เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - กฎแห่งความตะกละ

บทที่ 12 - กฎแห่งความตะกละ

บทที่ 12 - กฎแห่งความตะกละ


บทที่ 12 - กฎแห่งความตะกละ

ครูประจำชั้นคนอื่นๆ อิจฉาจนตาบวม

เด็กหัวกะทิท็อปเทนตั้งสามคนแห่กันไปอยู่ห้องเถียนเหวินหมดแบบนี้ คะแนนรวมของห้องเขาไม่พุ่งปรี๊ดทะลุเพดานเลยหรือไง

แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้

สิทธิ์ในการเลือกห้องเป็นของนักเรียน

คนเป็นครูอย่างพวกเขาทำได้แค่เสนอผลประโยชน์หลอกล่อ ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับจิตใจเด็ก

"ดีๆๆ มาอยู่ห้องครูให้หมดเลยนี่แหละ" เถียนเหวินยิ้มกริ่มจนแก้มแทบปริ

พูดจบเขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า แล้วหยิบการ์ดคุณภาพดีออกมาสามใบ

"นี่คือของขวัญต้อนรับจากครูนะ"

เถียนเหวินแจกการ์ดให้ทั้งสามคน

ฉินซวงรับการ์ดมาแล้วเก็บเข้าอาณาเขตเทพไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ดูท่าทางคุณหนูบ้านรวยอย่างเธอคงไม่ได้สนใจของรางวัลจากเถียนเหวินสักเท่าไหร่

ส่วนจางเสี่ยวหลงรับการ์ดมาดูแล้วก็มีสีหน้าดีใจนิดหน่อย

การ์ดที่เถียนเหวินให้มานั้นเหมาะกับการพัฒนาเผ่าพันธุ์บริวารหลักของเขามาก

ทางด้านหานอู่ เมื่อได้เห็นการ์ดที่เถียนเหวินให้มา ในใจเขาก็เกิดความตื่นเต้นอย่างรุนแรง

เพราะการ์ดใบนี้มันเหมือนเกิดมาเพื่อเผ่าพันธุ์แมลงของเขาโดยเฉพาะ

การ์ดสิ่งปลูกสร้างเลเวล 2 รังแมลง ครอบคลุมพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร สามารถฟักเผ่าพันธุ์แมลงได้ปีละ 1 ล้านตัว เอฟเฟกต์พิเศษ สามารถดึงเอาพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาติดตั้งบนรังแมลงออกมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ถ้าหานอู่สร้างรังแมลงนี้ขึ้นมาในอาณาเขตเทพ เขาก็สามารถนำหัวใจปะทุและผลึกอัคคีลาวาที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวล 1 ไปติดตั้งบนรังแมลงได้

และรังแมลงก็จะดึงเอาพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองอย่างนี้ ถ่ายทอดลงไปในไข่แมลงที่กำลังฟักตัวอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ด้วยวิธีนี้ หานอู่ก็จะได้ตั๊กแตนลาวาปะทุมาแบบสั่งได้ปีละ 1 ล้านตัวเลยทีเดียว

ซึ่งมันเร็วกว่าการใช้สกิลเร่งการเจริญเติบโตที่เขาทำอยู่ตอนนี้ตั้งเยอะ

"ขอบคุณครับครู" หานอู่กล่าวขอบคุณจากใจจริง

"ไม่ต้องขอบใจครูหรอก เอาผลการเรียนดีๆ มาฝากครูก็ถือว่าตอบแทนครูแล้ว" เถียนเหวินตอบกลับ

สวี่เหมยหัวหน้าฝ่ายปกครองมองดูผลลัพธ์ตรงหน้าด้วยความโล่งใจ หานอู่ได้ย้ายไปอยู่ห้องที่เขาพอใจ เธอเองก็รู้สึกยินดีด้วยจากใจจริง

ส่วนในอนาคตหานอู่จะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน ก็คงต้องขึ้นอยู่กับวาสนาของเขาเองแล้ว

"คุณครูทุกท่านคะ การทดสอบในวันนี้เป็นแค่บททดสอบเล็กๆ น้ำจิ้มๆ เท่านั้น แต่การสอบแบบรวมศูนย์ของโรงเรียนที่จะจัดขึ้นในอีก 7 วันข้างหน้านี้ต่างหากคือของจริง เพราะมันมีผลต่อการจัดสรรทรัพยากรให้กับแต่ละห้องในอนาคต ความสำคัญของมันคงไม่ต้องให้ฉันอธิบายเพิ่มแล้วนะคะ" คำพูดของสวี่เหมยทำให้ครูประจำชั้นทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

"หัวหน้าสวี่วางใจได้ครับ พวกเราจะตั้งใจสั่งสอนนักเรียนอย่างเต็มที่ ไม่ให้เสียชื่อโรงเรียนแน่นอน"

"โควต้าห้องคิงสามที่ ห้องผมขอจองไว้ที่นึงเลย"

"ผมมั่นใจในตัวเด็กห้องผมครับ"

ครูประจำชั้นแต่ละคนต่างก็พูดแสดงความมั่นใจออกมา จะมีก็แค่หลิวเล่อเทียนคนเดียวที่ยืนหน้าจ๋อยอยู่ตรงนั้น

ก็แหงล่ะ เด็กหัวกะทิในห้องเขาพากันย้ายก้นหนีไปอยู่ห้องอื่นกันหมดแล้วนี่นา

หลังจากเรียนในห้องใหม่ไปได้หนึ่งวัน เลิกเรียนปุ๊บหานอู่ก็เทเลพอร์ตกลับบ้านทันที และพุ่งตรงเข้าไปในแคปซูลล็อกอินเทพเป็นอันดับแรก

การทดสอบย้ายห้องทำเอาเผ่าพันธุ์บริวารในอาณาเขตเทพของเขาบาดเจ็บล้มตายกันระนาว เขายังไม่มีเวลาได้สรุปผลการต่อสู้เลย

เมื่อเข้าสู่ออาณาเขตเทพ หานอู่ก็ใช้กระแสจิตตรวจสอบอาณาเขตเทพทั้งหมดทันที และได้ข้อมูลสรุปออกมาดังนี้

จำนวนเผ่าพันธุ์บริวาร ตั๊กแตน 2 ล้าน 4 หมื่นตัว ตั๊กแตนระเบิดพลีชีพ 5 พันตัว ตั๊กแตนลาวาปะทุ 3 ร้อยตัว คนแคระเตาหลอมแดง 52 คน สิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษ วายุสะบั้นเหล็ก

นี่คือจำนวนเผ่าพันธุ์บริวารทั้งหมดที่เหลือรอดอยู่ในอาณาเขตเทพของหานอู่ตอนนี้

ใช้คำว่า "อนาถา" มาอธิบายยังถือว่าน้อยไปเลย

ถ้าขืนเอาสภาพแบบนี้ไปลงสอบรวมศูนย์ในอีก 7 วันข้างหน้า มีหวังคะแนนรั้งท้ายเพื่อนทั้งสายชั้นแหงๆ

"ต้องปั๊มกองทัพต่อ รีบเพาะพันธุ์ตั๊กแตนให้กลับมาเยอะๆ ก่อน" หานอู่พึมพำกับตัวเอง สายตาไปสะดุดเข้ากับชื่อเผ่าพันธุ์ใหม่ที่ว่า "คนแคระเตาหลอมแดง"

เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าคนแคระที่อยู่ในอาณาเขตเทพของเขามันเป็นแค่คนแคระธรรมดาๆ ทำไมพอผ่านการต่อสู้มาหมาดๆ ถึงได้เปลี่ยนชื่อไปได้ล่ะ

ด้วยความสงสัย หานอู่จึงส่งกระแสจิตไปตรวจสอบที่เขตเหมืองแร่เพื่อดูให้เห็นกับตา

ทันทีที่ร่างจำแลงกระแสจิตของเขาได้เห็นพวกคนแคระ เขาก็แทบสะดุ้ง

ทำไมคนแคระของเขาถึงได้กลายสภาพเป็นแบบนี้ไปได้

รูปร่างอ้วนเตี้ย แขนขาบึกบึน ขนดกหนา สามอย่างนี้คือลักษณะเด่นของคนแคระ

แต่สำหรับคนแคระเตาหลอมแดงแล้ว ต้องเพิ่มลักษณะเด่นเข้าไปอีกสองอย่าง นั่นก็คือผิวสีแดงเพลิงและสายเลือดที่ไหลเวียนราวกับลาวาเดือด

หานอู่มองเห็นกระทั่งรอยเส้นเลือดสีแดงสดที่เปล่งแสงออกมาตามผิวหนังยามที่เลือดลาวานั้นไหลเวียนอยู่ภายใน

หานอู่รีบเปิดดูข้อมูลของคนแคระเตาหลอมแดงทันที

เผ่าพันธุ์บริวารธรรมดา คนแคระเตาหลอมแดง (วิวัฒนาการมาจากคนแคระธรรมดาที่ผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายจนกลายเป็นเผ่าพันธุ์ระดับอีลีท)

ระดับเผ่าพันธุ์บริวาร สิ่งมีชีวิตระดับอีลีท

พรสวรรค์เผ่าพันธุ์บริวาร ตีเหล็ก เลือดเดือด

ระดับความศรัทธา ผู้ศรัทธาแท้จริง

พลังศรัทธา 2 หมื่นหน่วยต่อวัน

ความสามารถในการขยายพันธุ์ 1 คนต่อปี

วงจรชีวิต 80 ปี (วัยทารก 5 ปี วัยเด็ก 10 ปี วัยผู้ใหญ่ 55 ปี วัยชรา 10 ปี)

พรสวรรค์ ตีเหล็ก เพิ่มความเข้าใจในการตีอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับโฮสต์

พรสวรรค์ เลือดเดือด เพิ่มความต้านทานความร้อนให้กับโฮสต์อย่างมหาศาล ทำให้โฮสต์สามารถเรียนรู้สกิลธาตุไฟได้ง่ายขึ้น

หานอู่อุทานด้วยความทึ่ง "กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับอีลีทตั้งแต่เกิดเลยเหรอเนี่ย ถ้าพวกนี้เป็นเผ่าพันธุ์บริวารหลักของฉันก็คงจะดีสิ"

แค่ดูจากข้อมูลเผ่าพันธุ์ หานอู่ก็ฟันธงได้เลยว่าคนแคระเตาหลอมแดงเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมาก ถ้าปั้นดีๆ รับรองว่าทิ้งห่างเด็กรุ่นเดียวกันแบบไม่เห็นฝุ่นแน่นอน

น่าเสียดายที่เผ่าพันธุ์สุดยอดแบบนี้ไม่ใช่เผ่าพันธุ์บริวารหลักของเขา

หานอู่ได้แต่ถอนหายใจให้กับโชคชะตาที่เล่นตลก

เขาพูดให้กำลังใจพวกคนแคระเตาหลอมแดงไปสองสามประโยค กระตุ้นให้พวกมันตั้งใจตีเหล็กและขยันปั๊มลูกปั๊มหลานเพื่อขยายเผ่าพันธุ์ให้ใหญ่ขึ้น

ช่วงหลายวันหลังจากนั้น ตอนกลางวันหานอู่ก็ไปโรงเรียน พอตกกลางคืนก็กลับมานั่งปั๊มกองทัพอย่างบ้าคลั่ง

ด้วยสกิลเร่งการเจริญเติบโต หานอู่ใช้เวลาแค่ 4 วัน ก็สามารถเพาะพันธุ์ตั๊กแตนให้กลับมามีจำนวนเท่าเดิมได้สำเร็จ

เมื่อจำนวนตั๊กแตนทั้งหมดพุ่งไปถึง 7 พัน 3 ร้อยล้านตัว มันก็ถึงขีดจำกัดสูงสุดที่สภาพแวดล้อมในอาณาเขตเทพจะรับไหวแล้ว

หานอู่ตวัดมือสั่งการ สกิลบูชายัญชีวิตทำงาน

ตั๊กแตนธรรมดา 7 พัน 2 ร้อยล้านตัวสลายกลายเป็นพลังชีวิตมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นไปบนวงเวทสังเวยบนท้องฟ้า

และแล้วตัวเลือกสามข้อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหานอู่อีกครั้ง

ตัวเลือกที่หนึ่ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวล 2 กฎแห่งความตะกละ (ชำรุด) เมื่อนำไปติดตั้งบนแก่นกลางอาณาเขตเทพ จะทำให้เผ่าพันธุ์บริวารหลักได้รับความสามารถในการกินอย่างตะกละตะกลาม หากกินอาหารที่มีพลังงานรวมมากกว่าพลังงานในร่างกายตัวเองหนึ่งพันเท่า จะสามารถวิวัฒนาการตัวเองได้ (ตัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชำรุด จึงส่งผลเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตระดับธรรมดาเท่านั้น)

ตัวเลือกที่สอง แม่แบบวีรบุรุษ มอบให้กับสิ่งมีชีวิตระดับเหนือมนุษย์ จะช่วยยกระดับให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษได้

ตัวเลือกที่สาม ความเป็นเทพ 1 หน่วย

แค่เห็นตัวเลือกทั้งสามข้อ หานอู่ก็ถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก เพราะแต่ละอย่างมันช่างยั่วน้ำลายซะเหลือเกิน

สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวล 2 กฎแห่งความตะกละ (ชำรุด) ชิ้นนี้ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเลขได้เลย เพราะมันช่วยให้เผ่าพันธุ์บริวารก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้

ถึงแม้จะอัปเกรดจากสิ่งมีชีวิตระดับธรรมดาไปเป็นสิ่งมีชีวิตระดับอีลีทได้แค่นั้น แต่มันก็น่าดึงดูดใจสุดๆ แล้ว

ลองจินตนาการดูสิ ถ้าตั๊กแตนธรรมดาทั้งหมดของหานอู่วิวัฒนาการเป็นตั๊กแตนระดับอีลีทได้หมดล่ะ

ถึงตอนนั้นพอเอาไปบูชายัญ โอ้โห ของรางวัลที่ได้มันต้องอลังการกว่าตอนนี้เป็นสิบเท่าแน่ๆ

แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ หานอู่ก็ทำได้แค่จินตนาการไปก่อน

ขืนให้ตั๊กแตน 7 พัน 3 ร้อยล้านตัวที่มีสกิลตะกละมากินล้างกินผลาญ มีหวังเขาหมดตัวจนไม่มีปัญญาเลี้ยงแน่ๆ

ตัวเลือกที่สอง แม่แบบวีรบุรุษ สามารถอัปเกรดสิ่งมีชีวิตระดับเหนือมนุษย์ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษได้ มูลค่าของมันก็สูงปรี๊ดไม่แพ้กัน

ดูความเก่งกาจของวายุสะบั้นเหล็กสิ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าของชิ้นนี้มันล้ำค่าแค่ไหน

ถ้าเอาไปประมูลขาย รับรองว่าพวกรดับครึ่งเทพต้องแย่งกันหัวแตกแน่นอน

ส่วนตัวเลือกที่สาม ความเป็นเทพ 1 หน่วย อันนี้เข้าใจง่ายและได้ผลชะงัดที่สุด

มันเทียบเท่ากับพลังศรัทธา 1 หมื่นล้านหน่วย หรือเท่ากับพลังเทพ 1 ร้อยล้านหน่วยเลยนะเว้ย

ถ้าเลือกข้อนี้ เขาก็จะกลายเป็นมหาเศรษฐีในพริบตา

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับตัวเลือกทั้งสาม หานอู่ก็คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเลือกตัวเลือกที่หนึ่ง

สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวล 2 กฎแห่งความตะกละ (ชำรุด) มีประโยชน์ต่อตั๊กแตนที่เป็นเผ่าพันธุ์บริวารหลักของเขามากที่สุด

ถ้ามองในระยะยาว มันคุ้มค่ากว่าแม่แบบวีรบุรุษและความเป็นเทพ 1 หน่วยซะอีก

ติดก็ตรงที่ตอนนี้เขายังไม่มีปัญญาเลี้ยงตั๊กแตนตะกละจำนวนเยอะๆ ได้

หานอู่จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำกฎแห่งความตะกละไปติดตั้งบนรังแมลงแทน เพื่อเพาะพันธุ์ตั๊กแตนตะกละแบบเจาะจงปีละ 1 ล้านตัว

พริบตาเดียว เวลาในโลกแห่งความเป็นจริงก็ผ่านไปสามวัน

การสอบรวมศูนย์ใกล้เข้ามาทุกที หานอู่เข้ามาในอาณาเขตเทพ และท่ามกลางฝูงแมลงนับร้อยล้านตัว เขาก็สะดุดตาเข้ากับตั๊กแตนยักษ์ที่มีความยาวถึงหนึ่งเมตรเข้าเต็มๆ

นั่นคือตั๊กแตนสายพันธุ์ใหม่ที่หานอู่ตั้งชื่อให้ว่า ตั๊กแตนระเบิดคลั่ง

มันคือสิ่งมีชีวิตระดับเหนือมนุษย์

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - กฎแห่งความตะกละ

คัดลอกลิงก์แล้ว