เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 221 - บำเพ็ญเพียรเช้าเย็นรอบละครั้ง

บทที่ 221 - บำเพ็ญเพียรเช้าเย็นรอบละครั้ง

บทที่ 221 - บำเพ็ญเพียรเช้าเย็นรอบละครั้ง


บทที่ 221 - บำเพ็ญเพียรเช้าเย็นรอบละครั้ง

วันรุ่งขึ้น ยามเช้าตรู่

"หวังว่าท่านบรรพชนตัดธุลีจะจดจำคำขอของหงเหยาไว้นะเจ้าคะ"

ภายในห้องโถงหลักของเรือนพัก เจียงหงเหยาที่มีใบหน้าแดงระเรื่อรีบใช้ชุดกระโปรงสีฟ้าครามคลุมกายอย่างลนลาน เพื่อปกปิดเรือนร่างอันขาวเนียนไร้ที่ติ

นางย่ำเท้าเปล่าลงบนพื้น หลังจากค้อมตัวทำความเคารพเงาร่างบนบัลลังก์แล้ว ก็วิ่งเหยาะๆ ออกไปอย่างขวยเขิน

เห็นได้ชัดว่า ต่อให้จะเป็นเจียงหงเหยาที่เคยผ่านความยากลำบากมาสารพัดรูปแบบ ก็ไม่อาจเมินเฉยต่อความสัมพันธ์ฉันบำเพ็ญเพียรนี้ได้

บนบัลลังก์ เยี่ยชิงอวิ๋นทอดสายตามองแผ่นหลังอันอรชรของเจียงหงเหยาด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยรอยยิ้ม

"สองพี่น้องตระกูลเจียงนี่น่าสนใจจริงๆ ปฏิกิริยาตอบสนองหลายๆ อย่างดันเหมือนกันเปี๊ยบ ถ้าไม่ใช่เพราะแยกแยะได้ง่ายๆ จากรูปร่างล่ะก็ บางทีข้ายังนึกว่าคนที่บำเพ็ญเพียรอยู่กับข้าคือหว่านซีเลยนะเนี่ย"

เยี่ยชิงอวิ๋นส่ายหน้าอย่างขบขัน

จากนั้น เขาก็กดทับความคิดฟุ้งซ่านลงไป หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาเริ่มตรวจดูรางวัลระบบระดับสีม่วงที่ได้รับจากการรวบหัวรวบหางเจียงหงเหยาเมื่อวานนี้

"สระเซียนต้าหลัวงั้นหรือ?"

เมื่อเห็นชื่อรางวัลชัดเจน เยี่ยชิงอวิ๋นก็เริ่มอ่านคำอธิบายของระบบ

【สระเซียนต้าหลัว】

【สระเซียนต้าหลัวก่อตัวขึ้นจากเจตจำนงแห่งการสรรค์สร้างของฟ้าดิน ผ่านกาลเวลาอันยาวนานไร้ที่สิ้นสุด สามารถดูดซับปราณวิญญาณฟ้าดินมาเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำเซียนต้าหลัวได้ ระยะเวลาในการดูดซับและระดับของปราณวิญญาณที่ดูดซับเข้าไป จะส่งผลต่อระดับคุณภาพของหยาดน้ำเซียนต้าหลัว】

【หมายเหตุ: หยาดน้ำเซียนต้าหลัวสามารถใช้สร้างรากฐาน ทะลวงระดับ และเพิ่มพูนพลังบ่มเพาะได้ ถือเป็นของวิเศษที่ช่วยเสริมการบำเพ็ญเพียร】

"ไม่เลวเลยนี่ ในเมื่อของชิ้นนี้เป็นรางวัลระบบระดับสีม่วง ถ้างั้นก็ต้องอยู่ในระดับวิถีสูงสุดแน่ๆ ถ้าปล่อยให้มันดูดซับปราณวิญญาณฟ้าดินเป็นเวลานานๆ ท้ายที่สุดก็อาจจะให้กำเนิดหยาดน้ำเซียนที่มีประโยชน์ต่อมหาจักรพรรดิได้เลยไม่ใช่หรือ?"

ประกายแสงวาบผ่านดวงตาของเยี่ยชิงอวิ๋น เขารู้สึกว่าของสิ่งนี้ ต่อให้จะสู้สระเซียนหลิงเซียนและสระเซียนเทียนเซียนในช่วงยุคทองไม่ได้ แต่มันก็คงจะห่างชั้นกันไม่มากนัก ถือเป็นสิ่งที่เพียงพอจะใช้เป็นขุมกำลังรากฐานที่สำคัญของสำนักได้เลย

และผู้เยาว์ในอนาคตของภูเขาวั่งเฉินของเขา ก็จะได้รับผลประโยชน์จากสิ่งนี้อย่างมหาศาลเช่นกัน

เยี่ยชิงอวิ๋นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขายังไม่เอาสระเซียนต้าหลัวออกมา แต่เลือกที่จะเก็บมันไว้ในช่องมิติของระบบต่อไปก่อน

ถ้าขืนเอาออกมาแล้วเจ้าสำนักหลิงเซียนมาเห็นเข้า ใครจะไปรู้ว่าหมอนั่นจะเกิดคิดไม่ซื่ออะไรขึ้นมาหรือเปล่า กันไว้ดีกว่าแก้ดีกว่า

"รั้งอยู่ที่นี่ต่ออีกสักสองสามวันก็แล้วกัน"

เยี่ยชิงอวิ๋นเพิ่งจะได้บำเพ็ญเพียรกับเจียงหงเหยา ความรู้สึกแปลกใหม่ยังคงเปี่ยมล้น จะให้ปล่อยไปง่ายๆ เร็วขนาดนี้ได้ยังไงกัน

ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่สามารถเหมาสองพี่น้องมาบำเพ็ญเพียรพร้อมกันได้ แต่ก็สามารถจัดตารางบำเพ็ญเพียรแบบสลับสับเปลี่ยนสองพี่น้องในรูปแบบอื่นได้นี่นา

ว่าแล้วเยี่ยชิงอวิ๋นก็ส่งข้อความไปเรียกตัวเจียงหว่านซีมาหา

หลังจากได้รับข้อความเสียงจากท่านบรรพชนตัดธุลี เจียงหว่านซีก็ไม่กล้าปล่อยให้เขารอนาน นางแต่งตัวแบบลวกๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังห้องโถงหลักของเรือนพักทันที

ส่วนเจียงหงเหยานั้นเพราะกลัวว่าน้องสาวจะจับพิรุธได้ จึงไม่ได้กลับไปที่ห้อง นางไปหาเรือนพักหลังอื่นเพื่อพักผ่อนแทน ทำให้คลาดกับน้องสาวไปอย่างหวุดหวิด

ถ้านางได้เห็นว่าหลังจากตัวเองเดินออกมาไม่นาน น้องสาวก็มาเคาะประตูต่อเลยล่ะก็ สีหน้าของนางคงจะน่าดูชมพิลึก

——

นับจากที่เยี่ยชิงอวิ๋นชี้แนะการบำเพ็ญเพียรครั้งแรกให้เจียงหงเหยา ก็ผ่านมาสามวันแล้ว

ในช่วงสามวันนี้ ตอนกลางวันเยี่ยชิงอวิ๋นจะบำเพ็ญเพียรกับเจียงหว่านซี ส่วนตอนกลางคืนก็จะบำเพ็ญเพียรกับเจียงหงเหยา

ที่น่าพูดถึงก็คือ สถานที่ที่พวกนางทั้งสองถูกเรียกมาให้ชี้แนะการบำเพ็ญเพียรนั้นเป็นที่เดียวกันเป๊ะ ซึ่งนั่นก็ทำเอาอารมณ์ของเยี่ยชิงอวิ๋นพุ่งปรี๊ดขึ้นอย่างมาก

แต่เขาก็ยังจำคำขอร้องของเจียงหงเหยาได้ดี จึงไม่ได้บีบคั้นให้เจียงหว่านซีต้องบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นต้องเอ่ยปากร้องขอชีวิต ทำเพียงแค่พานางก้าวเข้าสู่สภาวะสูงสุดอย่างต่อเนื่องก็เท่านั้น

ทว่าการบำเพ็ญเพียรแบบ 'อ่อนโยน' เช่นนี้ กลับดูเหมือนจะยิ่งทำให้เจียงหว่านซีทนรับไม่ไหว จนถึงตอนนี้นางก็ยังมีอาการมึนงงสลึมสลือ ยังไม่ฟื้นตัวจากการบำเพ็ญเพียรเลย

น่าเสียดายที่การบำเพ็ญเพียรเช่นนี้ ท้ายที่สุดก็ต้องถึงคราวปิดฉากลง ในวันนี้ เยี่ยชิงอวิ๋นต้องพากู้ชิงเหราเดินทางกลับภูเขาวั่งเฉินแล้ว

"เฉียนจื่อ เจ้าจะไม่กลับไปพร้อมกับบรรพชนอย่างข้าหรือ?"

นอกเรือนพัก

เยี่ยชิงอวิ๋นในชุดคลุมเต๋าหมื่นวิถี มีแสงเซียนเรืองรองล้อมรอบตัวราวกับเซียนสวรรค์ ดวงตาของเขาลึกล้ำ จ้องมองหญิงสาวผู้งดงามล้ำเลิศที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม

ข้างกายเขา กู้ชิงเหราในชุดกระโปรงยาวสีเขียวยืนนิ่งเงียบ ไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด

"ศิษย์พี่หานยังคงปิดด่านกักตนอยู่ เฉียนจื่อตั้งใจจะรอจนกว่านางจะทะลวงระดับแล้วออกจากด่าน ถึงตอนนั้นค่อยกลับไปพร้อมกับนางเจ้าค่ะ"

เซี่ยเฉียนจื่อก้มหน้าลงเล็กน้อย เส้นผมสีม่วงที่นุ่มสลวยดุจสายน้ำตกทิ้งตัวลงมา กลิ่นอายแห่งเต๋าแต่กำเนิดแผ่ซ่านอยู่รอบกาย ดูเลือนรางและงดงามราวกับเทพธิดา

หากสังเกตดูให้ดี จะพบว่าผู้ที่ครอบครองครรภ์เต๋าแต่กำเนิดผู้นี้ ได้กลายเป็นยอดฝีมือระดับราชันนักบุญไปแล้ว!

"เอาเถอะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ บรรพชนอย่างข้าก็จะไม่ว่าอะไรอีก"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยชิงอวิ๋นก็พยักหน้ารับ เขาตวัดแขนเสื้อเบาๆ ลำแสงที่เปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งความโกลาหลก็พุ่งออกมา

อึดใจต่อมา รถศึกโบราณโกลาหลที่แผ่กลิ่นอายความโกลาหลอันไร้ขอบเขต ตัวรถส่งกลิ่นอายอันเก่าแก่และเวิ้งว้าง ก็ปรากฏขึ้นที่ลานว่างหน้าเรือนพัก

"ชิงเหราน้อย"

เยี่ยชิงอวิ๋นเรียกเสียงหนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้าไปในรถศึกโบราณโกลาหลโดยไม่หันกลับมามองอีก

เขาไม่ได้พาเจียงหว่านซีกลับไปด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นความต้องการของนางเอง นางอยากจะอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวที่สำนักศึกษาหลิงเซียนต่อ

แต่ถ้าวันข้างหน้าเขาอยากจะรวบหัวรวบหางสองพี่น้องพร้อมกัน เขาก็ต้องค่อยๆ ปลูกฝังความรู้สึกกันไปก่อน ทว่าเขาคงไม่สามารถรั้งอยู่ที่สำนักศึกษาหลิงเซียนต่อไปได้ ในอนาคตก็คงต้องหาวิธีให้สองพี่น้องตระกูลเจียงเดินทางไปที่ภูเขาวั่งเฉินแทนแล้วล่ะ

ในฐานะบรรพชนแห่งภูเขาวั่งเฉิน การชี้แนะผู้เยาว์ที่มีวาสนาต่อกันถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีทางที่คนนอกจะสงสัยอะไรอยู่แล้ว

"วันหน้าค่อยพบกันใหม่ที่ภูเขาวั่งเฉินนะ"

กู้ชิงเหราบอกลาเซี่ยเฉียนจื่อ

เซี่ยเฉียนจื่อพยักหน้าเบาๆ สายตามองดูกู้ชิงเหราก้าวเดินด้วยเท้าเปล่าตามหลังท่านบรรพชนเข้าไปในรถศึกโบราณโกลาหล

ตู้ม!

หลังจากกู้ชิงเหราก้าวเข้าไป รถศึกโบราณโกลาหลก็ราวกับ 'มีชีวิต' ขึ้นมา ปราณโกลาหลจำนวนมหาศาลแผ่สยายออกกลายเป็นเส้นทางโกลาหล พารถศึกโบราณโกลาหลหายลับไปในขอบฟ้า

กลิ่นอายแห่งวิถีสูงสุดที่แผ่ออกมาจางๆ ทำให้ผู้คนทั้งหมดในสำนักศึกษาหลิงเซียนถึงกับใจสั่น พวกเขาแหงนหน้ามองฟ้า พยายามค้นหาสิ่งที่ทำให้สัญชาตญาณของพวกตนรู้สึกหวาดกลัว

ด้านนอกโลกหลิงเซียน ผู้คนที่คอยจับตาดูสถานที่แห่งนี้อยู่ พอได้เห็นเส้นทางโกลาหลและรถศึกโบราณโกลาหล ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขาเร้นกายซ่อนตัว พร้อมกับส่งข่าวเรื่องนี้ออกไปทันที

ภายนอกเรือนพักบนภูเขา

เซี่ยเฉียนจื่อทอดสายตามองรถศึกโบราณโกลาหลที่หายลับไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังสถานที่บำเพ็ญเพียรของตน

ส่วนเจียงหงเหยาและเจียงหว่านซี สองพี่น้องที่พักอยู่คนละเรือนพัก ต่างก็แอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ พวกนางมักจะถูกบรรพชนตัดธุลีเรียกตัวไปบำเพ็ญเพียรอยู่บ่อยๆ พอโดนเรียกบ่อยเข้า พวกนางก็เริ่มกลัวว่าจะโดนอีกฝ่ายจับได้

พอตอนนี้บรรพชนตัดธุลีจากไปแล้ว ก็ทำเอาพวกนางรู้สึกลิงโลดขึ้นมาในใจ

โชคดีไป...

"น้องพี่ เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?"

หลังจากที่บรรพชนตัดธุลีจากไป ความกดดันในใจของเจียงหงเหยาก็ลดลง นางรีบมาดูอาการน้องสาวทันที

ช่วงหลายวันนี้เพราะเรื่องบำเพ็ญเพียร ทำให้นางแทบจะไม่ได้เจอน้องสาวเลย นั่นยิ่งทำให้นางคิดถึงน้องสาวจับใจ

จนกระทั่งบรรพชนตัดธุลีเดินทางกลับภูเขาวั่งเฉิน นางถึงได้ทนความคิดถึงไม่ไหว รีบมาหา

ทว่าพอมองไป ก็เห็นน้องสาวนั่งอยู่บนขอบเตียง ใบหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาสวยดูเหม่อลอย ขนาดเห็นนางแล้วก็ยังเหมือนจะดึงสติกลับมาไม่ได้เต็มร้อยเลย

เรื่องนี้ทำเอาเจียงหงเหยาอดไม่ได้ที่จะต่อว่าบรรพชนตัดธุลีในใจ ไม่ใช่ว่ารับปากนางแล้วหรือไงว่าจะทะนุถนอมน้องสาวให้ดีๆ น่ะ

"เอ๊ะ? พี่ ข้าไม่เป็นไร"

เจียงหว่านซีรีบดึงสติกลับมา รอยแดงบนใบหน้าจางหายไป นางนั่งไขว่ห้าง กลับมาเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่มีใบหน้าเย็นชาและงดงามดั่งเช่นวันวานอีกครั้ง

"ไม่เป็นไรจริงๆ หรือ?"

เมื่อเห็นน้องสาวดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล สีหน้าก็ไม่ได้ดูเหนื่อยล้าเหมือนอย่างเคย เจียงหงเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก คิดว่าบรรพชนตัดธุลีก็ยังถือว่ารักษาสัญญา ไม่ได้ทำให้น้องสาวของนางต้องเหนื่อยจนเกินไป

"พี่ วางใจเถอะ ข้าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ"

เจียงหว่านซีพยักหน้าเบาๆ ใบหน้ายังคงเย็นชา ทว่าในหัวกลับอดไม่ได้ที่จะนึกถึงบรรพชนตัดธุลี ในใจแอบรู้สึกโหยหาอยู่นิดๆ

ถึงแม้ว่าการบำเพ็ญเพียรกับบรรพชนตัดธุลีในช่วงหลายวันนี้ จะดูอ่อนโยนกว่าเมื่อก่อนอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ไอ้ความอ่อนโยนนี่แหละ ที่ทำให้นางทนไม่ไหวเสียยิ่งกว่าเดิม ถึงขนาดอยากจะจมดิ่งลงไปอย่างถอนตัวไม่ขึ้น...

ไม่นะ! เจียงหว่านซี นี่เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่!

เจียงหว่านซีสั่นสะท้านไปทั้งใจ ไม่กล้าคิดเตลิดไปไกลกว่านี้

แต่ก็ไม่รู้ทำไม นางถึงได้เปลี่ยนท่านั่งอีกรอบ ราวกับอยากจะจัดแจงตัวเองให้นั่งได้สบายตัวขึ้น

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 221 - บำเพ็ญเพียรเช้าเย็นรอบละครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว