เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48 - แท้จริงแล้วจอมยุทธในอดีตนั้นเป็นเพลเยอร์?

ตอนที่ 48 - แท้จริงแล้วจอมยุทธในอดีตนั้นเป็นเพลเยอร์?

ตอนที่ 48 - แท้จริงแล้วจอมยุทธในอดีตนั้นเป็นเพลเยอร์?


ไปทำภารกิจเสี่ยงตายในหนังกันเถอะ ตอนที่ 48 - แท้จริงแล้วจอมยุทธในอดีตนั้นเป็นเพลเยอร์?

 

ชีหยานยิ้มแฉ่ง ขณะที่ยังคงยืนฟัง โมล วอลเลอร์แนะนำขยะภายในร้านให้แก่เขา ชีหยานปล่อยให้คำพูดของโมลเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ก่อนที่จะหันไปยังถนนนอกร้านแล้วตะโกนออกไปว่า

 

“เดวิด เดวิดโว้ย เดวิดเพื่อนรัก ขอฉันยืมตังหน่อยจะได้ไหม ซัก 2 กินี!”

 

“เดี๋ยว!”

 

โมลรีบห้ามชีหยานด้วยความขมขื่น ก่อนที่จะกล่าวว่า

 

“ก็ได้ ก็ได้ ฉันต้องการที่จะซื้อเหรียญทองชิ้นนี้ แกลองเสนอราคามาสิ”

 

“12 กินี แต่ฉันอยากจะซื้อกิ่งไม้ศักดิ์สิทธิ์อันนั้นด้วย เพราะฉะนั้นคุณเอามาให้ฉันแค่ 10 กินีก็พอ”

 

ในตอนนี้ชีหยานรู้ตัวแล้วว่าโดนคริสหลอก เจ้าขาเป๋นั่นแค่บอกสถานที่รับภารกิจเฉยๆ แต่มันไม่ได้บอกว่าจะต้องมีค่าสเน่ห์ที่สูงพอสมควรถึงจะรับภารกิจได้ทันที! --- ส่วนชีหยานที่มีค่าสเน่ห์เพียงน้อยนิดก็ต้องซื้อสินค้าภายในร้านของโมล วอลเลอร์ หรือทำให้เขาพอใจจนยอมเป็นมิตร จึงจะสามารถรับภารกิจได้

 

และนั่นคือเหตุผลที่ชีหยานต้องเจรจากับโมล วอลเลอร์แทน เพราะเขานั้นมีเงินติดตัวเพียงน้อยนิด ชีหยานได้แต่หวังว่าค่าของเหรียญทองคำจะเพียงพอที่จะทำให้เขาสามารถรับภารกิจนี้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องบากหน้ากลับไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าคริส

 

เมื่อได้ยินคำว่า ‘10 กินี’ โฒล วอลเลอร์ก็ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะตะโกนน้ำลายกระเซ็นเหมือนดั่งสุนัขบ้า

 

“ไม่มีทาง!! ฉันให้ได้สูงสุดแค่ 6 กินี เท่านั้น!”

 

ดูเหมือนว่าตอนนี้โมล วอลเลอร์จะเริ่มงอแง เขาเริ่มที่จะทำตัวเหมือนอันธพาล โดยไม่ยอมให้ราคามากกว่านี้ แต่เขาก็ไม่ยอมคืนเหรียญทองให้แก่ชีหยานเช่นกัน

 

ชีหยานใช้ทั้งไม้อ่อน และไม้แข็ง แต่ก็ยังคงล้มเหลว … ทำไมการที่จะรับภารกิจลับหัวขวดนี่มันถึงได้ยากนักนะ? แต่ชีหยานก็ยังคงไม่ยอมแพ้!

 

ชีหยานพยายามกล่าวถึงเลดี้ ทาทาช่าอีกครั้ง และคราวนี้ชายชราโมลก็ยอมเปิดปาก

 

“ทาทาช่า … เด็กสาวคนนั้นจำฉันได้จริงๆงั้นหรอ?”

 

ได้ยินแบบนั้นชีหยานก็หูผึ่งทันที! อย่างไรก็ตาม .. หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรจากปากเจ้าแก่นี่อีกเลย --- โมล วอลเลอร์เอาแต่พ่นเรื่องไร้สาระออกมา!

 

“เฮ้อ … ฉันไม่ได้พูดเรื่องนี้กับใครมาตั้งนานแล้ว แต่ตอนนี้ฉันหิวน้ำ บางทีร้านเหล้าตรงข้ามโรงตีเหล็กในเมืองอาจจะพอมีเหล้ารัมชั้นยอดที่พอจะดับกระหายก็ได้ ...”

 

ชีหยานพยายามระงับความโกรธของเขา แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก จึงยอมตกลงขายเหรียญทองคำนั้น แล้วนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งไปซื้อเหล้ารัมชั้นเยี่ยมถังเล็กๆมาให้โมล วอลเลอร์

 

หลังจากดื่มเหล้ารัมจนพอใจ โมล วอลเลอร์จึงเต็มใจที่จะเล่าเรื่องทุกอย่าง

 

ว่าจริงๆแล้วเขานั้นเป็นขุนนางตกอับจากอินเดีย ในตอนที่เขายังหนุ่ม และไร้ซึ่งที่พึ่งพิง เขาได้ไปทำอาชีพกะลาสีเรือ จากนั้นก็ล่องเรือไปกับบริษัทอินเดียเทรดดิ้ง ไปยังทวีปยุโรป และในช่วงที่ชีวิตกำลังตกต่ำ โมล วอลเลอร์ก็บังเอิญไปพบกับกลุ่มยิปซีเข้า ด้วยความที่ตนกำลังอดอยาก วอลเลอร์จึงเข้าแอบเข้าไปปล้นสินค้าของกลุ่มยิปซี แต่เขากลับถูกชายยิปซีคนหนึ่งจับได้ --- วอลเลอร์จึงเผลอฆ่าชายยิปซีคนนั้นไป

 

พวกยิปซีนั้นเป็นเผ่าเร่ร่อน พวกเขามักจะอาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า และไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง  พวกเขามักจะร่อนเร่ไปหาแหล่งน้ำ จากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง ดังนั้นสถานะของพวกเขาจึงต่ำต้อย และไม่มีกฏหมายคอยคุ้มครอง

 

และท่ามกลางสถานการณ์กลืนไม่เข้า คายไม่ออก วอลเลอร์จึงหลบหนีไป แต่นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ฝันร้ายทุกค่ำคืนว่าเขาได้สังหารชายยิปซีคนนั้น

 

จนวอลเลอร์แทบจะเป็นประสาท! เขาจึงกลับไปหากลุ่มยิปซีอีกครั้ง จากนั้นจึงได้พบกับคนที่สาปมนต์ดำใส่เขา หญิงสาวคนนั้นคือคู่หมั้นของชายยิปซีที่เขาฆ่า --- เลดี้ ทาทาช่า แต่เนื่องจากทาทาช่านั้นถูกบังคับให้แต่งงาน เธอจึงไม่ได้โกรธแค้นอะไรวอลเลอร์มากนัก จึงให้วอลเลอร์ทำงานรับใช้เธอ สามปี ก่อนที่จะปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

 

หลังจากที่เหล้าเข้าปาก วอลเลอร์ก็ถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะกล่าวว่า

 

“ไหนว่ามาสิ เธอฝากข้อความอะไรมา?”

 

ชีหยานจ้องเข้าไปในดวงตาของโมล วอลเลอร์ ก่อนที่จะพึมพำออกมาถึงส่วนสำคัญของภารกิจลับ

 

“ใช้ชีวิตเหมือนดั่งคนตาย ความโดดเดี่ยวนั้นคือฆาตกรที่สังหารความอบอุ่น ห่านป่าทั้งเก้าบินผ่านเสืออันแสนดุร้าย”

 

หลังจากที่ได้ยินคำอันแปลกประหลาดนี้ ริ้วรอยบนใบหน้าของโมล วอลเลอร์ก็เพิ่มขึ้นราวกับเขาแก่ลงเป็นสิบปี ก่อนที่เขาจะส่ายหัวไปมา และเดินเข้าไปในห้อง จากนั้น วอลเลอร์ก็ได้หยิบไอเท็มที่โปร่งใสและเป็นประกายระยิบระยับให้แก่ชีหยาน

 

ทันใดนั้นชีหยานก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบฝันร้าย

 

[คุณได้รับไอเท็มภารกิจ : ลูกแก้วพยากรณ์ของยิปซี ---มันจะช่วยส่องแสงสว่างเพื่อนำทางคุณไปยังเส้นทางในอนาคตที่ถูกต้อง ]

 

เมื่อได้รับภารกิจระดับสูงมา เจ้าแก่โมล วอลเลอร์ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีกแล้ว ชีหยานถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนที่จะเดินไปยังชายฝั่ง จากนั้นก็วางลูกแก้วลงในทะเล ลูกแก้วพยากรณ์ค่อยๆละลายหายไปในทะเล ก่อนที่จะเกิดประกายแสงอะไรบางอย่างก่อตัวขึ้นเป็นประโยค --- จางนั้นก็จางหายไปทันที

 

[เมื่อสิ้นเสียงระฆังในยามเที่ยงคืน เสียงครวญครางของเหล่าดวงวิญญาณที่ถูกทอดทิ้งก็จะกลับคืนสู่ความจริง ประวัติศาสตร์จะถูกลบล้างออกไป และความจริงจะถูกเปิดเผยในที่สุด]

 

ชีหยานลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ หลังจากนี้ก็เหลือเพียงขั้นสุดท้าย -- กลับมาที่นี่อีกครั้งในตอนเที่ยงคืน

 

หลังจากนั้นชีหยานก็เดินสำรวจรอบๆท่าเรือเพื่อสอบถามข้อมูลและหาข่าวใหม่ๆ จากนั้นก็ว่าจะเข้าร้านเหล้าเพื่อทำภารกิจฉายา ไอ้ขี้เมา เสียหน่อย แต่เมื่อเปิดระบบฝันร้ายขึ้นมาดูข้อมูล เขาก็ต้องประหลาดใจ!

 

เพราะในตอนนี้ [ฉายา ไอ้ขี้เมา : 72/100] !! มันกลับเพิ่มขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุถึง 50 แก้ว! แต่เมื่อครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน เขาก็จำได้ว่า เขานั้นซื้อเหล้ารัมชั้นยอดไปให้แก่วอลเลอร์ และวอลเลอร์ก็ได้ชวนเขาด้วย ชีหยานจำได้ว่าดื่มมันไปเป็นจำนวน  5 แก้ว! หรือว่าเหล้ารัมชั้นยอดนั้นจะมีค่ามากกว่าเหล้ารัมธรรมดาถึง10เท่า??

 

เมื่อคิดได้แบบนี้ ชีหยานก็รีบพุ่งตรงเข้าไปยังร้านเหล้าตรงข้ามโรงตีเหล็กทันที ก่อนที่จะสั่งเหล้ารัมชั้นยอดมาถึงสองถัง! แต่เมื่อควักเงินออกมา แล้วปรากฏว่ามันมีไม่เพียงพอ เขาจึงต้องจำใจเปลี่ยนไปสั่งเหล้ารัมธรรมดาแทน

 

ชีหยานนั่งอยู่คนเดียวในร้านเหล้า พร้อมกับสั่งเหล้ารัมจากบาเทนเดอร์รวดเดียวทั้ง 28 แก้ว! เมื่อบาร์เทนเดอร์สไลด์แก้วมา ชีหยานก็คว้าหมับ -- จากนั้นก็กรอกรวดเดียวจนหมดแก้ว บาร์เทนเดอร์ไสลด์อีก! ชีหยานคว้าหมับ --- แล้วกรอกรวดเดียวหมด เป็นอย่างงี้ซ้ำๆ จนครบ 28 แก้ว! คนในร้านต่างจ้องมองชีหยานด้วยความทึ่ง และในตอนนั้นเอง การแจ้งเตือนจากระบบฝันร้ายก็ได้ปรากฏขึ้น

 

[คุณบรรลุภารกิจเสริมปลดล็อคฉายาได้สำเร็จเป็นครั้งแรก]

 

[คุณได้รับแต้มอาชีฟเมนต์ 1 แต้ม (ครั้งต่อไปจะต้องบรรลุภารกิจเสริม 10 ภารกิจ เพื่อที่จะได้ 1 แต้มอาชีฟเมนต์)]

 

[คุณได้รับฉายา : ไอ้ขี้เมา]

 

[ไอ้ขี้เมา : เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ HP คุณจะลดลง 3% แต่จะโจมตีแรงขึ้น 4% เป็นระยะเวลา 60 นาที]

 

[คุณสามารถใช้ฉายาได้เพียงฉายาเดียวในตอนนี้ คุณต้องการเปิดใช้งานฉายา (ไอ้ขี้เมา) หรือไม่?]

 

[เงื่อนไขปลดล็อค ฉายา : ไอ้ขี้เมาระดับสูง]

 

[เงื่อนไข : ดื่มเหล้ารัมทุกชนิด ดังต่อไปนี้]

 

[เหล้ารัม มูลาต้า : จากซานตาเฟ่ ]

 

[เหล้ารัม รอนริโก้ : จากเปอโตริโก]

 

[เหล้ารัม แลมป์โปเตโต้ : จากราชนาวีอังกฤษ]

 

[เหล้ารัม ค็อกสปัม : จากบริษัทอินเดียตะวันออก]

 

[เหล้ารัม เลม่อนฮาร์ท : จากบริษัทฮาโต้]

 

หลังจากที่ได้รับข้อมูลของฉายาไอ้ขี้เมา ชีหยานค่อนข้างรู้สึกพอใจกับฉายาอันนี้มาก เพราะเขานั้นเป็นนักสู้ระยะประชิด และการเสียHP ไป3% เพื่อแลกกับพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นถึง 4% นั้นก็ค่อนข้างคุ้มค่า! ต่อให้เขาเสียHP3%เพื่อแลกกับพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้น 2% ชีหยานก็ยังเต็มใจที่จะแลก!

 

ที่สำคัญชีหยานในโลกแห่งความจริงนั้นถูกตามล่าโดยพวกหัวซาน เฟย์ และบางทีในตอนนี้มันอาจจะร่วมมือกับพวกรัฐบาลในการตามล่าเขา! ถึงแม้ชีหยานจะมีอุปกรณ์ที่แข็งแกร่ง แต่เขาก็ไม่สามารถนำมันออกจากอาณาจักรฝันร้ายได้! อย่างไรก็ตาม ฉายาที่ได้รับนั้นสามารถนำไปใช้ได้! ซึ่งมันจะสามารถช่วยเขาได้เยอะมากๆในโลกแห่งความจริง!

 

ชีหยานจมดิ่งเข้าไปในห้วงความคิด เขากำลังคิดว่า หรือว่าแท้จริงแล้ว พวกจอมยุทธ์จีนที่ใช้วิชาหมัดเมา แท้จริงแล้วจะเป็นเพลเยอร์ที่ได้รับฉายาไอ้ขี้เมามา? จากนั้นพวกเขาก็นำมันไปใช้ชื่อเสียงในโลกแห่งความจริง จนโด่งดังจนถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์!!

 

จบบทที่ ตอนที่ 48 - แท้จริงแล้วจอมยุทธในอดีตนั้นเป็นเพลเยอร์?

คัดลอกลิงก์แล้ว