- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 830 - การปรากฏตัวของเผ่ามังกรและเผ่าเทพหงสา!
บทที่ 830 - การปรากฏตัวของเผ่ามังกรและเผ่าเทพหงสา!
บทที่ 830 - การปรากฏตัวของเผ่ามังกรและเผ่าเทพหงสา!
บทที่ 830 - การปรากฏตัวของเผ่ามังกรและเผ่าเทพหงสา!
เซียวจิ่นอวี้อยากจะลองเข้าไปในถ้ำแห่งนั้นดู ซึ่งหลี่เสวียนก็ไม่ได้ปฏิเสธ
แถมเขายังสัมผัสได้ว่า พลังภายในถ้ำนั้นช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก ดูเหมือนว่ามันจะแฝงกลิ่นอายที่ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด!
เซียวจิ่นอวี้เดินตรงไปที่หน้าถ้ำ
ในขณะที่นางกำลังจะลองเดินเข้าไปนั้น แรงกดดันอันมหาศาลก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าและล็อกตัวนางเอาไว้!
เป็นจักรพรรดิเซียนผู้หนึ่งที่จ้องมองมาที่นางด้วยแววตาเย็นชา "มรดกภายในถ้ำแห่งนี้ ไม่ใช่ของธรรมดาเลยนะ คิดหรือว่าใครหน้าไหนก็สามารถเข้ามาทดสอบได้ตามใจชอบ เจ้าเป็นใครมาจากไหน"
"นางเป็นศิษย์น้องของข้าเอง"
น้ำเสียงเรียบเฉยดังขึ้น
หลี่เสวียนปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ เขามองดูผู้คนตรงหน้าด้วยท่าทีสงบนิ่ง
เมื่อบรรดาจักรพรรดิเซียนเห็นเขา แววตาก็สั่นไหวเล็กน้อย
เพียงแค่วินาทีแรกที่เห็นหน้า พวกเขาก็รู้ทันทีว่าชายตรงหน้าผู้นี้ไม่ธรรมดาแน่!
เพียงแต่พวกเขาอยากรู้ว่า ในแดนเซียนมีบุคคลระดับนี้โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ก็มีจักรพรรดิเซียนบางคนที่พอเห็นหลี่เสวียนแล้วก็นึกขึ้นมาได้ทันที สายตาที่มองไปยังอีกฝ่ายฉายแววหวาดระแวงอย่างชัดเจน!
"เจ้าเป็นใคร"
จักรพรรดิเซียนคนที่ใช้แรงกดดันล็อกเป้าหมายไปที่เซียวจิ่นอวี้เอ่ยถามด้วยความอยากรู้
หลี่เสวียนกล่าวเสียงเรียบ "เจ้าลองถามคนรอบๆ ตัวเจ้าดูสิ พวกเขาอาจจะรู้ก็ได้ว่าข้าคือใคร"
เขาสังหารจักรพรรดิเซียนไปตั้งมากมาย ชื่อเสียงเรียงนามย่อมต้องโด่งดังขจรขจายไปทั่วแดนเซียนตั้งนานแล้ว
เขาไม่เชื่อหรอกว่า ในหมู่คนพวกนี้ จะไม่มีใครจำเขาได้เลยสักคน
จักรพรรดิเซียนผู้นั้นหันไปมองคนข้างๆ
หนึ่งในนั้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกล่าวว่า "คิดไม่ถึงเลยว่าท่านประมุขแห่งสำนักกระบี่ห้ายอดเขาจะเดินทางมาถึงที่นี่ด้วย ยินดีที่ได้รู้จักครับ!"
"ท่านประมุขแห่งสำนักกระบี่ห้ายอดเขา เขาเป็นใครกัน"
"อะไรนะ นี่เจ้าไม่รู้จักท่านประมุขแห่งสำนักกระบี่ห้ายอดเขาหรอกหรือ นี่คือบุคคลที่โด่งดังและร้อนแรงที่สุดในแดนเซียนยุคปัจจุบันเลยนะ! เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งจะสังหารจักรพรรดิเซียนไปตั้งหลายคน!"
"สังหารจักรพรรดิเซียนไปตั้งหลายคน?? บ้าไปแล้ว! จักรพรรดิเซียนมันมีให้ฆ่าเยอะขนาดนั้นเลยหรือไง อะไรที่เรียกว่าสังหารไปตั้งหลายคนฟะ??"
ระดับจักรพรรดิเซียนในแดนเซียน ถือว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว
เซียนธรรมดาทั่วไป อาจจะไม่ได้เห็นหน้าจักรพรรดิเซียนเลยด้วยซ้ำตลอดชั่วชีวิต
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสังหารจักรพรรดิเซียนเลย!
แค่ฆ่าได้สักคน ก็ดังกระฉ่อนไปทั่วแดนเซียนแล้ว!
นี่ยังไม่ต้องพูดถึงคำว่า สังหารไปตั้งหลายคน อีกนะ?!
ชั่วขณะนั้น สายตาที่ทุกคนมองไปยังหลี่เสวียน ก็แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
จักรพรรดิเซียนคนที่ใช้แรงกดดันล็อกเป้าหมายเซียวจิ่นอวี้เอาไว้เมื่อครู่ หน้าถอดสีไปในทันที เขารีบเก็บแรงกดดันกลับมาอย่างรวดเร็ว "ที่แท้ท่านก็คือท่านประมุขแห่งสำนักกระบี่ห้ายอดเขานี่เอง เมื่อครู่ข้าช่างเสียมารยาทนัก!"
"การกระทำของเจ้านับว่าไร้มารยาทจริงๆ เป็นถึงจักรพรรดิเซียนแท้ๆ กลับมาใช้อำนาจข่มขู่ผู้น้อย! หึ เจ้าควรจะขอโทษศิษย์น้องของข้าด้วยซ้ำ!"
หลี่เสวียนกล่าวเสียงเรียบ
เมื่อจักรพรรดิเซียนผู้นั้นได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปมา
เขารู้สึกเสียหน้าอย่างยิ่ง เขาเป็นถึงจักรพรรดิเซียนเชียวนะ
จะให้ไปขอโทษเซียนจวินตัวเล็กๆ เนี่ยนะ
จะบ้าหรือไง
เพียงแต่...
เมื่อนึกถึงวีรกรรมการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวของหลี่เสวียน เขาก็ไม่มีความกล้าที่จะแข็งข้ออีกต่อไป
ขอโทษก็ขอโทษวะ!
ดีกว่าโดนหลี่เสวียนฟันกระเด็นก็แล้วกัน!
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หันไปส่งยิ้มให้กับเซียวจิ่นอวี้ "แม่หนูน้อย เมื่อครู่ข้าล่วงเกินไปบ้าง หวังว่าเจ้าจะให้อภัยข้าด้วยนะ"
เซียวจิ่นอวี้โบกมือปัด "ช่างเถอะ ข้าจะยอมยกโทษให้เจ้าสักครั้งก็แล้วกัน!"
"หึ แม่หนูน้อยช่างใจกว้างจริงๆ!"
ผู้คนรอบข้างมองดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นทึ่ง
จักรพรรดิเซียนมาขอโทษเซียนจวิน แถมเซียนจวินคนนั้นยังมีท่าทีไม่ใส่ใจอีกต่างหาก!
ฉากแบบนี้ มีกี่คนกันเชียวที่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ!
การที่ได้มาเห็นเรื่องแบบนี้กับตา พวกเขารู้สึกว่าการมาเยือนในครั้งนี้คุ้มค่าแล้ว!
จากนั้น เซียวจิ่นอวี้ก็เดินตรงไปยังถ้ำเพื่อลองเข้าไปด้านใน
แต่แล้วก็ต้องพบว่า ม่านพลังนั้นแข็งแกร่งมาก มันกีดกันไม่ให้นางเข้าไปได้เลย!
เซียวจิ่นอวี้ถึงกับอึ้งไปเลย นางพูดด้วยความทึ่ง "อัจฉริยะอย่างข้ายังเข้าไปไม่ได้อีกหรือเนี่ย ดูเหมือนว่ามรดกในถ้ำแห่งนี้ คงเตรียมไว้เพื่อบุคคลพิเศษคนใดคนหนึ่งกระมัง"
หากเป็นยอดฝีมือที่สร้างม่านพลังเพื่อค้นหาผู้สืบทอด
ก็ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่ปฏิเสธอัจฉริยะระดับนางได้!
คำอธิบายเดียวก็คือ ม่านพลังของถ้ำแห่งนี้เตรียมไว้เพื่อคนเพียงคนเดียวเท่านั้น คนอื่น ต่อให้มีพรสวรรค์ดีแค่ไหนก็เข้าไปไม่ได้!
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ถูกต้อง มรดกในถ้ำแห่งนี้ ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเผ่ามังกรของพวกเราโดยเฉพาะ!!"
ในเวลานั้นเอง เสียงมังกรคำรามก็ดังก้องกังวานไปทั่ว!
เห็นเพียงเผ่ามังกรสีแดงเพลิงตัวหนึ่งพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามา แผ่ซ่านอำนาจแห่งมังกรอันมหาศาล!
และทางด้านหลังของเผ่ามังกรตัวนี้ ก็ยังมีเผ่ามังกรตัวอื่นๆ ที่มีขนาดเล็กลงมาหน่อยบินตามมาด้วย พวกมันทยอยแปลงกายเป็นมนุษย์ แต่ละคนล้วนมีสีหน้าหยิ่งยโส
โดยเฉพาะชายหนุ่มในชุดคลุมสีทองที่ยืนอยู่ตรงกลาง
บนร่างของเขาแผ่ซ่านกลิ่นอายมังกรอันเข้มข้น ความเย่อหยิ่งบนหว่างคิ้วแทบจะจับต้องได้เป็นรูปธรรม ราวกับกำลังมองดูสรรพชีวิตเบื้องล่างด้วยความดูแคลน
"นั่นมันจักรพรรดิเซียนแห่งเผ่ามังกรนี่ แล้วก็ยังมี... อัจฉริยะอันดับหนึ่งของเผ่ามังกร หลงเทียนหวง!!"
"นิมิตในครั้งนี้ มีทั้งมังกรและเทพหงสา การที่เผ่ามังกรจะมาปรากฏตัวที่นี่ก็นับว่าสมเหตุสมผลแล้ว เกรงว่าคงไม่ได้มีแค่พวกเขากลุ่มเดียวหรอกมั้ง!"
บรรดาจักรพรรดิเซียนซุบซิบกระซิบกระซาบกัน
ไม่นานนัก ก็มีเสียงกรีดร้องแหลมดังมาจากที่ไกลๆ
เห็นเพียงเทพหงสาสิบกว่าตัวพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามา!
พวกเขาทะยอยแปลงกายเป็นมนุษย์ มีทั้งชายและหญิง โดยมีหญิงวัยกลางคนเป็นผู้นำ นางปรายตามองจักรพรรดิเซียนแห่งเผ่ามังกรแล้วกล่าวเสียงเรียบ "เตรียมไว้สำหรับเผ่ามังกรของพวกเจ้างั้นหรือ เจ้าคงจะคิดเข้าข้างตัวเองมากไปหน่อยแล้วมั้ง บางทีอาจจะเตรียมไว้ให้เผ่าเทพหงสาของข้าก็ได้นะ"
จักรพรรดิเซียนแห่งเผ่ามังกรหัวเราะเบาๆ "โอ้ ที่แท้ก็ผู้อาวุโสรองเผ่าเทพหงสานี่เอง! ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะ แต่ว่ามรดกภายในถ้ำแห่งนี้ ข้าคงยอมยกให้พวกเจ้าไม่ได้หรอก"
"ยอมยกให้งั้นหรือ ไม่เห็นจำเป็นต้องให้เจ้ายอมเลย มรดกในถ้ำแห่งนี้ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องเป็นของชิงซวง!" นางกล่าวเสียงเรียบ พลางหันไปมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง
เด็กสาวมีเรือนผมสีครามยาวสลวย บนร่างเปล่งประกายรัศมีเซียน รูปโฉมงดงาม รูปร่างเย้ายวน ทว่ากลับให้ความรู้สึกเย็นชาดุจน้ำแข็ง!
หวงชิงซวง อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเผ่าเทพหงสา! เมื่อหลงเทียนหวงเห็นนาง แววตาของเขาก็ฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย เขากล่าวเสียงเรียบ "หวงชิงซวง ไม่ได้เจอกันเสียนาน พลังบำเพ็ญเพียรของเจ้าดูเหมือนจะก้าวหน้าขึ้นอีกแล้วนะ ถึงขั้นเลื่อนระดับเข้าสู่ขอบเขตจอมเซียนแล้วนี่!"
หวงชิงซวงกล่าวเสียงเรียบ "เจ้าเองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนี่!"
"หึ เจ้ากับข้าห้ำหั่นกันมาเป็นร้อยๆ ปี วันนี้ก็คงไม่เว้น มาดูกันว่าระหว่างเจ้ากับข้า ใครจะได้ครอบครองมรดกภายในถ้ำแห่งนี้กันแน่!" หลงเทียนหวงกล่าว
จากนั้นเขาก็เป็นฝ่ายพุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังปากถ้ำก่อน
เมื่อหวงชิงซวงเห็นเช่นนั้น นางก็ไม่ยอมน้อยหน้า กลายร่างเป็นแสงเพลิงสีครามพุ่งตามไปติดๆ
หลี่เสวียนและคนอื่นๆ ต่างยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ
"ตอนที่มรดกภายในถ้ำนี้ปรากฏขึ้น ก็เกิดนิมิตมังกรหงสาขึ้นมาด้วย ดูท่าทางแล้ว ถ้าไม่ใช่เผ่ามังกร ก็คงเป็นเผ่าเทพหงสาสินะ!"
"ถ้าจะถามว่าในแดนเซียนแห่งนี้ใครมีโอกาสได้รับมรดกนี้มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นสองคนนี้นี่แหละ!"
"สองคนนี้มีพรสวรรค์เป็นเลิศในแดนเซียน ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติบรรลุเป็นจักรพรรดิเซียนอย่างแน่นอน! ดีไม่ดีอาจจะทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ได้สำเร็จด้วยซ้ำ หากพวกเขายังได้รับมรดกนี้ไปอีก ความสำเร็จในอนาคตย่อมไร้ขีดจำกัด สถานะของเผ่ามังกรและเผ่าเทพหงสา ก็จะยิ่งมั่นคงจนไม่มีใครสั่นคลอนได้!"
"นั่นน่ะสิ..."
ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
ไม่นานนัก หลงเทียนหวงก็เข้าไปใกล้ถ้ำ แผลงรอยยิ้มอย่างตื่นเต้น "มรดกนี้ เป็นของข้าแล้ว!!"
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้แตะต้องม่านพลังหน้าถ้ำ เปลวเพลิงสายหนึ่งก็พุ่งมาจากด้านหลังเข้าโจมตีเขา!
เป็นหวงชิงซวงนั่นเองที่ลงมือ
หลงเทียนหวงหันกลับไปปัดป้อง แววตาของเขาเย็นเยียบ "โอ้ คิดจะตัดสินแพ้ชนะกันก่อนงั้นหรือ!"
"เข้ามาเลย!"
หวงชิงซวงกล่าวเสียงเรียบ ทั้งสองเริ่มเปิดศึกปะทะกันทันที
เพลิงฟีนิกซ์และวิชาศักดิ์สิทธิ์ของเผ่ามังกรถูกสาดซัดใส่กันอย่างต่อเนื่อง การต่อสู้ดุเดือดสูสีจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น
หลี่เสวียนมองดูการต่อสู้ครั้งนี้โดยไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก สำหรับเขาแล้ว สองคนนี้อ่อนแอเกินไป
จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงมองไปยังที่ไกลๆ แววตาของเขาปรากฏรอยยิ้มแห่งความปีติยินดีขึ้นมา
[จบแล้ว]