เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 700 - ตระกูลเฉียนขอสวามิภักดิ์ พันธมิตรตระกูลใหญ่ร้าวฉาน!

บทที่ 700 - ตระกูลเฉียนขอสวามิภักดิ์ พันธมิตรตระกูลใหญ่ร้าวฉาน!

บทที่ 700 - ตระกูลเฉียนขอสวามิภักดิ์ พันธมิตรตระกูลใหญ่ร้าวฉาน!


บทที่ 700 - ตระกูลเฉียนขอสวามิภักดิ์ พันธมิตรตระกูลใหญ่ร้าวฉาน!

"อะไรนะ!"

เมื่อเห็นเซี่ยอวี่โยนเงินลงไปในเตาหลอมมังกรทองอย่างสบายๆ มู่หรงอี้ก็ตกตะลึงไปเลย

เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด

ตามข้อมูลที่เขามี แดนบรรพชนสามารถระดมเงินทุนได้มากที่สุดไม่เกินสิบล้านล้าน

เขาในฐานะผู้นำพันธมิตรตระกูลใหญ่ เป็นถึงระดับบิ๊กบอส ข้อมูลระดับนี้จะผิดพลาดไปได้อย่างไร

แต่เวลาเพียงชั่วครู่ เซี่ยอวี่กลับทุ่มเงินลงไปถึง 15 ล้านล้าน เป็นการตบหน้าเขาอย่างจัง

ความจริงปรากฏอยู่ตรงหน้า ต่อให้เขาจะไม่เชื่อแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้

หน้าของมู่หรงอี้ดำทะมึน น้ำเสียงของเขาแหบพร่า

"พี่เฉียน พันธมิตรต้องการพวกท่านนะ"

เฉียนซินมองเขาด้วยความเหลือเชื่อ พลางคิดในใจ

'แม่ร่วง ไอ้แก่เบื้อกนี่กะจะไม่ควักเนื้อเลยสักแดงเดียวใช่ไหม 15 ล้านล้าน นอกจากแดนบรรพชนแล้ว ยังมีขุมกำลังไหนหน้าไหนหามาได้อีก'

ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ

ตราประทับเจ้าเมืองในอกเสื้อของเขาก็สั่นสะเทือน ข้อมูลสายหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวทันที

มันคือจดหมายลับของเฉียนตัวตัว

เนื้อหาในจดหมายลับทำเอาสีหน้าของเขาเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจได้ในที่สุด

พวกตระกูลใหญ่มันเป็นแค่พวกใจแคบ ไม่คู่ควรที่จะร่วมงานด้วย แดนบรรพชนอันกว้างใหญ่ต่างหากที่เป็นโลกที่แท้จริง

ด้วยความที่เป็นจิ้งจอกเฒ่ามากประสบการณ์

เฉียนซินเพียงแค่ใช้ความคิดครู่เดียว ภายนอกก็ยังคงเก็บอาการไว้ได้อย่างแนบเนียน

เขาทำหน้าตาซื่อสัตย์จงรักภักดีพร้อมประสานมือคารวะมู่หรงอี้

"ท่านผู้นำ 15 ล้านล้าน ตระกูลเฉียนหามาไม่ได้จริงๆ เอาสมบัติทั้งตระกูลมารวมกันก็ยังได้แค่ 10 ล้านล้านแบบฉิวเฉียดเท่านั้น"

คำพูดนี้ทำเอาหน้าของมู่หรงอี้มืดทะมึนลงไปอีก

สิบล้านล้าน ถ้าให้ต้าเยี่ยนเป็นคนจ่าย แน่นอนว่าย่อมจ่ายไม่ไหว

อย่าว่าแต่สิบล้านล้านเลย ห้าล้านล้านต้าเยี่ยนก็ยังไม่มีจ่าย

แต่เฉียนซินกลับพูดออกมาหน้าตาเฉยว่าตัวเองหามาได้สิบล้านล้าน แสดงว่าต้องมีมากกว่านี้แน่นอน

นัยน์ตาของเขาฉายแววเหี้ยมเกรียม 'ไอ้แก่อ้วนคนนี้ ไม่ไว้หน้าข้าเลยนะ'

เขากรอกตาไปมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

"ตระกูลเฉียนมีชื่อเสียงเรื่องความร่ำรวยและอุปกรณ์สวมใส่ที่หรูหรา พี่เฉียน ท่านก็ให้ทหารและคนในตระกูลถอดอุปกรณ์สวมใส่ออกมาให้หมด แล้วโยนลงไปในเตาหลอมนี้สิ ก็น่าจะตีมูลค่าได้หลายล้านล้านอยู่นะ"

"พันธมิตรตระกูลใหญ่ จะไม่มีวันลืมความดีความชอบของตระกูลเฉียนแน่นอน"

เมื่อเฉียนซินฟังจบ ภายนอกก็ยิ้มแย้ม แต่ในใจด่าทอสาปแช่งไปถึงโคตรเหง้า

สรุปคือกะจะสูบเลือดสูบเนื้อเขาคนเดียวให้หมดตัวเลยใช่ไหม

นี่แหละยิ่งทำให้เขามั่นใจที่จะไปสวามิภักดิ์กับแดนบรรพชนมากขึ้นไปอีก

"ท่านผู้นำกล่าวได้ถูกต้องแล้ว!"

"ในเวลาเช่นนี้พวกเราต้องร่วมเป็นร่วมตาย ย่อมต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลัง"

"ขอท่านผู้นำโปรดแบ่งพื้นที่ในค่ายแห่งนี้ให้ตระกูลเฉียนของข้าสักส่วนหนึ่ง เพื่อให้คนของข้าได้ถอดชุดเกราะและอาวุธมารวมกัน ก่อนจะนำมามอบให้ท่านผู้นำด้วยเถิด"

มู่หรงอี้มองเฉียนซินด้วยสายตาชื่นชม

คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้แก่อ้วนท้วนสมบูรณ์คนนี้จะพูดง่ายขนาดนี้

ชาวโลกต่างพูดกันว่าพ่อค้าล้วนเจ้าเล่ห์

แต่ตอนนี้พ่อค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้ากลับถูกเขาควบคุมไว้ในกำมือ

แต่พอลองคิดดูดีๆ ก็สมเหตุสมผล

ตระกูลเฉียนมีกองกำลังทหารไม่เพียงพอ ขาดความมั่นใจในยุคกลียุค ย่อมต้องนำอนาคตมาเดิมพันไว้กับเขา

ตอนนี้ยิ่งถูกเขารีดไถจนแทบหมดตัว ก็ยิ่งต้องยอมทุ่มหมดหน้าตักอย่างไม่มีทางเลือก

มู่หรงอี้ยิ้มกว้างพร้อมโบกมือ

"อนุญาต!"

พริบตาต่อมา

สภาพภูมิประเทศก็เปลี่ยนแปลงไป

ภายในค่ายของตระกูลมู่หรงได้แยกพื้นที่ค่ายใหม่ขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในนั้นมีแต่คนของตระกูลเฉียน

เขากำชับเพิ่มอีกประโยค

"จำไว้ว่าต้องรีบหน่อยนะ เตาหลอมนี่ไม่รอใครหรอก"

เฉียนซินมีสีหน้าจริงจัง

"ท่านผู้นำ ในช่วงเวลาที่ตระกูลเฉียนกำลังรวบรวมอาวุธอยู่นี้ ท่านและพันธมิตรคนอื่นๆ สามารถช่วยกันลงทุนเพิ่มอีกสักหน่อย เพื่อป้องกันไม่ให้มิติเร้นลับตัดสินให้เซี่ยอวี่เป็นผู้ชนะไปเสียก่อน"

มู่หรงอี้โบกมือ

"เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว"

จากนั้น

เขาก็ตวัดมือ โยนเงินเข้าไปหนึ่งล้านล้าน

พร้อมกับส่งข้อความไปหาอู่ยี่โหรวและฉิวเหลียงที่อยู่ในค่ายอื่นๆ

เมื่อเห็นมู่หรงอี้เป็นแกนนำ

อีกสองตระกูลก็ยอมควักเงินตามมาคนละหนึ่งแสนล้าน

เตาหลอมมังกรทองของพันธมิตรตระกูลใหญ่ก็ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟที่รุนแรงขึ้นทันที

แม้จะไม่ร้อนแรงเท่าของแดนบรรพชน แต่ก็ถือว่าสูสีกันไม่น้อย

แถมภายในนั้นยังเริ่มปรากฏเงาร่างของสิบสองคนทองแดงลางๆ ให้เห็นแล้ว

เมื่อเฉียนซินเห็นเช่นนั้น มุมปากก็กระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ

"กล้ามาหลอกฟันข้าเหรอ ข้าจะทำให้พวกแกตายไม่สวยเลยคอยดู!"

จากนั้นเขาก็หันหลังควบม้า มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่มู่หรงอี้จัดสรรไว้ให้

"พื้นที่ตรงนี้อยู่ใกล้แดนบรรพชนที่สุด ไอ้แก่จอมขี้โกงมู่หรง แกช่างช่วยข้าได้มากจริงๆ"

ในค่ายแห่งใหม่ ดวงตาของเฉียนซินเป็นประกาย

จากนั้น

เขาก็สั่งให้คนเริ่มถอดชุดเกราะทันที และตั้งใจทำเสียงดังเอิกเกริก เพื่อดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันมามองที่ฝั่งตน

แถมยังสั่งให้กองทหารม้าตั้งวงล้อม โดยให้คนที่อยู่รอบนอกสุดเริ่มถอดชุดเกราะก่อน

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยอดเยี่ยมมาก

มู่หรงอี้มองมาด้วยสายตาพึงพอใจ

แถมยังโยนเงินเข้าไปในเตาหลอมเพิ่มอีกห้าแสนล้าน

ตระกูลเฉียนแม้กองทัพจะอ่อนแอ แต่อุปกรณ์สวมใส่นั้นถือเป็นระดับท็อปของแท้

แม้แต่เขาก็ยังมองด้วยความน้ำลายสอ

"หากไม่ต้องเอามาผ่านด่านแรกนี้ล่ะก็ อุปกรณ์พวกนี้เอามาสวมใส่ให้ทหารต้าเยี่ยน กองทัพของข้าต้องแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นแน่!"

หลังจากนั้น เขาก็โยนความแค้นทั้งหมดไปที่เซี่ยอวี่

หากไม่ใช่เพราะไอ้หมอนั่นทุ่มเงินไป 15 ล้านล้าน

เขาเองก็คงไม่ต้องยอมกระอักเลือดจ่ายเงินไปถึง 1.5 ล้านล้านแบบนี้

แถมยังน่าจะได้อุปกรณ์ชั้นยอดของตระกูลเฉียนมาครอบครองอีกต่างหาก

ความแค้นใหม่บวกความแค้นเก่ารวมกัน

มู่หรงอี้แค้นจนแทบอยากจะกินเลือดกินเนื้อเซี่ยอวี่ทั้งเป็น!

เขาตั้งปณิธานไว้เลยว่า ถ้าเขาชนะ เขาจะต้องจับเซี่ยอวี่มาแยกชิ้นส่วนให้จงได้

จากนั้นเขาก็สั่งให้ตระกูลอู่และฉิวเหลียงโยนเงินเข้าไปในเตาหลอมเพิ่มอีก

เพราะในเมื่อเขาโยนเข้าไปอีกห้าแสนล้านแล้ว อีกสองตระกูลก็ห้ามน้อยหน้าเช่นกัน

เฉียนซินมองดูสามตระกูลที่กำลังเล่นแง่ชิงไหวชิงพริบกันเอง แล้วก็แอบด่าในใจว่า "พวกโง่เง่า"

จากนั้น

เขาก็รีบเรียกคนสนิทมาปรึกษาหารือเรื่องแผนการหลบหนีครั้งใหญ่ทันที

"สับเปลี่ยนวงนอกสุดให้เป็นทหารองครักษ์ แล้วให้ทุกคนเบียดตัววิ่งออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้มีไส้ศึกแฝงตัวมาก่อความวุ่นวาย"

"แอบติดตั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้รอบๆ กองอุปกรณ์ที่กองรวมกัน ของดีๆ แบบนี้จะทิ้งไว้ให้ไอ้แก่มู่หรงไม่ได้เด็ดขาด"

"อ้อ แล้วก็ให้พวกบุคคลสำคัญในตระกูล เปลี่ยนไปขี่ม้าที่วิ่งเร็วที่สุดให้หมด"

......

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

กองทหารรอบนอกสุดถูกสับเปลี่ยนเป็นทหารราบชั้นยอดที่สวมเกราะดำและขี่ม้าศึกกำยำ

เมื่อมู่หรงอี้เห็นเข้า จึงตะโกนถามมาจากแดนไกล

"พี่เฉียน เหตุใดทหารเหล่านี้จึงไม่ยอมถอดชุดเกราะล่ะ"

เขาตาแหลมพอตัว

อุปกรณ์สวมใส่ของกองทหารที่เพิ่งปรากฏตัวอยู่รอบนอกสุดนั้น ดูล้ำค่ากว่ากองที่กองอยู่บนพื้นเสียอีก

เฉียนซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงใจ

"อุปกรณ์สวมใส่มีจำนวนมากและหนักเกินไป จำเป็นต้องให้ทหารราบชั้นยอดเป็นคนขนย้าย รอให้พวกเขาขนไปถึงแนวหน้าแล้ว ค่อยให้พวกเขาถอดชุดเกราะส่งมอบให้ท่านผู้นำพร้อมกันทีเดียวเลย"

มู่หรงอี้มองดูกองอุปกรณ์สวมใส่ระดับสูงที่กองเป็นภูเขาเลากาตรงหน้าแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"ดีมาก ดีมาก!"

......

"พี่เฉียน ทำไมจู่ๆ ถึงเรียกระดมม้าศึกทั้งหมดล่ะ"

"เรียนท่านผู้นำ ไม่มีชุดเกราะก็ไม่อาจเป็นทหารได้ ในเมื่อตระกูลเฉียนยินยอมถอดชุดเกราะแล้ว ม้าศึกเหล่านี้ก็ไร้ประโยชน์ เดี๋ยวข้าจะยกให้ต้าเยี่ยนไปพร้อมกันเลย!"

"ฮ่าฮ่าฮ่า ดีมาก ดีมาก!"

......

"พี่เฉียน เหตุใดจู่ๆ ถึงจัดกระบวนทัพล่ะ"

"เรียนท่านผู้นำ นี่คือการแบ่งกลุ่มทหารที่ถอดชุดเกราะ เพื่อให้สะดวกต่อการถอดชุดเกราะของทุกคน โดยไม่ให้เหลือรอดแม้แต่ชิ้นเดียว"

"ไม่เหลือรอดแม้แต่ชิ้นเดียวงั้นรึ ฮ่าฮ่าฮ่า ดีมาก ดีมาก!"

......

ฉับพลันนั้นเอง

ก็เกิดความโกลาหลขึ้นในค่ายตระกูลเฉียน

ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าม้าที่ควบตะบึงอย่างรุนแรง

เห็นเพียงกองทัพตระกูลเฉียนทั้งหมด พุ่งทะลวงค่ายออกไป มุ่งหน้าตรงไปยังแดนบรรพชน

มู่หรงอี้ถึงกับอ้าปากค้าง

"พี่เฉียน นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้น"

เฉียนซินที่ขี่ม้าศึกควบตะบึงไปไกลลิบ หันหน้ากลับมาร้องห่มร้องไห้

"ท่านผู้นำ ลูกน้องก่อกบฏ ข้าถูกพวกมันจับตัวมา!"

มู่หรงอี้หน้าดำทะมึน

กุนซือคนหนึ่งตะโกนด่าทอขึ้นมา

"พวกตระกูลใหญ่มันไร้เมตตา ด้วยนิสัยของไอ้แก่จอมขี้โกงมู่หรง ต่อให้พวกมันเป็นฝ่ายชนะ ตระกูลเฉียนของพวกเราก็ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดหรอก สู้ไปสวามิภักดิ์กับแดนบรรพชนเสียยังจะดีกว่า นั่นต่างหากคือหนทางสว่าง!"

คำพูดนี้ทำเอามู่หรงอี้ทุบโต๊ะลุกขึ้นยืนพรวด

"บังอาจ!"

แม่มันเถอะ กล้าทรยศหลบหนี แถมยังกล้ามาด่าเขาว่าเป็นไอ้แก่จอมขี้โกงอีก!

"ไอ้อ้วนเฉียน นี่เจ้าตั้งใจจะทำแบบนี้จริงๆ งั้นรึ!"

เฉียนซินที่ควบม้าอยู่ไกลๆ ร้องคร่ำครวญ

"นี่ไม่ใช่ความต้องการของข้า ไม่ใช่ความต้องการของข้าเลย!"

มู่หรงอี้หน้าดำยิ่งกว่าก้นหม้อ

ฉิวเหลียงเอ่ยปากขึ้น

"ท่านผู้นำโปรดวางใจ ต่อให้ไอ้อ้วนเฉียนจะหลบหนีไปตอนนี้ มันก็ช่วยพวกเราทุ่มเงินไปหลายล้านล้านแล้ว แถมอุปกรณ์สวมใส่ที่ทิ้งไว้ในค่ายนั่น ก็ประเมินค่ามิได้เช่นกัน"

เมื่อมองไปยังค่ายที่ว่างเปล่า ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์สวมใส่ระดับสูงที่ส่องประกายวิบวับ

สีหน้าของมู่หรงอี้ก็ค่อยๆ ดีขึ้นมาบ้าง

เขาโบกมือ สั่งให้คนไปขนย้ายอุปกรณ์สวมใส่เหล่านั้นมา

เฉียนซินที่ควบม้าห่างออกไปเรื่อยๆ หันหน้ากลับมาแล้วตวัดมือขึ้น

พริบตานั้น แสงค่ายกลก็สว่างวาบขึ้น

อุปกรณ์สวมใส่ระดับสูงที่กองเป็นภูเขาเลากาเมื่อครู่นี้ ก็กลับมาสวมใส่อยู่บนตัวของทหารตระกูลเฉียนอีกครั้ง

มู่หรงอี้ทุบโต๊ะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธแค้น!

"ไอ้อ้วนเฉียน แกอยากตายนักใช่ไหม!"

บนใบหน้าซื่อๆ ของเฉียนซิน ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เขาตะโกนเสียงดังอย่างน่าสงสาร

"ท่านผู้นำ นี่ไม่ใช่ความต้องการของข้าจริงๆ นะ!"

เขามองไปรอบๆ ตัวที่เต็มไปด้วยกุนซือและขุนพล แล้วถอนหายใจเสียงดัง

"พวกเจ้าทำร้ายข้าสารสาหัสเลยนะเนี่ย!"

จากนั้น

เขาก็ชักแส้ออกมา แล้วฟาดลงบนก้นม้าอย่างแรง

สายลมพัดโชย เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึง

พวกเขามุ่งหน้าสู่ทิศทางของแดนบรรพชนด้วยความเร็วสูงสุด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 700 - ตระกูลเฉียนขอสวามิภักดิ์ พันธมิตรตระกูลใหญ่ร้าวฉาน!

คัดลอกลิงก์แล้ว