ยเสียงแหบพร่า "พวกเจ้า ... รีบไปเถอะ ข้าจะอยู่เอง"

จวินม่อถาน จวินปู้อวี่ และคนอื่นๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ไม่นานพวกเขาก็เข้าใจตรงกันและก้าวไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ

"หนีหรือ พวกเราจะยังหนีไปไหนได้อีก อู๋เซี่ยนคือความหวังสุดท้ายของตระกูลจวินเรา หากทอดทิ้งเขาไปเช่นนี้ ขืนตกลงไปปรโลกจริงๆ พวกเราก็ไม่มีหน้าไปพบกับบรรพชนตระกูลจวินหรอก"

"ท่านผู้นำตระกูล ความจริงพวกเราก็รู้วิธีนั้นมาตั้งนานแล้ว ทว่า ... ท่านตัดสินใจดีแล้วใช่หรือไม่"

"ไม่มีอะไรให้ต้องลังเลแล้ว ที่ฝืนมีชีวิตรอดมา ก็ไม่ใช่เพื่อช่วงเวลาเช่นนี้หรอกหรือ"

น้ำเสียงลุกลนของพวกเขากลับกลายเป็นผ่อนคลายลงอย่างกะทันหัน

ราวกับว่าความหวาดกลัวตั้งแต่แรกเริ่ม ล้วนมาจากความกังวลของพวกเขา ไม่ใช่มาจากก้นบึ้งของหัวใจ ...

ปัง

มู่หยวนตวัดกระบี่ทำลายค่ายกลพลังวิญญาณใต้เท้า จากนั้นก็ปลดปล่อยแรงกดดันมหาจักรพรรดิกวาดม้วนออกไปรอบทิศ

"อย่าเข้าไปปะทะตรงๆ" ชายร่างสูงใหญ่รีบตะโกนสั่งการ

เห็นเพียงว่าร่างกายของหนุ่มสาวเหล่านี้ถูกโอบล้อมไปด้วยกลิ่นอายมิติอันหนาแน่น จากนั้นพวกเขาก็พากันกระพริบตัวเคลื่อนย้ายมิติไปรอบๆ ตัวมู่หยวนดุจภูตผี

เมื่อแรงกดดันมหาจักรพรรดิทอดตัวลงมา พวกเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว ไม่อาจจับทิศทางได้เลย

"ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีใดในการควบคุมอาวุธจักรพรรดิ แต่พึ่งพาแค่ระดับการฝึกตนขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ขีดสุดของเจ้า ไม่มีทางเปล่งอานุภาพที่แท้จริงของอาวุธจักรพรรดิออกมาได้หรอก คิดจะใช้มันมาฆ่าพวกเรางั้นหรือ ฝันไปเถอะ" ชายคนหนึ่งแค่นเสียงเยาะเย้ย จู่ๆ เขาก็แยกร่างออกมานับสิบสายและพุ่งเข้าล้อมมู่หยวนเอาไว้

ร่างแยกเหล่านั้นชักดาบที่สั่นระริกไปด้วยสายฟ้าออกมาฟันเข้าใส่อย่างโหดเหี้ยม สายฟ้าที่เต้นระบำอยู่ราวกับมังกรสายฟ้าที่กำลังคำราม

ดวงตาของมู่หยวนแข็งกร้าว เขากระทืบเท้าลงกับพื้นอย่างกะทันหัน

วิ้ง

พลังแห่งกฎเกณฑ์กาลเวลาแผ่ซ่านออกไป

การเคลื่อนไหวของชายคนนั้นรวมถึงร่างแยกของเขากลายเป็นเชื่องช้าลงในทันที

"อะไรนะ" ทุกคนตกตะลึง

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะตอบสนอง มู่หยวนก็ตวัดกระบี่ฟันออกไปรอบทิศทางแล้ว

หึ่ง

กระบี่มังกรจักรพรรดิปลดปล่อยปราณกระบี่ดุจระลอกคลื่นตัดขวางออกไปรอบด้าน

ความว่างเปล่าโดยรอบรวมถึงชายคนนั้นและร่างแยกของเขา ถูกผ่าออกเป็นสองซีก สิ้นใจตายคาที่

"พลังแห่งกฎเกณฑ์ ... กาลเวลางั้นหรือ"

"เป็นไปได้อย่างไร ปรมาจารย์ยุทธ์ขีดสุดตัวจ้อย จะกุมกฎเกณฑ์อันฝืนลิขิตสวรรค์เช่นนี้ได้อย่างไร"

ต้องรู้ไว้ว่าพลังแห่งกฎเกณฑ์กาลเวลาคือหนึ่งในสามกฎเกณฑ์แห่งเหตุและผลที่ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่จะหายากจนไม่อาจแสวงหาได้ แต่ที่สำคัญคือมันมีความลึกล้ำอย่างถึงที่สุด มีผู้คนมากมายที่แม้จะได้พบเจอ แต่ชั่วชีวิตก็ยังไม่อาจหยั่งรู้ได้

นี่ไม่ใช่กฎเกณฑ์ที่คนธรรมดาจะสามารถกุมเอาไว้ได้เลย

"หรือว่าไอ้หมอนี่ ... จะเป็นอัจฉริยะสะเทือนโลก" ชายร่างกำยำร้องเสียงหลง

ฟุ่บ

มู่หยวนพุ่งทะยานเข้ามา

เขาพกพาพลังแห่งกฎเกณฑ์กาลเวลาที่ราวกับเป็นเขตแดนเข้าประชิดตัวในชั่วพริบตา

"รีบแยกย้าย" ชายร่างกำยำตวาดลั่น เขารีบถอยหนีทันที

ทว่ามีสองคนที่หลบไม่ทัน ถูกพลังแห่งกฎเกณฑ์กาลเวลาครอบคลุมเอาไว้

พวกเขายังคิดจะอาศัยพลังมิติในการเคลื่อนย้ายหลบหนีระยะสั้น ทว่าภายใต้พลังแห่งกฎเกณฑ์กาลเวลา การไหลเวียนของมิติกลับถูกบังคับให้เชื่องช้าลง การเคลื่อนย้ายมิติจึงเกิดความล่าช้าไปถึงหนึ่งหรือสองลมหายใจ

"แย่แล้ว" ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองมู่หยวนที่เข้ามาใกล้ด้วยความหวาดกลัว

ตูม

แรงกดดันมหาจักรพรรดิทอดตัวลงมาอย่างกะทันหัน สะกดข่มพวกเขาเอาไว้กับที่

จากนั้นกระบี่มังกรจักรพรรดิก็ราวกับเคียวของยมทูต ฟันศีรษะของทั้งสองคนขาดกระเด็น

ทุกอย่างช่างลื่นไหลและทำให้ผู้คนแทบหยุดหายใจ

"ไม่ถูกต้อง ... ไม่ถูกต้อง การใช้งานอาวุธจักรพรรดิอย่างเชี่ยวชาญ ทั้งยังกุมพลังแห่งกฎเกณฑ์กาลเวลา ผนวกกับกระบี่เล่มนั้นอีก ... เขา ... เขาไม่มีทางเป็นแค่ปรมาจารย์ยุทธ์ขีดสุดแน่" ในที่สุดก็มีคนตระหนักถึงความผิดปกติได้และกรีดร้องออกมา

"หนี" ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมา

"หนีไม่ได้ พวกเราแค่ต้องถ่วงเวลาเขาเอาไว้ รอให้ท่านอาจารย์ชิงอัฐิจักรพรรดิมาได้ ก็สามารถจัดการเจ้านี่ได้แล้ว" ชายร่างกำยำคำรามลั่น

ทว่าเขาเพิ่งพูดจบ มู่หยวนที่อยู่เบื้องหน้าก็พุ่งตัวแวบเดียวและเคลื่อนย้ายมิติมาปรากฏอยู่ข้างกายเขาทันที

ชายร่างกำยำหายใจสะดุด ยังไม่ทันได้ตั้งสติ พลังแห่งกฎเกณฑ์กาลเวลาก็กลืนกินเขาเข้าไปแล้ว ตามมาด้วยความคมกริบของกระบี่มังกรจักรพรรดิ

ฉัวะ

ชายร่างกำยำตายตก

คนที่เหลือถูกข่มขวัญจนขวัญหนีดีฝ่อ พวกเขาต่างวิ่งหนีออกไปนอกเขตหวงห้ามอย่างบ้าคลั่ง

เดิมทีพวกเขาคิดว่าอาวุธจักรพรรดิอยู่ในมือของตระกูลจวิน และตระกูลจวินก็ไม่มีใครสามารถเปล่งอานุภาพที่แท้จริงของอาวุธจักรพรรดิออกมาได้ จึงได้ย่ามใจ ทว่าไม่เคยคิดเลยว่าจะปรากฏตัวตนอันแปลกประหลาดและน่าสะพรึงกลัวเช่นมู่หยวนขึ้นมา

โฮก

ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงคำรามดังกึกก้องมาจากทางเข้าเขตหวงห้าม

เห็นเพียงว่าสุนัขยักษ์เพลิงที่มีร่างกายใหญ่โตดุจภูเขาย่อมๆ พุ่งพรวดเข้ามา มันขวางทางเข้าเอาไว้มิดชิด

มันไม่พูดพร่ำทำเพลง อ้าปากกว้างกลืนคนที่วิ่งหนีเร็วที่สุดเข้าไปเคี้ยวอย่างตะกละตะกลาม จากนั้นก็พุ่งเข้าขย้ำคนที่เหลืออย่างดุร้าย

ผ่านไปไม่นาน ภายใต้การร่วมมือของสุนัขยักษ์เพลิง แขกที่ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น

"ไม่เป็นไรใช่ไหม" สุนัขยักษ์เพลิงหอบหายใจพลางเอ่ยถามมู่หยวน

"ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ข้างนอกสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง" มู่หยวนถาม

"มารดามันเถอะ มีไอ้พวกสวะโผล่มาลอบโจมตีข้า มิเช่นนั้นพวกมันไม่มีทางเข้ามาที่นี่ได้หรอก" สุนัขยักษ์เพลิงสบถอย่างหัวเสีย "แต่ไม่ต้องห่วง ไอ้พวกข้างนอกนั่นข้ากินเรียบหมดแล้ว"

มู่หยวนพยักหน้าเบาๆ เขาหันไปมองด้านข้าง

เมื่อเห็นคนหลายคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะเงียบไป

วิ้ง

มิติถูกฉีกออก

เงาร่างสองสายพุ่งพรวดออกมา

พวกเขาคือจวินอู๋เซี่ยนและชายวัยกลางคนก่อนหน้านี้นี่เอง

ทว่าในเวลานี้ชายวัยกลางคนกลับอาบชุ่มไปด้วยเลือด เนื้อตัวปริแตกและดูน่าสมเพชยิ่งนัก

ในขณะที่จวินอู๋เซี่ยนนั้นมีผิวพรรณราวกับหยก เปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ระยิบระยับ กลิ่นอายเฉพาะตัวของอัฐิจักรพรรดิถูกปลดปล่อยออกมาโดยสมบูรณ์

"การหลอมรวมภายในเสร็จสิ้นแล้วหรือ" สุนัขยักษ์เพลิงร้องเสียงหลง

จวินอู๋เซี่ยนได้ยินดังนั้นก็ราวกับเพิ่งจะรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายเนื้อตนเอง

เขายกสองมือขึ้นมาดูและสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เขารีบหันขวับกลับไป

ถึงได้พบว่าบริเวณมุมหนึ่งของเขตหวงห้าม มีร่างห้าร่างที่ไร้ซึ่งลมหายใจโดยสมบูรณ์นั่งขัดสมาธิอยู่

ห้าคนนั้นก็คือจวินซ่างหลง จวินม่อถาน จวินปู้อวี่ จวินเทียนสิง และคนอื่นๆ

ร่างกายของพวกเขาซูบผอม กลิ่นอายชีวิตแตกซ่านไปจนหมดสิ้น เลือดในร่างกายถูกสูบออกไปจนแห้งเหือด พวกเขาได้สังเวยทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่จวินอู๋เซี่ยนอย่างไร้เงื่อนไข เพื่อช่วยให้เขาสำเร็จการหลอมรวมภายในของอัฐิจักรพรรดิ

"ท่านพ่อ ... ท่านอา ท่านลุง ... " จวินอู๋เซี่ยนริมฝีปากสั่นเทา เอ่ยเรียกเสียงเบา

น่าเสียดายที่ห้าคนนี้ไม่มีทางได้ยินเสียงของเขาอีกต่อไปแล้ว

จบบทที่ บทที่ 490 - การสืบทอด

คัดลอกลิงก์แล้ว