- หน้าแรก
- เมื่อข้าเกิดใหม่เป็นทาสโอสถ แต่ดันมีระบบเก็บเลเวลจากศพสุดโกง
- บทที่ 220 - หนีหัวซุกหัวซุน
บทที่ 220 - หนีหัวซุกหัวซุน
บทที่ 220 - หนีหัวซุกหัวซุน
บทที่ 220 - หนีหัวซุกหัวซุน
ไม่นานสีหน้าของหวังปิงเตี๋ยก็กลับมาเป็นปกติ
ต้องรู้ก่อนว่าที่นี่คือเกาะชิงอวิ๋น หอการค้ากิเลนของพวกเขามีอำนาจมากก็จริง แต่ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของพวกเขา
"ทุกท่าน พวกเรายังต้องทำมาค้าขาย หากพวกท่านไม่คิดจะซื้อของ ก็เชิญออกไปจากที่นี่เถอะ" หวังปิงเตี๋ยกล่าวเสียงขรึม
ฮวาเตียวมองประเมินหวังปิงเตี๋ยตั้งแต่หัวจรดเท้า สตรีตัวเล็กๆ ระดับหลอมปราณขั้นที่หนึ่งกลับกล้าพูดจาเช่นนี้กับเขา ไม่รู้จริงๆ ว่าไปเอาความกล้ามาจากไหน
"พาพวกเราไปหานักปรุงยาผู้นั้น ความอดทนของพวกเรามีจำกัด อย่าได้คิดลองดีกับความอดทนของพวกเรา ข้าไม่อยากพูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม เจ้าจงให้ความร่วมมือกับพวกเราแต่โดยดี มิเช่นนั้นก็อย่าหาว่าพวกเราไม่เกรงใจ" ฮวาเตียวกล่าวพร้อมรอยยิ้มเย็น
ด้วยความที่รอนแรมอยู่ภายนอกมาตลอดทั้งปี พวกฮวาเตียวย่อมไม่ใช่คนดีอะไรอยู่แล้ว เมื่อเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมา รังสีความชั่วร้ายก็แผ่ซ่านออกจากร่าง สายตาที่มองมายังหวังปิงเตี๋ยนั้นเย็นเยียบจับใจ
หวังปิงเตี๋ยตกใจกลัวจนหน้าถอดสี ร่างกายถอยกรูดไปด้านหลังอย่างห้ามไม่อยู่
"ใครบอกว่าจะไม่เกรงใจ กล้ามากำเริบเสิบสานในร้านนี้ ไม่เห็นหน่วยพิทักษ์ตลาดการค้าเขาเทียนตูของพวกเราอยู่ในสายตาเลยหรือไง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังมาจากนอกประตู คนกลุ่มหนึ่งเดินแหวกฝูงชนเข้ามา
ผู้ที่มาคือเสิ่นเหนียน หัวหน้าหน่วยพิทักษ์เขาเทียนตู ผู้มีระดับพลังสร้างรากฐานขั้นกลาง
เสิ่นเหนียนรู้จักเฉินเฟิง และได้รับคำสั่งเด็ดขาดจากสำนักมาว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรับรองความปลอดภัยให้กับร้านโอสถของเฉินเฟิง เขาถึงได้มาตั้งจุดลาดตระเวนอยู่ใกล้ๆ ร้านแห่งนี้
อาจกล่าวได้ว่า เพียงแค่อาศัยอิทธิพลของเฉินเฟิง ร้านโอสถแห่งนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในตลาดการค้าเขาเทียนตูแล้ว
หลังจากได้รับข่าวว่ามีคนมาก่อกวนที่นี่ เสิ่นเหนียนก็รีบรุดมาทันที
พอเห็นว่าผู้ที่มาคือหัวหน้าเสิ่นที่มักจะมาเดินเล่นอยู่บ่อยๆ หวังปิงเตี๋ยก็รีบตะโกนขึ้นมา "หัวหน้าเสิ่น ท่านมาได้จังหวะพอดีเลย"
ฮวาเตียวปรายตามองเสิ่นเหนียน แววตาเผยให้เห็นถึงความเหยียดหยาม
แค่ไอ้สวะสร้างรากฐานขั้นกลางยังคิดจะมาขวางข้าอีกงั้นหรือ
ตอนที่มานั้นไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนมาก่อกวนที่นี่ แต่ตอนนี้สามารถสัมผัสได้ถึงระดับพลังของคนเหล่านี้แล้ว
ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานทั้งสิ้น หนำซ้ำยังมีสร้างรากฐานขั้นปลายอีกสองคน
ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานมากมายขนาดนี้โผล่มาจากไหนกัน
"ข้าน้อยเสิ่นเหนียน ศิษย์สายในสำนักชิงอวิ๋น ไม่ทราบว่าสหายเต๋าทุกท่านมาจากสำนักใด ผู้อาวุโสในสำนักไม่ได้บอกพวกท่านหรือว่าห้ามมาก่อความวุ่นวายที่นี่ พวกท่านรีบออกไปซะเถอะ ข้าจะถือเสียว่าไม่เห็นเรื่องในวันนี้ มิเช่นนั้นแล้ว พวกท่านไม่กลัวว่าจะมีคนไปเอาเรื่องถึงสำนักของพวกท่านหรือ" เสิ่นเหนียนกล่าวเสียงขรึม
คนของร้านนี้ไม่ควรไปตอแย ไม่เพียงแต่คนของสำนักชิงอวิ๋นที่รู้ คนของสำนักใหญ่อื่นๆ ก็รู้ดีเช่นกัน
"หัวหน้าเสิ่น พวกเขาเป็นคนของหอการค้ากิเลน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด จู่ๆ ก็จะมาพาตัวพวกเราไป หัวหน้าเสิ่น ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเรานะ" หวังปิงเตี๋ยรีบกล่าว
หอการค้ากิเลนงั้นหรือ
เสิ่นเหนียนขมวดคิ้ว เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องนี้จะไปพัวพันกับหอการค้ากิเลน
แต่ไม่ว่าอย่างไร หอการค้ากิเลนก็เป็นแค่มังกรข้ามถิ่น จะมาข่มงูเจ้าถิ่นอย่างสำนักชิงอวิ๋นไม่ได้
"ที่แท้ทุกท่านก็คือสหายเต๋าจากหอการค้ากิเลนนี่เอง เสียมารยาทแล้ว สหายเต๋าทุกท่าน ที่นี่คืออาณาเขตของสำนักชิงอวิ๋น ไม่ใช่เรือของหอการค้ากิเลน ขอให้ทุกท่านตระหนักถึงสถานะของตนเองด้วย มิเช่นนั้นหากเกิดข้อพิพาทอันใดขึ้นมา มันก็คงไม่เป็นผลดี เมื่อถึงตอนนั้นคงอธิบายให้ทุกฝ่ายฟังได้ยาก" เสิ่นเหนียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ฮวาเตียวมองเสิ่นเหนียน มุมปากปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา
ไอ้พวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะกระทบกระเทือนถึงหอการค้ากิเลน เขาคงอยากจะใช้กระบี่ฟันมันให้ขาดสะบั้นไปแล้ว
"เจ้าเป็นตัวอะไร ถึงได้มีหน้ามาพูดกับข้าแบบนี้" ฮวาเตียวกล่าวพร้อมรอยยิ้มเย็น
"เจ้า..."
เสิ่นเหนียนคิดไม่ถึงเลยว่าฮวาเตียวจะโอหังได้ถึงเพียงนี้ ต้องรู้ก่อนว่าที่นี่คือถิ่นของสำนักชิงอวิ๋น
เขาเพิ่งจะคิดชักกระบี่ ก็รู้สึกได้ถึงแสงกระบี่ที่สว่างวาบ ฮวาเตียวเก็บกระบี่เข้าฝักไปเรียบร้อยแล้ว
ร่างของเสิ่นเหนียนสั่นเทา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่เขาก็ยังกัดฟันข่มมันไว้ไม่ยอมร้องออกมา
บนพื้น นิ้วก้อยนิ้วหนึ่งหล่นอยู่เงียบๆ เลือดสดๆ หยดแหมะลงมาจากรอยตัด
กระบี่เดียวของฮวาเตียว ตัดนิ้วก้อยของเสิ่นเหนียนขาดสะบั้น
มุมปากของฮวาเตียวปรากฏรอยยิ้มเย็นชา เขามองเสิ่นเหนียนด้วยสายตาเหยียดหยาม มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
"กล้ามาขวางข้า นึกว่าจะมีฝีมือสักแค่ไหน ที่แท้ก็แค่พวกดีแต่เปลือก ไสหัวไปซะ วันนี้นายท่านอารมณ์ดี จะละเว้นชีวิตเจ้าไปก่อน" ฮวาเตียวกล่าวพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น
"หากพวกเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะถือเสียว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น มิเช่นนั้นแล้ว ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ เด็กๆ"
สีหน้าของเสิ่นเหนียนยิ่งทวีความเย็นชา ราวกับร่างทั้งร่างถูกแช่แข็ง แม้เลือดที่มือจะยังหยดอยู่ แต่กลิ่นอายความแข็งแกร่งกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
แม้เขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกฮวาเตียว แต่เขาก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว แววตาของเขาเย็นเยียบและสงบนิ่ง
และเมื่อเขาส่งเสียงตะโกนเรียก ลูกน้องหน่วยพิทักษ์ตลาดการค้าเขาเทียนตูก็มารวมตัวกัน ล้อมรอบทางเข้าของร้านโอสถเอาไว้จนแน่นหนา
ในเวลาเดียวกัน คนของหน่วยพิทักษ์ด้านนอกก็จุดพลุสัญญาณขึ้นฟ้า
เพียงพริบตาเดียว ค่ายกลของตลาดการค้าเขาเทียนตูก็ถูกเปิดใช้งาน แรงกดดันอันมหาศาลจากค่ายกลนั้นทำให้สีหน้าของฮวาเตียวเปลี่ยนไป
ฮวาเตียวคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะกลายเป็นแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าเจ้าหมอนี่จะกล้ามางัดข้อกับพวกเขาเพียงเพราะร้านโอสถเล็กๆ ที่ไม่สะดุดตานี้
หากมีแค่คนเดียว เขาฆ่าทิ้งก็คือฆ่าทิ้ง แต่ภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่แค่คนคนเดียว ทว่าเป็นคนกลุ่มใหญ่
หากฆ่าทิ้งจริงๆ เขาก็คงไม่มีจุดจบที่ดีแน่
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ค่ายกลก็เปิดใช้งานแล้ว หากเขาคิดจะทำอะไรก็คงเป็นไปไม่ได้
"ออกไปจากที่นี่ ตลาดการค้าเขาเทียนตูไม่ต้อนรับพวกเจ้า มิเช่นนั้นแล้ว..."
"ฆ่า"
"ฆ่า ฆ่า ฆ่า..."
ทันทีที่เสิ่นเหนียนตะโกนออกไป ลูกน้องหน่วยพิทักษ์ด้านนอกก็แผ่รังสีอำมหิตออกมา อารมณ์ฮึกเหิมถึงขีดสุด
แม้ระดับพลังจะต่ำกว่าตนเอง แต่ฮวาเตียวกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความกล้าหาญที่ไม่กลัวตายจากพวกเสิ่นเหนียน
ความโอหังของเขามลายหายไปในพริบตา
แม้ในใจจะโกรธเกรี้ยวจนแทบคลั่ง อยากจะบีบคอไอ้สารเลวตรงหน้าให้ตายคามือ แต่เขาก็จำต้องยอมรับความจริงตรงหน้า
"เสิ่นเหนียนใช่ไหม ข้าจำเจ้าไว้แล้ว สำนักชิงอวิ๋นของพวกเจ้าช่างขวัญกล้าเทียมฟ้านัก ถึงกล้ามาขัดขวางการทำงานของคนจากหอการค้ากิเลน ดี ดีมาก ดีมาก..."
ฮวาเตียวถลึงตาใส่เสิ่นเหนียนอย่างอาฆาตมาดร้าย ทิ้งท้ายด้วยคำขู่แล้วเดินจากไปทันที
เสิ่นเหนียนและลูกน้องเดินตามหลังพวกฮวาเตียวไปติดๆ มองดูจนกระทั่งพวกนั้นออกจากตลาดการค้าเขาเทียนตูไปจึงเดินกลับมา
ไม่นานหลังจากนั้น จำนวนรอบการลาดตระเวนของหน่วยพิทักษ์ตลาดการค้าเขาเทียนตูก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และในหน่วยลาดตระเวนที่อยู่ข้างร้านโอสถของเฉินเฟิง ก็มีผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานมาคอยนั่งประจำการอยู่ด้วย
[จบแล้ว]