เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 370 - ในพระราชวังต้องห้ามมีห้องน้ำหรือเปล่า

บทที่ 370 - ในพระราชวังต้องห้ามมีห้องน้ำหรือเปล่า

บทที่ 370 - ในพระราชวังต้องห้ามมีห้องน้ำหรือเปล่า


บทที่ 370 - ในพระราชวังต้องห้ามมีห้องน้ำหรือเปล่า

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

หลังจากเดินชมพระที่นั่งสำคัญทั้งสามองค์เสร็จ หวังเซี่ยงตงก็เดินมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือต่อไป คราวนี้ถึงเวลาเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในของพระราชวังต้องห้ามเสียที

ก้าวข้ามประตูเฉียนชิงเหมินก็ถือว่าได้เข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในแล้ว ในยุคอดีตประตูบานนี้ไม่ใช่ว่าใครนึกจะเข้าก็เข้าได้นะ มีเพียงขุนนางระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เดินผ่านประตูบานนี้ได้

หากจะกล่าวกันตามจริงแล้ว พระที่นั่งเฉียนชิงต่างหากที่เป็นท้องพระโรงที่แท้จริง พระที่นั่งองค์นี้เป็นพระที่นั่งองค์แรกในกลุ่มพระที่นั่งสำคัญสามองค์ของเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งประกอบไปด้วยพระที่นั่งเฉียนชิง พระที่นั่งเจียวไท่ และพระที่นั่งคุนหนิง และยังเป็นพระตำหนักที่ประทับของฮ่องเต้ในอดีตถึงสิบหกพระองค์ มีเพียงฮ่องเต้ยงเจิ้งเท่านั้นที่ทรงย้ายไปประทับที่พระที่นั่งหยางซิน

พระที่นั่งเฉียนชิงมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการบริหารราชการแผ่นดิน ฮ่องเต้จะทรงศึกษาเล่าเรียน ทรงงานว่าราชการ ให้ข้าราชบริพารเข้าเฝ้า ต้อนรับทูตานุทูตต่างชาติ ตลอดจนประกอบพระราชพิธีและจัดงานเลี้ยงภายในครอบครัวที่นี่

หวังเซี่ยงตงแหงนหน้าขึ้นมอง ตรงกลางท้องพระโรงมีพระที่นั่งมังกรตั้งตระหง่านอยู่ สองข้างซ้ายขวามีห้องส่วนพระองค์ เหนือพระที่นั่งมีป้ายอักษรพระราชทานจากฮ่องเต้ซุ่นจื้อเขียนด้วยลายพระหัตถ์ว่า เที่ยงตรงสว่างไสว แขวนอยู่ ด้านหลังป้ายแผ่นนี้เองที่เป็นสถานที่เก็บซ่อน กล่องแต่งตั้งองค์รัชทายาท

ในทุกยุคทุกสมัย การแก่งแย่งชิงดีเพื่อแย่งชิงราชบัลลังก์ระหว่างบรรดาองค์ชายล้วนดุเดือดเลือดพล่านเสมอ เพื่อบรรเทาความขัดแย้งเหล่านี้ นับตั้งแต่สมัยฮ่องเต้ยงเจิ้งเป็นต้นมา จึงได้ริเริ่มใช้ระบบการแต่งตั้งองค์รัชทายาทอย่างลับๆ กล่าวคือ ฮ่องเต้จะไม่ทรงแต่งตั้งองค์รัชทายาทอย่างเปิดเผยในขณะที่ยังมีพระชนม์ชีพ แต่จะทรงเขียนพระนามของผู้สืบทอดราชบัลลังก์ที่ทรงเลือกไว้ในพระราชสาส์นลับ ฉบับหนึ่งจะถูกเก็บรักษาไว้ข้างพระวรกาย และอีกฉบับจะถูกประทับตราเก็บไว้ใน กล่องแต่งตั้งองค์รัชทายาท นำไปซ่อนไว้ด้านหลังป้าย เที่ยงตรงสว่างไสว เมื่อฮ่องเต้เสด็จสวรรคต เหล่าขุนนางผู้รับสนองพระราชโองการก็จะร่วมกันนำ กล่องแต่งตั้งองค์รัชทายาท ลงมาตรวจสอบกับพระราชสาส์นลับที่อยู่ข้างพระวรกายฮ่องเต้ เมื่อตรวจสอบความถูกต้องตรงกันแล้วจึงจะประกาศพระนามผู้สืบทอดราชบัลลังก์

ด้วยเหตุนี้ ฮ่องเต้เฉียนหลง เจียชิ่ง เต้ากวง และเสียนเฟิง ทั้งสี่พระองค์ต่างก็เสด็จขึ้นครองราชย์ด้วยระบบนี้ทั้งสิ้น จนกระทั่งถึงช่วงปลายราชวงศ์ชิง เนื่องจากฮ่องเต้เสียนเฟิงมีพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว ส่วนฮ่องเต้ถงจื้อและฮ่องเต้กวงซวี่ไม่มีพระราชโอรส ระบบการแต่งตั้งองค์รัชทายาทอย่างลับๆ นี้จึงหมดความหมายไป

เดินทอดน่องชมนกชมไม้เข้ามาเรื่อยๆ เผลอแป๊บเดียวก็ถึงเวลาเที่ยงแล้ว หวังเซี่ยงตงเริ่มรู้สึกหิว จึงมองหาม้านั่งหินใต้ร่มไม้เพื่อนั่งพัก เขาล้วงเอาหมั่นโถวออกมาจากกระเป๋าสะพาย กินแกล้มกับน้ำวิเศษจากกระติกน้ำ พลางเปิดแผนที่ขึ้นมาตรวจสอบไปพลางๆ

ความจริงแล้วตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในพระราชวังต้องห้าม เขาก็คอยสังเกตความผิดปกติใต้ดินมาตลอดด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาไม่ได้มีความคิดที่จะมาขุดหาสมบัติในพระราชวังต้องห้ามหรอกนะ สมบัติล้ำค่ามากมายที่อยู่ในมิติส่วนตัวของเขา เขายังต้องหาวิธีนำไปมอบให้กับประเทศชาติอยู่เลย

ด้านล่างของพระที่นั่งทั้งสามและลานกว้างด้านหน้าไม่พบว่ามีห้องใต้ดินซ่อนอยู่เลย แต่ทางฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักพระราชวังกลับมีพื้นที่ใต้ดินขนาดใหญ่มหึมา คาดว่าน่าจะเป็นท้องพระคลัง แต่ตอนนี้มันว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งของใดๆ ท้องพระคลังในยุคปลายราชวงศ์ชิงว่างเปล่าจนแทบจะไม่มีเงินก้อนเหลืออยู่เลยสักก้อนเดียว

เมื่อเข้ามาถึงเขตพระราชฐานชั้นใน เขาก็พบว่ามีพระตำหนักและห้องหับหลายแห่งที่มีห้องใต้ดินซ่อนอยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็ว่างเปล่าเช่นกัน หลังจากราชวงศ์ก่อนล่มสลายและผ่านพ้นไฟสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานกว่าสามสิบปี สมบัติล้ำค่าที่รอดพ้นจากการถูกทำลายล้วนถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามหมดแล้ว ห้องลับใต้ดินที่ยังไม่ถูกค้นพบก็แทบจะไม่มีสมบัติหลงเหลืออยู่เลย คาดว่าน่าจะเป็นของที่พวกสนม นางกำนัล และขันทีแอบซุกซ่อนเอาไว้มากกว่า หวังเซี่ยงตงไม่ได้สนใจสมบัติเหล่านั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยโบราณคดีพระราชวังต้องห้ามมาจัดการเองก็แล้วกัน

ไม่ใช่ว่ากลัวความยุ่งยาก แต่เขาไม่อยากได้จริงๆ ปัจจุบันพระราชวังต้องห้ามไม่เพียงแต่เปิดให้เข้าชมฟรี แต่ยังไม่มีไกด์นำเที่ยว ไม่มีแนวกั้น และที่สำคัญคือไม่มีกล้องวงจรปิดด้วย ถ้าหวังเซี่ยงตงอยากจะได้อะไร การจะหยิบฉวยเอาไปก็เป็นเรื่องง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ

ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีการรักษาความปลอดภัยเลยเสียทีเดียว คณะกรรมการบริหารพระราชวังต้องห้ามถือเป็นหน่วยงานระดับกอง ภายใต้การบริหารมีแผนกรักษาความปลอดภัยอยู่ด้วย และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ไม่น้อย เมื่อครู่นี้เขาก็เพิ่งจะเห็นตำรวจห้านายเดินลาดตระเวนผ่านไป ตามประตูต่างๆ ก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยยืนเฝ้าอยู่ ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากบนแผนที่อย่างชัดเจน

ดังนั้นการมาเดินเล่นที่พระราชวังต้องห้ามในครั้งนี้ เขามาเพื่อเยี่ยมชมสถานที่จริงๆ ไม่ได้มีความคิดชั่วร้ายอะไรแอบแฝงเลยสักนิด ถ้าอยากจะขุดสมบัติก็ต้องไปขุดที่ต่างประเทศสิ เขาตั้งปณิธานไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งจะต้องไปตามเอาสมบัติของชาติที่ถูกปล้นชิงไปกลับคืนมาให้ได้ หนทางยังอีกยาวไกลนัก

ปล่อยความคิดล่องลอยไปเรื่อยเปื่อย หลังจากกินเสร็จเขาก็นั่งพักผ่อนต่ออีกครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็รู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมา เขาจึงลุกขึ้นเดินหาห้องน้ำ

ในพระราชวังต้องห้ามมีห้องน้ำหรือเปล่านะ ในยุคก่อนปลดแอกพระราชวังต้องห้ามไม่มีห้องน้ำเลยจริงๆ ในอดีตผู้คนในวังล้วนใช้ถังขับถ่าย ทุกๆ รุ่งเช้าจะมีขันทีคอยเข็นรถเก็บสิ่งปฏิกูลไปตระเวนเก็บรวบรวม แล้วนำออกไปขายนอกเมืองให้กับชาวสวนผัก

ปัจจุบันหลังจากพระราชวังต้องห้ามเปิดให้ประชาชนเข้าชม ก็ได้มีการสร้างห้องน้ำขึ้นมา โดยปรับปรุงมาจากห้องที่เคยใช้เก็บถังขับถ่ายในอดีต แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก แถมยังหายากอีกต่างหาก ดังนั้นเวลามาเที่ยวพระราชวังต้องห้ามจึงควรดื่มน้ำให้น้อยๆ หน่อย หึหึ

ยิ่งตอนเที่ยงแบบนี้จำนวนนักท่องเที่ยวยิ่งบางตา กว่าจะหาคนมาถามทางได้ก็ลำบากยากเย็น ชายคนที่เขาเข้าไปถามก็ส่ายหน้าบอกว่ากำลังหาห้องน้ำอยู่เหมือนกัน สุดท้ายก็ต้องไปพึ่งพาพวกตำรวจ หวังเซี่ยงตงเปิดแผนที่ค้นหาและวิ่งตามกลุ่มตำรวจลาดตระเวนที่เพิ่งเดินผ่านไปเมื่อครู่นี้ ตำรวจที่เดินนำหน้าสุดส่งยิ้มพร้อมกับชี้ทางให้

บริเวณนั้นอยู่ในเขตพระราชฐานฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระที่นั่งฉือหนิง ตำหนักพระใหญ่ ฯลฯ เขาต้องเดินจ้ำอ้าวไปตามถนนเหิงเจียจนกระทั่งมองเห็นป้ายบอกทางไปห้องน้ำ จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ประตูหลงจงเหมินแล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ในที่สุดก็เจอห้องน้ำจนได้ ข้างในมีห้องน้ำอยู่หลายห้อง มิน่าล่ะเดินชมวังมาตั้งครึ่งค่อนวันถึงได้รู้สึกปวดท้องขนาดนี้

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว หวังเซี่ยงตงก็เดินออกมาจากประตูหลงจงเหมินด้วยความรู้สึกโล่งสบายตัว เขาเหลือบมองแผนที่เพื่อจดจำตำแหน่งนี้ไว้ เผื่อคราวหน้ามาอีกจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาให้วุ่นวาย จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าข้างในมีจุดสีแดงอยู่จุดหนึ่ง หมอนี่คงจะมาปล่อยของหนักแน่ๆ ถึงได้ขลุกอยู่ในนั้นตั้งนานสองนาน

เดินเที่ยวชมวังกันต่อเลยดีกว่า เขาเดินไปทางซ้ายของกลุ่มอาคารชั้นเดียว พอเงยหน้าขึ้นมอง อ้าว ที่แท้ที่นี่ก็คือสภาขุนนางทหารนี่เอง ซ่อนตัวอยู่ลึกขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงได้เอาแต่ขลุกอยู่ในนี้เพื่อวางแผนการรบ ปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่ยอมรับรู้โลกภายนอก ถึงได้พ่ายแพ้สงครามอยู่ร่ำไป จนสุดท้ายราชวงศ์ชิงก็ต้องล่มสลายลง

เมื่อเดินไปทางทิศตะวันออก ผ่านพระที่นั่งเฉียนชิงเข้าสู่ประตูรื่อจิงเหมิน สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือกำแพงสีแดงสูงตระหง่านสไตล์พระราชวัง ที่นี่ก็คือตำหนักเหยียนสี่นั่นเอง

ตำหนักเหยียนสี่เป็นหนึ่งในหกตำหนักฝั่งตะวันออก ซีรีส์เรื่องเล่ห์รักวังต้องห้ามอันโด่งดังในยุคอนาคตก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตำหนักแห่งนี้นี่แหละ ตำหนักเหยียนสี่อาจเรียกได้ว่าเป็นตึกร้างที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองหลวง เริ่มสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมผสานตะวันตก แต่สุดท้ายก็สร้างไม่เสร็จ และยังเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ภายในพระราชวังต้องห้ามอีกด้วย

เมื่อเดินมาถึงพระที่นั่งหยางซิน หวังเซี่ยงตงก็บังเอิญเห็นแมวตัวหนึ่งอยู่ในลานพระที่นั่ง เขาจึงลองเปลี่ยนมุมมองแผนที่ดู ก็พบว่าในเขตพระราชฐานชั้นในมีแมวอาศัยอยู่ไม่น้อยเลย แต่กลับไม่เห็นสุนัขเลยสักตัว

ได้ยินมาว่าแมวที่อาศัยอยู่ในพระราชวังต้องห้ามจะถูกเรียกว่า แมววัง ไม่ใช่แมวที่ทางพระราชวังเลี้ยงไว้โดยเฉพาะ มีตำนานเล่าขานกันว่าพวกมันเป็นทายาทของแมวที่เหล่านางกำนัลเคยเลี้ยงไว้ในอดีต ซึ่งเรื่องนี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่นัก บ้างก็ว่าเป็นพวกแมวจรจัดที่ปีนต้นไม้ข้ามกำแพงเข้ามาแล้วไม่ยอมออกไป อาศัยอยู่ที่นี่จนกลายเป็นบ้านของพวกมันไปเลย ดูเหมือนว่าในพระราชวังต้องห้ามจะมีหนูอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน การมีแมวไว้คอยกำจัดหนูก็น่าจะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย เจ้าหน้าที่ดูแลพระราชวังต้องห้ามจึงไม่ได้ขับไล่พวกมันออกไป

หลังจากนั้นหวังเซี่ยงตงก็เดินไปชมอาคารจัดแสดงรูปปั้น อาคารจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผา และอาคารจัดแสดงเครื่องทองสัมฤทธิ์ ปิดท้ายด้วยการเข้าไปชมอาคารจัดแสดงสมบัติล้ำค่า ได้เห็นกำแพงเก้ามังกรอันวิจิตรงดงาม รวมถึงสมบัติล้ำค่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในพระราชวังต้องห้าม หลังจากผ่านเหตุการณ์การบุกปล้นของกองทัพพันธมิตรแปดชาติและการขนย้ายสมบัติหลบหนีของพวกพรรคก๊กมินตั๋ง

ในตอนนั้นเอง หวังเซี่ยงตงก็สังเกตเห็นชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปีคนหนึ่งกำลังเดินชมสมบัติล้ำค่าเหล่านั้นอยู่เพียงลำพัง เขาสะพายกระเป๋าใบหนึ่ง ตอนที่เดินสวนกันหวังเซี่ยงตงได้กลิ่นเหม็นตุๆ ลอยมาแตะจมูก เขาถึงกับอมยิ้ม หมอนี่คงจะเป็นคนที่นั่งแช่อยู่ในห้องน้ำเมื่อครู่นี้แน่ๆ

เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังจ้องมองสมบัติที่ตั้งแสดงอยู่ใต้ตู้กระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ ทั้งมองซ้ายมองขวา เดินวนรอบตู้กระจกเพื่อพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ช่างตั้งอกตั้งใจเสียเหลือเกิน หวังเซี่ยงตงก็ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายอะไร หลังจากเดินชมจนครบรอบเขาก็เดินออกจากประตูไปเพื่อเที่ยวชมสถานที่อื่นๆ ต่อ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 370 - ในพระราชวังต้องห้ามมีห้องน้ำหรือเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว