เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 พยัคฆ์ดำกอดเสา เธอช่างกตัญญูเหลือเกิน

บทที่ 8 พยัคฆ์ดำกอดเสา เธอช่างกตัญญูเหลือเกิน

บทที่ 8 พยัคฆ์ดำกอดเสา เธอช่างกตัญญูเหลือเกิน


“มานั่งให้เรียบร้อย!”

“ไม่อย่างนั้นฉันจะให้รปภ. ลากตัวเธอออกไปเดี๋ยวนี้!”

เมื่อได้ยินดังนั้น

ฉินหยางก็รู้สึกไม่พอใจ อยากจะทำตัวแข็งกร้าวใส่สักหน่อย แต่ติดที่ว่าที่นี่เป็นบริษัทของเธอ

แต่ถึงอย่างนั้นนั่นก็ไม่ใช่นิสัยของฉินหยางอยู่แล้ว

หากไม่ใช่เพราะว่ามีหานเสี่ยวเสี่ยวรอจะลากเขาไปทำการวิจัยอยู่ที่ข้างล่างนั่น ฉินหยางคงไม่ยอมทนกับอารมณ์ร้าย ๆ ของเซียวเยว่หรอก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ยังแค่นเสียงหึออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

“เห็นแก่หน้าตาแก่แล้วหรอกนะ ผมถึงไม่ถือสาอะไร”

เมื่อเห็นฉินหยางที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าไม่ยอมคน เซียวเยว่ก็แทบอยากจะถีบเขาออกไปข้างนอกเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอนึกถึงหานเสี่ยวเสี่ยวที่รออยู่ข้างล่าง เธอจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนไว้!

แต่เธอก็ยังพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรนัก “ไม่รู้ก็อย่าพูด!”

“เธอรู้จักของโบราณดีแค่ไหนเชียว?”

“ผมไม่รู้?”

ฉินหยางที่อารมณ์เสียอยู่แล้ว พอได้ยินคำนี้ก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ เขาตวาดกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “ใครบอกว่าผมไม่รู้? ไม่เชื่อก็ลองถามตาแก่นี่ดูสิว่าผมพูดผิดตรงไหน?”

“เธอ...”

เจียงเหล่าที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินทั้งคู่ทะเลาะกัน จึงได้สติกลับมา

เมื่อครู่แม้แต่ตัวท่านเองยังดูไม่ออกเลยว่านี่เป็นผลงานของใคร

ท่านเพียงแค่มองออกว่ากล่องใบนี้เป็นของเก่าและวัสดุเป็นไม้กฤษณาหอม แต่พอได้ยินสิ่งที่ฉินหยางพูดออกมาลอย ๆ ท่านก็ถึงกับตกตะลึง ยิ่งพินิจดูก็ยิ่งรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล

ยิ่งดูก็ยิ่งตื่นเต้น

จนไม่ทันได้สังเกตว่าเกิดอะไรขึ้น

จนกระทั่งตอนนี้

เสียงของเซียวเยว่ที่ดังขึ้นมาจึงทำให้ท่านได้สติ

ถึงอย่างนั้น

ท่านก็ไม่ได้สนใจเซียวเยว่ แต่กลับถามฉินหยางด้วยความตื่นเต้นว่า “พ่อหนุ่ม เธอรู้ได้อย่างไรว่านี่เป็นผลงานของเซี่ยซื่อฟาง?”

“หึ”

“ผมไม่รู้ ผมดูไม่ออก ผมพูดมั่วไปงั้นแหละ!”

“อย่ามาถามผม”

“นี่...”

เจียงเหล่าหันไปมองเซียวเยว่ด้วยความงุนงง

เซียวเยว่เองก็รู้สึกโกรธเคืองไม่แพ้กัน

ในขณะเดียวกันความรู้สึกที่มากกว่านั้นคือความประหลาดใจ

เธอไม่นึกเลยว่า

สิ่งที่ฉินหยางพูดจะเป็นเรื่องจริง?

แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?

เขาไม่ใช่แค่คนเก็บของเก่าหรอกหรือ?

อย่างไรก็ตาม

ความประหลาดใจก็ส่วนหนึ่ง แต่ท่าทีของฉินหยางในตอนนี้ก็ทำให้เธอโกรธมาก ในฐานะประธานบริษัท แม้จะยังอายุน้อยแต่เธอก็มีความสุขุมรอบคอบไม่น้อย

แต่ไม่รู้ทำไม

ดูเหมือนความสุขุมของเซียวเยว่จะใช้ไม่ได้ผลกับฉินหยางเลย

“เจียงเหล่า ไม่ต้องไปสนใจเขาค่ะ”

“แต่ที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงหรือคะ?”

“แล้วเซี่ยซื่อฟางคนนี้คือใคร?”

เจียงเหล่ามองเซียวเยว่ที่พูดไม่ออก สลับกับฉินหยางที่มีสีหน้าไม่ยอมคน ด้วยสายตาของผู้ที่ผ่านโลกมามาก ท่านย่อมมองออกว่าระหว่างคนทั้งสองคนนี้จะต้องมีเรื่องราวอะไรบางอย่างแน่นอน

เพียงแต่

คนเราเมื่อแก่ตัวลง ก็ไม่ได้มีความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องของชาวบ้านขนาดนั้นแล้ว

ทว่าการที่คนเก็บของเก่าอย่างฉินหยางไปมีความสัมพันธ์กับประธานบริษัทอย่างเซียวเยว่ และยังมีสาวสวยที่หน้าตาไม่ด้อยกว่าเซียวเยว่อย่างหานเสี่ยวเสี่ยวรออยู่ข้างล่างนั่น ก็ทำเอาท่านตกใจไม่น้อย

มันทำให้ท่านเกิดความสงสัยในตัวตนของฉินหยางขึ้นมา

ในเมื่อเซียวเยว่ถาม ท่านจึงละเรื่องนั้นไว้ชั่วคราวแล้วยิ้มให้เซียวเยว่ “บอกตามตรง เมื่อครู่ตอนมองครั้งแรก ฉันดูออกเพียงว่านี่เป็นของเก่าจากสมัยเฉียนหลง”

“แถมวัสดุยังเป็นไม้กฤษณาหอมด้วย”

“แต่กลับดูไม่ออกว่าเป็นผลงานของเซี่ยซื่อฟาง”

“ถ้าจะพูดถึงเซี่ยซื่อฟาง เขานับเป็นปรมาจารย์ด้านการแกะสลักหยกที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในสมัยเฉียนหลง โดยเฉพาะผลงานการแกะสลักหยกที่ดูคล้ายกับแตงโมครึ่งซีกนั้น เป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิเฉียนหลงมาก”

“และถูกเก็บรักษาไว้ในสวนหมิงหยวน”

“ไม่ใช่แค่ผลงานชิ้นนี้เท่านั้น ผลงานอีกหลายชิ้นของเขาก็ถูกเก็บไว้ในสวนหมิงหยวน น่าเสียดายที่สวนหมิงหยวนถูกเผาทำลาย ของล้ำค่าหายากมากมายถูกปล้นชิงไป แต่ผลงานชิ้นที่คล้ายแตงโมครึ่งซีกนั่น ในที่สุดก็ถูกขายไปยังมหานคร”

“และถูกนักสะสมคนหนึ่งในมหานครซื้อไป”

“ส่วนผลงานชิ้นอื่น ๆ ต่อให้เป็นในตลาดก็หาได้ยากยิ่งนัก”

พูดถึงตรงนี้

เจียงเหล่าอดไม่ได้ที่จะหันไปมองฉินหยางด้วยสายตาชื่นชม “ไม่นึกเลยว่า”

“เมื่อกี้ฉันดูไม่ออก แต่กลับถูกพ่อหนุ่มคนนี้ชี้โพรงให้กระจ่างในคำเดียว”

คราวนี้

เซียวเยว่รู้สึกตกตะลึงอย่างแท้จริง

ดวงตาสวยหันไปมองฉินหยางด้วยความประหลาดใจ แต่ท่าทางที่กำลังโกรธเคืองของฉินหยางในตอนนี้ ก็ทำให้เธอรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย ที่แท้เป็นเธอที่เข้าใจเขาผิดไป แต่ความรู้สึกผิดนั้นก็หายไปในเวลาเพียงชั่วครู่

เผื่อว่าเขาแค่ดวงดีล่ะ?

ตาบอดได้ปืนน่ะสิ

อย่างไรก็ตาม การที่กล่องใบนี้มีที่มาแบบนี้ก็ทำให้เซียวเยว่รู้สึกดีใจ “ไม่นึกเลยว่า กล่องใบนี้จะเป็นของล้ำค่า?”

“แน่นอน”

“ทุกคนต่างรู้ว่าเซี่ยซื่อฟางเป็นปรมาจารย์แกะสลักหยก จึงไม่มีใครนึกถึงว่าเขาจะเล่นงานแกะสลักไม้ด้วย ตลอดหลายปีมานี้ฉันเองก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก มูลค่าของมันนับว่าประเมินไม่ได้เลยทีเดียว”

“ไม่ทราบว่าเธอซื้อมาในราคาเท่าไหร่หรือ?”

เซียวเยว่ส่ายหน้า “ไม่ได้เสียเงินซื้อเท่าไหร่ค่ะ”

“เป็นของที่เจ้าของร้านแถมมาให้ตอนที่ฉันซื้อของที่อยู่ในกล่องนี้ค่ะ”

“โอ้?”

“แถมมาให้งั้นรึ?”

คราวนี้

แม้แต่ฉินหยางที่นั่งไม่สบอารมณ์อยู่ข้าง ๆ ยังอดไม่ได้ที่จะหันสายตาไปมองเซียวเยว่ มีเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาเท่านั้น

เรื่องดี ๆ แบบนี้

ทำไมถึงไม่ตกมาถึงตัวเองบ้างนะ?

ไม่ต้องพูดถึงว่าตัวกล่องทำจากไม้กฤษณาหอม เนื้อสัมผัสค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ถ้านับค่าเฉลี่ยในตลาดก็ตกกรัมละห้าพันหยวน กล่องใบใหญ่ขนาดนี้หนักไม่ต่ำกว่าหนึ่งกิโลกรัมแน่นอน

นี่มันยิ่งกว่าทองคำเสียอีก

ยิ่งไปกว่านั้น

ยังเป็นผลงานจากมือของเซี่ยซื่อฟาง

มูลค่าของมันจึงยิ่งประเมินไม่ได้เข้าไปใหญ่

ฉินหยางจินตนาการว่า หากเขามีกล่องแบบนี้สักใบ เขาก็คงเปิดแฟรนไชส์รับซื้อของเก่าได้แล้ว เมื่อถึงตอนนั้นก็แค่จ้างคนออกไปรับซื้อของเก่าให้

แล้วตัวเองก็นั่งรอรับเงินสบาย ๆ

แค่คิดถึงวันเวลาเหล่านั้น หัวใจของฉินหยางก็พองโตมีความสุขเหลือเกิน

ทว่าจินตนาการนั้นช่างหอมหวาน แต่ความเป็นจริงกลับเจ็บปวดเสียเหลือเกิน

เปรี้ยว

เปรี้ยวยิ่งกว่ากินมะนาวเสียอีก!

อย่างไรก็ตาม เจียงเหล่ากลับสนใจสิ่งที่อยู่ในกล่องมากกว่า

ไม่รู้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าอะไรกันแน่

ถึงขั้นทำให้เจ้าของร้านยอมแถมกล่องแบบนี้มาใส่?

ท่านจึงเปิดกล่องออกอย่างระมัดระวัง

เห็นเพียงภายในกล่อง มีวัตถุที่มีลักษณะคล้ายไม้สีดำแท่งหนึ่งวางอยู่ ที่น่าประหลาดที่สุดคือ บนแท่งสีดำนี้ถูกแกะสลักเป็นรูปเสือร้ายตัวหนึ่งที่เอาหัวทิ่มลง

มันอ้าปากกว้าง

มองเห็นเขี้ยวในปากได้อย่างชัดเจน

อุ้งเท้าทั้งสองข้างของมันยิ่งแปลกประหลาด แม้จะเป็นท่าทางกำลังลงจากเขา แต่อุ้งเท้ากลับดูราวกับกำลังกอดแท่งไม้สีดำนี้ลงจากเขามาด้วย

ดูแปลกประหลาดมาก

วินาทีที่เห็นของสิ่งนี้ ดวงตาของเจียงเหล่าก็เผยความหวาดหวั่นออกมา

ท่านจึงวางกล่องลงบนโต๊ะโดยอัตโนมัติ

เมื่อเห็นเช่นนั้น

เซียวเยว่ก็มองท่านด้วยความสงสัย พลางถามอย่างไม่เข้าใจว่า “เจียงเหล่าคะ เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?”

“มีอะไรไม่ถูกต้องงั้นหรือคะ?”

ฉินหยางที่อยู่ข้าง ๆ จ้องมองเซียวเยว่อย่างอยากรู้อยากเห็นก่อนจะถามว่า “คือว่า ผมขอถามแบบเสียมารยาทหน่อยนะครับ คุณตั้งใจจะเอาของชิ้นนี้ไปมอบให้ใครเหรอ?”

เซียวเยว่ขมวดคิ้วเรียวสวย

แต่ก็ยอมอธิบาย “เดือนหน้าเป็นวันเกิดของคุณปู่ค่ะ”

“ฉันตั้งใจจะนำไปมอบให้คุณปู่ค่ะ”

“หึหึ”

ฉินหยางหัวเราะออกมา ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟา ไขว่ห้าง แล้วจ้องมองเซียวเยว่พลางกล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง งั้นผมยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ คุณเป็นคนที่ปู่เก็บมาเลี้ยง หรือว่าถูกคุณปู่ทารุณกรรมกันแน่?”

“ถึงได้เกลียดท่านขนาดนั้น?”

“แถมยังคิดจะกำจัดท่านให้ตายเลยงั้นหรือ?”

“เธอช่างกตัญญูเหลือเกิน”

“เพียะ!”

เสียงฉินหยางขาดคำ เซียวเยว่ก็โกรธจนถึงขีดสุด เธอทุบโต๊ะลุกขึ้นยืนทันที พลางตวาดใส่ฉินหยางว่า “ฉันทนเธอมานานมากแล้วนะ ตอนนี้ออกไปเดี๋ยวนี้เลย!”

“ที่นี่ไม่ต้อนรับเธอ!”

[จบบท]

จบบทที่ บทที่ 8 พยัคฆ์ดำกอดเสา เธอช่างกตัญญูเหลือเกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว