- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นเทพเจ้า: สกิลบูชายัญพลิกชะตาสร้างกองทัพไร้พ่าย
- บทที่ 12 - กฎแห่งความตะกละ
บทที่ 12 - กฎแห่งความตะกละ
บทที่ 12 - กฎแห่งความตะกละ
บทที่ 12 - กฎแห่งความตะกละ
ครูประจำชั้นคนอื่นๆ อิจฉาจนตาบวม
เด็กหัวกะทิท็อปเทนตั้งสามคนแห่กันไปอยู่ห้องเถียนเหวินหมดแบบนี้ คะแนนรวมของห้องเขาไม่พุ่งปรี๊ดทะลุเพดานเลยหรือไง
แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้
สิทธิ์ในการเลือกห้องเป็นของนักเรียน
คนเป็นครูอย่างพวกเขาทำได้แค่เสนอผลประโยชน์หลอกล่อ ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับจิตใจเด็ก
"ดีๆๆ มาอยู่ห้องครูให้หมดเลยนี่แหละ" เถียนเหวินยิ้มกริ่มจนแก้มแทบปริ
พูดจบเขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า แล้วหยิบการ์ดคุณภาพดีออกมาสามใบ
"นี่คือของขวัญต้อนรับจากครูนะ"
เถียนเหวินแจกการ์ดให้ทั้งสามคน
ฉินซวงรับการ์ดมาแล้วเก็บเข้าอาณาเขตเทพไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ดูท่าทางคุณหนูบ้านรวยอย่างเธอคงไม่ได้สนใจของรางวัลจากเถียนเหวินสักเท่าไหร่
ส่วนจางเสี่ยวหลงรับการ์ดมาดูแล้วก็มีสีหน้าดีใจนิดหน่อย
การ์ดที่เถียนเหวินให้มานั้นเหมาะกับการพัฒนาเผ่าพันธุ์บริวารหลักของเขามาก
ทางด้านหานอู่ เมื่อได้เห็นการ์ดที่เถียนเหวินให้มา ในใจเขาก็เกิดความตื่นเต้นอย่างรุนแรง
เพราะการ์ดใบนี้มันเหมือนเกิดมาเพื่อเผ่าพันธุ์แมลงของเขาโดยเฉพาะ
การ์ดสิ่งปลูกสร้างเลเวล 2 รังแมลง ครอบคลุมพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร สามารถฟักเผ่าพันธุ์แมลงได้ปีละ 1 ล้านตัว เอฟเฟกต์พิเศษ สามารถดึงเอาพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นำมาติดตั้งบนรังแมลงออกมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ถ้าหานอู่สร้างรังแมลงนี้ขึ้นมาในอาณาเขตเทพ เขาก็สามารถนำหัวใจปะทุและผลึกอัคคีลาวาที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวล 1 ไปติดตั้งบนรังแมลงได้
และรังแมลงก็จะดึงเอาพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองอย่างนี้ ถ่ายทอดลงไปในไข่แมลงที่กำลังฟักตัวอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยวิธีนี้ หานอู่ก็จะได้ตั๊กแตนลาวาปะทุมาแบบสั่งได้ปีละ 1 ล้านตัวเลยทีเดียว
ซึ่งมันเร็วกว่าการใช้สกิลเร่งการเจริญเติบโตที่เขาทำอยู่ตอนนี้ตั้งเยอะ
"ขอบคุณครับครู" หานอู่กล่าวขอบคุณจากใจจริง
"ไม่ต้องขอบใจครูหรอก เอาผลการเรียนดีๆ มาฝากครูก็ถือว่าตอบแทนครูแล้ว" เถียนเหวินตอบกลับ
สวี่เหมยหัวหน้าฝ่ายปกครองมองดูผลลัพธ์ตรงหน้าด้วยความโล่งใจ หานอู่ได้ย้ายไปอยู่ห้องที่เขาพอใจ เธอเองก็รู้สึกยินดีด้วยจากใจจริง
ส่วนในอนาคตหานอู่จะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหน ก็คงต้องขึ้นอยู่กับวาสนาของเขาเองแล้ว
"คุณครูทุกท่านคะ การทดสอบในวันนี้เป็นแค่บททดสอบเล็กๆ น้ำจิ้มๆ เท่านั้น แต่การสอบแบบรวมศูนย์ของโรงเรียนที่จะจัดขึ้นในอีก 7 วันข้างหน้านี้ต่างหากคือของจริง เพราะมันมีผลต่อการจัดสรรทรัพยากรให้กับแต่ละห้องในอนาคต ความสำคัญของมันคงไม่ต้องให้ฉันอธิบายเพิ่มแล้วนะคะ" คำพูดของสวี่เหมยทำให้ครูประจำชั้นทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
"หัวหน้าสวี่วางใจได้ครับ พวกเราจะตั้งใจสั่งสอนนักเรียนอย่างเต็มที่ ไม่ให้เสียชื่อโรงเรียนแน่นอน"
"โควต้าห้องคิงสามที่ ห้องผมขอจองไว้ที่นึงเลย"
"ผมมั่นใจในตัวเด็กห้องผมครับ"
ครูประจำชั้นแต่ละคนต่างก็พูดแสดงความมั่นใจออกมา จะมีก็แค่หลิวเล่อเทียนคนเดียวที่ยืนหน้าจ๋อยอยู่ตรงนั้น
ก็แหงล่ะ เด็กหัวกะทิในห้องเขาพากันย้ายก้นหนีไปอยู่ห้องอื่นกันหมดแล้วนี่นา
หลังจากเรียนในห้องใหม่ไปได้หนึ่งวัน เลิกเรียนปุ๊บหานอู่ก็เทเลพอร์ตกลับบ้านทันที และพุ่งตรงเข้าไปในแคปซูลล็อกอินเทพเป็นอันดับแรก
การทดสอบย้ายห้องทำเอาเผ่าพันธุ์บริวารในอาณาเขตเทพของเขาบาดเจ็บล้มตายกันระนาว เขายังไม่มีเวลาได้สรุปผลการต่อสู้เลย
เมื่อเข้าสู่ออาณาเขตเทพ หานอู่ก็ใช้กระแสจิตตรวจสอบอาณาเขตเทพทั้งหมดทันที และได้ข้อมูลสรุปออกมาดังนี้
จำนวนเผ่าพันธุ์บริวาร ตั๊กแตน 2 ล้าน 4 หมื่นตัว ตั๊กแตนระเบิดพลีชีพ 5 พันตัว ตั๊กแตนลาวาปะทุ 3 ร้อยตัว คนแคระเตาหลอมแดง 52 คน สิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษ วายุสะบั้นเหล็ก
นี่คือจำนวนเผ่าพันธุ์บริวารทั้งหมดที่เหลือรอดอยู่ในอาณาเขตเทพของหานอู่ตอนนี้
ใช้คำว่า "อนาถา" มาอธิบายยังถือว่าน้อยไปเลย
ถ้าขืนเอาสภาพแบบนี้ไปลงสอบรวมศูนย์ในอีก 7 วันข้างหน้า มีหวังคะแนนรั้งท้ายเพื่อนทั้งสายชั้นแหงๆ
"ต้องปั๊มกองทัพต่อ รีบเพาะพันธุ์ตั๊กแตนให้กลับมาเยอะๆ ก่อน" หานอู่พึมพำกับตัวเอง สายตาไปสะดุดเข้ากับชื่อเผ่าพันธุ์ใหม่ที่ว่า "คนแคระเตาหลอมแดง"
เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าคนแคระที่อยู่ในอาณาเขตเทพของเขามันเป็นแค่คนแคระธรรมดาๆ ทำไมพอผ่านการต่อสู้มาหมาดๆ ถึงได้เปลี่ยนชื่อไปได้ล่ะ
ด้วยความสงสัย หานอู่จึงส่งกระแสจิตไปตรวจสอบที่เขตเหมืองแร่เพื่อดูให้เห็นกับตา
ทันทีที่ร่างจำแลงกระแสจิตของเขาได้เห็นพวกคนแคระ เขาก็แทบสะดุ้ง
ทำไมคนแคระของเขาถึงได้กลายสภาพเป็นแบบนี้ไปได้
รูปร่างอ้วนเตี้ย แขนขาบึกบึน ขนดกหนา สามอย่างนี้คือลักษณะเด่นของคนแคระ
แต่สำหรับคนแคระเตาหลอมแดงแล้ว ต้องเพิ่มลักษณะเด่นเข้าไปอีกสองอย่าง นั่นก็คือผิวสีแดงเพลิงและสายเลือดที่ไหลเวียนราวกับลาวาเดือด
หานอู่มองเห็นกระทั่งรอยเส้นเลือดสีแดงสดที่เปล่งแสงออกมาตามผิวหนังยามที่เลือดลาวานั้นไหลเวียนอยู่ภายใน
หานอู่รีบเปิดดูข้อมูลของคนแคระเตาหลอมแดงทันที
เผ่าพันธุ์บริวารธรรมดา คนแคระเตาหลอมแดง (วิวัฒนาการมาจากคนแคระธรรมดาที่ผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายจนกลายเป็นเผ่าพันธุ์ระดับอีลีท)
ระดับเผ่าพันธุ์บริวาร สิ่งมีชีวิตระดับอีลีท
พรสวรรค์เผ่าพันธุ์บริวาร ตีเหล็ก เลือดเดือด
ระดับความศรัทธา ผู้ศรัทธาแท้จริง
พลังศรัทธา 2 หมื่นหน่วยต่อวัน
ความสามารถในการขยายพันธุ์ 1 คนต่อปี
วงจรชีวิต 80 ปี (วัยทารก 5 ปี วัยเด็ก 10 ปี วัยผู้ใหญ่ 55 ปี วัยชรา 10 ปี)
พรสวรรค์ ตีเหล็ก เพิ่มความเข้าใจในการตีอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับโฮสต์
พรสวรรค์ เลือดเดือด เพิ่มความต้านทานความร้อนให้กับโฮสต์อย่างมหาศาล ทำให้โฮสต์สามารถเรียนรู้สกิลธาตุไฟได้ง่ายขึ้น
หานอู่อุทานด้วยความทึ่ง "กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับอีลีทตั้งแต่เกิดเลยเหรอเนี่ย ถ้าพวกนี้เป็นเผ่าพันธุ์บริวารหลักของฉันก็คงจะดีสิ"
แค่ดูจากข้อมูลเผ่าพันธุ์ หานอู่ก็ฟันธงได้เลยว่าคนแคระเตาหลอมแดงเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมาก ถ้าปั้นดีๆ รับรองว่าทิ้งห่างเด็กรุ่นเดียวกันแบบไม่เห็นฝุ่นแน่นอน
น่าเสียดายที่เผ่าพันธุ์สุดยอดแบบนี้ไม่ใช่เผ่าพันธุ์บริวารหลักของเขา
หานอู่ได้แต่ถอนหายใจให้กับโชคชะตาที่เล่นตลก
เขาพูดให้กำลังใจพวกคนแคระเตาหลอมแดงไปสองสามประโยค กระตุ้นให้พวกมันตั้งใจตีเหล็กและขยันปั๊มลูกปั๊มหลานเพื่อขยายเผ่าพันธุ์ให้ใหญ่ขึ้น
ช่วงหลายวันหลังจากนั้น ตอนกลางวันหานอู่ก็ไปโรงเรียน พอตกกลางคืนก็กลับมานั่งปั๊มกองทัพอย่างบ้าคลั่ง
ด้วยสกิลเร่งการเจริญเติบโต หานอู่ใช้เวลาแค่ 4 วัน ก็สามารถเพาะพันธุ์ตั๊กแตนให้กลับมามีจำนวนเท่าเดิมได้สำเร็จ
เมื่อจำนวนตั๊กแตนทั้งหมดพุ่งไปถึง 7 พัน 3 ร้อยล้านตัว มันก็ถึงขีดจำกัดสูงสุดที่สภาพแวดล้อมในอาณาเขตเทพจะรับไหวแล้ว
หานอู่ตวัดมือสั่งการ สกิลบูชายัญชีวิตทำงาน
ตั๊กแตนธรรมดา 7 พัน 2 ร้อยล้านตัวสลายกลายเป็นพลังชีวิตมหาศาลพุ่งทะยานขึ้นไปบนวงเวทสังเวยบนท้องฟ้า
และแล้วตัวเลือกสามข้อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหานอู่อีกครั้ง
ตัวเลือกที่หนึ่ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวล 2 กฎแห่งความตะกละ (ชำรุด) เมื่อนำไปติดตั้งบนแก่นกลางอาณาเขตเทพ จะทำให้เผ่าพันธุ์บริวารหลักได้รับความสามารถในการกินอย่างตะกละตะกลาม หากกินอาหารที่มีพลังงานรวมมากกว่าพลังงานในร่างกายตัวเองหนึ่งพันเท่า จะสามารถวิวัฒนาการตัวเองได้ (ตัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชำรุด จึงส่งผลเฉพาะกับสิ่งมีชีวิตระดับธรรมดาเท่านั้น)
ตัวเลือกที่สอง แม่แบบวีรบุรุษ มอบให้กับสิ่งมีชีวิตระดับเหนือมนุษย์ จะช่วยยกระดับให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษได้
ตัวเลือกที่สาม ความเป็นเทพ 1 หน่วย
แค่เห็นตัวเลือกทั้งสามข้อ หานอู่ก็ถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก เพราะแต่ละอย่างมันช่างยั่วน้ำลายซะเหลือเกิน
สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวล 2 กฎแห่งความตะกละ (ชำรุด) ชิ้นนี้ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเลขได้เลย เพราะมันช่วยให้เผ่าพันธุ์บริวารก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้
ถึงแม้จะอัปเกรดจากสิ่งมีชีวิตระดับธรรมดาไปเป็นสิ่งมีชีวิตระดับอีลีทได้แค่นั้น แต่มันก็น่าดึงดูดใจสุดๆ แล้ว
ลองจินตนาการดูสิ ถ้าตั๊กแตนธรรมดาทั้งหมดของหานอู่วิวัฒนาการเป็นตั๊กแตนระดับอีลีทได้หมดล่ะ
ถึงตอนนั้นพอเอาไปบูชายัญ โอ้โห ของรางวัลที่ได้มันต้องอลังการกว่าตอนนี้เป็นสิบเท่าแน่ๆ
แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ หานอู่ก็ทำได้แค่จินตนาการไปก่อน
ขืนให้ตั๊กแตน 7 พัน 3 ร้อยล้านตัวที่มีสกิลตะกละมากินล้างกินผลาญ มีหวังเขาหมดตัวจนไม่มีปัญญาเลี้ยงแน่ๆ
ตัวเลือกที่สอง แม่แบบวีรบุรุษ สามารถอัปเกรดสิ่งมีชีวิตระดับเหนือมนุษย์ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับวีรบุรุษได้ มูลค่าของมันก็สูงปรี๊ดไม่แพ้กัน
ดูความเก่งกาจของวายุสะบั้นเหล็กสิ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าของชิ้นนี้มันล้ำค่าแค่ไหน
ถ้าเอาไปประมูลขาย รับรองว่าพวกรดับครึ่งเทพต้องแย่งกันหัวแตกแน่นอน
ส่วนตัวเลือกที่สาม ความเป็นเทพ 1 หน่วย อันนี้เข้าใจง่ายและได้ผลชะงัดที่สุด
มันเทียบเท่ากับพลังศรัทธา 1 หมื่นล้านหน่วย หรือเท่ากับพลังเทพ 1 ร้อยล้านหน่วยเลยนะเว้ย
ถ้าเลือกข้อนี้ เขาก็จะกลายเป็นมหาเศรษฐีในพริบตา
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับตัวเลือกทั้งสาม หานอู่ก็คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเลือกตัวเลือกที่หนึ่ง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลเวล 2 กฎแห่งความตะกละ (ชำรุด) มีประโยชน์ต่อตั๊กแตนที่เป็นเผ่าพันธุ์บริวารหลักของเขามากที่สุด
ถ้ามองในระยะยาว มันคุ้มค่ากว่าแม่แบบวีรบุรุษและความเป็นเทพ 1 หน่วยซะอีก
ติดก็ตรงที่ตอนนี้เขายังไม่มีปัญญาเลี้ยงตั๊กแตนตะกละจำนวนเยอะๆ ได้
หานอู่จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการนำกฎแห่งความตะกละไปติดตั้งบนรังแมลงแทน เพื่อเพาะพันธุ์ตั๊กแตนตะกละแบบเจาะจงปีละ 1 ล้านตัว
พริบตาเดียว เวลาในโลกแห่งความเป็นจริงก็ผ่านไปสามวัน
การสอบรวมศูนย์ใกล้เข้ามาทุกที หานอู่เข้ามาในอาณาเขตเทพ และท่ามกลางฝูงแมลงนับร้อยล้านตัว เขาก็สะดุดตาเข้ากับตั๊กแตนยักษ์ที่มีความยาวถึงหนึ่งเมตรเข้าเต็มๆ
นั่นคือตั๊กแตนสายพันธุ์ใหม่ที่หานอู่ตั้งชื่อให้ว่า ตั๊กแตนระเบิดคลั่ง
มันคือสิ่งมีชีวิตระดับเหนือมนุษย์
[จบแล้ว]