- หน้าแรก
- หนึ่งกระบี่พลิกสวรรค์ ตำนานจอมเทพเยี่ยอู๋โยว
- บทที่ 44 - การฝังเข็มครั้งที่สาม
บทที่ 44 - การฝังเข็มครั้งที่สาม
บทที่ 44 - การฝังเข็มครั้งที่สาม
เยี่ยอู๋โยวหยุดฝีเท้าลง
"เยี่ยชิงหมิง บางครั้งข้าก็สงสารเจ้าจริงๆ ทั้งที่อ่อนแอถึงเพียงนั้น โง่เขลาถึงเพียงนั้น แต่กลับคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ล้ำเลิศและแข็งแกร่ง!"
"ที่ข้าสงสารเจ้าก็เพราะว่าต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้เกิดจากความรักความหลงที่หญิงแพศยาหลิ่วหรูอวิ๋นมีต่อเจ้านั่นแหละ!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้เยี่ยชิงหมิงก็มีสีหน้าเหม่อลอย
เยี่ยอู๋โยวกล่าวต่อ "ส่วนหลิ่วหรูอวิ๋น ... "
"เจ้าตามใจบุตรชายจนกลายเป็นสวะไปแล้วแต่เจ้ากลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด"
หลิ่วหรูอวิ๋นเพิ่งจะอ้าปากด่าทอ
เยี่ยอู๋โยวก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ตอนอยู่ตระกูลซูข้าทำให้กระดูกของเขาหักได้และตบหน้าเจ้าได้หลายฉาด อยู่ที่นี่ข้าก็ยังทำได้เช่นกัน เจ้าเชื่อหรือไม่"
เมื่อหลิ่วหรูอวิ๋นได้ยินเช่นนี้ก็ต้องกลืนความบ้าคลั่งของตนเองกลับลงคอไปอย่างฝืนทน
เยี่ยอู๋โยวมองไปที่เยี่ยชิงหมิงแล้วกล่าว "การทดสอบของสำนักศึกษาเทียนชิงในปีนี้ข้าก็จะเข้าร่วมด้วย เยี่ยชิงหมิง พอถึงเวลานั้นเจ้าจงเบิกตาดูให้ดีว่าอะไรที่เรียกว่าอัจฉริยะของจริง"
"หากเป็นไปตามความคิดแต่ก่อนของข้า ข้าคงสังหารพวกเจ้าสองแม่ลูกทิ้งให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปแล้ว แต่หากทำเช่นนั้นมันจะสาสมกับความทรมานและความอัปยศที่ข้าได้รับในตระกูลเยี่ยตลอดสองปีมานี้ได้อย่างไร"
"การสนองคืนด้วยวิธีเดียวกับที่พวกเจ้าทำเอาไว้นั่นแหละถึงจะดีที่สุด!"
กล่าวจบ
เยี่ยอู๋โยวก็ก้าวออกไปประชิดตัวหลิ่วหรูอวิ๋นพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "บอกความจริงให้รู้เอาไว้ว่าพวกของเยี่ยเจิ้งและเยี่ยปิ่งชวนล้วนเป็นข้าที่สังหารทิ้งทั้งสิ้น หากอยากให้ข้าตาย ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้า!"
"ช่วงหลายวันนี้ทุกคืนข้าจะเดินทางจากหอว่านเซี่ยงกลับไปที่ตระกูลซู หากจะดักสังหารระหว่างทางก็เชิญพวกเจ้าส่งคนมาได้ตามสบาย!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้
หลิ่วหรูอวิ๋นก็มีสีหน้าดูไม่ได้
เยี่ยชิงหมิงที่อยู่ด้านข้างกำหมัดแน่น หลายครั้งที่เขาอยากจะพุ่งเข้าไปชกหน้าเยี่ยอู๋โยวสักหมัด
แต่เขาก็ไม่ได้ทำ
เขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งที่เขารู้สึกว่าเยี่ยอู๋โยวก็แค่ขยะไร้ค่าแต่เขากลับลังเล
สิ้นคำพูดเยี่ยอู๋โยวก็ยกมือขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าว "หินวิญญาณเจ็ดหมื่นก้อน ข้าคงได้ส่วนแบ่งเกินครึ่ง สรุปแล้วคงต้องขอบคุณความโง่เขลาของพวกเจ้าสองแม่ลูกนั่นแหละ!"
กล่าวจบเยี่ยอู๋โยวก็หันหลังเดินจากไป
ป๋ายเชียนหลิงมองสองแม่ลูกพลางแย้มยิ้มบางๆ "เด็กๆ ส่งแขก!"
ตอนที่หลิ่วหรูอวิ๋นและเยี่ยชิงหมิงถือโอสถวิเศษห้าเม็ดเดินออกจากหอว่านเซี่ยง สีหน้าของพวกเขาย่ำแย่ยิ่งกว่ากลืนอุจจาระลงคอเสียอีก
เวลาผ่านไปเพียงไม่นานกลับต้องสูญเสียหินวิญญาณไปเปล่าๆ ถึงสามหมื่นกว่าก้อน
ยิ่งไปกว่านั้น ...
พอเยี่ยชิงหมิงนึกถึงว่าโอสถรวบรวมปราณระดับสมบูรณ์สามเม็ดนี้เป็นเยี่ยอู๋โยวที่สกัดออกมา หากกลืนมันลงไปก็คงรู้สึกเหมือนกินแมลงวัน แต่ถ้าไม่กินก็เท่ากับสูญหินวิญญาณสามหมื่นก้อนไปเปล่าๆ
ส่วนหลิ่วหรูอวิ๋นพอนึกถึงว่าตัวเองใช้หินวิญญาณสี่หมื่นก้อนซื้อโอสถรักษารูปโฉมสองเม็ด แต่เดี๋ยวก็จะมีโอสถรักษารูปโฉมที่ดีกว่าออกมาขายในราคาเม็ดละสองหมื่นเช่นกัน ความรู้สึกนั้นช่าง ...
"ท่านแม่ เยี่ยอู๋โยวจะสกัดโอสถได้อย่างไรกัน เมื่อก่อนเขามีพรสวรรค์สูงส่งก็จริงแต่เขาไม่เคยสกัดโอสถเป็นเลยนะ"
"ไอ้เด็กเวรนี่ต้องแอบเรียนวิชาในช่วงสองปีที่กลายเป็นคนไร้ค่าแน่ๆ!"
แอบเรียนอย่างนั้นหรือ
เยี่ยชิงหมิงกล่าวด้วยความเคียดแค้น "ฮึ ก็แค่ปรุงโอสถ ใครบ้างจะทำไม่เป็น ข้าก็จะเรียนด้วย!"
"ลูกรัก เจ้าจะเรียนไปทำไมกัน"
หลิ่วหรูอวิ๋นรีบกล่าว "วิถีโอสถกับวิชาหลอมสร้างล้วนเป็นวิถีสายรอง มีเพียงวิถียุทธ์เท่านั้นที่เป็นวิถีสายหลัก อย่าได้ละทิ้งสิ่งสำคัญไปคว้าเอาเรื่องไร้สาระเชียว!"
"นั่นก็จริง ... "
หลิ่วหรูอวิ๋นกล่าวอีก "เรื่องในวันนี้ห้ามบอกพ่อของเจ้าเด็ดขาด!"
"เพราะเหตุใดกัน"
"หากพ่อของเจ้ารู้ว่าเยี่ยอู๋โยวปรุงโอสถเป็น เขาจะไม่ยิ่งอยากให้มันกลับตระกูลเยี่ยหรอกหรือ"
"จริงด้วย!"
เยี่ยชิงหมิงแค่นเสียงเย็น "รอให้การทดสอบของสำนักศึกษาเทียนชิงเริ่มขึ้นเสียก่อน ข้าจะทำให้มันรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นอัจฉริยะ"
...
สำหรับสองแม่ลูกหลิ่วหรูอวิ๋นและเยี่ยชิงหมิงนั้น เยี่ยอู๋โยวเลิกใส่ใจไปนานแล้ว
ความอัปยศและการทรมานตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาต้องเอาคืนให้สาสม
และทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ตลอดช่วงเช้าหลังจากเยี่ยอู๋โยวชี้แนะบรรดาปรมาจารย์โอสถเสร็จ เขาก็ลงมือสกัดโอสถหลอมกายา โอสถรวบรวมปราณ และโอสถรักษารูปโฉมอีกเล็กน้อยด้วยตนเอง
ตอนนี้เขาอยู่ขั้นหลอมกายาระดับเก้า ห่างจากขั้นเบิกปราณเพียงก้าวเดียวเท่านั้น การจะสกัดโอสถรักษารูปโฉมคุณภาพสูงออกมาได้ก็นับว่าพอฝืนทำได้
หลังเที่ยงวันเยี่ยอู๋โยวก็หมกตัวอยู่ในห้องฝึกฝนพลัง
สองวันถัดมาทุกอย่างก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ
เพียงแต่ทั่วทั้งเมืองไท่เสวียนเริ่มจะคึกคักขึ้นมาแล้ว
เมื่อก่อนการทดสอบรับสมัครศิษย์ของสำนักศึกษาเทียนชิง ทุกเมืองจะมีจุดทดสอบของตนเอง
แต่ทว่าในครั้งนี้กลับเป็นการทดสอบร่วมของห้าเมือง
เมืองไท่เสวียน เมืองซิงเยว่ เมืองหลิงเฟิง เมืองคูมู่ เมืองอวิ๋นไห่ ผู้เยาว์จากห้าเมืองใหญ่ที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขต้องเข้ารับการทดสอบพร้อมกัน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเทียบกับแต่ก่อน ครั้งนี้กลับรับสมัครเพียงสิบคนเท่านั้น ช่างเข้มงวดเสียนี่กระไร!
เมื่อการทดสอบใกล้เข้ามา
โรงเตี๊ยมและเหลาอาหารทุกแห่งในเมืองไท่เสวียนต่างก็มีผู้คนเข้าพักจนเกือบเต็ม
ไม่ใช่แค่ครอบครัวของเหล่าผู้เยาว์ที่เข้าร่วมการทดสอบเท่านั้น ยังมีกองกำลังจากตระกูลต่างๆ มากมายที่เดินทางมาเพื่อชมการประลอง
อย่างไรเสียคนเข้าร่วมการทดสอบมีไม่น้อย แต่คนที่สามารถเข้าสู่สำนักศึกษาเทียนชิงได้มีไม่มากนัก
ทว่าบรรดาผู้พ่ายแพ้จำนวนมากล้วนมีพรสวรรค์ที่ดีเยี่ยมและบางคนก็ไม่ได้มีฐานะทางบ้านดีนัก
ในช่วงเวลานี้แต่ละตระกูลจึงสามารถใช้ข้ออ้างในการรับบุตรเขยหรือแต่งภรรยาเพื่อดึงตัวผู้มีความสามารถเหล่านี้มาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตระกูลของตนได้
การทดสอบของสำนักศึกษาเทียนชิงในแต่ละปีล้วนเป็นงานยิ่งใหญ่
และการทดสอบร่วมห้าเมืองในครั้งนี้ สภาพแวดล้อมภายในเมืองไท่เสวียนก็พอจะคาดเดาได้
เยี่ยอู๋โยวเองก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าในช่วงหลายวันนี้ผู้คนเริ่มพลุกพล่านมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังคงใช้ชีวิตจำเจอยู่แต่สถานที่เดิมๆ มุ่งมั่นกับการฝึกฝนและปรุงโอสถไปตามลำดับขั้นตอน
วันหนึ่ง
ภายในจวนตระกูลซู
ภายในห้องนอนของซูชิงเหอ
เสียงครางต่ำที่ถูกกดทับดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะชวนให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกหวั่นไหว
หลังจากเยี่ยอู๋โยวฝังเข็มเสร็จเขาก็พรูลมหายใจออกมา
บนเตียงนอน
ซูชิงเหอใบหน้าแดงระเรื่อไปนานแล้ว
"การฝังเข็มครั้งที่สามเสร็จสิ้นแล้ว!"
เยี่ยอู๋โยวกล่าวขึ้น "ข้าจะช่วยสกัดโอสถวิเศษสำหรับปรับสภาพร่างกายให้เจ้าอีกสักหน่อยที่หอว่านเซี่ยง หลังจากเจ้ากินเข้าไปก็ค่อยๆ ปรับตัว ไม่นานก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงพลังของดวงตาเทวะหยินหยางที่ค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นมาเอง!"
"ทว่าการฟื้นฟูพลังยุทธ์ของเจ้าเกรงว่ายังคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ อย่าเพิ่งรีบร้อนไปจะดีกว่า!"
เมื่อซูชิงเหอได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้า
เยี่ยอู๋โยวเลื่อนผ้าห่มขึ้นมาคลุมเรือนร่างอรชรของซูชิงเหอเอาไว้
"เดี๋ยวข้าจะให้คนนำโอสถวิเศษมาส่งให้ ข้อตกลงระหว่างเจ้ากับข้าถือเป็นอันสิ้นสุด สัญญาหมั้นหมายฉบับนี้ก็สามารถยกเลิกได้แล้ว!"
กล่าวจบเยี่ยอู๋โยวก็หยิบสัญญาหมั้นหมายที่ตนพกติดตัวออกมา
"อู๋โยว!"
ซูชิงเหอรีบกล่าว "เจ้าลงนามเข้าร่วมการทดสอบในฐานะผู้เยาว์ตระกูลซูของเรา การยกเลิกสัญญาหมั้นหมายยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนกระมัง"
เยี่ยอู๋โยวเลิกคิ้วขึ้น
"วันนั้นที่เกิดการแต่งงานกับคนตาย เป็นบิดาของข้าที่บีบบังคับให้บิดาของเจ้ายอมรับ เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ แถมตอนนี้ยังต้องเข้าร่วมการทดสอบในฐานะผู้เยาว์ตระกูลซู การพักอยู่ที่ตระกูลซูของข้าไปก่อนชั่วคราวถือเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่านะ!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
เยี่ยอู๋โยวก็เก็บสัญญาหมั้นหมายแล้วกล่าว "ก็แค่เรื่องช้าหรือเร็วเท่านั้น"
กล่าวจบ
เยี่ยอู๋โยวก็ลุกขึ้นยืน "พรุ่งนี้การทดสอบก็จะเริ่มขึ้นแล้ว รอให้การทดสอบจบลงพวกเราค่อยยกเลิกสัญญาก็ยังไม่สาย!"
"อืม ... "
หลังจากเยี่ยอู๋โยวออกจากห้องไป
ซูชิงเหอก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง
ผ้าห่มบนเรือนร่างร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบเชียบโดยที่ซูชิงเหอไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย
เพียงแต่ภาพความงดงามที่เปิดเผยให้เห็นนี้กลับไม่มีผู้ใดได้เชยชม
ซูชิงเหอยังรู้สึกว่าสายตาที่เยี่ยอู๋โยวมองนางก่อนหน้านี้นั้นช่างบริสุทธิ์ใจยิ่งนัก
ซูชิงเหอระบายลมหายใจออกมา ก่อนจะสวมเสื้อผ้าและนั่งขัดสมาธิเพื่อทำสมาธิ
การทดสอบรับสมัครศิษย์ของสำนักศึกษาเทียนชิงกำลังจะมาถึง เพียงแต่ไม่รู้ว่าอาจารย์ที่รับผิดชอบการรับสมัครในครั้งนี้จะเป็นผู้ใด
ในเวลาเดียวกัน
เยี่ยอู๋โยวได้เดินทางมาถึงหอว่านเซี่ยงแล้ว
พอมาถึงหน้าประตูหอว่านเซี่ยง ป๋ายเชียนหลิงก็ปรี่เข้ามาต้อนรับด้วยสีหน้าร้อนรน
"คุณชายเยี่ย เกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อยเจ้าค่ะ"
"หืม ปัญหาอะไรกัน" เยี่ยอู๋โยวเลิกคิ้วขึ้น