เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 137 - เจ้ากล้าหนี ข้าจะตบเจ้าให้ตาย!

บทที่ 137 - เจ้ากล้าหนี ข้าจะตบเจ้าให้ตาย!

บทที่ 137 - เจ้ากล้าหนี ข้าจะตบเจ้าให้ตาย!


จงหย่งซินเงยหน้าขึ้นมองเซวียหลิงเวยพลางรีบกล่าว "ข้า ... "

"ข้ารู้สึกว่าเจ้าไม่พอใจ!"

เซวียหลิงเวยกระทืบเท้าลงไป

พรวด ...

จงหย่งซินพ่นโลหิตออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือด

"ช่างเถอะ ทำลายวรยุทธ์เจ้าไปเลยก็แล้วกัน!"

เซวียหลิงเวยหันหลังเดินจากไปทันที

บรรดาศิษย์และอาจารย์สำนักร้อยศัสตราต่างพากันนิ่งอึ้งไปอย่างสมบูรณ์

และต่อจากนั้น

สำนักค่ายกลลี้ลับ อาจารย์ระดับกลางลู่ฉางเฟิง

สำนักกระบี่สวรรค์ อาจารย์ระดับกลางว่านอวิ๋นเยี่ย

และสำนักยันต์วิญญาณ อาจารย์ระดับกลางเหวยเจิ้ง

สำนักกายาศักดิ์สิทธิ์ อาจารย์ระดับกลางเซี่ยเวย

อาจารย์ระดับกลางของสำนักทั้งหกคนซึ่งอยู่ต่างสำนักกันถูกเซวียหลิงเวยทำลายวรยุทธ์ไปทีละคน

เมื่อทั้งสี่คนเดินออกจากประตูใหญ่ของสำนักกายาศักดิ์สิทธิ์

เซวียหลิงเวยก็ปัดมือพลางกล่าว "เรียบร้อย!"

"เยี่ยอู๋โยว เจ้ามองออกแล้วใช่หรือไม่"

"เจ็ดสำนักใหญ่ในสำนักสายใน นอกเหนือจากสำนักหลิงอู่แล้ว อีกหกสำนักล้วนมีคนสมรู้ร่วมคิดหมายจะสังหารเจ้า"

"สำนักเทียนตัน สำนักร้อยศัสตรา สำนักค่ายกลลี้ลับ สำนักกระบี่สวรรค์ ทั้งสี่สำนักนี้เป็นคนของสี่ตระกูลใหญ่ มีเสวียนฉี่หยวนและเสวียนจื่อมั่วคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง"

"ส่วนสำนักยันต์วิญญาณ ถังป้านเสวี่ยก็มาจากสำนักยันต์วิญญาณ"

"สำนักกายาศักดิ์สิทธิ์ อิ้นอวี่ชิงก็คือศิษย์ของสำนักกายาศักดิ์สิทธิ์!"

เซวียหลิงเวยตบไหล่เยี่ยอู๋โยวพลางหัวเราะกล่าว "เจ้าหนู เจ้ายังไม่ได้เป็นศิษย์สำนักสายในเลย ทว่ากลับล่วงเกินหกในเจ็ดสำนักใหญ่ของสำนักสายในไปรวดเดียวเสียแล้ว"

เมื่อได้ยินดังนั้น

เยี่ยอู๋โยวก็ยิ้มพลางกล่าว "ไม่เป็นไร อย่างมากที่สุดหากไม่มีผู้ใดต้องการข้า ข้าก็แค่แยกตัวออกจากสำนักศึกษาเทียนชิง"

"คิดจะหนีหรือ"

เซวียหลิงเวยหัวเราะเบาๆ พลางกล่าว "หากเจ้ากล้าหนี ข้าจะตบเจ้าให้ตาย"

"เอ่อ ... "

"หลายปีมานี้ ภายในสำนักศึกษาเทียนชิง ราชวงศ์และตระกูลใหญ่รวมถึงขุมกำลังต่างๆ ยื่นมือเข้ามาก้าวก่ายยาวเกินไปแล้ว"

เซวียหลิงเวยแค่นเสียงกล่าว "ครั้งนี้ที่ข้าลงมือ ไม่ใช่เพียงเพราะเจ้าหลอกใช้ข้าเป็นเครื่องมือหรอกนะ ทว่าข้าอาศัยข้ออ้างนี้เพื่อตักเตือนคนของสี่ตระกูลใหญ่เสียหน่อย อย่าได้คิดหน้าด้านๆ ว่าสำนักศึกษาเทียนชิงเป็นสมบัติของตระกูลพวกมัน!"

"พูดตามตรงนะ ข้าเพิ่งเคยพบเจอศิษย์เช่นเจ้าเป็นครั้งแรก องค์ชายสี่เจ้าก็ล่วงเกิน องค์ชายแปดเจ้าก็ล่วงเกิน ถังป้านเสวี่ย อิ้นอวี่ชิง คนพวกนี้เจ้าก็ล่วงเกินไปเสียหมด"

"เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็คือคนที่ไร้เบื้องหลังและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ข้าถึงอยากให้เจ้าอาละวาดในสำนักศึกษาเทียนชิงให้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินไปเลย!"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้

เยี่ยอู๋โยวก็พลันเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

"ตกลง เพียงแต่อย่าให้อาละวาดหนักเกินไปจนถึงตอนนั้นท่านรองผู้อำนวยการเซวียต้องมานั่งร้องไห้ก็แล้วกัน ... "

"ข้าจะร้องไห้อย่างนั้นหรือ ฮ่าๆๆๆ ... "

ระหว่างที่เซวียหลิงเวยกำลังหัวเราะร่า

ก็เห็นกลุ่มคนพากันหลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทาง

"เจ้าดูสิ พวกหาเรื่องมากันแล้ว รวดเร็วหรือไม่เล่า"

เซวียหลิงเวยยิ้มพลางกล่าว "เยี่ยอู๋โยว ข้าจะพยายามดึงดูดความสนใจของทุกคนให้พุ่งเป้าไปที่เจ้า เจ้ากล้าหรือไม่"

"เป็นสิ่งที่ปรารถนายิ่งนัก"

"ดี น่าสนใจยิ่ง!"

เซวียหลิงเวยยิ้มกล่าว "ข้าชักจะชื่นชมเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ เสียแล้วสิ เจ้าหนู เจ้าอย่าเพิ่งรีบตายไปเสียล่ะ!"

ในเวลานี้

ทุกทิศทุกทางมีเงาร่างหลายสายพุ่งทะยานเข้ามา

หลี่เช่ออันและซูชิงเหอมองตามไปด้วยสีหน้าเหม่อลอย

นี่มัน ...

จำเป็นต้องเล่นใหญ่ถึงเพียงนี้เลยหรือ

"เซวียหลิงเวย เจ้าหมายความว่าอย่างไร จู่ๆ ก็บุกมาที่สำนักกระบี่สวรรค์แล้วทำลายวรยุทธ์คนของข้าโดยไม่บอกกล่าวเลยอย่างนั้นหรือ"

ผู้ที่เอ่ยปากมีรูปร่างสูงใหญ่ สง่างาม หน้าตาหล่อเหลา ดูแล้วอายุเพียงสี่สิบกว่าปี ชายผู้นี้ยืนอยู่ตรงนั้นราวกับกระบี่คมกริบที่เตรียมจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา!

หลี่เช่ออันกระซิบเสียงแผ่ว "ผู้อำนวยการสำนักกระบี่สวรรค์ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่ ฟางว่านเจี้ยน เขาเป็นหนึ่งในผู้ฝึกกระบี่เพียงไม่กี่คนในจักรวรรดิเทียนเสวียนของพวกเราที่สามารถควบคุมเจตจำนงกระบี่ได้!"

อีกด้านหนึ่ง

ชายวัยกลางคนท่าทางบัณฑิตผู้หนึ่งยืนไพล่มือไว้ด้านหลังพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "อาจารย์เหวยเจิ้งแห่งสำนักยันต์วิญญาณของข้าทำผิดอันใด ถึงกับต้องให้ท่านรองผู้อำนวยการลงมือด้วยตนเองเชียวหรือ"

หลี่เช่ออันแนะนำตัวให้เยี่ยอู๋โยวฟังอีกครั้ง "ท่านนี้คือผู้อำนวยการสำนักยันต์วิญญาณซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่ ถังอ้าวอวิ๋น"

ซูชิงเหอที่อยู่ด้านข้างเสริมขึ้น "บิดาของถังป้านเสวี่ย"

เมื่อกล่าวถึงถังป้านเสวี่ย

ใบหน้าเล็กๆ ของซูชิงเหอก็เย็นชาลง

เธอพอจะรู้เรื่องราวคร่าวๆ แล้ว

องค์ชายแปดมีใจให้เธอ จึงต้องการสังหารเยี่ยอู๋โยว

อิ้นอวี่ชิงก็เช่นกัน

ส่วนองค์ชายสี่เป็นเพราะชักชวนเยี่ยอู๋โยวไม่สำเร็จ จึงส่งคนมาไล่ล่าสังหารเยี่ยอู๋โยวอย่างต่อเนื่อง

ทว่า ...

ถังป้านเสวี่ยทำไปเพื่ออันใดกัน

ซูชิงเหอพอจะรู้สาเหตุอยู่บ้าง

ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องที่ในอดีตถังป้านเสวี่ยเคยได้รับสมญานามว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งสำนักศึกษาเทียนชิง

ทว่าตั้งแต่ที่เธอเข้ามาในสำนักศึกษาเทียนชิงและเริ่มฉายแววโดดเด่น สมญานามหญิงงามอันดับหนึ่งก็ตกมาอยู่ที่เธอ

บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้ถังป้านเสวี่ยจึงต้องการสังหารเยี่ยอู๋โยว

เพราะถังป้านเสวี่ยรู้ดีว่าเธอห่วงใยเยี่ยอู๋โยว

เมื่อคิดได้เช่นนี้ ภายในใจของซูชิงเหอก็ได้ตัดสินใจบางอย่างแล้ว

ในเวลาเดียวกัน

สตรีอายุไม่ถึงสี่สิบปีผู้มีรูปร่างค่อนข้างกำยำผู้หนึ่งก็กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เซวียหลิงเวย เซี่ยเวยทำผิดอันใด ต่อให้อาจารย์ของสำนักกายาศักดิ์สิทธิ์จะทำผิด สำนักกายาศักดิ์สิทธิ์ของข้าก็มีสิทธิ์ลงโทษเอง เจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน"

"สตรีผู้นี้ชื่อชีอิ่งเยว่ ผู้อำนวยการสำนักกายาศักดิ์สิทธิ์ วิชาความแข็งแกร่งทางร่างกายของนางนับว่าร้ายกาจยิ่งนัก" หลี่เช่ออันกระซิบ

"ส่วนทางนั้นคือผู้อำนวยการสำนักเทียนตัน ลู่อวี่เซิง ผู้อำนวยการสำนักร้อยศัสตรา ติงเชียนปิง ผู้อำนวยการสำนักค่ายกลลี้ลับ ฮว่าจิ่นซิน"

อย่างไรเสียหลี่เช่ออันก็เป็นศิษย์เก่าของสำนักศึกษาเทียนชิง เขาย่อมรู้จักผู้อำนวยการทั้งเจ็ดสำนักเป็นอย่างดี

ตามหลักการแล้ว

เยี่ยอู๋โยวที่เพิ่งเข้าสู่สำนักศึกษาเทียนชิงและอยู่ในขั้นหล่อเลี้ยงปราณจึงเป็นเพียงศิษย์สำนักสายนอก

ตอนที่เข้าสำนักมาและบังเอิญพบกับผู้อำนวยการสำนักหลิงอู่เซี่ยหานซง

เมื่อเห็นท่าทีที่เซวียหลิงเวยปฏิบัติต่อเซี่ยหานซง เขายังคิดว่าผู้อำนวยการทั้งเจ็ดสำนักจะต้องนอบน้อมต่อรองผู้อำนวยการเสียอีก

ทว่าตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้น

อย่างน้อยฟางว่านเจี้ยนและถังอ้าวอวิ๋นก็ดูไม่ได้เกรงกลัวเซวียหลิงเวยเลยแม้แต่น้อย

หลี่เช่ออันอธิบาย "ในเจ็ดสำนัก สำนักหลิงอู่มีสภาพย่ำแย่ที่สุด เซี่ยหานซงจึงไม่มีสถานะใดๆ อาจารย์ระดับสูงบางคนก็ยังกล้างัดข้อกับเขาเลย!"

"ทว่าอีกหกสำนักกลับไม่ใช่เช่นนั้น"

"อย่างผู้อำนวยการสำนักเทียนตันลู่อวี่เซิงก็เป็นคนของตระกูลลู่ ผู้อำนวยการสำนักกระบี่สวรรค์ก็เป็นคนของตระกูลฟาง"

"ผู้อำนวยการสำนักกายาศักดิ์สิทธิ์ชีอิ่งเยว่ก็เป็นศิษย์น้องของรองผู้อำนวยการอิ้นซานหมิง!"

"ผู้อำนวยการแต่ละสำนักล้วนมีความสัมพันธ์อันซับซ้อน"

"สำนักศึกษาเทียนชิงของพวกเรา ผู้อำนวยการสำนักถือเป็นอันดับหนึ่ง รองผู้อำนวยการทั้งสี่คืออันดับสอง ผู้อำนวยการทั้งเจ็ดสำนักคืออันดับสาม แน่นอนว่าผู้อำนวยการเซี่ยหานซงคือข้อยกเว้น"

หลี่เช่ออันยิ้มพลางกล่าว "มันก็มีข้อยกเว้นอยู่นะ"

"อย่างเช่นภายในสำนัก ผู้ที่บรรลุขั้นตำหนักวิญญาณจะสามารถดำรงตำแหน่งอาจารย์ระดับต้นได้ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการดูแลศิษย์สำนักสายนอก"

"เมื่อบรรลุขั้นเสวียนกังจึงจะสามารถเลื่อนขั้นเป็นอาจารย์ระดับกลางได้ ส่วนอาจารย์ระดับสูงนั้นมีน้อยมาก ล้วนแต่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับเจ็ดในขั้นทะลวงวิญญาณทั้งสิ้น"

"ส่วนข้อยกเว้นที่ว่าก็คืออาจารย์ใหญ่ทั้งเก้าท่านภายในสำนัก!"

หลี่เช่ออันกล่าวอย่างจริงจัง "อาจารย์ใหญ่ทั้งเก้าท่านล้วนมีพละกำลังที่โดดเด่น ซ้ำยังมีบทบาทสำคัญต่อสำนักในด้านต่างๆ ที่แตกต่างกันไป"

เมื่อได้ยินดังนั้น

เยี่ยอู๋โยวจึงอดไม่ได้ที่จะถาม "ดังนั้นอาจารย์ของพวกเจ้าสองคน หลิ่นชิงหานผู้นั้นก็คือหนึ่งในอาจารย์ใหญ่ทั้งเก้าใช่หรือไม่"

"ใช่แล้ว!"

หลี่เช่ออันเกาหัวพลางตอบ

เขาก็สัมผัสได้เช่นกันว่า

เยี่ยอู๋โยวไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่ออาจารย์ของตนนัด

เป็นผู้ใดก็ต้องรู้สึกเช่นนี้

คู่หมั้นของตนรักตนและไม่ได้ทอดทิ้งตนเพียงเพราะตนกลายเป็นคนไร้ค่า ทว่าเหตุผลที่ไม่กลับไปเยี่ยมตนเป็นเพราะถูกอาจารย์กักขังเอาไว้

เยี่ยอู๋โยวจะไม่โกรธได้อย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อความสัมพันธ์ของเยี่ยอู๋โยวและซูชิงเหอกลับมาเป็นเหมือนเดิมและมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น จนถึงขั้นที่เรียกว่าใจตรงกันแล้ว เยี่ยอู๋โยวก็ยิ่งต้องโกรธแค้นมากขึ้นไปอีก

อย่างไรเสียเรื่องความสัมพันธ์นี้หลี่เช่ออันก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี

ผู้ที่อยู่ตรงกลางย่อมต้องเป็นศิษย์น้องเล็กอย่างแน่นอน

ทว่าตอนนี้

ไม่ใช่เวลามาขบคิดเรื่องเหล่านี้

ผู้อำนวยการทั้งหกสำนักมากันครบเช่นนี้ ท่าทีดุดันถึงเพียงนี้ ท่านรองผู้อำนวยการเซวียหลิงเวยจะรับมือไหวหรือไม่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 137 - เจ้ากล้าหนี ข้าจะตบเจ้าให้ตาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว