- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นเทพเจ้า: สกิลบูชายัญพลิกชะตาสร้างกองทัพไร้พ่าย
- บทที่ 25 - การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
บทที่ 25 - การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
บทที่ 25 - การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
บทที่ 25 - การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด
จากข้อมูลภารกิจ รังของพวกโกเลมเนื้อเลือดมีประชากรอยู่ราวๆ แปดพันถึงหนึ่งหมื่นตัว ขืนให้กองทัพโครงกระดูกพันกว่าตัวของหานอู่ไปบุกชนตรงๆ มีหวังเละไม่เป็นท่าแน่
แต่หานอู่มีสมอง ในเมื่อสู้ซึ่งหน้าไม่ได้ ก็ต้องใช้แผนกองโจรค่อยๆ ตอดไปทีละนิด
สมองที่มีแต่กล้ามเนื้อของพวกโกเลมเนื้อเลือดไม่มีทางตามทันแผนการตื้นๆ แบบนี้หรอก
หานอู่สั่งให้โครงกระดูกเหล็กตัวหนึ่งไปเดินเตร็ดเตร่ป้วนเปี้ยนอยู่หน้ารังของพวกมัน
พวกโกเลมเนื้อเลือดทนไม่ได้อยู่แล้วที่มีเผ่าพันธุ์อื่นมาเดินกร่างในถิ่นตัวเอง
โกเลมเนื้อเลือดกว่าร้อยตัวพากันวิ่งไล่ตามออกมา กะจะทุบไอ้โครงกระดูกจอมอวดดีตัวนี้ให้แหลกละเอียด
โครงกระดูกเหล็กทำตามคำสั่งของหานอู่อย่างเคร่งครัด มันสับเท้าวิ่งหนีเพื่อหลอกล่อให้โกเลมเนื้อเลือดตามมาจนถึงจุดซุ่มโจมตี
ทันใดนั้น ทหารโครงกระดูกนับพันตัวก็กระโจนพรวดออกมา รุมกินโต๊ะโกเลมเนื้อเลือกร้อยกว่าตัวนั้นทันที
สิบต่อหนึ่ง แถมฝั่งโครงกระดูกยังมีอาวุธครบมืออีกต่างหาก
เวลาผ่านไปไม่นาน โกเลมเนื้อเลือดกลุ่มนั้นก็โดนพวกโครงกระดูกจัดการจนเรียบวุธ
ถึงตอนนี้ อัศวินโครงกระดูกก็ก้าวออกมา แล้วใช้สกิลอัญเชิญโครงกระดูกใส่ซากศพของโกเลมเนื้อเลือดทีละตัวๆ
ภาพที่เห็นคือมีโครงกระดูกหน้าใหม่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาจากซากศพของโกเลมเนื้อเลือด แล้วเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของกองทัพโครงกระดูก
หานอู่อดทึ่งไม่ได้ วิธีเพิ่มสมาชิกใหม่ของเผ่าโครงกระดูกนี่มันช่างเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครจริงๆ
หลังจากใช้วิธีหลอกล่อแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายสิบครั้ง จำนวนของกองทัพโครงกระดูกก็พุ่งพรวดไปถึงเจ็ดพันตัวแล้ว
ส่วนพวกโกเลมเนื้อเลือดในรังตอนนี้เหลืออยู่แค่ประมาณสามพันตัวเท่านั้น
หานอู่รู้สึกว่าได้เวลาเปิดฉากบุกทะลวงแบบเต็มกำลังซะที
แต่ก่อนจะบุก หานอู่ก็ใจป้ำแจกจ่ายผลึกกระดูกลงไปอีกชุดใหญ่ ช่วยดันให้ทหารโครงกระดูกอีกแปดร้อยตัววิวัฒนาการกลายเป็นโครงกระดูกเหล็กระดับอีลีท
กองทัพโครงกระดูกที่แข็งแกร่งขึ้นพากันบุกตะลุยเข้าไปในรังของพวกโกเลมเนื้อเลือด แล้วเปิดฉากไล่ทุบไล่ฟันอย่างเมามัน
ใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมง พวกมันก็กวาดล้างโกเลมเนื้อเลือดทั้งหมดจนราบคาบ
อัศวินโครงกระดูกเข้าไปค้นของในรังโกเลมเนื้อเลือด จนไปเจอเข้ากับหัวใจเนื้อเลือดก้อนหนึ่ง แล้วนำมาถวายให้หานอู่
หานอู่มองดูหัวใจที่เต็มไปด้วยเลือดและยังเต้นตุบๆ อยู่ด้วยความรู้สึกแหยงๆ
แต่จะว่าไปนี่มันก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวล 1 เลยนะ สรรพคุณของมันคือช่วยเพิ่มพลังกายให้เผ่าพันธุ์บริวารหลัก
ถึงแม้มันจะไม่มีประโยชน์อะไรกับตั๊กแตนซึ่งเป็นบริวารหลักของเขา แต่เขาก็กัดฟันเก็บมันไว้ก่อนก็แล้วกัน
หลังจากกดส่งมอบภารกิจ หานอู่ก็ได้รับคะแนนสอบมา 60 คะแนน
อันดับของเขาพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 108
แต่หานอู่ไม่รีบร้อน
รอให้อัศวินโครงกระดูกเปลี่ยนซากศพของพวกโกเลมเนื้อเลือดทั้งหมดให้กลายเป็นโครงกระดูกซะก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นเขาก็จะมีกองกำลังทหารอยู่ในมือทะลุหมื่นตัวเลยนะ
มีกองทัพบริวารเยอะขนาดนี้ แล้วจะไปกลัวอะไรกับอีแค่ภารกิจพวกนี้ล่ะ
ตัดภาพมาอีกด้าน
จางเสี่ยวหลงในร่างจำแลงมังกรปีศาจเดินทางมาถึงป่าที่ใช้เก็บผลมารกระดูก เขาเพิ่งสั่งให้สุนัขปีศาจนรกสองร้อยตัวค้นหาไปรอบๆ แต่ก็เจอแค่ไข่ตั๊กแตนไม่กี่ฟองเท่านั้น
"บ้าเอ๊ย ไอ้หานอู่มันมุดหัวไปซ่อนอยู่ที่ไหนของมันวะ" จางเสี่ยวหลงสบถอย่างหัวเสีย
แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าอันดับของหานอู่มีการเปลี่ยนแปลง คะแนนสอบพุ่งพรวดขึ้นมา 60 คะแนนรวด
เมื่อเอาไปเทียบกับข้อมูลในรายการภารกิจ จางเสี่ยวหลงก็เดาตำแหน่งของหานอู่ได้ทันที
"อาศัยข้อได้เปรียบที่ตั๊กแตนไม่กลัวพิษของพวกโกเลมเนื้อเลือด เลยไปทำภารกิจกวาดล้างรังโกเลมเนื้อเลือดมาสินะ หานอู่ แกนี่ทำฉันเซอร์ไพรส์ได้ตลอดเลยจริงๆ แต่โชคของแกมันหมดลงแค่นี้แหละ!" จางเสี่ยวหลงพึมพำ ก่อนจะหันหลังกลับและมุ่งหน้าไปทางรังโกเลมเนื้อเลือดตามที่แผนที่ระบุไว้
ไม่นานนัก เขาก็มาถึงรังของโกเลมเนื้อเลือด และพบว่ามีทหารโครงกระดูกปักหลักอยู่ที่นี่เต็มไปหมด
จางเสี่ยวหลงแอบงง
คนที่จัดการกับโกเลมเนื้อเลือดคือฝูงตั๊กแตนของหานอู่ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงมีทหารโครงกระดูกมาตั้งค่ายอยู่ในรังของพวกมันได้ล่ะ
แต่พอเขาเห็นหานอู่ในร่างจำแลงลอร์ดโครงกระดูก ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้งทันที
"ไอ้เวรหานอู่ ที่แท้แกก็แอบซุ่มเลี้ยงพวกโครงกระดูกเอาไว้ด้วยนี่เอง กะจะใช้พวกมันมาทำคะแนนในการสอบครั้งนี้ล่ะสิ ฝันไปเถอะ"
คิดได้ดังนั้น จางเสี่ยวหลงก็สั่งให้สุนัขปีศาจนรกบุกโจมตีทันที
สุนัขปีศาจนรกเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ยิ่งมาอยู่ในสภาพแวดล้อมของขุมนรกมาร พลังของพวกมันก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ทิ้งห่างสิ่งมีชีวิตระดับอีลีททั่วไปแบบไม่เห็นฝุ่น
ทหารโครงกระดูกธรรมดานับร้อยตัวที่อยู่รอบนอกรังยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็โดนสุนัขปีศาจนรกที่พุ่งเข้ามากระชากร่างจนแหลกละเอียด
พวกมันฉวยโอกาสพุ่งเป้าไปที่หานอู่ทันที
ทหารโครงกระดูกที่อยู่รอบๆ มีหรือจะยอมให้เจ้านายถูกทำร้าย พวกมันรีบเข้ามากางร่มกระดูกเป็นกำแพงเพื่อปกป้องหานอู่จากการโจมตีของสุนัขปีศาจนรก
พวกโครงกระดูกเหล็กกับอัศวินโครงกระดูกที่อยู่ข้างในรัง พอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็พากันกรูออกมา
โครงกระดูกเหล็กระดับอีลีทนับพันตัว พร้อมกับอัศวินโครงกระดูกระดับเหนือมนุษย์อีกหนึ่งตัว ภาพตรงหน้าทำเอาจางเสี่ยวหลงถึงกับสะดุ้ง
นี่เพิ่งจะลงมาจุติในมิติขุมนรกมารได้แค่วันที่สอง หานอู่กลับสามารถรวบรวมกองกำลังได้มหาศาลขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
ขืนปล่อยให้เวลาผ่านไปอีกสักสองสามวัน จะมีใครหยุดมันได้อีกล่ะ
ความรู้สึกถึงภัยคุกคามทำให้จางเสี่ยวหลงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ว่าวันนี้เขาต้องฆ่าหานอู่ให้ได้ เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้หานอู่มีโอกาสเติบโตไปมากกว่านี้
สิ้นความคิด จางเสี่ยวหลงในร่างมังกรปีศาจก็พุ่งทะยานออกไป
ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตและมีเกล็ดหนาหุ้มอยู่เต็มตัว แค่พุ่งชนทีเดียว พวกโครงกระดูกเหล็กก็แหลกเป็นผุยผง
มีเพียงอัศวินโครงกระดูกที่เป็นระดับเหนือมนุษย์เท่านั้นที่พอจะรับการโจมตีนี้ได้
แต่อัศวินโครงกระดูกก็มีขีดจำกัด โดนพุ่งชนไปหลายครั้ง กระดูกตามตัวก็เริ่มแตกหักเสียหายอย่างหนัก
จางเสี่ยวหลงเองก็ได้รับบาดเจ็บจากการสะท้อนกลับไปบ้าง แต่เขาก็ยังคงมีพลังต่อสู้เหลือเฟือ
เขาฉวยโอกาสกระแทกอัศวินโครงกระดูกจนกระเด็น แล้วพุ่งตรงไปหาหานอู่
หานอู่จำได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าคนที่มาบุกคือจางเสี่ยวหลงเพื่อนร่วมชั้นของเขานั่นเอง
"จางเสี่ยวหลง เราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน ทำไมแกถึงมาโจมตีบริวารของฉัน" หานอู่ตั้งคำถาม
จางเสี่ยวหลงตอบกลับด้วยเสียงเย็นชา "ก็แค่หมั่นไส้แกเฉยๆ ไปตายซะเถอะ"
ร่างจำแลงมังกรปีศาจตวัดหางหนาเตอะกวาดเข้าใส่ พลังทำลายล้างของมันรุนแรงมาก ก้อนหินตามรายทางโดนกวาดจนแหลกเป็นผุยผง
หานอู่ยกกรงเล็บกระดูกขึ้นมากัน แต่ก็ทนรับแรงกระแทกมหาศาลนี้ไม่ไหว ร่างโครงกระดูกสีขาวผ่องของเขาแตกกระจายเกลื่อนพื้น
พอเห็นแบบนี้ จางเสี่ยวหลงก็คิดว่าร่างจำแลงโครงกระดูกของหานอู่ตายสนิทแล้ว
และเมื่อไม่เห็นหานอู่ส่งร่างจริงลงมาจุติ จางเสี่ยวหลงก็ทึกทักเอาเองว่าหานอู่คงกลัวตายจนยอมกดถอนตัวจากการสอบไปแล้ว
เขาถึงกับส่งเสียงคำรามออกมาเพื่อระบายความสะใจ
เมื่อไม่มีเจ้านาย เพลิงวิญญาณของพวกทหารโครงกระดูกก็เต้นอย่างบ้าคลั่ง
พวกมันพากันพุ่งเข้าใส่ร่างจำแลงมังกรปีศาจอย่างไม่คิดชีวิตราวกับคนเสียสติ
ถึงพวกมันจะเป็นแค่โครงกระดูก แต่พวกมันก็มีความจงรักภักดี
เมื่อเจ้านายถูกสังหาร สิ่งเดียวที่พวกมันต้องทำคือการฆ่าศัตรูให้หมดเพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของเจ้านาย
จางเสี่ยวหลงไม่ได้กลัวพวกทหารโครงกระดูกหรอก แต่เขามองว่าการมานั่งเสียเวลาสู้กับพวกมันมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ทหารโครงกระดูกพวกนี้ไม่ใช่เป้าหมายของภารกิจ แถมฆ่าไปก็ไม่ได้ของมีค่าอะไร สู้ไปก็เปลืองแรงเปล่า
จางเสี่ยวหลงเปิดฉากพุ่งชนอีกครั้ง ทะลวงฝ่าวงล้อมของพวกทหารโครงกระดูกออกไปจนได้
ส่วนสุนัขปีศาจนรกที่เป็นบริวารหลักของเขาก็พากันสลัดหลุดจากการไล่ล่า แล้ววิ่งตามเจ้านายของมันไปติดๆ
พวกทหารโครงกระดูกที่วิ่งตามไม่ทันทำได้เพียงเดินคอตกกลับมาที่รัง อัศวินโครงกระดูกที่เป็นหัวหน้ายืนนิ่ง เพลิงวิญญาณในเบ้าตาลุกโชนอย่างเงียบงัน ราวกับกำลังยืนไว้อาลัยให้หานอู่
แม้จะเพิ่งเข้ามาสวามิภักดิ์ได้ไม่นาน แต่อัศวินโครงกระดูกก็ศรัทธาในตัวหานอู่มาก
ก็เพราะในมิติขุมนรกมารแห่งนี้ คงไม่มีลอร์ดโครงกระดูกหน้าไหนที่จะใจป้ำแจกผลึกกระดูกบริสุทธิ์ให้ลูกน้องเอาไปกินเพื่ออัปเกรดตัวเองแบบนี้อีกแล้ว
แต่ในวินาทีนั้นเอง เศษกระดูกของหานอู่ก็เริ่มสั่นกึกๆ
เหมือนกับว่ามีแรงดึงดูดบางอย่างดึงพวกมันให้กลับมาประกอบร่างกันใหม่อีกครั้ง
นี่แหละคือหนึ่งในความสามารถของลอร์ดโครงกระดูก สกิลฟื้นคืนชีพ
หานอู่ที่เพิ่งฟื้นคืนชีพกลับมา ได้แต่รำพึงรำพันในใจอีกครั้ง ว่าการเลือกร่างจำแลงลอร์ดโครงกระดูกลงมาจุติในครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดจริงๆ
อัศวินโครงกระดูกที่ยืนไว้อาลัยอยู่ถึงกับยืนบื้อไปเลย ถ้ามันมีหน้าตา คงจะทำหน้าช็อกตาตั้งไปแล้ว
"มัวยืนบื้ออะไรอยู่ รีบพากองทัพทั้งหมดหนีไปจากที่นี่เร็วเข้า" หานอู่รู้ตัวดีว่าร่างของเขาในตอนนี้ ไม่มีทางเอาชนะมังกรปีศาจที่ทรงพลังของจางเสี่ยวหลงได้อย่างแน่นอน
ถ้าอยากจะสอบต่อ ก็มีแต่ต้องหลบซ่อนตัวเท่านั้น
ต้องหนีไปกบดานในที่ที่จางเสี่ยวหลงหาไม่เจอ ตัดการติดต่อทุกช่องทาง แล้วค่อยๆ ซุ่มสร้างกองกำลังขึ้นมา
รอจนมีกองทัพที่แข็งแกร่งพอ ค่อยกลับมาคิดบัญชีแค้นก็ยังไม่สาย
"จางเสี่ยวหลง เจอกันคราวหน้า แกตายแน่" หานอู่พูดเสียงเย็น
ตัดภาพมาอีกด้าน จางเสี่ยวหลงสลัดพวกทหารโครงกระดูกหลุดพ้นแล้ว เขาก็เปิดดูป้ายจัดอันดับคะแนน
นักเรียนที่ขอถอนตัวหรือตายไปแล้ว ชื่อจะร่วงลงไปอยู่ท้ายตารางและกลายเป็นสีเทา
เพิ่งจะลงมาจุติได้แค่วันที่สอง มีนักเรียนในระดับชั้นขอถอนตัวและตายไปแล้วถึงสิบคน
อาจจะเพราะเผ่าพันธุ์บริวารกากเกินไปจนเอาชีวิตรอดในขุมนรกมารไม่ได้ หรืออาจจะบังเอิญไปเจอสัตว์ประหลาดเจ้าถิ่นรุมกินโต๊ะจนตายอนาถก็เป็นได้
แต่จางเสี่ยวหลงกลับหาชื่อของหานอู่ในรายชื่อคนตายไม่เจอ
เขาไม่เชื่อสายตาตัวเอง เลยเลื่อนกลับขึ้นไปดูที่บอร์ดหลัก ก็พบว่าชื่อของหานอู่ยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่ในอันดับที่ 163
นั่นหมายความว่า หานอู่ยังไม่ได้ถอนตัว
พริบตาเดียว จางเสี่ยวหลงก็ถึงบางอ้อ
ที่หานอู่ไม่ยอมส่งร่างจริงลงมาจุติ ก็เพราะว่าร่างจำแลงโครงกระดูกนั่นมันยังไม่ตายน่ะสิ
"ไอ้เวรเอ๊ย ไอ้หานอู่มันแกล้งตายหลอกฉัน" จางเสี่ยวหลงรีบหันขวับ เลี้ยวกลับไปที่รังของโกเลมเนื้อเลือดทันที
คราวนี้ต่อให้ต้องเสียเวลากวาดล้างพวกทหารโครงกระดูกให้เหี้ยน เขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้หานอู่รอดไปได้อีกแล้ว
แต่พอจางเสี่ยวหลงพาสุนัขปีศาจนรกกลับมาถึงรัง เขาก็พบว่ารังนั้นว่างเปล่า
บนพื้นไม่มีแม้แต่กระดูกสักท่อนเหลือทิ้งไว้เลย
ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่าหานอู่คงรู้ทันว่าเขาจะย้อนกลับมา ก็เลยชิงหนีไปก่อนแล้ว
"ไปค้นดูให้ทั่ว รัศมีร้อยกิโลเมตรนี้ห้ามปล่อยให้มีโครงกระดูกหลุดรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว" จางเสี่ยวหลงแผดเสียงสั่งการด้วยความโมโห
สุนัขปีศาจนรกรับคำสั่งอย่างซื่อสัตย์ พวกมันกระจายกำลังกันออกค้นหาร่องรอยของพวกโครงกระดูกไปทั่วบริเวณ
แต่หานอู่คือใคร เขาเคยโดนลอบกัดมาแล้วครั้งนึง มีหรือจะยอมให้จางเสี่ยวหลงมีโอกาสลอบกัดเป็นครั้งที่สอง
ตอนนี้หานอู่กำลังพากองทัพโครงกระดูกหนีเตลิดไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่จางเสี่ยวหลงจากไปเมื่อกี้
หนีมาได้ไกลกว่าห้าสิบกิโลเมตรแล้ว
จากการปะทะกับจางเสี่ยวหลง กองทัพโครงกระดูกของเขาบาดเจ็บล้มตายไปเยอะมาก จากหมื่นกว่าตัวเหลือแค่ห้าพันตัวเท่านั้น
หานอู่จำต้องควักเอาผลึกกระดูกออกมาอีกจำนวนมาก เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพให้พวกทหารโครงกระดูก
เมื่อดูดซับพลังงานกระดูกบริสุทธิ์เข้าไป พวกทหารโครงกระดูกก็ไม่เพียงแต่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ แต่ยังพากันวิวัฒนาการกลายเป็นโครงกระดูกเหล็กอีกด้วย
แถมยังมีโครงกระดูกเหล็กตัวนึงที่เหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง วิวัฒนาการกลายเป็นอัศวินโครงกระดูกไปเลย
พอมีอัศวินโครงกระดูกระดับเหนือมนุษย์ถึงสองตัวมาคอยคุ้มกัน หานอู่ก็เริ่มรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
แต่ลำพังกำลังแค่นี้ มันยังไม่พอที่จะทำให้เขาทำคะแนนสวยๆ จนไปเตะตาสถาบันเมืองหลวงได้หรอก
"ฉันต้องหาทางขยายกองทัพโครงกระดูกให้ใหญ่กว่านี้ให้ได้"
[จบแล้ว]