- หน้าแรก
- 1970 ย้อนเวลามาเป็น เสาหลักของหมู่บ้าน
- บทที่ 1327 บอกให้มันอยู่ห่างจากน้องสาวฉันหน่อย
บทที่ 1327 บอกให้มันอยู่ห่างจากน้องสาวฉันหน่อย
บทที่ 1327 บอกให้มันอยู่ห่างจากน้องสาวฉันหน่อย
หลี่เทียนหมิงนัดทานมื้อค่ำกับเทียนเลี่ยงและเจียงซินหยู่ไว้ หลังจากออกมาจากบริษัทของเฉินเสี่ยวซวี่แล้วเห็นว่ายังพอมีเวลา จึงตั้งใจจะแวะมาดูเสี่ยวอู่ที่กองถ่าย
อีกอย่างคือเขาอยากบอกให้เธอหาเวลาไปหาเฉินเสี่ยวซวี่สักหน่อย เพราะหลี่เทียนหมิงไม่อยากให้ความเข้าใจผิดนี้ค้างคาอยู่นาน
เมื่อวานเขาได้ยินเสี่ยวอู่บอกสถานที่ถ่ายทำมาแล้ว จึงขับรถหาทางมาด้วยตัวเอง
ทว่าทันทีที่เดินขึ้นตึกมา เขาก็ได้ยินเสียงเสี่ยวอู่ตะโกนว่าจะแจ้งตำรวจ จึงรีบวิ่งตามเสียงขึ้นไปทันที
"พี่ใหญ่!"
เสี่ยวอู่เดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ก่อนจะโผเข้ากอดหลี่เทียนหมิงทันที
อย่ามองว่าตอนลงมือเมื่อครู่เธอจะเก่งกาจแค่ไหน แต่พออยู่ต่อหน้าหลี่เทียนหมิง เธอก็ยังทำตัวเหมือนเด็กๆ อยู่ดี
"ใครรังแกแก?"
หลี่เทียนหมิงพูดพลางกวาดสายตาไปล็อคเป้าหมายที่เฝิงเสี่ยวกังทันที
เอ่อ?
แม้จะถูกซ้อมจนหน้าตาปูดบวม แต่ใบหน้านั้นเขาก็ยังจำได้ในแวบเดียว
ลักษณะเด่นชัดเกินไปจริงๆ
เฝิงเสี่ยวกังมามีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเสี่ยวอู่ได้ยังไงกัน?
เมื่อต้องปะทะกับสายตาของหลี่เทียนหมิง เฝิงเสี่ยวกังก็รู้สึกขวัญเสียขึ้นมาทันที
แม้ทั้งคู่จะเคยพบกันมาก่อน แต่นั่นก็ผ่านมานานมากแล้ว เขาเองก็ลืมไปเสียสนิท
แต่ตอนนี้ผู้ปกครองของอีกฝ่ายมาถึงแล้ว แม้ว่าคนที่โดนซ้อมจะเป็นเขาเอง แต่ถ้าจะสืบสาวราวเรื่องกันจริงๆ ความผิดส่วนใหญ่ก็ต้องตกอยู่ที่ตัวเขาอยู่ดี
"สหายท่านนี้... ผมเป็นผู้กำกับของกองถ่ายครับ เรื่องในวันนี้มัน..."
เซี่ยกังรีบร้อนอยากจะอธิบาย แต่หลี่เทียนหมิงไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
"เสี่ยวอู่ แกพูดมาซิ"
"เขาค่ะ เป็นเขานั่นแหละ ที่คอยตามตื๊อหนูอยู่ตลอด พอหนูไม่เล่นด้วยเขาก็ไม่ยอมเลิกรา แถมเมื่อกี้เขายังด่าหนูด้วย หนูเลยทนไม่ไหวต้องลงมือซ้อมเขาไปค่ะ"
ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่เทียนหมิง ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยต้องมารับความอยุติธรรมแบบนี้มาก่อนเลย
พูดไปพูดมา น้ำตาก็เริ่มรินไหลออกมา
"น้องสาวฉันไม่ได้พูดปดใช่ไหม?"
หลี่เทียนหมิงหันไปถามเซี่ยกัง
"คือ... มันต้องมีความเข้าใจผิดกันแน่ๆ ครับ เหล่าเฝิงเขาเป็นคนแบบนั้น... ชอบเล่นสนุกไปหน่อย เขา... เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอกครับ"
"งั้นเรียกเมียนายมานี่สิ เดี๋ยวฉันจะไปเล่นสนุกกับเมียนายบ้าง นายจะโอเคไหมล่ะ?"
พูดจาแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน?
เซี่ยกังตั้งใจจะทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กให้เป็นเรื่องไม่มีอะไร แต่เห็นชัดๆ ว่าหลี่เทียนหมิงไม่ได้ตั้งใจจะให้เกียรติเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
"กลับกับพี่เถอะ กองถ่ายเฮงซวยแบบนี้ ไม่ต้องไปรับใช้มันแล้ว"
เสี่ยวอู่ซ้อมเฝิงเสี่ยวกังจนน่วมเป็นเป็ดแบบนั้นแล้ว หากเขาเข้าไปซ้ำอีกรอบมันจะดูเหมือนว่าฝ่ายเขาเป็นฝ่ายผิดที่รังแกคนไม่มีทางสู้
เมื่อได้ยินหลี่เทียนหมิงบอกว่าจะพาเสี่ยวอู่กลับและไม่ถ่ายทำต่อแล้ว เซี่ยกังก็ลนลานทันที
ตอนนี้ละครถ่ายทำไปได้ครึ่งเรื่องแล้วถ้านางเอกหนีไปจะทำยังไงล่ะ
"สหายท่านนี้... พี่ชายครับ คือว่า มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผม... เหล่าเฝิง มัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ? ขอโทษสิ!"
'ฉันขอโทษไปแล้วนะ!' เฝิงเสี่ยวกังคิดในใจ
เรื่องในวันนี้ถ้าจะว่ากันจริงๆ เขาก็ทำตัวไม่เหมาะสมจริงๆ นั่นแหละ เป็นผู้ชายตัวโตแต่กลับเปิดปากด่าผู้หญิงกลางที่สาธารณะ แต่เขาก็โดนซ้อมจนอ่วมไปแล้ว ถือว่าได้รับบทเรียนไปแล้ว จะมาเอาเรื่องเอาราวไม่จบไม่สิ้นแบบนี้ไม่ได้นะ!
แต่พอนึกถึงว่าเสี่ยวอู่จะแจ้งตำรวจ เขาก็ต้องรีบยอมสยบแต่โดยดี
"ผมผิดเองครับ ขอโทษด้วย ผม... ผมหน้ามืดตามัวไปหน่อย ต่อไปผมรับรองว่า..."
ยังไม่ทันที่เฝิงเสี่ยวกังจะพูดจบ หลี่เทียนหมิงก็หัวเราะเย็นเยียบ
"ต่อไปเหรอ? แกยังคิดว่าจะมีคำว่าต่อไปอีกเหรอ เสี่ยวอู่ ไป!"
แม้เสี่ยวอู่จะยังลังเลอยู่บ้าง แต่ในเมื่อพี่ใหญ่เอ่ยปากแล้ว เธอจึงรีบเก็บข้าวของเดินตามหลี่เทียนหมิงลงไปข้างล่างทันที
เซี่ยกังเห็นดังนั้นก็โกรธจนอยากจะกระโดดถีบเฝิงเสี่ยวกังล้มคว่ำสักสองที
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย
"ทำยังไงดี? ตอนนี้จะทำยังไงดี?"
เซี่ยกังหันไปถามเจิ้งเสี่ยวหลง ก่อนหน้านี้ตอนที่เสี่ยวอู่มาหาเขา เขาเคยคิดจะไปเตือนเฝิงเสี่ยวกังอยู่เหมือนกัน
ว่าคนเขาก็แต่งงานแต่งการไปแล้ว อย่าไปยุ่งรุ่มร่ามกับเขาบ่อยนัก
แต่เจิ้งเสี่ยวหลงกลับยืนยันว่าไม่มีอะไรหรอก คราวนี้เป็นไงล่ะ นางเอกทิ้งทวนลาออกไปแล้ว
ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงโรงถ่ายปักกิ่ง (จิงอิ่งฉ่าง) เขาที่เป็นผู้กำกับคงได้เดือดร้อนจนกินไม่ได้นอนไม่หลับแน่
"นายจะมาโมใส่ฉันทำไมล่ะ รีบตามไปสิ!"
เจิ้งเสี่ยวหลงพูดพลางรีบวิ่งลงไปข้างล่าง เซี่ยกังได้สติก็รีบวิ่งตามไปติดๆ
ทิ้งให้คนทั้งห้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
สุดท้ายสายตาทุกคู่ก็หันไปมองเฝิงเสี่ยวกังเป็นตาเดียว
ก่อเรื่องจนได้ คราวนี้สมหน้าไหมล่ะไอ้โง่!
ด้านล่าง เจิ้งเสี่ยวหลงและเซี่ยกังตามสองพี่น้องตระกูลหลี่ทันในที่สุด
"สหายท่านนี้ครับ เรื่องในวันนี้... เป็นความบกพร่องของพวกเราจริงๆ ครับ วางใจได้เลยนะครับ พวกเรา... ต่อไปจะเข้มงวดในการบริหารจัดการแน่นอน รับรองว่าจะไม่ให้เฝิงเสี่ยวกังเข้าใกล้คุณน้องสาวอีกเด็ดขาดครับ"
ตอนที่เซี่ยกังพูดประโยคนี้ออกมา ในใจเขาก็เต็มไปด้วยความอึดอัด หากละครไม่ได้ถ่ายไปถึงครึ่งเรื่องแล้ว การจะเปลี่ยนตัวนางเอกตอนนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเสี่ยวอู่จะไปก็ไปเถอะ
ส่วนหลังจากนี้จะมีการแจ้งตำรวจหรือไม่ หรือเฝิงเสี่ยวกังจะถูกตั้งข้อหาทำตัวเป็นอันธพาล (หลิวหมางจุ้ย) จริงหรือไม่ ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา
ยังไงก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น
ถือซะว่าดูเรื่องสนุกไป แต่ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ได้!
ถ้าเสี่ยวอู่ทิ้งงานไปจริงๆ ละครเรื่องนี้ก็คงถ่ายต่อไม่ได้ ถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่โรงถ่ายปักกิ่งจะเอาผิด เงินที่ลงทุนไปแล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?
แถมถ้ากองถ่ายมีข่าวอื้อฉาวออกมา ละครเรื่องนี้ก็อย่าหวังจะได้ฉายเลย
ที่สำคัญคือ...
ทางฝ่ายโน้นเขามีเหตุผลที่ถูกต้อง!
เกิดเรื่องขนาดนี้ขึ้นมา หลี่เทียนหมิงย่อมไม่อยากให้เสี่ยวอู่ถ่ายละครเรื่องนี้ต่อแน่นอน
แต่เสี่ยวอู่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขายังต้องฟังความเห็นของเธอด้วย
"พี่ใหญ่คะ! หนู... ถ้าหนูทิ้งงานไป ความพยายามของทุกคนก็จะ..."
เข้าใจแล้ว!
ความจริงหลี่เทียนหมิงก็รู้ดีว่า หากเสี่ยวอู่ออกจากงานในวันนี้ ชื่อเสียงของเธอในวงการนี้คงจะป่นปี้แน่นอน ประเภทที่ชอบทิ้งงานกลางคัน ต่อไปใครจะกล้าจ้างเธอแสดงละครอีก
เขามองออกว่า เสี่ยวอู่นั้นรักการแสดงอย่างจริงใจ
"ให้น้องสาวฉันกลับไปถ่ายต่อก็ได้ แต่ต้องไล่ไอ้คนนั้นออกไป!"
"ไล่ครับ ต้องไล่แน่นอน!"
ก็แค่คนเขียนบทประจำกองถ่ายคนเดียว เฝิงเสี่ยวกังไปแล้ว ก็ยังมีเจิ้งเสี่ยวหลงอยู่นี่นา
ขอแค่ละครเรื่องนี้ถ่ายต่อได้ เฝิงเสี่ยวกังจะไปสลักสำคัญอะไรนักหนา!
เอ่อ...
รออยู่พักใหญ่ เมื่อไม่เห็นหลี่เทียนหมิงพูดอะไรต่อ เซี่ยกังก็รีบหัวไวกลับตัววิ่งขึ้นไปข้างบนทันที
เจิ้งเสี่ยวหลงอยากจะช่วยพูดแทนเฝิงเสี่ยวกังบ้าง แต่พอเห็นท่าทีเด็ดขาดของหลี่เทียนหมิง เขาก็จำต้องปิดปากเงียบ
ไม่นานนัก เฝิงเสี่ยวกังก็เดินลงมาจากตึกด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก เขาเหลือบมองมาทางพวกหลี่เทียนหมิงแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินจากไปอย่างคอตก
"พี่ใหญ่คะ!"
เสี่ยวอู่หันมามองหลี่เทียนหมิง
เฮ้อ...
หลี่เทียนหมิงเองก็รู้สึกจนปัญญา ในใจลึกๆ เขาอยากให้เสี่ยวอู่ผันตัวไปทำงานเบื้องหลังเหมือนตงฟางเหวินอิงมากกว่า วงการนี้มันวุ่นวายสิ้นดี
ในชาติก่อนตอนไถมือถือดูคลิปสั้น วงการบันเทิงมักจะมีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นเสมอ
การจะปล่อยให้เสี่ยวอู่ที่ไม่ได้เป็นคนฉลาดทันคนนักมาดิ้นรนในวงการนี้ หลี่เทียนหมิงจึงไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่
แต่ในเมื่อเธอรักการแสดง เขาก็ได้แต่ตามใจเธอ
"วันหลังถ้าโดนรังแกที่ไหนอีก ให้โทรหาพี่ จำไว้นะ ไม่ว่าเรื่องจะใหญ่แค่ไหน พี่จะเป็นคนแบกรับให้แกเอง แกไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เข้าใจไหม!"
"เข้าใจแล้วค่ะ!"
เสี่ยวอู่พูดพลางยิ้มออกมา
ยังเหมือนตอนเด็กๆ ไม่มีเปลี่ยน ทุกครั้งที่ก่อเรื่อง เธอมักจะวิ่งไปหลบหลังหลี่เทียนหมิงเสมอ
"ไปเถอะ!"
เสี่ยวอู่เดินตามเซี่ยกังกลับเข้าฉากไปแล้ว หลี่เทียนหมิงไม่ได้ตามไป แต่กลับหยิบโทรศัพท์เครื่องใหญ่ออกมาต่อสายหาเกาเฟย
จำได้ว่าตอนที่พาสเถียนเถียนมาส่งที่หน่วยฝึกนักกีฬา เขาเคยเห็นเฝิงเสี่ยวกังที่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าฉงซิ่นที่เกาเฟยหุ้นกับเพื่อนเปิดอยู่ ดูเหมือนหมอนี่จะเป็นพี่ชายของเพื่อนเกาเฟยคนหนึ่งด้วย
"ฮัลโหล! ฉันเอง!"
เกาเฟยตอนนี้อยู่ที่ปักกิ่งพอดี เขาเพิ่งกลับมาจากการไปสำรวจตลาดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อไม่นานมานี้
"ประธานหลี่!"
เมื่อจำเสียงของหลี่เทียนหมิงได้ เกาเฟยก็รีบลุกขึ้นเดินออกไปคุยข้างนอกทันที
"นายรู้จักคนที่ชื่อเฝิงเสี่ยวกังไหม?"
เกาเฟยได้ยินดังนั้นก็นิ่งคิดทบทวน
"มีคนชื่อนี้อยู่ครับ เป็นพี่ลูกพี่ลูกน้องของเจ้าโง่เฝิง (เฝิงเอ้อร์ส่าจึ) ประธานหลี่ครับ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ?"
"นายไปบอกมันที ว่าให้มันอยู่ห่างๆ จากน้องสาวฉันหน่อย ถ้ามีครั้งหน้าอีก พ่อจะหักขามันให้ขาดเลย!"
เอ่อ...
หมายความว่ายังไงเนี่ย?
พูดจาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเลย
เกาเฟยเองก็งุนงงไปหมด
เฝิงเสี่ยวกังไปทำเรื่องอุกอาจอะไรมากันแน่ ถึงทำให้หลี่เทียนหมิงโกรธจัดได้ขนาดนี้
ให้มันอยู่ห่างๆ จากน้องสาวงั้นเหรอ?
เชี่ยแล้ว!
ในที่สุดเกาเฟยก็ดึงสติกลับมาได้ และเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น
"ประธานหลี่ครับ ผมเข้าใจแล้วครับ ผม... จะจัดการเดี๋ยวนี้..."
เกาเฟยไม่กล้าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบวิ่งกลับเข้าห้องไปทันที
"เจ้าโง่เฝิง! ไปตามพี่ชายนายมาหาฉันเดี๋ยวนี้!"
เจ้าโง่เฝิงในตอนนี้นั่งดื่มจนเมามายไม่ได้สติ เขาอึ้งไปพักใหญ่ถึงจะนึกออกว่าเกาเฟยพูดถึงใคร
"พี่ชายผมเหรอ? เขาเป็นอะไรไป?"
เกาเฟยยิ้มขื่น: "ยังจะถามอีกเหรอ? เขาก่อเรื่องใหญ่แล้ว เร็วเข้า ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ไปลากตัวเขามาหาฉันเดี๋ยวนี้!"
เมื่อเห็นเกาเฟยร้อนรนขนาดนั้น เจ้าโง่เฝิงก็พลันสร่างเมาไปกว่าครึ่ง
เขาคว้าโทรศัพท์เครื่องใหญ่บนโต๊ะขึ้นมา
"ฮัลโหล เรียกหมายเลข XXXXXX เรียกติดๆ กัน 10 รอบเลยนะ!"
รออยู่ครู่หนึ่ง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
"ฮัลโหล ฉันเอง แกอยู่ที่ไหน? ต่อให้แกจะอยู่สุดขอบฟ้า ก็ต้องรีบมาหาฉันเดี๋ยวนี้ ใช่ ที่บ้านฉัน เร็วๆ เข้า!"
เฝิงเสี่ยวกังที่ถือหูโทรศัพท์ฟังเสียงสัญญาณสายไม่ว่างที่ถูกตัดไป ยังไม่ทันเข้าใจเลยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าโง่เฝิงก็วางสายใส่เขาเสียแล้ว
'วันนี้มันวันซวยอะไรของกูวะเนี่ย?'
จบบท