เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 633 - ไม่เป็นไร จูล่งจะลงมือเอง

บทที่ 633 - ไม่เป็นไร จูล่งจะลงมือเอง

บทที่ 633 - ไม่เป็นไร จูล่งจะลงมือเอง


บทที่ 633 - ไม่เป็นไร จูล่งจะลงมือเอง

เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าการที่นักบวชเฒ่าคนนั้นส่งเสียงเตือนเมื่อครู่ กลับกลายเป็นการทำให้เขาตัดสินใจผิดพลาดเพราะความเชื่อฝังหัวไปก่อนแล้ว

เขาคิดว่านั่นคือจิงเคอ หรือไม่ก็นักฆ่า มือสังหาร หรือยอดฝีมือในยุทธภพที่มีระดับดาวสูงลิ่วและได้รับบัฟ 'ทั้งชาติร่วมใจเป็นหนึ่ง'

แต่นี่มันกลับกลายเป็นกองทัพซะงั้น

มู่หรงเค่อเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

สบตากับเซี่ยอวี่ และด้านหลังของเซี่ยอวี่ก็มีกลุ่มเมฆหมอกสีดำขนาดใหญ่มหึมาลอยอยู่

เซี่ยอวี่ยกมือขึ้น กลุ่มเมฆหมอกสีดำก็สลายเข้าไปตามฝ่ามือของเขา

ชาวบ้านแดนบรรพชนกว่า 200 คนปรากฏตัวขึ้นบนกำแพงเมืองผิง

เซี่ยอวี่โชว์แหวน 'ยมโลก' ที่อยู่บนนิ้วให้มู่หรงเค่อดู มันคือสถานที่สิงสถิตของกองทัพวิญญาณภูตผี

"กองทหารสายป้องกันระดับหกดาวสีทอง ดูเหมือนว่าหน่วยข่าวกรองของเราจะทำงานได้แย่มากเลยนะ" มู่หรงเค่อเอ่ยเสียงเย็น

เขาไม่ได้สูญเสียสติสัมปชัญญะไปเพราะเรื่องนี้

เชลยกว่า 200 คนนี้ไม่มีประโยชน์ต่อสถานการณ์การรบอีกต่อไปแล้ว

หรืออาจจะพูดได้ว่า การดวลกันครั้งแรกระหว่างเขากับเซี่ยอวี่ เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปตั้งแต่ตอนที่เซี่ยอวี่ได้รับเอฟเฟกต์บัฟระดับเจ็ดดาวสีรุ้ง 'ทั้งชาติร่วมใจเป็นหนึ่ง' แล้ว

เขาต้องการยั่วให้เซี่ยอวี่โกรธ ยั่วให้หร่านหมิ่นโกรธ ยั่วให้ประชาชนแดนบรรพชนโกรธ

ใช่ เขาทำสำเร็จ

แต่เขาประเมินค่าความภักดีของประชาชนแดนบรรพชนต่ำเกินไป...

ค่าความภักดีที่เกือบจะเต็มร้อยนั้นทำให้อารมณ์โกรธแค้นที่เดิมทีสามารถกลายเป็นระเบิดทำลายล้าง กลับกลายเป็นดอกไม้ไฟแห่งแดนบรรพชนไปเสียได้

สุดท้ายมันก็ย้อนกลับไปหล่อเลี้ยงแดนบรรพชนทั้งหมดแทน

เขา... ทำเรื่องฉลาดแต่กลับกลายเป็นโง่ไปซะแล้ว

การต่อสู้หลังจากนี้คงจะยากลำบากกว่าที่คาดไว้

"พวกเราแพ้แล้ว" มู่หรงเค่อหันไปพูดกับกุนซือและรองแม่ทัพข้างกาย

การที่เทพสงครามอย่างมู่หรงเค่อสามารถพูดประโยคแบบนี้ออกมาได้ ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ

แต่น้ำเสียงของมู่หรงเค่อกลับฟังดูผ่อนคลายมาก

"ส่งข่าวกลับไปบอกท่านพ่อและคนอื่นๆ ว่าศัตรูที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่นี้แข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ แผนการป่วนเมืองก่อนหน้านี้อาจจะต้องปรับเปลี่ยนเสียใหม่"

มู่หรงเค่อโยนอาวุธคู่กายขึ้นไปบนฟ้า อาวุธนั้นก็สลายหายไป

เขาถอดถุงมือหนังสัตว์ออก สวมหมวก แล้วกระโดดขึ้นขี่ม้าอสูรอย่างไม่สนใจใคร

เขากระตุกบังเหียนแน่นแล้วตะโกนบอกกองทัพ

"เหล่านักรบของข้า พวกเราต้องไปแล้ว ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ดีในการกินเนื้อ อย่างน้อยก็ต้องรอให้เอฟเฟกต์บัฟของแดนบรรพชนหมดฤทธิ์เสียก่อน"

มู่หรงเค่อเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะซึ่งหน้า

ท้ายที่สุดแล้วนี่คือสิ่งของระดับเจ็ดดาวสีรุ้ง เอฟเฟกต์บัฟของแดนบรรพชนนี้เป็นสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาชาวโลก

เขาไม่คิดจะเอากองทัพอันล้ำค่าของตนเอง เหล่านักรบที่เขาฝึกฝนมากับมือ ไปทดสอบอานุภาพของระดับเจ็ดดาวสีรุ้งหรอก

ในเมื่อแน่ใจแล้วว่าเอฟเฟกต์บัฟนี้จำกัดเวลา เช่นนั้นก็รอให้ผลของบัฟหมดลงเสียก่อนแล้วค่อยปะทะกันก็ยังไม่สาย

เมื่อใดควรทำศึก เมื่อใดควรหลีกเลี่ยง นี่คือสิ่งที่แม่ทัพใหญ่ต้องเรียนรู้

มู่หรงเค่อนำทหารล่าถอยไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย

ส่วนเรื่องจะถูกขวางเอาไว้เหรอ หึ เรื่องนี้เขาไม่เคยคิดเลย เมืองผิงแค่เมืองเดียว ต่อให้ได้รับบัฟแล้วจะเอาอะไรมาสู้กับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของต้าเยี่ยนได้

อีกอย่าง ในเมื่อเซี่ยอวี่กล้ามา มู่หรงเค่อจะไม่มีแผนสำรองเตรียมไว้เชียวหรือ

"จงอย่าได้คิดว่ายอดแม่ทัพแห่งยุคเป็นเพียงคนธรรมดาเด็ดขาด"

นี่คือประโยคแรกในบทนำของวิชา 'แนะนำขุนพลพื้นฐาน' ในมิติเร้นลับสถานศึกษา

"ฝ่าบาท!" หร่านหมิ่นผู้ซึ่งมีแสงสีรุ้งแผ่ซ่านออกจากตัวกระชับหอกสองคมในมือแน่นพร้อมขอคำสั่งจากเซี่ยอวี่

แดนบรรพชนใช่ที่ที่จะมาแหย่เล่นได้ง่ายๆ หรือ นึกอยากจะมาก็มา นึกอยากจะไปก็ไปอย่างนั้นหรือ

พวกเขาเห็นขุนพลอย่างพวกตนเป็นแค่ของประดับหรือไง

เซี่ยอวี่พยุงครูสอนหนังสือที่ไอเป็นเลือดขึ้นมา แล้วเอ่ยเสียงเรียบ

"ไม่เป็นไร จูล่งจะลงมือเอง"

สิ้นคำพูดนี้ บริเวณนอกเมือง ท้ายขบวนทัพของมู่หรงเค่อก็ปรากฏแสงสีเงินสว่างจ้าขึ้นมาเป็นวงกว้าง

เสียงอาวุธปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว สกิลบัฟเฉพาะบุคคล สกิลโจมตีหมู่ สกิลสร้างความเสียหายหมู่ สถานการณ์ปั่นป่วนวุ่นวายถึงขีดสุด

เสียงคำรามและเสียงกรีดร้องโหยหวนดังไม่ขาดสาย

"ฝ่าทัพรับศึกเจ็ดครา โทสะก้องพันลี้!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 633 - ไม่เป็นไร จูล่งจะลงมือเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว