เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 - ภัยพิบัติตั๊กแตน

บทที่ 36 - ภัยพิบัติตั๊กแตน

บทที่ 36 - ภัยพิบัติตั๊กแตน


บทที่ 36 - ภัยพิบัติตั๊กแตน

ในระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ข้อความบรรทัดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของหานอู่

ขอให้ผู้เข้าแข่งขันปลดปล่อยเผ่าพันธุ์บริวาร การแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในอีกสามนาที

ในขณะเดียวกัน หานอู่ก็ได้เห็นโฉมหน้าคู่ต่อสู้คนแรกในการประลองของตัวเอง

หมอนั่นมีรูปร่างเตี้ยแคระแกร็น ผิวดำคล้ำ เดินหลังค่อม แถมยังชอบส่งเสียงหัวเราะเจี๋ยกๆ ออกมาเป็นระยะอีกต่างหาก

"ไอ้หนู ถึงฉันจะมองไม่เห็นข้อมูลของแก แต่ฉันก็กล้ายืนยันได้เลยว่าแกมันเป็นแค่มือใหม่ แกวางใจเถอะ ท่านปู่ซู่ดูแลมือใหม่เก่งที่สุด การแข่งขันจะจบลงในไม่ช้านี้แหละ"

พูดจบ ซู่ถูก็หัวเราะอย่างชั่วร้ายพร้อมกับอัญเชิญเผ่าพันธุ์บริวารของตัวเองออกมา

มนุษย์หนูที่มีความสูงเพียงครึ่งเมตรถูกอัญเชิญออกมาทีละตัว รวมๆ แล้วก็มีจำนวนมากถึงสามร้อยล้านตัวเลยทีเดียว

"ไอ้หนู แกคงจะไม่เคยเห็นเผ่าพันธุ์บริวารเยอะขนาดนี้ล่ะสิ กลัวแล้วใช่ไหมล่ะ ถ้ากลัวล่ะก็ ยอมแพ้ไปซะดีๆ รอให้ปู่ซู่ฆ่าล้างบางเผ่าพันธุ์บริวารของแกจนหมด แล้วฉันจะปล่อยแกไป เจี๋ยกๆๆ"

บนใบหน้าที่บิดเบี้ยวของซู่ถูเผยให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมอยู่หลายส่วน

สำหรับเรื่องนี้ หานอู่เพียงแค่ยิ้มบางๆ ก่อนจะอัญเชิญเผ่าพันธุ์บริวารหลักของตนออกมา นั่นก็คือ ตั๊กแตน

ในชั่วพริบตานั้น ฝูงตั๊กแตนจำนวนมหาศาลก็บินว่อนออกมา บดบังท้องฟ้าจนมืดมิดไปทั่วทั้งบริเวณ

เมื่อเห็นภาพฉากนี้ อย่าว่าแต่ซู่ถูเลย แม้แต่ผู้ชมเพียงไม่กี่คนบนอัฒจันทร์ก็ยังต้องตกตะลึงจนตาค้าง

"นี่มันตัวอะไรกันเนี่ย เยอะแยะขนาดนี้เชียว ตั๊กแตนงั้นเหรอ ไอ้นี่มันมีพลังต่อสู้ด้วยหรือไง"

"ตั๊กแตนระดับอีลีทงั้นเหรอ น่าสนใจดีนี่"

"นี่มันเป็นการต่อสู้ด้วยจำนวนชัดๆ ใครแพ้ใครชนะคงบอกยากซะแล้วสิ"

หลังจากที่ซู่ถูสังเกตเห็นว่าเผ่าพันธุ์บริวารที่หานอู่ปล่อยออกมาคือตั๊กแตน สีหน้าของเขาก็แข็งทื่อไปในทันที

ตอนแรกเขาคิดว่าถ้าต้องสู้กันด้วยจำนวน เผ่าพันธุ์มนุษย์หนูของเขาไม่มีทางแพ้อย่างแน่นอน แต่เขากลับคาดไม่ถึงเลยว่าเผ่าพันธุ์บริวารของอีกฝ่ายกลับเป็นตั๊กแตนที่มีจำนวนมากกว่าเสียอีก

"เจี๋ยกๆๆ เผ่าพันธุ์บริวารหลักของแกดันเป็นตั๊กแตนเสียนี่ ช่างน่าสงสารเสียจริง แกวางใจได้เลย ปู่ซู่คนนี้พูดคำไหนคำนั้น รับรองว่าการแข่งขันจะต้องจบลงอย่างรวดเร็วแน่นอน"

ซู่ถูมีความมั่นใจกับการแข่งขันในครั้งนี้มากยิ่งขึ้น

ก็แค่ตั๊กแตน มันจะไปแข็งแกร่งได้สักแค่ไหนเชียว ก็แค่เป้าซ้อมยิงเคลื่อนที่เท่านั้นแหละน่า

เมื่อการนับถอยหลังสามนาทีสิ้นสุดลง

การประลองก็ได้เริ่มต้นขึ้น

เหล่ามนุษย์หนูที่ซู่ถูอัญเชิญออกมาต่างก็พากันเอามือไพล่หลัง ก่อนจะหยิบหน้าไม้ขนาดเล็กกะทัดรัดออกมาคนละกระบอก

พวกมันเหนี่ยวไกหน้าไม้ ปล่อยลูกศรแต่ละดอกพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อโจมตีฝูงตั๊กแตน

ลูกศรทั้งหมดสามร้อยล้านดอกพุ่งกระหน่ำเข้าใส่ฝูงตั๊กแตนราวกับห่าฝน

หานอู่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาส่งคำพยากรณ์เทพลงไป

"แมลงร่วงหล่น ป้องกัน"

แมลงร่วงหล่นที่มีรูปร่างใหญ่กว่าหนึ่งระดับและมีเปลือกหุ้มอันหนาเตอะ บินทะยานออกมาจากฝูงตั๊กแตนจำนวนมหาศาล พวกมันเข้ามาขวางอยู่เบื้องหน้าฝูงแมลงตัวอื่นๆ เพื่อรับการโจมตีจากลูกศรระลอกแรก

ลูกศรบางดอกพุ่งเข้าปะทะกับเปลือกหุ้มของพวกมัน แต่ส่วนใหญ่กลับถูกเปลือกหุ้มกระแทกจนกระเด็นออกไป

กองทัพตั๊กแตนแทบจะไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นว่าการโจมตีด้วยห่าฝนลูกศรระลอกแรกไม่ได้รับผลลัพธ์ที่ชัดเจนสักเท่าไหร่นัก

ซู่ถูก็รู้สึกเดือดดาลขึ้นมาเล็กน้อย เขาสั่งให้เดินหน้าโจมตีต่อไป

เผ่าพันธุ์บริวารมนุษย์หนูเริ่มขยับหน้าไม้ในมืออย่างชำนาญ ก่อนจะบรรจุลูกศรเข้าไป

ส่วนหานอู่ก็ยังคงส่งคำพยากรณ์เทพต่อไป

"แมลงคำสาปมืด ลอบโจมตี"

แมลงคำสาปมืดโบยบินไปในอากาศ กลมกลืนไปกับเงามืด พวกมันลอบเข้าไปอยู่ด้านหลังของมนุษย์หนูอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะปลดปล่อยคำสาปออกมา

คำสาปเชื่องช้า คำสาปอ่อนแอ คำสาปตาบอด

มนุษย์หนูเกือบทั้งหมดถูกคำสาปเล่นงานเข้าอย่างจัง ทำให้ไม่สามารถบรรจุลูกศรได้อย่างราบรื่น

หานอู่ยังคงส่งคำพยากรณ์เทพลงไปอีกครั้ง

"แมลงมารสวรรค์ พุ่งเข้าสังหาร"

แมลงมารสวรรค์นับไม่ถ้วนบินข้ามผ่านการป้องกันของแมลงร่วงหล่น พวกมันขยับปีกแมลง ชูเขายาวอันแหลมคมของพวกมันขึ้น ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าทิ่มแทงมนุษย์หนู

ในชั่วพริบตานั้น มนุษย์หนูจำนวนมหาศาลก็ถูกแมลงมารสวรรค์ทิ่มแทง

แค่ทิ่มแทงเข้าใส่ก็ยังไม่ถือว่าจบหรอกนะ

แมลงมารสวรรค์ส่วนใหญ่มักจะได้รับอิทธิพลมาจากลูกปัดหมอกพิษซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวลหนึ่ง ทำให้ร่างกายของพวกมันแฝงไปด้วยพิษร้าย

พิษร้ายซึมซาบเข้าสู่กระแสเลือด ไหลเวียนเข้าสู่อวัยวะภายในของมนุษย์หนู

ผ่านไปไม่ถึงห้าวินาที มนุษย์หนูจำนวนมากก็ตกตายลงไป

กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบวินาที ทว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นกลับน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง

ผู้ชมทุกคนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อัตราการรอดชีวิตของเผ่าพันธุ์บริวารของหานอู่ยังคงอยู่ที่เก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์

ในขณะที่อัตราการรอดชีวิตของเผ่าพันธุ์บริวารของซู่ถูกลับดิ่งลงเหว ลดลงเหลือเพียงแค่สี่สิบสองจุดเจ็ดสามเปอร์เซ็นต์

ใครแข็งแกร่ง ใครอ่อนแอ ย่อมมองเห็นได้อย่างชัดเจนในพริบตา

"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด"

ซู่ถูไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

กองทัพมนุษย์หนูของเขาถูกบดขยี้อย่างง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไรกัน

นี่คือกองทัพมนุษย์หนูที่เขาทุ่มเทพลังเทพไปอย่างมหาศาลเพื่อเพาะเลี้ยงพวกมันขึ้นมาเชียวนะ

พวกตั๊กแตนไม่รู้จักคำว่ายั้งมือหรอก พวกมันยังคงเดินหน้าเข่นฆ่าต่อไป

ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่ซู่ถูกำลังลังเลอยู่นั้น อัตราการรอดชีวิตของเผ่าพันธุ์บริวารของเขาก็ลดลงเหลือเพียงแค่สามสิบเอ็ดจุดสี่ห้าเปอร์เซ็นต์เสียแล้ว

"ฉันยอมแพ้ ฉันขอยอมแพ้"

ซู่ถูตะโกนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดใจ

ในวันวาน เขามักจะยืนมองดูคนอื่นเจ็บปวดใจกับเผ่าพันธุ์บริวารของพวกเขา ทว่าในวันนี้ เขากลับไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าแมลงที่น่าสงสารตัวนั้น จะกลายมาเป็นตัวเขาเองเสียได้

เมื่อซู่ถูประกาศยอมแพ้ ลานประลองก็กางม่านพลังป้องกันลงมา

ในท้ายที่สุด มีมนุษย์หนูเพียงแค่สามสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ถูกเทเลพอร์ตกลับไปยังอาณาเขตเทพของซู่ถู

ฝูงตั๊กแตนก็ถูกเทเลพอร์ตกลับไปยังอาณาเขตเทพจนหมดสิ้นเช่นเดียวกัน หานอู่จ้องมองซากศพของมนุษย์หนูที่เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะอยากอัญเชิญอัศวินโครงกระดูกออกมา เพื่อเปลี่ยนซากศพเหล่านี้ให้กลายเป็นทหารโครงกระดูกให้หมด

ทว่าในวินาทีต่อมา หานอู่ก็ล้มเลิกความคิดนี้ไป

นั่นก็เป็นเพราะว่าบนพื้นของลานประลองปรากฏวงเวทขนาดมหึมาขึ้นมา ลวดลายของวงเวทมีความคล้ายคลึงกับสกิลบูชายัญชีวิตของหานอู่อยู่หลายส่วน ทว่ามันกลับทรงพลังยิ่งกว่า

ซากศพของมนุษย์หนูบนพื้นถูกวงเวทดูดกลืนเข้าไป จนท้ายที่สุดก็ควบแน่นกลายเป็นเศษเสี้ยวแก่นกลางอาณาเขตเทพหนึ่งชิ้น แล้วร่วงหล่นลงมาในมือของหานอู่

นั่นก็คือรางวัลแห่งชัยชนะในการประลองครั้งนี้ของหานอู่นั่นเอง

หลังจากถูกเทเลพอร์ตออกมาจากลานประลอง หานอู่ก็รู้สึกตื่นตะลึงจนไม่อาจหาคำใดมาบรรยายได้

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นความสามารถที่คล้ายคลึงกับสกิลบูชายัญชีวิตเช่นนี้

ในระหว่างที่เขากำลังทึ่งอยู่นั้น เถียนเหวินก็เดินเข้ามาหาพลางตบไหล่เขาเบาๆ และเอ่ยชมเชย

"หานอู่ ทำได้ดีมากเลยนะ การลงแข่งขันครั้งแรกก็สามารถคว้าชัยชนะมาได้อย่างง่ายดาย ทำให้ครูชนะพนันได้พลังเทพมาตั้งเยอะเชียว"

"ดูจากสภาพเผ่าพันธุ์บริวารของเธอที่ไม่ค่อยได้รับความเสียหายเท่าไหร่นัก สนใจจะลงแข่งขันในรอบที่สองต่อเลยไหม ถ้าสามารถคว้าชัยชนะติดต่อกันได้ เศษเสี้ยวแก่นกลางอาณาเขตเทพที่จะได้รับก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าครั้งนี้หนึ่งในสิบส่วนเลยนะ"

พอได้ยินแบบนั้น หานอู่ก็ตอบตกลงในทันที

"ถ้าอย่างนั้นก็ลุยต่อเลยครับ เผ่าพันธุ์บริวารของผมกำลังขาดประสบการณ์อยู่พอดีเลย"

หลังจากส่งคำขอไปแล้ว การลงทะเบียนแข่งขันในรอบที่สองของหานอู่ก็เสร็จสิ้น

สิบนาทีต่อมา การแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น

ยี่สิบนาทีต่อมา การแข่งขันรอบที่สามก็เริ่มต้นขึ้น

ในวันที่สามสิบสอง หานอู่ต้องยอมสละแมลงมารสวรรค์หนึ่งร้อยล้านตัวให้ระเบิดตัวเอง เพื่อแลกกับชัยชนะในการแข่งขันรอบที่หนึ่งร้อยแปดสิบสี่มาอย่างยากลำบาก

ทั่วทั้งสนามเดือดพล่าน ผู้ชมนับไม่ถ้วนต่างพากันตะโกนโห่ร้องคำว่าภัยพิบัติตั๊กแตนดังลั่น

นี่คือฉายาที่ผู้ชมตั้งให้กับหานอู่ตามเผ่าพันธุ์บริวารของเขา

และชัยชนะในครั้งนี้ ก็คือชัยชนะติดต่อกันเป็นครั้งที่แปดสิบเก้าของหานอู่

เศษเสี้ยวแก่นกลางอาณาเขตเทพที่เขาได้รับมานั้น มีขนาดใหญ่กว่าปกติถึงแปดจุดเก้าเท่าเลยทีเดียว

แก่นกลางอาณาเขตเทพ ทุกๆ เลเวลที่อัปเกรดขึ้นไป ย่อมต้องการเศษเสี้ยวแก่นกลางในจำนวนที่มากขึ้นตามไปด้วย

จากเลเวลห้าเลื่อนขึ้นไปเป็นเลเวลหก หานอู่ต้องใช้เศษเสี้ยวแก่นกลางอาณาเขตเทพขนาดเล็กใหญ่ปะปนกันไปถึงหกสิบเก้าชิ้น

หลังจากดูดซับเศษเสี้ยวแก่นกลางอาณาเขตเทพที่เพิ่งจะได้รับมาไปจนหมด เลเวลแก่นกลางอาณาเขตเทพของเขาก็เพิ่งจะเลื่อนขึ้นไปถึงเลเวลเจ็ดได้อย่างเฉียดฉิว

ส่วนถ้าหากต้องการจะเลื่อนขึ้นไปเป็นเลเวลแปด ปริมาณเศษเสี้ยวแก่นกลางที่ต้องการ จะต้องมีจำนวนมากกว่าเศษเสี้ยวแก่นกลางที่ใช้ในการเลื่อนระดับจากเลเวลหกขึ้นมาเลเวลเจ็ดรวมกันเสียอีก

"อยากจะแข็งแกร่งขึ้นนี่มันนับวันก็ยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ แฮะ"

หานอู่อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา

"ดาวนำโชคของครู เธอกำลังถอนหายใจเรื่องอะไรอยู่อีกล่ะ"

เถียนเหวินเดินหัวเราะร่าเข้ามาหา

ในการแข่งขันทั้งหนึ่งร้อยแปดสิบสี่รอบนี้ เถียนเหวินต่างก็ทุ่มพนันพลังเทพไปกับหานอู่เป็นจำนวนมาก

หานอู่ก็ช่างทำให้เขาได้หน้าเสียจริง ในการแข่งขันทั้งหนึ่งร้อยแปดสิบสี่รอบ หานอู่แพ้ไปเพียงแค่สามรอบเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ เถียนเหวินจึงชนะพนันได้พลังเทพมาอย่างมหาศาล ทำให้สายตาที่เขามองหานอู่เกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

ราวกับว่าเขากำลังมองดูเทพแห่งโชคลาภที่ส่องแสงสีทองอร่ามอย่างไรอย่างนั้น

"ผมกำลังถอนใจที่ความเร็วในการอัปเกรดเลเวลแก่นกลางอาณาเขตเทพของผมมันช้าลงเรื่อยๆ น่ะครับ"

หานอู่ตอบกลับ

เถียนเหวินหัวเราะให้กับเรื่องนี้

"ความจริงแล้ว ด้วยพลังเผ่าพันธุ์บริวารของเธอในตอนนี้ เธอสามารถลองท้าทายครึ่งเทพดูได้นะ"

หานอู่อึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา

"การใช้สถานะสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ไปท้าทายครึ่งเทพ จะทำให้ได้รับรางวัลเพิ่มขึ้นงั้นเหรอครับ"

"มันคือสิบเท่าจากรางวัลที่เธอจะได้รับเมื่อคว้าชัยชนะในการแข่งขันระดับปกติน่ะสิ"

เถียนเหวินกล่าวอย่างไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย

"ก็ยกตัวอย่างเช่น หากการแข่งขันรอบต่อไปเธอต้องเผชิญหน้ากับครึ่งเทพและสามารถคว้าชัยชนะมาได้ เธอจะได้รับผลประโยชน์จากการคว้าชัยชนะเก้าสิบรอบติดต่อกันคูณด้วยสิบเท่า ซึ่งก็คือเศษเสี้ยวแก่นกลางอาณาเขตเทพจำนวนเก้าสิบเท่ายังไงล่ะ"

พอได้ยินคำอธิบายของเถียนเหวินเช่นนี้ หานอู่ก็เกิดอาการหวั่นไหวขึ้นมาในทันที

เขามองสำรวจเข้าไปภายในอาณาเขตเทพ ตอนนี้เขายังเหลือเผ่าพันธุ์บริวารตั๊กแตนอยู่อีกเกือบสี่พันล้านตัว

หานอู่รู้สึกว่าตัวเขาเองก็มีความจำเป็นที่จะต้องลองท้าทายตัวเองดูสักตั้งเหมือนกัน

ก็เผื่อว่าถ้าเกิดชนะขึ้นมาล่ะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 36 - ภัยพิบัติตั๊กแตน

คัดลอกลิงก์แล้ว