เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 - เขายังพูดอะไรอีก

บทที่ 67 - เขายังพูดอะไรอีก

บทที่ 67 - เขายังพูดอะไรอีก


"ใช่แล้ว!"

หลี่เช่ออันกล่าวขึ้นทันที "ก่อนหน้านี้น้องหญิงเล็กมักจะเล่าให้พวกเราฟังเสมอว่านางมีคู่หมั้นอยู่คนหนึ่ง พรสวรรค์ล้ำเลิศ น่าเสียดายที่ร่างกายเกิดปัญหา นางจึงคอยสอบถามวิธีรักษาจากอาจารย์อยู่ตลอด"

"แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด จู่ๆ วันหนึ่งอาจารย์ก็สั่งห้ามไม่ให้น้องหญิงเล็กออกไปข้างนอก จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ดวงตาเทวะหยินหยางของน้องหญิงเล็กเกิดปัญหาแล้วนางก็ตายไป ... "

เมื่อได้ยินเช่นนี้

เยี่ยอู๋โยวก็มีสีหน้าเหม่อลอยไปชั่วขณะ

"เท่าที่ข้ารู้มา น้องหญิงเล็กทะเลาะกับอาจารย์อยู่นานมากเพราะถูกกักบริเวณ ต่อมาอาจารย์ก็ไม่ยอมปล่อยนางไป น้องหญิงเล็กจึงแอบเขียนจดหมายส่งมาให้ ทว่าจดหมายหลายฉบับกลับถูกอาจารย์ยึดเอาไว้เสียก่อน!"

หลี่เช่ออันกินเนื้อสลับกับดื่มสุราพลางกล่าว "ดังนั้นพวกเราหลายคนจึงอยากรู้มากว่าบุรุษรูปงามคนใดกันที่ทำให้น้องหญิงเล็กลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้!"

"พูดตามตรงนะ ข้าพอจะรู้ว่าทำไมอาจารย์ถึงขัดขวางน้องหญิงเล็ก ก็แค่รู้ว่าเจ้าสูญเสียพลังไปแล้วจึงไม่อยากให้เจ้าเป็นตัวถ่วงของนาง แต่น้องหญิงเล็กก็ไม่เคยเปลี่ยนใจ จนกระทั่งดวงตาเทวะเกิดเรื่องขึ้น ... "

พูดถึงตรงนี้

หลี่เช่ออันก็เดาะลิ้นถอนหายใจ "ไอ้หนู เจ้ามีเสน่ห์ตรงไหนกัน ทำไมน้องหญิงเล็กถึงหลงใหลเจ้าได้ขนาดนี้ เจ้าลองบอกข้าหน่อยสิ ข้าจะได้เรียนรู้เอาไว้บ้าง!"

"ขอบอกเจ้าไว้เลยนะ ข้าเนี่ยเป็นคนมีพรสวรรค์ล้ำเลิศแถมยังมีเสน่ห์มากด้วย ถูกหรือไม่ ทว่ากลับไม่มีสตรีคนใดมาชอบพอข้าเลย เจ้าว่ามันแปลกหรือไม่เล่า"

หลี่เช่ออันหัวเราะหึๆ เขามองต่ำลงไปยังหน้าท้องส่วนล่างของเยี่ยอู๋โยวพลางเอ่ยด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์ "หรือว่าเจ้ามีอาวุธร้ายซุกซ่อนอยู่"

เมื่อเผชิญกับคำหยอกล้อของหลี่เช่ออัน

เยี่ยอู๋โยวกลับมีท่าทีเหม่อลอยไปไกล

ดูเหมือนว่า

เขาจะเข้าใจซูชิงเหอผิดไปเสียแล้ว

"เจ้าเป็นอะไรไป"

หลี่เช่ออันมองสีหน้าสับสนของเยี่ยอู๋โยวพลางเอ่ยถาม "น้องหญิงเล็กไม่ได้บอกเจ้าหรือ"

เยี่ยอู๋โยวส่ายหน้า

"หา ไม่จริงน่า"

หลี่เช่ออันเอ่ยอย่างเหม่อลอย "นางไม่ได้บอกเจ้า แล้วเจ้าไม่โกรธเคืองนางหรือ"

เยี่ยอู๋โยวกลืนสุราแรงลงคอก่อนจะกล่าว "ในพิธีวิวาห์คนตาย ข้ามองออกว่านางยังไม่ตาย ข้าช่วยชีวิตนางเอาไว้โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือการยกเลิกการหมั้นหมายกับนาง!"

"อะไรนะ"

หลี่เช่ออันชะงักไป เขานวดขมับตัวเองพลางกล่าว "ข้าไม่ได้เมาใช่หรือไม่ นี่มัน ... "

"เรื่องที่เจ้าพูดมาทั้งหมดนี้ ข้าไม่เคยรับรู้มาก่อนเลย"

เยี่ยอู๋โยวกล่าวเสียงเรียบ "นางไม่เคยอธิบายเลยแม้แต่น้อย!"

"ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ!"

หลี่เช่ออันเอ่ยด้วยความมึนงง "นางชอบเจ้ามากขนาดนั้น จะยินยอมยกเลิกการหมั้นหมายกับเจ้าได้อย่างไร"

"อืม ... ตอนนี้การหมั้นหมายยังไม่ได้ถูกยกเลิกหรอก"

หลี่เช่ออันยิ่งงุนงงหนักกว่าเดิม

"สรุปก็คือ เจ้ายกเลิกการหมั้นหมายกับนางโดยที่ไม่รู้เลยว่านางยังคงห่วงใยเจ้าอยู่เสมอ ส่วนนางก็ไม่ได้บอกเจ้าว่าทำไมตลอดสองปีที่ผ่านมานางถึงไม่กลับมาหาเจ้าเลยแม้แต่ครั้งเดียวอย่างนั้นหรือ"

"อืม"

หลี่เช่ออันงงเป็นไก่ตาแตก

"มันไร้เหตุผลสิ้นดี!"

หลี่เช่ออันชะงักไปก่อนจะกล่าว "นางคิดถึงเจ้าจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ... "

เมื่อได้ฟังคำพูดของหลี่เช่ออัน

เยี่ยอู๋โยวก็อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงสีหน้าของซูชิงเหอในวันที่นางเพิ่งฟื้นคืนสติ

ที่แท้ก็ ... แปลกประหลาดเช่นนี้นี่เอง

"เจ้าบอกว่านางเคยส่งจดหมายกลับมางั้นหรือ"

"ใช่แล้ว!"

หลี่เช่ออันรีบกล่าว "ไม่ใช่แค่จดหมายนะ แต่ยังมีโอสถวิเศษที่นางไปหามาด้วย ล้วนเป็นยารักษาอาการกระดูกหักและเส้นลมปราณขาดสะบั้นทั้งนั้น ... เอ๊ะ เจ้าไม่ได้รับเลยหรือ"

"ไม่เคยเลย!"

หลี่เช่ออันชะงักไปก่อนจะกล่าว "ให้ตายเถอะ อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของท่านอาจารย์"

พูดถึงตรงนี้หลี่เช่ออันก็ยิ้มแห้งๆ

อาจารย์ตั้งใจแน่วแน่ที่จะพรากคู่ยวนยาง

ส่วนศิษย์น้องก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าหากไม่ใช่เยี่ยอู๋โยวก็จะไม่แต่งงาน

สองศิษย์อาจารย์ดื้อดึงใส่กันมาตลอดสองปีเต็ม

การได้รับรู้ข่าวสารเหล่านี้อย่างกะทันหัน ทำให้เยี่ยอู๋โยวรู้สึกสับสนวุ่นวายใจไปชั่วขณะ

ประการแรก เขาคิดมาตลอดว่าซูชิงเหอลืมเลือนเขาไปแล้ว จึงสามารถใช้ท่าทีเด็ดขาดตัดความสัมพันธ์กับนางได้

ประการที่สอง ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ผสานความทรงจำจากอดีตชาติและชาตินี้เข้าด้วยกัน เขาจึงไม่ใช่ตัวเขาคนเดิมในอดีตอีกต่อไป

ความรู้สึกเช่นนี้ ช่างอธิบายได้ยากยิ่ง

ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่

ตรงหัวมุมถนนก็ปรากฏเงาร่างนับสิบสายมุ่งหน้ามายังตำแหน่งที่พวกเขาทั้งสองคนอยู่

"อู๋โยว!"

เสียงร้องเรียกดังขึ้น

พลันเห็นซูชิงเหอวิ่งพุ่งเข้ามา เมื่อเห็นเยี่ยอู๋โยวและหลี่เช่ออันนั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกันนางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ซูชิงเหอถอนหายใจยาว "ข้าได้รับข่าวว่าเจ้าต่อสู้พัวพันกับผู้อื่นแล้วหายตัวไป ข้าก็เลยรีบตามมา!"

"น้องหญิงเล็ก เจ้ามองข้าบ้างสิ!"

หลี่เช่ออันที่อยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น "ข้าตัวเป็นๆ นั่งหัวโด่อยู่นี่ทั้งคนนะ"

"ศิษย์พี่สาม!"

ซูชิงเหอเพิ่งจะสังเกตเห็นหลี่เช่ออันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นางเอ่ยด้วยความตกตะลึง "ท่าน ... ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"

"เฮ้อ!"

เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกเมิน หลี่เช่ออันก็ถอนหายใจก่อนจะกล่าว "อาจารย์รู้อยู่แล้วว่าเจ้าฟื้นตัวแล้วแต่กลับไม่ยอมปลีกตัวไปเสียที จึงให้ข้ามาดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรกันแน่"

ซูชิงเหอรีบเอ่ยตะกุกตะกักทันที "ข้ายังไม่หายดี ก็เลยพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ... "

"เอาล่ะ เจ้าจะมาโกหกข้าทำไมกัน"

หลี่เช่ออันเอ่ยขัด "เจ้าก็แค่อยากจะรั้งอยู่ต่ออีกสองสามวัน เพื่อที่จะได้ออกเดินทางไปพร้อมกับเยี่ยอู๋โยวไม่ใช่หรือ"

"ศิษย์พี่สาม ... "

ซูชิงเหอตวัดสายตาค้อนใส่หลี่เช่ออันเบาๆ

"เอาล่ะ เอาล่ะ สุราก็ดื่มไปพอสมควรแล้ว ไปกันเถอะ ข้าอุตส่าห์รีบเดินทางมาอย่างยากลำบาก หาที่พักให้ข้าหน่อยสิ"

"กลับบ้านกับข้าเถอะ!"

"เยี่ยม!"

ซูชิงเหอหันมองเยี่ยอู๋โยวพลางกล่าว "เจ้า ... "

"ไปด้วยกันเถอะ"

"อืม ... "

ยามดึกสงัดอันเงียบงัน

บนท้องถนน

เยี่ยอู๋โยวและซูชิงเหอเดินเคียงข้างกัน

ด้านหลังมีหลี่เช่ออันและผู้คุ้มกันตระกูลซูนับสิบคนเดินตามมาไม่ใกล้ไม่ไกล

"ศิษย์พี่ของข้าไม่ได้สร้างความลำบากใจให้เจ้าใช่หรือไม่"

ซูชิงเหอเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง "เขามีบุคลิกเปิดเผย ทำอะไรตามใจชอบ เจ้าอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ"

"ไม่ได้ทำอะไร"

เยี่ยอู๋โยวตอบกลับตรงๆ "พอดีได้สู้กันอย่างเต็มที่ รู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว"

"เช่นนั้นก็ดีแล้ว"

ซูชิงเหอพ่นลมหายใจออกยาว

เมื่อมองซูชิงเหอที่อยู่ด้านข้าง ในที่สุดเยี่ยอู๋โยวก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน "เขาบอกข้าแล้วว่าหลิ่นชิงหานกักขังเจ้าไว้ในสำนักศึกษาเทียนชิง เจ้าจึงไม่ได้กลับมาตลอดสองปี"

"หา"

เมื่อซูชิงเหอได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของนางก็พลันดูไม่ได้ทันที "เขายังพูดอะไรอีก"

"ยังบอกอีกว่าเจ้าห่วงใยข้าอยู่เสมอ เคยฝากคนนำจดหมายและโอสถมาให้ แม้ว่าข้าจะไม่เคยได้รับมันเลยก็ตาม!"

"และยังบอกด้วยว่าเจ้ากับอาจารย์ของเจ้ามีปัญหากันมาตลอดเพราะข้า"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูชิงเหอก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปค้อนใส่หลี่เช่ออันที่อยู่ไม่ไกล

หลี่เช่ออันถือไหสุราอยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตรเขาก็ชะงักไปทันที

สถานการณ์อะไรกัน

มาถลึงตาใส่ข้าทำไมกัน

เยี่ยอู๋โยวถอนหายใจก่อนจะกล่าวช้าๆ "อันที่จริง ข้าเคยบอกไปแล้วว่าข้าไม่เกลียดเจ้า เป็นเพราะข้าปล่อยวางได้แล้วต่างหาก"

"ตลอดสองปีที่ผ่านมา สำหรับข้าแล้วมันไม่ต่างอะไรกับการเกิดใหม่ ข้าถูกเยี่ยซานไห่มองว่าเป็นตัวไร้ค่า ถูกหลิ่วหรูอวิ๋นและเยี่ยชิงหมิงเหยียบย่ำราวกับสุนัขตัวหนึ่ง และถูกคนอื่นๆ ในเมืองไท่เสวียนเย้ยหยันถากถางว่าเป็นขยะ!"

"ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่เคยทำลายข้าลงได้เลย เพียงแต่ทำให้ข้ามักจะมองหาใครสักคนเพื่อเป็นที่พึ่งพิง!"

"ข้าเคยไปยืนมองเส้นทางที่ทอดยาวไปสู่เมืองหลวงบนกำแพงเมืองไท่เสวียนครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงแต่ไม่เคยรอเจ้ากลับมาได้เลย"

เมื่อซูชิงเหอได้ฟังเช่นนั้น ขอบตาของนางก็แดงก่ำ "อู๋โยว ข้าขอโทษ ... "

"ไม่ต้องขอโทษหรอก!"

เยี่ยอู๋โยวเอ่ยอย่างจริงจัง "สำหรับข้าแล้ว นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!"

"ในเมื่อตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเรื่องนี้ไม่สามารถโทษเจ้าได้ และรู้ว่าความรู้สึกที่เจ้ามีต่อข้ายังไม่เปลี่ยนแปลง ทว่า ... บางสิ่งบางอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว!"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้

หัวใจของซูชิงเหอก็กระตุกวูบ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 67 - เขายังพูดอะไรอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว