เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1220 - ลาก่อนชั่วนิรันดร์

บทที่ 1220 - ลาก่อนชั่วนิรันดร์

บทที่ 1220 - ลาก่อนชั่วนิรันดร์


บทที่ 1220 - ลาก่อนชั่วนิรันดร์

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เมื่อรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนเรือนร่าง นกสวรรค์เมฆาครามก็สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ภายในแววตาส่วนลึกคือความหวาดกลัวที่ปิดบังไว้ไม่มิด

"เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ข้าหลุดพ้นออกมาแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมถึงยังมีกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาพุ่งเป้ามาที่ข้าอีก"

ในขณะที่นกสวรรค์เมฆาครามกำลังเอ่ยปาก พลังแห่งกาลเวลายังคงถาโถมเข้าใส่ร่างของมันอย่างต่อเนื่อง พรากเอาอายุขัยของมันไปอย่างมหาศาล

"หลุดพ้นหรือ ราชันเซียนเมฆาครามคิดจริงๆ หรือว่าตนเองจะสามารถหนีพ้นจากคุกที่กักขังท่านเอาไว้ได้"

สวีชุนเหนียงกล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน "ถ้าเช่นนั้นท่านก็คงประเมินกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาต่ำเกินไปแล้ว"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น นกสวรรค์เมฆาครามก็เงยหน้าขึ้นขวับ จ้องมองสวีชุนเหนียงเขม็ง แววตาฉายความอาฆาตแค้นออกมาอย่างรุนแรง

"เป็นเจ้า เจ้าต้องเป็นคนเล่นตุกติกแน่ รีบถอนกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลานี้ออกไปเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะยอมตายตกไปพร้อมกับเจ้า"

สวีชุนเหนียงเอ่ยอย่างเชื่องช้า "ราชันเซียนเมฆาครามประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ระดับพลังของข้าร่วงหล่นลงมา เพียงแค่ระดับขอบเขตเทียนโม่ในตอนนี้ จะไปขับเคลื่อนพลังแห่งกาลเวลาได้อย่างไร"

"ร่อนหาที่ตาย"

นกสวรรค์เมฆาครามมีหรือจะเชื่อ เมื่อเห็นสวีชุนเหนียงไม่ยอมร่วมมือ มันจึงรีบกระตุ้นวิชาควบคุมชะตาชีวิตเพื่อทำลายดวงจิตวิญญาณของนางทันที

ฆ่านางทิ้งเสีย กฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาย่อมสลายไปเอง

เมื่อรับรู้ถึงเจตนาของนกสวรรค์เมฆาคราม แววตาของสวีชุนเหนียงก็หม่นลง ปราณแท้โกลาหลในร่างพลุ่งพล่าน ควบแน่นเป็นกฎเกณฑ์แห่งชะตากรรมเพื่อปกป้องดวงจิตวิญญาณเอาไว้อย่างรวดเร็ว

นกสวรรค์เมฆาครามโจมตีพลาด แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างปิดไม่มิด "เจ้าถึงกับเข้าใจกฎเกณฑ์แห่งชะตากรรมด้วยเชียวหรือ"

"มันยากนักหรือ การเปลี่ยนแปลงของชะตาชีวิตล้วนเป็นไปตามกฎของสวรรค์ แม้ว่าความเข้าใจในกฎเกณฑ์แห่งชะตากรรมของข้าจะไม่ลึกซึ้งนัก แต่ราชันเซียนเมฆาครามในยามนี้ ก็คงไม่มีเรี่ยวแรงเหลือมาจัดการกับข้าแล้วกระมัง"

"นั่นสิ ขนาดกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาเจ้ายังเข้าใจได้ นับประสาอะไรกับการหยั่งรู้ความเปลี่ยนแปลงของชะตาชีวิต"

แววตาของนกสวรรค์เมฆาครามฉายความกระจ่าง ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มสมเพชตัวเอง "เสียแรงที่ข้าหลงทะนงตนว่ามีพรสวรรค์ล้ำเลิศ แต่กลับสู้เผ่ามนุษย์อย่างเจ้าไม่ได้เลยสักนิด ช่างน่าขันสิ้นดี"

สวีชุนเหนียงกล่าวอย่างเชื่องช้า "ยามนี้ ถึงคราวข้าเป็นผู้ตั้งเงื่อนไขบ้างแล้วกระมัง หากราชันเซียนเมฆาครามยอมร่วมมือ ข้าก็ไม่ขัดข้องที่จะชี้ทางรอดให้ท่านสักทาง"

นกสวรรค์เมฆาครามรู้สึกทั้งอับอายและโกรธแค้น คำพูดที่มันเคยกดขี่เผ่ามนุษย์ผู้นี้ กลับถูกนางนำมาตอกกลับอย่างเจ็บแสบ

ทว่ากาลเวลากลืนกินทุกสรรพสิ่ง ทุกๆ หนึ่งเค่อ อายุขัยในร่างของมันจะสูญสลายไปอย่างมหาศาล หากปล่อยไว้เช่นนี้ มันจะต้องตายอยู่ที่นี่เป็นแน่

แววตาของนกสวรรค์เมฆาครามฉายความหวาดกลัวอย่างรุนแรง มันเกิดมาก็เป็นถึงราชันเซียนผู้สูงส่งที่มองดูสรรพสัตว์อยู่เบื้องล่าง ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่ต้องตกระกำลำบากถึงเพียงนี้

นกสวรรค์เมฆาครามสูดลมหายใจเข้าลึก กดข่มความรู้สึกอันซับซ้อนในใจลงไป "เจ้ามีเงื่อนไขอะไร ก็ลองว่ามาสิ"

"ขอให้ราชันเซียนเมฆาคราม โปรดถอนพลังวิเศษที่ใช้ควบคุมร่างของข้าออกด้วย"

นกสวรรค์เมฆาครามยอมจำนนทำตามแต่โดยดี ถึงอย่างไรวิชาควบคุมชะตาชีวิตนี้ก็ใช้ไม่ได้ผลแล้ว ถอนออกไปก็ช่างมันเถอะ

"แค่นี้เจ้าพอใจหรือยัง"

"จะรีบร้อนไปทำไม ข้ายังมีเงื่อนไขอื่นที่ยังไม่ได้พูดอีกนะ"

แววตาของสวีชุนเหนียงฉายความปรารถนา "ได้ยินมาว่าราชันเซียนเมฆาครามคือสิริมงคลที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า ผู้คนมากมายยอมสละทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อแลกกับคำอวยพรของท่าน ไม่ทราบว่าข้าจะมีวาสนาได้ยลโฉมของล้ำค่าเหล่านั้นหรือไม่"

ที่แท้สิ่งที่นางต้องการ ก็คือของนอกกายเหล่านี้นี่เอง

นกสวรรค์เมฆาครามถอนหายใจอย่างโล่งอกพร้อมกับรีบโกยของล้ำค่าจำนวนมากออกมาส่งให้สวีชุนเหนียงอย่างว่าง่าย

"ให้เจ้า มีเงื่อนไขอะไรอีกก็รีบๆ พูดมาให้หมดทีเดียวเลย"

"ราชันเซียนเมฆาครามช่างตรงไปตรงมาจริงๆ"

สวีชุนเหนียงเอ่ยชม สายตากวาดมองเหนือศีรษะของนกสวรรค์เมฆาคราม "ได้ยินมาว่าขนนกของนกสวรรค์เมฆาครามคือของวิเศษที่ช่วยรวบรวมวาสนาได้ตามธรรมชาติ..."

คำพูดของนางยังไม่ทันจบ นกสวรรค์เมฆาครามก็สีหน้าเปลี่ยนไป "อย่าให้มันมากเกินไปนัก ขนนกนั้นข้าไม่มีทางให้เจ้าแน่ อย่าได้คิดฝัน"

ขนนกคือรากฐานในการบำเพ็ญเพียรของมัน หากสูญเสียขนนกไป มันไม่เพียงแต่จะสูญเสียพลังบำเพ็ญเพียรไปอย่างมหาศาล แต่ยังส่งผลกระทบต่อการฝึกฝนในวันข้างหน้าอีกด้วย

"ดูเหมือนราชันเซียนเมฆาครามจะยังไม่เข้าใจสถานะของตัวเองในตอนนี้เลยสินะ"

สวีชุนเหนียงแย้มยิ้ม กล่าวอย่างมีนัย "ข้าน่ะไม่รีบร้อนหรอก แต่ราชันเซียนเมฆาครามรอไหวหรือ ใช้ขนนกเพียงเส้นเดียวแลกกับทางรอดชีวิต นี่นับเป็นการค้าที่คุ้มค่ามากนะ"

นกสวรรค์เมฆาครามมีสีหน้าอึมครึมน่ากลัว เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ อายุขัยในร่างของมันก็ไหลออกไปมากกว่าหนึ่งในสิบแล้ว

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ย่อมต้องหมดอายุขัยจนสิ้นใจแน่นอน

สีหน้าของมันเปลี่ยนไปมาหลายรอบ สุดท้ายก็จำใจดึงขนนกบนหัวออกมาหนึ่งเส้นแล้วโยนให้สวีชุนเหนียงด้วยความไม่ยินยอม

"เจ้ามนุษย์ เงื่อนไขที่เจ้าว่ามาข้าก็ทำตามหมดแล้ว ทีนี้เจ้าจะยอมถอนกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาออกไปได้หรือยัง"

สวีชุนเหนียงเก็บขนนกของนกสวรรค์เมฆาครามด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกไปแล้ว ว่ากฎเกณฑ์แห่งกาลเวลานี้ไม่ได้มาจากตัวข้า แต่มันมาจากมิติแห่งนั้นต่างหาก ซึ่งมันพุ่งเป้ามาที่เจ้าโดยเฉพาะ"

"เป็นไปไม่ได้"

นกสวรรค์เมฆาครามโต้กลับตามสัญชาตญาณ "ข้าออกจากมิติแห่งนั้นมาแล้ว มันจะตามหาข้าเจอได้อย่างไร"

"ก็เพราะว่าคุกแห่งนั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังเจ้าโดยเฉพาะอย่างไรเล่า"

สวีชุนเหนียงถอนใจเบาๆ มองนกสวรรค์เมฆาครามด้วยสายตาเวทนา "นั่นมันเป็นมิติของกาลเวลาในอดีต เจ้ามีชีวิตอยู่ในอดีต แล้วจะกลับมาสู่โลกความจริงได้อย่างไร"

"มิติของกาลเวลาในอดีตหรือ"

นกสวรรค์เมฆาครามยืนนิ่งงัน "คำพูดของเจ้าหมายความว่าอย่างไร"

"ราชันเซียนเมฆาครามยังไม่เข้าใจอีกหรือ เจ้าถูกคนขังไว้ในอดีต เดิมทีก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้อยู่แล้ว จึงต้องถูกกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลากลืนกิน"

นกสวรรค์เมฆาครามไม่อยากยอมรับความจริงข้อนี้ ทว่าพลังแห่งกาลเวลาอันไร้ความปรานีก็กำลังช่วงชิงอายุขัยของมันไปอย่างต่อเนื่อง บังคับให้มันต้องจำยอมรับความจริง

มันมองสวีชุนเหนียง เอ่ยปากอย่างยากลำบาก "แล้วทางรอดที่เจ้าว่ามา อยู่ที่ใด"

สวีชุนเหนียงตอบเสียงเรียบ "มาจากที่ใดก็ต้องกลับไปที่นั่น เจ้าเป็นตัวตนในอดีต มีเพียงต้องกลับไปยังมิติของกาลเวลาในอดีตเท่านั้นจึงจะมีชีวิตรอด"

กลับไปหรือ

นกสวรรค์เมฆาครามชะงักงัน มันอุตส่าห์ดิ้นรนแทบตายกว่าจะหนีออกมาจากคุกที่กักขังมันไว้ได้ ตอนนี้กลับจะให้มันกลับไปอีกงั้นหรือ

"ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ ข้าจะให้ขนนกเจ้าอีกเส้น ไม่สิ สองเส้น ขอเพียงเจ้าช่วยข้าสลัดพลังแห่งกาลเวลาเหล่านี้ทิ้งไป ข้ายินดีมอบขนนกสองเส้นและของล้ำค่าอีกมากมายให้เจ้าเลย"

สวีชุนเหนียงส่ายหน้า "หากระดับพลังของข้าไม่ร่วงหล่นลงมา บางทีอาจจะพอช่วยเจ้าคิดหาหนทางได้บ้าง แต่ตอนนี้ ราชันเซียนเมฆาครามคิดว่าผู้ฝึกตนระดับเทียนโม่ตัวเล็กๆ อย่างข้า จะมีความสามารถมากถึงเพียงนั้นเลยหรือ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของนกสวรรค์เมฆาครามก็หม่นหมองลงอย่างสิ้นเชิง แผนการอันชาญฉลาดที่มันอุตส่าห์วางไว้ กลับกลายเป็นการตัดทางรอดสุดท้ายของตัวเองเสียอย่างนั้น

รู้อย่างนี้แต่แรก คงไม่ทำเช่นนั้นแน่

นกสวรรค์เมฆาครามมีสีหน้าสิ้นหวัง หนทางที่วางอยู่เบื้องหน้ามีเพียงสองทาง คือยอมตาย หรือยอมถูกขังอยู่ในมิติของกาลเวลาในอดีตแล้วอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปจนแก่เฒ่า

สองทางเลือกนี้ มันไม่อยากเลือกเลยสักทาง แต่ตอนนี้มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

"ต้องมีวิธีอื่นสิ"

นกสวรรค์เมฆาครามพึมพำกับตัวเอง จู่ๆ ก็มองไปที่สวีชุนเหนียง "หากข้าเข้าใจกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลา ข้าก็จะหลุดพ้นจากมิติของกาลเวลาในอดีตได้ใช่หรือไม่"

"อาจจะใช่ คงต้องดูที่โชคชะตาของเจ้าแล้วล่ะ"

สวีชุนเหนียงยิ้มบางๆ "ทางรอดข้าก็ชี้แนะให้เจ้าแล้ว เราถือว่าหายกัน ลาก่อนชั่วนิรันดร์"

พูดจบนางก็หันหลังกลับ หายวับไปท่ามกลางสายตาอันสิ้นหวังของนกสวรรค์เมฆาคราม

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1220 - ลาก่อนชั่วนิรันดร์

คัดลอกลิงก์แล้ว