- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่พลิกสวรรค์ ตำนานจอมเทพเยี่ยอู๋โยว
- บทที่ 67 - เขายังพูดอะไรอีก
บทที่ 67 - เขายังพูดอะไรอีก
บทที่ 67 - เขายังพูดอะไรอีก
"ใช่แล้ว!"
หลี่เช่ออันกล่าวขึ้นทันที "ก่อนหน้านี้น้องหญิงเล็กมักจะเล่าให้พวกเราฟังเสมอว่านางมีคู่หมั้นอยู่คนหนึ่ง พรสวรรค์ล้ำเลิศ น่าเสียดายที่ร่างกายเกิดปัญหา นางจึงคอยสอบถามวิธีรักษาจากอาจารย์อยู่ตลอด"
"แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด จู่ๆ วันหนึ่งอาจารย์ก็สั่งห้ามไม่ให้น้องหญิงเล็กออกไปข้างนอก จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ดวงตาเทวะหยินหยางของน้องหญิงเล็กเกิดปัญหาแล้วนางก็ตายไป ... "
เมื่อได้ยินเช่นนี้
เยี่ยอู๋โยวก็มีสีหน้าเหม่อลอยไปชั่วขณะ
"เท่าที่ข้ารู้มา น้องหญิงเล็กทะเลาะกับอาจารย์อยู่นานมากเพราะถูกกักบริเวณ ต่อมาอาจารย์ก็ไม่ยอมปล่อยนางไป น้องหญิงเล็กจึงแอบเขียนจดหมายส่งมาให้ ทว่าจดหมายหลายฉบับกลับถูกอาจารย์ยึดเอาไว้เสียก่อน!"
หลี่เช่ออันกินเนื้อสลับกับดื่มสุราพลางกล่าว "ดังนั้นพวกเราหลายคนจึงอยากรู้มากว่าบุรุษรูปงามคนใดกันที่ทำให้น้องหญิงเล็กลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้!"
"พูดตามตรงนะ ข้าพอจะรู้ว่าทำไมอาจารย์ถึงขัดขวางน้องหญิงเล็ก ก็แค่รู้ว่าเจ้าสูญเสียพลังไปแล้วจึงไม่อยากให้เจ้าเป็นตัวถ่วงของนาง แต่น้องหญิงเล็กก็ไม่เคยเปลี่ยนใจ จนกระทั่งดวงตาเทวะเกิดเรื่องขึ้น ... "
พูดถึงตรงนี้
หลี่เช่ออันก็เดาะลิ้นถอนหายใจ "ไอ้หนู เจ้ามีเสน่ห์ตรงไหนกัน ทำไมน้องหญิงเล็กถึงหลงใหลเจ้าได้ขนาดนี้ เจ้าลองบอกข้าหน่อยสิ ข้าจะได้เรียนรู้เอาไว้บ้าง!"
"ขอบอกเจ้าไว้เลยนะ ข้าเนี่ยเป็นคนมีพรสวรรค์ล้ำเลิศแถมยังมีเสน่ห์มากด้วย ถูกหรือไม่ ทว่ากลับไม่มีสตรีคนใดมาชอบพอข้าเลย เจ้าว่ามันแปลกหรือไม่เล่า"
หลี่เช่ออันหัวเราะหึๆ เขามองต่ำลงไปยังหน้าท้องส่วนล่างของเยี่ยอู๋โยวพลางเอ่ยด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์ "หรือว่าเจ้ามีอาวุธร้ายซุกซ่อนอยู่"
เมื่อเผชิญกับคำหยอกล้อของหลี่เช่ออัน
เยี่ยอู๋โยวกลับมีท่าทีเหม่อลอยไปไกล
ดูเหมือนว่า
เขาจะเข้าใจซูชิงเหอผิดไปเสียแล้ว
"เจ้าเป็นอะไรไป"
หลี่เช่ออันมองสีหน้าสับสนของเยี่ยอู๋โยวพลางเอ่ยถาม "น้องหญิงเล็กไม่ได้บอกเจ้าหรือ"
เยี่ยอู๋โยวส่ายหน้า
"หา ไม่จริงน่า"
หลี่เช่ออันเอ่ยอย่างเหม่อลอย "นางไม่ได้บอกเจ้า แล้วเจ้าไม่โกรธเคืองนางหรือ"
เยี่ยอู๋โยวกลืนสุราแรงลงคอก่อนจะกล่าว "ในพิธีวิวาห์คนตาย ข้ามองออกว่านางยังไม่ตาย ข้าช่วยชีวิตนางเอาไว้โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือการยกเลิกการหมั้นหมายกับนาง!"
"อะไรนะ"
หลี่เช่ออันชะงักไป เขานวดขมับตัวเองพลางกล่าว "ข้าไม่ได้เมาใช่หรือไม่ นี่มัน ... "
"เรื่องที่เจ้าพูดมาทั้งหมดนี้ ข้าไม่เคยรับรู้มาก่อนเลย"
เยี่ยอู๋โยวกล่าวเสียงเรียบ "นางไม่เคยอธิบายเลยแม้แต่น้อย!"
"ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ!"
หลี่เช่ออันเอ่ยด้วยความมึนงง "นางชอบเจ้ามากขนาดนั้น จะยินยอมยกเลิกการหมั้นหมายกับเจ้าได้อย่างไร"
"อืม ... ตอนนี้การหมั้นหมายยังไม่ได้ถูกยกเลิกหรอก"
หลี่เช่ออันยิ่งงุนงงหนักกว่าเดิม
"สรุปก็คือ เจ้ายกเลิกการหมั้นหมายกับนางโดยที่ไม่รู้เลยว่านางยังคงห่วงใยเจ้าอยู่เสมอ ส่วนนางก็ไม่ได้บอกเจ้าว่าทำไมตลอดสองปีที่ผ่านมานางถึงไม่กลับมาหาเจ้าเลยแม้แต่ครั้งเดียวอย่างนั้นหรือ"
"อืม"
หลี่เช่ออันงงเป็นไก่ตาแตก
"มันไร้เหตุผลสิ้นดี!"
หลี่เช่ออันชะงักไปก่อนจะกล่าว "นางคิดถึงเจ้าจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ... "
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลี่เช่ออัน
เยี่ยอู๋โยวก็อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงสีหน้าของซูชิงเหอในวันที่นางเพิ่งฟื้นคืนสติ
ที่แท้ก็ ... แปลกประหลาดเช่นนี้นี่เอง
"เจ้าบอกว่านางเคยส่งจดหมายกลับมางั้นหรือ"
"ใช่แล้ว!"
หลี่เช่ออันรีบกล่าว "ไม่ใช่แค่จดหมายนะ แต่ยังมีโอสถวิเศษที่นางไปหามาด้วย ล้วนเป็นยารักษาอาการกระดูกหักและเส้นลมปราณขาดสะบั้นทั้งนั้น ... เอ๊ะ เจ้าไม่ได้รับเลยหรือ"
"ไม่เคยเลย!"
หลี่เช่ออันชะงักไปก่อนจะกล่าว "ให้ตายเถอะ อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของท่านอาจารย์"
พูดถึงตรงนี้หลี่เช่ออันก็ยิ้มแห้งๆ
อาจารย์ตั้งใจแน่วแน่ที่จะพรากคู่ยวนยาง
ส่วนศิษย์น้องก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าหากไม่ใช่เยี่ยอู๋โยวก็จะไม่แต่งงาน
สองศิษย์อาจารย์ดื้อดึงใส่กันมาตลอดสองปีเต็ม
การได้รับรู้ข่าวสารเหล่านี้อย่างกะทันหัน ทำให้เยี่ยอู๋โยวรู้สึกสับสนวุ่นวายใจไปชั่วขณะ
ประการแรก เขาคิดมาตลอดว่าซูชิงเหอลืมเลือนเขาไปแล้ว จึงสามารถใช้ท่าทีเด็ดขาดตัดความสัมพันธ์กับนางได้
ประการที่สอง ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ผสานความทรงจำจากอดีตชาติและชาตินี้เข้าด้วยกัน เขาจึงไม่ใช่ตัวเขาคนเดิมในอดีตอีกต่อไป
ความรู้สึกเช่นนี้ ช่างอธิบายได้ยากยิ่ง
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่
ตรงหัวมุมถนนก็ปรากฏเงาร่างนับสิบสายมุ่งหน้ามายังตำแหน่งที่พวกเขาทั้งสองคนอยู่
"อู๋โยว!"
เสียงร้องเรียกดังขึ้น
พลันเห็นซูชิงเหอวิ่งพุ่งเข้ามา เมื่อเห็นเยี่ยอู๋โยวและหลี่เช่ออันนั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกันนางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ซูชิงเหอถอนหายใจยาว "ข้าได้รับข่าวว่าเจ้าต่อสู้พัวพันกับผู้อื่นแล้วหายตัวไป ข้าก็เลยรีบตามมา!"
"น้องหญิงเล็ก เจ้ามองข้าบ้างสิ!"
หลี่เช่ออันที่อยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น "ข้าตัวเป็นๆ นั่งหัวโด่อยู่นี่ทั้งคนนะ"
"ศิษย์พี่สาม!"
ซูชิงเหอเพิ่งจะสังเกตเห็นหลี่เช่ออันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม นางเอ่ยด้วยความตกตะลึง "ท่าน ... ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"
"เฮ้อ!"
เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกเมิน หลี่เช่ออันก็ถอนหายใจก่อนจะกล่าว "อาจารย์รู้อยู่แล้วว่าเจ้าฟื้นตัวแล้วแต่กลับไม่ยอมปลีกตัวไปเสียที จึงให้ข้ามาดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรกันแน่"
ซูชิงเหอรีบเอ่ยตะกุกตะกักทันที "ข้ายังไม่หายดี ก็เลยพักฟื้นอยู่ที่บ้าน ... "
"เอาล่ะ เจ้าจะมาโกหกข้าทำไมกัน"
หลี่เช่ออันเอ่ยขัด "เจ้าก็แค่อยากจะรั้งอยู่ต่ออีกสองสามวัน เพื่อที่จะได้ออกเดินทางไปพร้อมกับเยี่ยอู๋โยวไม่ใช่หรือ"
"ศิษย์พี่สาม ... "
ซูชิงเหอตวัดสายตาค้อนใส่หลี่เช่ออันเบาๆ
"เอาล่ะ เอาล่ะ สุราก็ดื่มไปพอสมควรแล้ว ไปกันเถอะ ข้าอุตส่าห์รีบเดินทางมาอย่างยากลำบาก หาที่พักให้ข้าหน่อยสิ"
"กลับบ้านกับข้าเถอะ!"
"เยี่ยม!"
ซูชิงเหอหันมองเยี่ยอู๋โยวพลางกล่าว "เจ้า ... "
"ไปด้วยกันเถอะ"
"อืม ... "
ยามดึกสงัดอันเงียบงัน
บนท้องถนน
เยี่ยอู๋โยวและซูชิงเหอเดินเคียงข้างกัน
ด้านหลังมีหลี่เช่ออันและผู้คุ้มกันตระกูลซูนับสิบคนเดินตามมาไม่ใกล้ไม่ไกล
"ศิษย์พี่ของข้าไม่ได้สร้างความลำบากใจให้เจ้าใช่หรือไม่"
ซูชิงเหอเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง "เขามีบุคลิกเปิดเผย ทำอะไรตามใจชอบ เจ้าอย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ"
"ไม่ได้ทำอะไร"
เยี่ยอู๋โยวตอบกลับตรงๆ "พอดีได้สู้กันอย่างเต็มที่ รู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว"
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว"
ซูชิงเหอพ่นลมหายใจออกยาว
เมื่อมองซูชิงเหอที่อยู่ด้านข้าง ในที่สุดเยี่ยอู๋โยวก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน "เขาบอกข้าแล้วว่าหลิ่นชิงหานกักขังเจ้าไว้ในสำนักศึกษาเทียนชิง เจ้าจึงไม่ได้กลับมาตลอดสองปี"
"หา"
เมื่อซูชิงเหอได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของนางก็พลันดูไม่ได้ทันที "เขายังพูดอะไรอีก"
"ยังบอกอีกว่าเจ้าห่วงใยข้าอยู่เสมอ เคยฝากคนนำจดหมายและโอสถมาให้ แม้ว่าข้าจะไม่เคยได้รับมันเลยก็ตาม!"
"และยังบอกด้วยว่าเจ้ากับอาจารย์ของเจ้ามีปัญหากันมาตลอดเพราะข้า"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูชิงเหอก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปค้อนใส่หลี่เช่ออันที่อยู่ไม่ไกล
หลี่เช่ออันถือไหสุราอยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่ไม่เป็นมิตรเขาก็ชะงักไปทันที
สถานการณ์อะไรกัน
มาถลึงตาใส่ข้าทำไมกัน
เยี่ยอู๋โยวถอนหายใจก่อนจะกล่าวช้าๆ "อันที่จริง ข้าเคยบอกไปแล้วว่าข้าไม่เกลียดเจ้า เป็นเพราะข้าปล่อยวางได้แล้วต่างหาก"
"ตลอดสองปีที่ผ่านมา สำหรับข้าแล้วมันไม่ต่างอะไรกับการเกิดใหม่ ข้าถูกเยี่ยซานไห่มองว่าเป็นตัวไร้ค่า ถูกหลิ่วหรูอวิ๋นและเยี่ยชิงหมิงเหยียบย่ำราวกับสุนัขตัวหนึ่ง และถูกคนอื่นๆ ในเมืองไท่เสวียนเย้ยหยันถากถางว่าเป็นขยะ!"
"ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่เคยทำลายข้าลงได้เลย เพียงแต่ทำให้ข้ามักจะมองหาใครสักคนเพื่อเป็นที่พึ่งพิง!"
"ข้าเคยไปยืนมองเส้นทางที่ทอดยาวไปสู่เมืองหลวงบนกำแพงเมืองไท่เสวียนครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงแต่ไม่เคยรอเจ้ากลับมาได้เลย"
เมื่อซูชิงเหอได้ฟังเช่นนั้น ขอบตาของนางก็แดงก่ำ "อู๋โยว ข้าขอโทษ ... "
"ไม่ต้องขอโทษหรอก!"
เยี่ยอู๋โยวเอ่ยอย่างจริงจัง "สำหรับข้าแล้ว นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!"
"ในเมื่อตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเรื่องนี้ไม่สามารถโทษเจ้าได้ และรู้ว่าความรู้สึกที่เจ้ามีต่อข้ายังไม่เปลี่ยนแปลง ทว่า ... บางสิ่งบางอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้
หัวใจของซูชิงเหอก็กระตุกวูบ
[จบแล้ว]