- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 660 - กบฏทรราชอันสือ ยังไม่รีบสยบยอมอีก!
บทที่ 660 - กบฏทรราชอันสือ ยังไม่รีบสยบยอมอีก!
บทที่ 660 - กบฏทรราชอันสือ ยังไม่รีบสยบยอมอีก!
บทที่ 660 - กบฏทรราชอันสือ ยังไม่รีบสยบยอมอีก!
มนุษย์อสูรยักษ์ราวกับเสาค้ำฟ้าทั้ง 3000 ตัว ค่อยๆ บีบวงล้อมเข้าสู่ใจกลางสมรภูมิอย่างต่อเนื่อง
ทหารแดนบรรพชนถูกบีบให้ต้องถอยร่นและไปกระจุกรวมกันเป็นก้อน
นี่คือการต่อสู้ของสัตว์ร้ายที่จนตรอก
กองทหารระดับหกดาวสีทองของแดนบรรพชนที่สเตตัสในตัวกลายเป็นเพียง 'ชาวนา' เดิมทีก้อาศัยเพียงสัญชาตญาณการต่อสู้อันแข็งแกร่งและการบัญชาการอันยอดเยี่ยมไร้ที่ติของหลี่จิ้งและคนอื่นๆ จึงจะสามารถต้านทานการบุกโจมตีของทหารปีศาจเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
แต่ตอนนี้ความคล่องตัวของกองทัพหายไปจนหมดสิ้น ผลลัพธ์ย่อมจินตนาการได้ไม่ยาก
ฟ้าดินแห่งนี้ได้กลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ของอันลู่ซานไปเสียแล้ว
อำนาจในการควบคุมสถานการณ์กลับมาอยู่ในมือของตนอีกครั้ง อันลู่ซานที่ยืนอยู่กลางสมรภูมิท่ามกลางสายฟ้าที่สาดประกายวูบวาบมีสีหน้าเย่อหยิ่งจองหอง
"ใช้ฟ้าดินเป็นกระดาน ใช้สรรพสัตว์เป็นหมาก เมื่อเดินหมากมาจนถึงที่สุด ข้าก็ได้ยึดครองจุดศูนย์กลางกระดานไว้แล้ว พวกเจ้ายังมีแผนการใดอีก!"
โอหัง โอหังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ขุนนางกบฏตัวเล็กๆ ที่แบกรับคำด่าทอไปชั่วกาลปาวสาน ทว่าในยามนี้กลับสามารถปั่นป่วนฟ้าดินแห่งนี้ได้
วางแผนหลอกล่อสิบยอดขุนพลสีทองแห่งต้าถัง วางกลอุบายรับมือยอดคนผู้ยิ่งใหญ่อย่างเซี่ยอวี่
แม้กระทั่งกว้านจวินโหวฮั่วชวี่ปิ้งผู้สร้างวีรกรรมตอกศิลาจารึกที่เขาลางจวีซวี่ ก็ยังไม่อาจหนีรอดจากกระดานหมากนี้ไปได้
"เซี่ยอวี่!"
อันลู่ซานที่อยู่ในหลุมลึกกลางสมรภูมิตะโกนลั่น
"ข้าคิดว่า ในหน้าประวัติศาสตร์ เจ้าจะถูกประเมินให้เป็นยอดคนผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง!"
เซี่ยอวี่มองดูอยู่ไกลๆ อย่างเยือกเย็น สายตาทะลุผ่านค่ายกลทหารที่อัดแน่นและทหารปีศาจรูปร่างอัปลักษณ์ไปสบตากับอันลู่ซาน
อันลู่ซาน ขุนนางกบฏคนหนึ่ง สามารถทำได้ถึงขั้นนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าพอที่จะฟังเขาพูดต่ออีกสักสองสามประโยค
"แล้วเจ้าล่ะ" น้ำเสียงของเซี่ยอวี่ราบเรียบดุจน้ำพุใสในสระโบราณ ส่งผ่านไปถึงอีกฝ่ายอย่างสงบนิ่ง
"ข้าหรือ" อันลู่ซานเอียงคอยิ้มเยาะมุมปาก "ข้า... จะเป็นนายคนใหม่ของดินแดนภาคกลาง!"
บทสนทนาของทั้งสองคนจบลงเพียงเท่านี้
หลังจากสิ้นเสียงพูด อันลู่ซานก็แผดเสียงคำราม ก่อนจะฟาดค้อนรบที่ถูกสายฟ้าสีม่วงล้อมรอบลงบนพื้นอย่างแรง
ทั่วทั้งสมรภูมิสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น และเริ่มเอียงเทเข้าสู่หลุมลึกตรงกลาง
ในเวลาเดียวกัน เมฆสีม่วงบนท้องฟ้าที่หนาทึบยิ่งขึ้นก็มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบอย่างเลือนราง
เมื่อก่อตัวจนถึงขีดสุด
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวผ่าลงมาจากฟากฟ้า ฟาดลงบนค้อนรบของอันลู่ซาน
ตาข่ายสายฟ้าที่มีลวดลายคดเคี้ยวแผ่ขยายออกไปโดยมีสิ่งนี้เป็นศูนย์กลาง และมีมนุษย์อสูรยักษ์ 3000 ตัวเป็นจุดยึด ปิดล้อมกองทัพแดนบรรพชนทั้งหมดเอาไว้
ตอนนี้แหละ ถึงจะเป็นแดนอสุราอย่างแท้จริง!
นี่คือการเตรียมฉากสังหารหมู่คนนับล้าน
"ชื่อเสียงของไป๋ฉี่ ถึงเวลาต้องปิดฉากลงแล้ว เทพสังหารคนต่อไปคือข้า อันลู่ซาน!" แววตาของอันลู่ซานเต็มไปด้วยจิตสังหารอันพลุ่งพล่าน
สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่กองทัพศัตรูสองล้านนาย แต่เป็นลูกแกะรอการเชือดสองล้านตัวต่างหาก
เขาสามารถจินตนาการถึงความรู้สึกที่พลังงานของกองทหารสีทองไหลเวียนอยู่เต็มแขนขาของตนเองได้แล้ว
"หึ ไป๋ฉี่ ก็แค่คนขายเนื้อเท่านั้นแหละ"
เสียงมืดครึ้มดังขึ้นที่ข้างหูของเขา เป็นสือซือหมิงที่ยืนอยู่บนไหล่ของวานรยักษ์นั่นเอง นัยน์ตาเรียวยาวของเขาเผยให้เห็นความดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
"การนำศพของกองทหารที่แข็งแกร่งนับแสนนับล้านไปฝังกลบ นอกจากไอ้โง่แล้วยังมีใครทำเรื่องแบบนี้ได้อีก ศพของกองทหารที่แข็งแกร่งจะต้องนำไปโยนใส่เตาหลอม แล้วหลอมให้เป็นยาเซียนสิถึงจะถูก!"
สือซือหมิงยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น เขามองดูทหารแดนบรรพชนตรงหน้าด้วยนัยน์ตาสาดประกาย
อันลู่ซานเองก็ชื่นชอบท่าทีโรคจิตของเขาเช่นกัน จึงหัวเราะลั่นอย่างห้าวหาญ
"ข้ากินปราณ เจ้าเก็บศพ"
พูดจบ เขาก็กระทืบเท้าทั้งสองข้าง ร่างกายที่ใหญ่โตราวกับภูเขาเนื้อพุ่งเข้าชนค่ายกลทหารของแดนบรรพชน
สือซือหมิงยิ้มอย่างชั่วร้าย และไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน
เขาสะบัดมือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจน นำยาลูกกลอนสีดำทะมึนที่มีรูปร่างบิดเบี้ยวสิบเม็ดออกมาแล้วโยนลงพื้น
ยาลูกกลอนตกลงพื้น ฝุ่นควันก็ฟุ้งกระจายขึ้นมา
สัตว์ประหลาดตาสีแดงขนาดยักษ์ที่ไม่เหมือนทั้งคนและปีศาจสิบตัวก็คลานออกมา
"ฆ่าเลย ฆ่าเลย ประวัติศาสตร์ก็คือการเข่นฆ่ายังไงล่ะ!" สือซือหมิงพึมพำไม่หยุด พร้อมกับโยนยาลูกกลอนสีดำออกไปอย่างต่อเนื่อง
การต่อสู้ เพิ่งจะเริ่มปะทุขึ้นอย่างแท้จริงในวินาทีนี้
สมรภูมิถูกบีบให้แคบลง ไร้ซึ่งความคล่องตัวในการเคลื่อนที่
กองทัพแดนบรรพชนในยามนี้ก็เป็นเพียงแค่เนื้อบนเขียง ปล่อยให้ผู้อื่นสับฟันตามอำเภอใจ
"ท่านแม่ทัพ! กองทัพจะต้านทานไว้ได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อแน่" รูม่านตาของซูติ้งฟางหดเล็กลง
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ กองทัพฝ่ายตนจะต้านทานไว้ได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อก็จะต้องมีผู้บาดเจ็บล้มตายอย่างแน่นอน
และทันทีที่เริ่มมีผู้บาดเจ็บล้มตาย ก็ยากที่จะหยุดยั้งได้อีกต่อไป!
หลี่จิ้งหรี่ตาลง
"หนึ่งเค่อ ก็เพียงพอแล้ว!"
พูดจบ หลี่จิ้งก็ยื่นมือขวาออกไปแล้วกำหมัดแน่น
นี่คือคำสั่งให้ป้องกันเต็มพิกัด!
ทหารแดนบรรพชนนับล้านนายที่ถูกบีบให้อยู่รวมกันในที่เดียว ยอมละทิ้งการโจมตีทุกรูปแบบทันที พร้อมทั้งล้มเลิกการเคลื่อนที่ไปมาโดยสิ้นเชิง
พวกเขางัดโล่ออกมาแล้วนำมาต่อกันเป็นชั้นๆ
หลังจากออกคำสั่งป้องกันเต็มพิกัดแล้ว หลี่จิ้งก็ไม่สั่งการใดๆ อีก
เขาหลับตาลง เงยหน้าขึ้นรับสายฝนสีม่วงเพื่อซึมซับกลิ่นอายของฟ้าดินแห่งนี้
ไม่กี่วินาทีต่อมา ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมอันเคร่งขรึมของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน
"กลับมาแล้ว กลิ่นอายของทายาทตระกูลหลี่"
สิ้นเสียงคำพูด เสียงตะโกนก้องก็ดังมาจากแดนไกล
"กบฏทรราชอันสือ! ยังไม่รีบสยบยอมอีก!"
[จบแล้ว]