- หน้าแรก
- ข้าคือปรมาจารย์แห่งวิถีมังกรพยัคฆ์
- บทที่ 2150 - กวาดล้างสรรพโลก
บทที่ 2150 - กวาดล้างสรรพโลก
บทที่ 2150 - กวาดล้างสรรพโลก
บทที่ 2150 - กวาดล้างสรรพโลก
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไป สามร้อยปีล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบงัน
ตลอดสามร้อยปีนี้ โลกไท่เสวียนพัฒนาไปอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และได้หลอมรวมโลกใบอื่นๆ เข้ามาอีกสองใบ ทำให้ต้นกำเนิดของโลกไท่เสวียนแข็งแกร่งขึ้นไปอีก สิ่งเดียวที่คุ้มค่าแก่การกล่าวถึงก็คือ ภายใต้อิทธิพลอันมองไม่เห็นของพระพุทธองค์แห่งปัญญา การแลกเปลี่ยนอารยธรรมระหว่างโลกต่างๆ ก็ราบรื่นยิ่งขึ้น วิชาเทวะและเคล็ดวิชาลับมากมายถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลานี้ หลายคนสามารถสร้างวิชาใหม่ๆ ขึ้นมาได้
ในอดีต การสร้างวิชาถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก ต้องอาศัยพรสวรรค์ส่วนบุคคลอย่างสูง ทว่าบัดนี้ การสร้างวิชาในโลกไท่เสวียนกลับกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ในแต่ละวันมีวิชาใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้นมากมาย
เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะการหลอมรวมของโลกต่างๆ อารยธรรมที่แตกต่างกันจึงง่ายต่อการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ อีกเหตุผลหนึ่งเป็นเพราะความกรุณาจากมหาวิถีแห่งปัญญา โลกธาตุแห่งปัญญาตั้งอยู่ท่ามกลางโลกียะ วงล้อวิเศษแห่งปัญญาแขวนลอยอยู่บนฟ้า สาดส่องสรรพสัตว์อยู่ตลอดเวลา สนับสนุนปัญญาของสรรพสัตว์ ทำให้การบำเพ็ญเพียรของสรรพสัตว์ง่ายขึ้น
ความจริงแล้ว สิ่งที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงแค่แวดวงผู้บำเพ็ญเพียรเท่านั้น ทว่าอารยธรรมทั้งหมดของโลกไท่เสวียนต่างก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามไปด้วย สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายอย่างไม่ขาดสาย เปลี่ยนแปลงโลกไท่เสวียนไปอย่างเป็นรูปธรรม
ณ ดินแดนสวรรค์ชั้นไท่ซ่าง วิถีเต๋าเป็นไปตามธรรมชาติ ขับเคลื่อนสรรพสิ่ง กลิ่นอายแห่งเต๋าอันไร้รูปร่างส่งผลต่อการขับเคลื่อนของฟ้าดินทั้งหมด ทำให้ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
และต้นกำเนิดของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ก็คือ เพลิงแท้จริงซานเม่ยที่ลุกโชนอย่างต่อเนื่อง หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นกระจกฮ่าวเทียนที่ลอยล่องอยู่ท่ามกลางเพลิงแท้จริงซานเม่ย ผ่านการขัดเกลาของกาลเวลา ภายใต้การหล่อเลี้ยงของเพลิงแท้จริงซานเม่ย กระจกฮ่าวเทียนได้หลอมรวมเข้ากับตาข่ายฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบ บรรลุการเปลี่ยนแปลงอย่างราบรื่น
“ได้เวลาพอเหมาะแล้ว”
สัมผัสได้ถึงความสำเร็จ นั่งขัดสมาธิอยู่บนดอกบัวเขียว จางฉุนอี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“ตลอดหลายปีมานี้ นอกเหนือจากวิถีแห่งการหลอมแล้ว ข้าก็ยังได้ทำความเข้าใจในวิถีแห่งฮ่าวเทียนด้วย ในที่สุดก็บรรลุถึงขั้นเจ็ดเก้าแล้ว แม้จะยังสู้กวิถีแห่งการหลอมไม่ได้ แต่สำหรับในตอนนี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว”
เมื่อพิจารณากระจกฮ่าวเทียนที่ลอยล่องอยู่ จางฉุนอี้ก็ใช้วิชาเทวะ ถ่ายทอดความเข้าใจในมหาวิถีทั้งหมดของตนเองเข้าไป เขาใช้วิธีหลอมอาวุธราวกับหลอมมนุษย์ เปลี่ยนกระจกฮ่าวเทียนให้กลายเป็นตัวอ่อนแห่งมหาวิถีโดยตรง
ครืน มหาวิถีส่งเสียงคำราม ในเสี้ยววินาทีนี้ ลวดลายเต๋านับไม่ถ้วนแผ่ขยายออกไปภายในกระจกฮ่าวเทียน รัศมีสีทองราวกับแสงตะวัน บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ ชะล้างกระจกฮ่าวเทียนอย่างต่อเนื่อง ล้างความหม่นหมองสุดท้ายของกระจกฮ่าวเทียนให้หมดสิ้นไป
ฮ่าวเทียนคือผู้สูงสุดแห่งสวรรค์ สง่างามและเที่ยงธรรมที่สุด ย่อมไม่อาจทนต่อสิ่งสกปรกใดๆ ได้
เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านการชะล้างถึงเก้าครั้ง มหาวิถีก็หยั่งรากลึก กระจกฮ่าวเทียนได้บรรลุการยกระดับขั้นสุดท้ายในที่สุด รูปลักษณ์ของมันราวกับดวงอาทิตย์สีทอง แขวนลอยอยู่กลางอากาศ สาดส่องแสงสว่างอันไร้ขอบเขต สะท้อนฟ้าดิน เป็นประโยชน์ต่อสรรพสิ่ง
เมื่ออาบอยู่ท่ามกลางแสงสว่างเช่นนี้ แม้แต่จางฉุนอี้ก็ยังรู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัว
“สมบัติล้ำค่าสร้างเสร็จแล้ว ลำดับต่อไปก็ควรจะดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้แต่แรกเสียที”
ความคิดหนึ่งผุดขึ้น จางฉุนอี้ยื่นมือออกไป คว้ากระจกฮ่าวเทียนเอาไว้ในมือ
เสี้ยววินาทีต่อมา เขาก็ก้าวออกไปเพียงก้าวเดียว ก็มาถึงด้านนอกของดินแดนสวรรค์ชั้นไท่ซ่างในทันที
“อาศัยสรรพโลกคอยดูแลสวรรค์แห่งหนึ่ง นี่คือแนวคิดของข้า บัดนี้มีโอกาสที่จะทำให้เป็นจริงได้แล้ว เพียงแต่ดินแดนสวรรค์ชั้นไท่ซ่างเกิดจากจินตันของข้า ย่อมไม่ธรรมดา เพื่อความรอบคอบ ข้าจำเป็นต้องเลือกจุดเชื่อมต่อสักแห่ง เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางเชื่อมระหว่างดินแดนสวรรค์ชั้นไท่ซ่างกับสรรพโลก เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ ลดการดึงรั้งของสรรพโลกที่มีต่อดินแดนสวรรค์ชั้นไท่ซ่าง”
ทอดสายตามองลงมา จางฉุนอี้มองเห็นสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้น มองเห็นดอกบัวเขียวที่พลิ้วไหวอย่างสง่างาม ผ่านไปเนิ่นนาน ดอกบัวแห่งสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นที่เขาปลูกไว้ในตอนนั้นก็เติบโตขึ้นมากแล้ว สวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นแมจะยังเป็นเพียงโลกขนาดเล็ก แต่ต้นกำเนิดของมันกลับหนาแน่นขึ้นมาก
“ภายในสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต สรรพสิ่งปะปนกันวุ่นวาย ลิขิตสวรรค์ก็ถูกฮ่าวเทียนเข้าแทนที่ไปนานแล้ว ที่นี่แหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุด”
ความคิดตกลง ไม่ลังเลอีกต่อไป จางฉุนอี้กระตุ้นกระจกฮ่าวเทียนในทันที
เสี้ยววินาทีต่อมา กระจกฮ่าวเทียนก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้า แสงอันเปล่งประกายทะลวงกำแพงโลก สาดส่องเข้าไปภายในสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้น เปลี่ยนสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นให้กลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ภายในจรดภายนอก
“ร่วงหล่น!”
วิชาเทวะทำงาน จางฉุนอี้ใช้แสงเทวะฮ่าวเทียนทะลวงความว่างเปล่า เชื่อมต่อสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นเข้ากับดินแดนสวรรค์ชั้นไท่ซ่างอย่างแท้จริง ในเสี้ยววินาทีนี้ สวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้นสั่นสะเทือน ดินแดนสวรรค์ชั้นไท่ซ่างสั่นสะเทือน
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ สีหน้าของจางฉุนอี้ก็ไม่เปลี่ยนแปลง นี่ย่อมเป็นปรากฏการณ์ปกติ ในเวลานี้เขาหันไปให้ความสนใจกับความโกลาหลมากกว่า
“ปัจจุบัน สวรรค์ค้นพบโลกไปแล้วทั้งหมดสามร้อยเก้าสิบใบ ในจำนวนนี้เชื่อมต่อกันได้แล้วสามร้อยหกสิบใบ และอยู่ภายใต้การปกครองอีกสองร้อยสี่สิบใบ”
จำแลงร่างเป็นเทพเจ้าสร้างสรรค์ลี้ลับไท่ซ่าง จางฉุนอี้สอดประสานกับวิถีเต๋า สัมผัสถึงสรรพโลก โลกแต่ละใบถูกเขากำหนดเป้าหมายเอาไว้
แม้เขาจะไม่ค่อยได้ออกจากโลกไท่เสวียน แต่การเผยแพร่วิถีเต๋าของเขาไปยังสรรพโลก ก็คือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าลงในโลกต่างๆ และเมื่อเมล็ดพันธุ์เหล่านี้หยั่งรากและแตกหน่อ ตาข่ายแห่งวิถีเต๋าอันไร้รูปร่างก็ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ โดยมีโลกไท่เสวียนเป็นศูนย์กลาง ครอบคลุมโลกต่างๆ เอาไว้มากมาย
“วันนี้ข้าจะใช้ฮ่าวเทียนปกครองสรรพโลก”
ร่างสูงใหญ่สง่างาม มองดูโลกประหนึ่งเม็ดทราย จางฉุนอี้ตัดสินใจในใจ
“ฮ่าวเทียนไร้ขีดจำกัด!”
วิชาเทวะทำงาน จางฉุนอี้มือหนึ่งประคองกระจกฮ่าวเทียน กระตุ้นอานุภาพของมันจนถึงขีดสุด
ในเสี้ยววินาทีนี้ กระจกฮ่าวเทียนฟื้นคืนชีพอย่างเต็มที่ เปล่งแสงสีทองอันไร้ขอบเขต ราวกับดวงอาทิตย์จุติลงมา สาดส่องความโกลาหลอันไร้ขอบเขต ทำให้โลกใบแล้วใบเล่าต้องอาบอยู่ท่ามกลางแสงสว่างของมัน
“บนฟ้ามีดวงอาทิตย์สองดวง นี่คือลางร้ายชัดๆ”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ณ โลกเฉินกวาง เมื่อมองดูดวงอาทิตย์ดวงที่สองปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า สรรพสัตว์ต่างก็ตกตะลึง ในขณะที่ผู้บำเพ็ญเพียรต่างก็สัมผัสได้ถึงลางร้าย ในสายตาของพวกเขา ดวงอาทิตย์ดวงใหม่กำลังกลืนกินดวงอาทิตย์ดวงเดิมอย่างต่อเนื่อง
“ข้าสัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวและความหวาดกลัวของลิขิตสวรรค์ ท้องฟ้าของโลกใบนี้กำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว”
ในส่วนลึกของแดนศักดิ์สิทธิ์ สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของฟ้าดิน ผู้เฒ่าระดับตำนานก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเงียบๆ และในเวลานี้ ความเปลี่ยนแปลงที่คล้ายคลึงกันก็กำลังเกิดขึ้นในโลกอื่นๆ อีกมากมาย
วิถีแห่งฮ่าวเทียนคือวิถีแห่งกษัตริย์ แสงสว่างสาดส่องไปถึงที่ใด ลิขิตสวรรค์ของโลกนั้นๆ ล้วนถูกสะกดข่ม เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ ลิขิตสวรรค์ของสรรพโลกต่างก็เดือดพล่าน ในชั่วพริบตา นิมิตประหลาดต่างๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้น มีงูเหลือมมังกรกลืนกินดวงตะวัน มีดาบสวรรค์ผ่าดวงดาว มีธนูเทพสังหารมาร... เป็นต้น
“นี่คือผลสะท้อนกลับจากสรรพโลกสินะ”
ดวงตาแห่งธรรมสะท้อนความโกลาหล มองเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งหมด จางฉุนอี้รู้ว่าผลสะท้อนกลับจากสรรพโลกมาถึงแล้ว
เป็นความจริงที่ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สวรรค์ได้นำโลกมากมายมาอยู่ภายใต้การปกครอง แต่การปกครองนี้ส่วนใหญ่จำกัดอยู่แค่เพียงเปลือกนอก ลิขิตสวรรค์ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดยังไม่ถูกสะกดข่มอย่างแท้จริง นอกเหนือจากโลกส่วนน้อยที่ถูกทำให้เชื่องอย่างสมบูรณ์แล้ว โลกส่วนใหญ่ยังคงรักษาความเป็นอิสระของลิขิตสวรรค์เอาไว้ แม้แต่สวรรค์ที่แข็งแกร่งก็ทำได้เพียงแทรกแซงทางอ้อมในระดับหนึ่งเท่านั้น
“ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องดูว่าใครมีเหตุผลมากกว่ากัน!”
ความคิดหนึ่งผุดขึ้น จางฉุนอี้มือหนึ่งประคองกระจกฮ่าวเทียน อีกมือหนึ่งสะบัดแขนเสื้อ
เสี้ยววินาทีต่อมา หยินหยางประสานกัน ทำลายล้างสรรพสิ่ง ลิขิตสวรรค์ที่ต่อต้านถูกฉีกขาดไปทีละสาย แม้ลิขิตสวรรค์ของสรรพโลกจะไม่ธรรมดา และมีแก่นแท้ที่ลึกล้ำ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าจางฉุนอี้ในปัจจุบันกลับยังดูอ่อนด้อยไปบ้าง ต่อให้เป็นโลกขนาดใหญ่ก็ไม่เว้น
[จบแล้ว]